กันยายน 2555

ข่าวสาร ประจำเดือน กันยายน 2555

28 กันยายน 2555

เที่ยงวันทันเหตุการณ์

วันนี้มาติดตาม ฝนหนัก บริเวณตอนกลางของประเทศกัน
นี่คือภาพจากกล้อง บนยอดตึกอาคารมาลีนนท์ ถนนพระราม 4 ท้องฟ้ากรุงเทพมหานคร มึดครึ้มมาก ต่อเนื่องมาตั้งแต่เช้าแล้ว
แม้กรุงเทพจะเป็นภาพแบบนี้ แต่ตัวเลขการนับถอยหลังการสิ้นสุดหน้าฝนตามปฏิทินฤดูกาล ในบริเวณประเทศไทยตอนบน ก็ลดลงเหลือ 17 วันแล้วนะครับ

-สาเหตุที่กรุงเทพมืดครึ้ม และมีฝนตกหนักมาตั้งแต่เมื่อกลางดึก เมื่อคืนนี้
-เพราะภาพใหญ่ตัวการที่ผมรายงานอยู่เสมอ คือ ร่องมรสุม ที่มีกำลังแรง จากการได้รับแรงดันจาก ความกดอากาศสูง กำลังแรงจากจีน และลมมรสุมกำลังแรง
-ตอนนี้จึงมีเมฆฝนปกคลุมหนาทึบ ไม่ใช่แต่เฉพาะ กทม. แต่ยังมีตั้งแต่ ด้านตะวันตกและตอนล่างของภาคกลาง และภาคตะวันออก
-นี่คือ บริเวณที่ จังหวัดในบริเวณนี้ นับจากนี้ เป็นต้นไป จะเสี่ยงเจอฝนตกหนักได้

-มาดูผลงานที่ ฝนจากภาพใหญ่ แบบที่ผมว่า ทำกับกรุงเทพมหานครใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา
-สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร รายงานว่า ฝนสะสม 24 ชั่วโมง สูงสุด อยู่ที่เขตหนองจอก 147.5 มิลลิเมตร
ส่วนเขตที่มีปริมาณน้ำฝนมากกว่า 100 มิลลิเมตร
ได้แก่ บางซื่อ บางพลัด บางขุนเทียน สามเสน ดุสิต ราชเทวี พญาไท คลองเก้า คลองสิบสาม

น้ำท่วมกรุงเทพ ฝนขนาดนี้ ถ้าอยู่ตามต่างจังหวัด หรือพื้นที่เสี่ยงภัย จะเกิดน้ำท่วมน้ำหลาก ดินถล่มได้ พอตกในกรุงเทพ นี่เองที่ทำให้เกิดน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะใน 9 เขต ที่สำนักการระบายน้ำ รายงานนี้
ดังนั้น แน่นอน เย็นนี้ โอกาสฝนหนักของคนกรุงเทพ จะไม่ต่างจากเมื่อวาน
สำหรับต่างจังหวัด ฝนหนักสุดอยู่ที่ เกาะช้าง จังหวัดตราด 187 มิลลิเมตร
สำหรับภาคใต้ 4 จังหวัด ฝั่งอันดามัน ได้แก่ ระนอง พังงา กระบี่ และภูเก็ต ขอให้ระวังรับมือกับ ฝนหนัก ถึงหนักมาก อีก ภายใน 1-2 วันนี้

-ปิดท้าย มาตรวจสอบสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ล่าสุดกันบ้าง ว่า ณ ตอนนี้ เป็นอย่างไร
-จุดแรก ที่จังหวัดนครสวรรค์ น้ำไหลที่ 1,249 ลูกบาศก์เมตร ต่อวินาที ลดลงจากเมื่อวาน ต่ำกว่าตลิ่ง 4.24 เมตร
-จุดที่ 2 เหนือเขื่อนเจ้าพระยา น้ำไหลเข้า 1,525 ลูกบาศก์เมตร ปล่อยออก 1,300 ลูกบาศก์เมตร
-จุดที่ 3 บางบาล อยุธยา น้ำต่ำกว่าตลิ่ง 1.5 เมตร
-จุดที่ 4 บางไทร ตัวชี้วัดน้ำท่วม กทม น้ำไหล 1,838 ลูกบาศก์เมตร ลดลงกว่าเมื่อวาน ต่ำกว่า 1.61 เมตร
-จุดที่ 5 ปากเกร็ด นนทบุรี ข้อมูลเหนือน้ำทั้งหมด ที่ปากเกร็ด เลยไม่น่าห่วง

เรื่องเด่นเย็นนี้

ทุกวันศุกร์สุดสัปดาห์ ติดตามการคาดการณ์อากาศสัปดาห์หน้า

ทีวี360องศา สดเกาะติดสถานการณ์ฟ้าฝนทั่วไทย โดยเฉพาะในบริเวณตอนกลางของประเทศ ที่มีร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านอยู่
แน่นอน มีกรุงเทพมหานคร อยู่ด้วย
วันนี้ เหลืออีก 17 วันจะสิ้นหน้าฝน ในบริเวณประเทศไทยตอนบน แล้วนะครับ

-ภาพใหญ่ที่เกิดขึ้นตอนนี้ก็คือ
-จากการที่มีร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่าน ตอนนี้เมฆฝนกระจุกตัวอยู่ในแนวร่องมรสุม คือบริเวณภาคกลางทางตะวันตก และตอนล่าง และชายฝั่งภาคตะวันออก
-เหนือร่องมรสุมไป มีฝนน้อยมาก แดดแรง
-ส่วนใต้แนวร่อง ก็มีฝนอยู่ใต้ตอนล่างไปเลย
-ภาพใหญ่เป็นแบบนี้ มาดูจุดสำคัญกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

-แม้ ในช่วงเย็น ดูแล้ว ท้องฟ้าจะดูดีกว่าเมื่อช่วงเช้า ที่ผ่านมา
-แต่คุณผู้ชมอย่าลืม เมฆฝนยังคงปกคลุมอยู่ในภาคกลางตอนล่าง ซึ่งหมายถึง อยู่เหนือบริเวณกรุงเทพและปริมณฑลด้วย
-ทำให้ความเสี่ยงฝนค่ำนี้ยังมีอยู่ โดย แนวโน้ม ฝนอาจจะเริ่มในกรุงเทพฝั่งตะวันออก ไล่เข้าไปทางฝั่งตะวันตก

-ดังนั้น อย่าวางใจ รีบเดินทางกลับบ้านหรือ รีบไปตามนัดหมายต่างๆ โดยเร็วไว้ก่อนจะดีที่สุด
-เพราะจากการตรวจสอบโมเดลการพยากรณ์ฝน พบว่าช่วง 1 ทุ่ม เป็นต้นไป
-มีโอกาสสูง ที่จะมีฝนตกหนักในกรุงเทพมหานคร เป็นฝนระดับ 100 มิลลิเมตร ที่จะทำให้เกิดน้ำท่วมขัง และรถติดอย่างหนักได้ โดยเฉพาะในวันศุกร์ เงินเดือนออกวันนี้

-ส่วนการคาดการณ์อากาศสัปดาห์หน้า
-ฝนแบบสัปดาห์นี้ จะมีแค่วันจันทร์ที่ 1 ตุลาคมนี้เท่านั้น จากนั้นฝนจะเบาลง
-แต่ตัวแปรในทะเลจีนใต้ สัปดาห์หน้า มีผุดขึ้นมา คือ หย่อมความกดอากาศต่ำที่ก่อตัวอยู่ในทะเลจีนใต้ สัปดาห์หน้า มีโอกาสพัฒนาเป็นดีเปรสชั่น ที่จะพัดเข้าสู่อีสานตอนกลางถึงตอนบนได้

-การพัฒนาเป็นพายุ ก็จะดึงให้ลมมรสุมแรงขึ้นด้วย
-เมื่อบวกกับร่องมรสุมยังไม่ไปไหน แบบนี้ภาคกลางและกรุงเทพมหานคร ก็จะกลับมามีฝนตกหนักแบบสัปดาห์นี้ ในช่วงปลายสัปดาห์หน้า เช่นเดิม
-ดังนั้น พยากรณ์ 360 องศา
-ช่วงเวลาฝนลดลง ของกรุงเทพ และทั่วไทย มาถึงแล้ว คือ 2-4 ตุลาคม
ดังนั้น ใครจะมางานตลาดนัดดารา ที่ช่อง3 พระราม4 ในสัปดาห์หน้า มีโอกาสเจอฝนน้อยครับ
แต่วันที่ 5 ตุลาคมไปแล้ว มีลุ้น ฝนอาจจะกลับมาหนัก ไม่ต่างจากที่เกิดขึ้น ในสัปดาห์นี้
สำหรับการเตือนภัยช่วงนี้ คือ กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนภัยฝนตกหนัก ถึงวันที่ 30 กันยายน และให้ระวังคลื่นในทะเล สูง 2-3 เมตร
ส่วนกรมทรัพยากรธรณี เตือนเฝ้าระวังดินถล่ม และน้ำป่าไหลหลาก ในช่วง 1-2 วันนี้ ใน 4 จังหวัดภาคเหนือ , 1 จังหวัดอีสาน , 2 จังหวัดภาคกลาง , 4 จังหวัดภาคตะวันออก และ 3 จังหวัด ใต้ อันดามัน

………………………………………………………………………………………………

27 กันยายน 2555

เที่ยงวันทันเหตุการณ์
http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=13547&year=2012&month=09

วันนี้มาติดตามสถานการณ์ฝนหนักของไทยกัน

ทีวี360องศา เกาะติดตามการรายงานฝนตกหนักที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ
แม้ดัชนีการนับถอยหลังการสิ้นสุดหน้าฝน ตามปฏิทินฤดูกาล ของทีวี360องศา ดัชนีช่วยคุณผู้ชมติดตามสถานการณ์ฝนหนักในบริเวณประเทศไทยตอนบน
จะบอกว่าเหลืออีกเพียง 18 วัน เท่านั้น

-สถานการณ์ภาพใหญ่คือ มวลเย็นจีนยังคงกดลงมา, ลมมรสุมยังแรง และอัดเข้ามา 2 ประสาน ให้ร่องมรสุมที่พาดผ่านตอนกลางของประเทศ มีกำลังแรง

-ข้ามคืนที่ผ่านมา ภาคใต้ฝั่งอันดามัน โดยเฉพาะภูเก็ต อ่วมสุด
-ที่อำเภอเมืองภูเก็ต วัดปริมาณน้ำฝนใน 24 ชั่วโมงได้ถึง 104 มิลลิเมตร
-ฝนขนาดนี้ไม่ต้องพูดถึง เป็นฝนหนักรุนแรงที่ทำให้เกิดน้ำท่วมน้ำหลาก ดินถล่มได้ง่ายๆ

-และจากภาพเรด้าร์ตรวจอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ล่าสุด เมฆฝนที่ทำให้มีฝนตกหนัก อยู่บริเวณเกาะยาว ในอ่าวพังงา ทิศทางการเคลื่อนตัว เมฆลงใต้เรื่อยๆ อาจเข้าหาจังหวัดกระบี่ ได้ ในอีกไม่นานนี้

-ส่วนกรุงเทพมหานคร เมื่อวานฝนตกกลางดึก แล้วเช้าฟ้าเปิด แสงแดดสาดส่อง
กรมอุตุนิยมวิทยา บอกว่า หลังเที่ยงไปแล้ว เมฆมาก จะกลับมา
เพราะลมมรสุมจะแรงขึ้น ทำให้มีความชื้นเข้ามาในร่องมรสุมที่พาดผ่านอยู่เหนือศรีษะคนกรุงเทพได้
ย้ำว่า ขอให้เชื่อคำเตือนของกรมอุตุนิยมวิทยา ฝนจะตกหนัก ในช่วงบ่ายถึงค่ำ ยาวถึงวันที่ 2 ตุลาคม

จุดเสี่ยงฝน เย็นวันนี้ เหมือนเมื่อวาน คือ กรุงเทพฝั่งตะวันตก หรือ ฝั่งธนบุรีทั้งหมด แถมมีปริมณฑล คือ นครปฐม สมุทรปราการ และสมุทรสาคร ด้วย

และจากการที่มีฝนหนักในภาคใต้ฝั่งอันดามัน
กรมทรัพยากรธรณี ประกาศเฝ้าระวังภัยดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก ในระยะ 1-2 วันนี้
ที่ ระนอง พังงา กระบี่ และภูเก็ต

เรื่องเด่นเย็นนี้

ทีวี360องศา สดเกาะติดสถานการณ์ฟ้าฝนทั่วไทย
สำหรับการนับถอยหลังการสิ้นสุดหน้าฝน ตามปฏิทินฤดูกาล ของทีวี360องศา
วันนี้ เหลืออีก 18 วันจะสิ้นหน้าฝน แล้วนะครับ
การสแกนฝนทั่วไทย พบจุดที่น่าสนใจ และเตือนภัยคุณผู้ชมได้หลายจุด

-เริ่มจากร่องมรสุม ขณะนี้ยังมีกำลังแรง และพาดผ่านภาคกลาง ตะวันออก และใต้ตอนบน
-ตอนบน ฝนกำลังเกาะกลุ่มอยู่ทาง ภาคกลางตอนล่างค่อนไปทางอีสาน
-ขณะที่ภาคใต้ ฝนหนักที่ระนอง พังงา สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต กระบี่ ตรัง ตลอดวัน
-โซนนี้จึงเป็นโซน อันตราย ที่อาจจะตามมาด้วย น้ำท่วม น้ำหลาก ดินถล่ม เพราะดินบนภูเขาชุ่มน้ำมากแล้ว

-มาถึงจุดสำคัญ กรุงเทพและปริมณฑล น่าติดตามคือกลุ่มเมฆที่พาดยาว มาตั้งแต่สิงห์บุรี สระบุรี ปราจีนบุรี และสระแก้ว
-กำลังมุ่งหน้ามาทาง ตะวันตกเฉียงใต้ เข้าหากรุงเทพมหานคร
-ความเสี่ยงคือจะทำให้ช่วงใกล้ค่ำ กรุงเทพฝั่งตะวันออก – กรุงเทพเหนือ เป็นด่านหน้า ด่านแรก ที่จะเจอกับฝนกลุ่มนี้ได้ ถ้าไม่สลายตัวไปเสียก่อน
-แน่นอนตรงนี้มี ถนนสายไหม วิภาวดีรังสิต รังสิต ลำลูกกา จนถึงถนนที่เข้ามาในเมือง
-ดังนั้น ใครจะไป หรือจะเดินทางในโซนกรุงเทพฝั่งตะวันออก วางแผนการเดินทาง หรือการนัดหมาย ในช่วงเย็นวันนี้ด้วย

******จุดเสี่ยงฝน
-ส่วนคืนนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาบอกว่า มีโอกาสสูงที่จะมีฝนหนักเหมือนเมื่อคืน
-ระวังจะมีน้ำท่วมขังได้ ขอให้ดูแลท่อระบายน้ำหน้าบ้านของตัวเอง อย่าให้มีอะไรอุดตัน ตอนเช้าตื่นขึ้นมาจะได้ไม่ต้องเจอกับน้ำท่วมขัง

-ขณะนี้ ทีวี360องศา ประกาศผล 100 ผู้โชคดี ที่ได้ไปทำกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมและการติดตามการบริหารจัดการน้ำเขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก
-ตรวจสอบได้ที่เวปไซด์ของทีวี360องศา และรีบยืนยันการเดินทางภายใน 30 กันยายน
-พฤหัสหน้า เราเดินทางกันแล้ว

………………………………………………………………………………………………..

26 กันยายน 2555

เที่ยงวันทันเหตุการณ์
http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=13520&year=2012&month=09
-วันนี้มาดู พิบัติภัยในมุมต่างๆ ของโลกกัน

-วันนี้ ทีวี360องศา สแกนทั่วโลกอีกครั้ง พบภาพของพิบัติภัยทั่วโลก ที่เป็นลักษณะเด่นของวันนี้ คือ พายุ
-นี่คือภาพ การกำหนดจุดพายุลงในแผนที่โลก โดย เฮอร์ริเคนโซนดอทคอม
-ทำให้เห็นภาพพายุ 4 ลูก ที่กำลังเกิดขึ้นบนโลกของเราตอนนี้
-2ลูกแรก อยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกด้านตะวันตก คือ ไต้ฝุ่นเจอลาวัต และโซนร้อนเอวิเนียร์
-ลูกที่ 3 อยู่ในแอตแลนติค คือ โซนร้อนนาดีน และ
-ลูกที่ 4 เฮอริเคนมีเรียม อยู่ในแปซิฟิกด้านตะวันออก

-ภาพรวมพิบัติภัย แยกตามภูมิภาค เป็นดังนี้
-เอเชีย
-ไต้ฝุ่นเจอลาวัต จะเข้าใกล้ไต้หวัน 28-29 กันยายน ทิศทางคล้ายกับพายุซันปา ที่ถล่มไต้หวันก่อนหน้านี้
-ส่วนญี่ปุ่น ก็เตรียมรับมือกับ โซนร้อนเอวิเนียร์ 28-29 กันยายน นี้เช่นกัน
-การเตือนภัยน้ำท่วม มีใน ฟิลิปปินส์ ทางเหนือของอินเดีย และปากีสถาน
ส่วนฝนหนัก มีในมาเลเซีย ทั้งบนคาบสมุทรมาเลเซีย และเกาะบอร์เนียว

-โซนยุโรป เป็นอีกสัปดาห์ที่ค่อนข้างสงบ
ที่อังกฤษ ยังมีเตือนน้ำท่วม
ไฟไหม้ป่า มีเตือนที่สเปน
และลมแรง ที่ออสเตรีย

-โซนอเมริกา
ไฟป่าและภัยแล้ง ยังกระหน่ำ ทางตะวันตกของสหรัฐฯ และเม็กซิโก
ส่วนความเคลื่อนไหวพายุ โซนร้อนนาดีน ยังอยู่ในแอตแลนติก ไม่มีผลกระทบกับประเทศใด
และ เฮอริเคนมีเรียม กำลังมุ่งหน้าเข้าทางคาบสมุทรบาฮาแคลิฟอร์เนีย ประเทศเม็กซิโก
แบบนี้ ทางใต้ของสหรัฐและเม็กซิโก จะได้ฝนคลายแล้ง

-ในส่วนของไทย การนับถอยหลังหน้าฝน ตามปฏิทินฤดูกาล ของทีวี360องศา
วันนี้ ตัวเลขต่ำ20แล้ว นั่นคือ เหลืออีก 19 วันจะสิ้นสุดฤดูฝน
ส่วนภาพรวมอากาศเป็นดังนี้
กรมอุตุนิยมวิทยา ยังคงเตือนภัยฝนตกหนักถึงหนักมากในประเทศไทย
เพราะปัจจัยฝนหลักๆ มีกำลังแรงในช่วงนี้
วันนี้ ฝนจะหนักใน อีสานตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้
คุณผู้ชมที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ขอให้ระวังอันตราย อีก 2 วัน
คลื่น ในอ่าวไทยตอนบนและอันดามันสูง 2 เมตร ยาวถึง 30 กันยายน เดินเรือระวังด้วยครับ
ปิดท้าย จุดเสี่ยงฝนเย็นนี้
ทั้งกรุงเทพ ยังเสี่ยงฝนหนักเช่นเดิม ตั้งแต่บ่ายวันนี้
โดยแนวโน้ม ยิ่งเย็น โอกาสเสี่ยงฝนที่ตกหนัก ก็จะเพิ่มสูงขึ้น
ขอให้วางแผนการเดินทางและการนัดหมายเผื่อเวลา หรือเลือกใช้ระบบขนส่งมวลชน เพื่อลด รถติดขัด ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ครับ

เรื่องเด่นเย็นนี้
http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=13531&year=2012&month=09
วันนี้ยังเกาะติด ภาพฝนหนัก ของกรุงเทพมหานคร

สำหรับการนับถอยหลังการสิ้นสุดหน้าฝน ตามปฏิทินฤดูกาล ของทีวี360องศา
วันนี้ ตัวเลขต่ำ 20 แล้ว คือเหลืออีก 19 วันจะสิ้นหน้าฝน

-ทีวี360องศา ได้รวบรวมจุดเสี่ยง
ที่ขอให้คุณผู้ชมหลีกเลี่ยง หากมีฝนตกหนักนับจากนี้
กลุ่มเมฆฝนได้ก่อตัวอยู่ บริเวณกรุงเทพมหานครฝั่งตะวันตก ได้แก่
สามพราน กระทุ่มแบน เขตหนองแขม บางแค บางขุนเทียน ตอนนี้ฝนตกประมาณ102มิลลิเมตรต่อชั่วโมง ฝนขนาดนี้ทำให้เกิดน้ำท่วมขัง

ใครไปบริเวณนี้ได้แก่ ถนนเพชรเกษม, ถนนพระราม2, ถนนกำนันแม้น
ใครที่จะไปทางฝั่งตะวันตกเพื่อเวลาด้วยนะครับ
ย้ำนะครับ กรุงเทพมหานครอยู่ได้ร่องแนวมรสุมที่มีกำลังแรง ร่องแรง ฝนแรง
ดังนั้น วันนี้ถึง 2 ตุลาคม จะเสี่ยงเจอฝนหนัก ระดับ 80-90 มิลลิเมตร ได้ทุกเย็น

ฝนระดับนี้ หน้าตาเป็นอย่างไร
ก็ดูง่ายๆ ครับ ถ้าฝนตกใน กทม.เกิน 60 มิลลิเมตร ก็น้ำท่วมแล้ว
ดังนั้น ฝน80-90มิลลิเมตร ก็คือ ฝนที่หนักมากๆ ที่ทำให้น้ำท่วมขัง ได้ง่ายๆ นั่นเอง

ทีวี 360 องศา ได้รวบรวมจุดเสี่ยงน้ำท่วมขังหากมีฝนตกหนัก 24เขต

ได้แก่ บริเวณ วังทองหลาง บางกะปิ ลาดพร้าว จตุจักร ห้วยขวาง วัฒนา สวนหลวง คลองเตย ดอนเมือง สายไหม บางซื่อ หลักสี่ ปทุมวัน

พญาไท สาทร บางรัก ราชเทวี บางกอกน้อย บางกอกใหญ่ ธนบุรี คลองสาน ราษฎร์บูรณะ บางคอแหลม ยานนาวา

-และเนื่องจากกรุงเทพ มีโอกาสเสี่ยงเจอฝนหนักได้ทั้งกรุง
คำแนะนำก็คือ ขอให้เผื่อเวลาเดินทางในช่วงเย็น หรือเลื่อนการนัดหมาย ให้เร็วขึ้น
หากจำเป็นต้องเดินทาง ขอให้ใช้ระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ
เพื่อลดปัญหาการจราจร และการเผาผลาญเชื้อเพลิง ที่เป็นพิษกับสิ่งแวดล้อม

……………………………………………………………………………………………….

25 กันยายน 2555

เที่ยงวันทันเหตุการณ์
http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=13498&year=2012&month=09

-วันนี้มาติดตาม ความเป็นไปในภูมิภาคเอเชีย
-สัปดาห์นี้ ภูมิภาคเอเชียของเรา โดดเด่นอีกครั้ง กับความเคลื่อนไหวของพายุ ฝนตกหนัก และอุทกภัย
นั่นคือการก่อตัวของพายุ 2 ลูก
ลูกแรก ไต้ฝุ่นเจอลาวัต ก่อตัวตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว ตอนนี้ มีความเร็วลมศูนย์กลางกว่า 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ห่างไปทางตะวันออกของฟิลิปปินส์แค่ 400 -500 กิโลเมตร
มวลอากาศในบริเวณนี้ จะบังคับให้เจอลาวัต ม้วนไปหาไต้หวัน ช่วง วันที่27 – 28 กันยายน

อีกลูก พายุโซนร้อนเอวิเนียร์ ความเร็วลม 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
อยู่ห่างจากไต้ฝุ่นเจอลาวัต 1,000 กิโลเมตร
ลูกนี้มุ่งหน้า ถึงตอนใต้ของญี่ปุ่น 28 กันยายน

ภาพรวมลักษณะอากาศเอเชีย เป็นดังนี้
ก่อนพายุจะเดินทางมาถึง ย่านเอเชียตะวันออกจะมีอากาศที่สดใส
ไม่ว่า ญี่ปุ่น เกาหลี จีนเซี่ยงไฮ้
ไต้หวัน ฮ่องกง จีนตอนกลางและใต้ มีฝนก็ ฝนฟ้าคะนองธรรมดา

- กลุ่มอาเซียน AEC 10 ประเทศ
-ฝนจะเกาะอยู่ทางพม่า ไทย ลาว เวียดนาม กัมพูชา
-มีใต้ตอนบน บริเวณด้ามขวานของไทย ที่อาจมีฝนหนักกว่าเพื่อน
-ส่วนใต้ไทยลงไป
-มาเลเซีย อินโดนิเซีย สิงค์โปร์ บูรไน ฝนเล็กน้อย

-มาดูทางเอเชียใต้
วันถึง2วันนี้ ทางอัสสัมของอินเดีย ยังจะมีฝนหนักได้อยู่
ฝนจะเกาะอยู่ทางใต้ของอินเดีย และศรีลังกา
มัลดีฟส์ มีฝนฟ้าคะนอง

-เอเชียตะวันตกเฉียงใต้
-อากาศยังร้อนจัด ท้องฟ้าแจ่มใส
-ร้อนสูงสุดอยู่ที่คูเวต42องศา

-ส่วนของไทย ตอนนี้เหลืออีก 20 วัน จะสิ้นสุดปฏิทินฤดูกาล

-อากาศวันนี้ เป็นดังนี้
-บ่ายถึงค่ำวันนี้ มีโอกาสเสี่ยงเจอฝนหนักแล้วนะครับ
-กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนภัยฝนตกหนักในประเทศไทยตอนบน โดยเฉพาะในภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ในวันนี้ และให้ระวังต่อเนื่อง 3 วัน
-และเนื่องจากลมมรสุมแรงขึ้น คลื่นในทะเลจะสูง2เมตร เดินเรือระวังนะครับ
ปิดท้าย พื้นที่เสี่ยงฝนเย็นนี้
ทั้งกรุงเทพ เสี่ยงฝนหนักตั้งแต่ 4 โมงเย็น
นอกจากนี้ ปราจีนบุรี สระแก้ว ระนอง พังงา เตรียมรับมือฝนหนัก ในช่วงเย็นนี้ด้วยครับ

เรื่องเด่นเย็นนี้

http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=13512&year=2012&month=09

วันนี้มาติดตาม ฝนในค่ำคืนนี้ กัน

ในขณะที่การนับถอยหลัง หรือ การ Countdown การสิ้นสุดฤดูฝน ตามปฏิทินฤดูกาล ของทีวี360องศา /
จะพบว่า เหลืออีก 20 วัน
แต่วันนี้ถึง 1 ตุลาคม ก็ยังเป็นช่วงเวลาที่เราจะมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่

-สาเหตุเพราะ ตอนนี้เรามีร่องมรสุมพาดผ่านตอนกลางประเทศ
-และขณะนี้ ความกดอากาศสูง หรือมวลอากาศเย็นจากจีน ได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน
-ขณะที่ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ก็แรงขึ้นด้วย
-2แรงดันเข้ามา ทำให้ร่องมรสุมมีกำลังแรง

-ดังนั้น ตั้งแต่วันนี้ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคอีสานตอนใต้ และภาคใต้
-กรมอุตุนิยมวิทยา จึงประกาศเตือนภัย ฝนตกหนักถึงหนักมาก
ขอให้ระวังอันตราย 3 วันจากนี้
ส่วนคลื่น สูง 2 เมตร เดินเรือระวัง

-ทีวี360องศา เจาะลึกลงไปต่อ ว่า คืนนี้ หรืออีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ฝนที่ว่า “หนัก”นั้น จะหนักตรงไหนบ้าง
-จากโมเดลพยากรณ์อากาศ ของกรมอุตุนิยมวิทยา
-1 ทุ่ม หรืออีกชั่วโมงกว่าๆ โซนฝนตกจะครอบคลุมไล่ตั้งแต่ภาคเหนือ ภาคกลาง อีสาน และภาคตะวันออก
จังหวัดที่เสี่ยงฝนตกหนักคือ สระแก้ว ปราจีนบุรี และนครนายก

- ปราจีนบุรี บริเวณเสี่ยงสุดคือ พื้นที่น้ำท่วมเดิม ในกบินทร์บุรี ศรีมหาโพธิ อำเภอเมือง และบ้านสร้าง
นครนายก ฝนจะหนักที่ บ้านนา และอำเภอเมือง
-ส่วนกรุงเทพ ฝนช่วง 1 ทุ่ม จะเบากว่าช่วงเย็นที่ตกในหลายพื้นที่
-ดังนั้น ถ้าทยอยกลับบ้าน หรือออกเดินทางหลังทุ่ม อาจเจอฝนตกและรถติด ที่น้อยกว่าได้ครับ

-ที่น่าสนใจก็คือ คืนนี้ ฝนในภาคกลาง ตะวันออก และใต้ฝั่งอันดามัน มีแนวโน้มลากยาวทั้งคืน บางที่ถึงเช้าได้เลย
-โดยเฉพาะภาคตะวันออก ฉะเชิงเทรา ชลบุรี จันทบุรี และตราด ยังจะเจอฝนหนักได้ทั้งคืนอีกด้วย
และตอนนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ก็ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลัน น้ำล้นตลิ่ง เช่นกัน
ใน 8 ภาคตะวันออก และ 6 จังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ถึง 28 กันยายน

ส่วนจุดเสี่ยงฝนค่ำนี้ ในกรุงเทพมหานคร
ต้องบอกเลยว่า สัปดาห์นี้ทั้งสัปดาห์ คนกรุงเทพ ต้องทำใจ เราจะเจอฝนหนักได้แทบทุกเย็น ในทุกวัน
ฝนกรุงเทพสัปดาห์นี้ เป็นฝนหนัก แบบที่ทำให้เกิดน้ำท่วมขังได้ทุกที่
ขอให้วางแผนการเดินทาง หรือการนัดหมาย ช่วงเย็นดีๆ
สัปดาห์นี้ ไม่เอื้อให้ไปไหนนัก เพราะแค่กลับบ้าน โอกาสสาหัสจากการจราจรและน้ำท่วมขัง ก็มีสูงแล้วครับ

…………………………………………………………………………………………….

24 กันยายน 2555

เที่ยงวันทันเหตุการณ์
http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=13480&year=2012&month=09
-เกาะกระแส 2012 วันสิ้นโลกประจำสัปดาห์ กับความจริงที่แสนมหัศจรรย์ของโลก

-คุณผู้ชมทราบหรือไม่ นับจากวันนี้เป็นต้นไป ช่วงเวลากลางคืนของไทย จะยาวนานขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ช่วงกลางวันจะหดสั้นลง
-โดยช่วงเวลากลางคืน จะยาวนานที่สุด ในวันที่ 21 ธันวาคม 2012
-คุ้นไหมครับ 21 ธันวาคม 2012 ตรงกับวันคำทำนายวันสิ้นโลก พอดี
-แต่เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับ คำทำนายที่เลื่อนลอย เพราะเป็นเรื่องจริง จากความมหัศจรรย์ของโลก อย่างเปิดไว้ตอนเข้ารายการ

-นั่นคือ เพราะโลกของเรามีการหมุนรอบดวงอาทิตย์ และมีการเอียงแกนของโลก เข้าหาดวงอาทิตย์ ในมุมที่แตกต่างกันด้วย
-ผลคือทำให้แสงอาทิตย์ตอนเที่ยงวัน ตั้งฉากบนผิวโลกแตกต่างในแต่ละวัน
-นั่นคือ 21 มีนาคมของทุกปี แสงอาทิตย์จะตั้งฉากที่เส้นศูนย์สูตร พอดี
-จากนั้น โลกจะค่อยๆ เอียงซีกโลกเหนือเข้าหาดวงอาทิตย์ จน 21 มิถุนายน เอียงสุด ทำให้แสงอาทิตย์ตอนเที่ยงวันตั้งฉากที่เส้น ทรอปิคออฟแคนเซอร์ หรือที่ละติจูด 23 ½ องศาเหนือ
-จากนั้น โลกก็จะกลับมาค่อยๆเอียงซีกโลกเหนือออกห่างดวงอาทิตย์ ขณะที่ซีกโลกใต้ จะเอียงเข้าหาดวงอาทิตย์แทน
-จนมาถึง 22-23 กันยายนที่ผ่านมา โลกได้เอียงจนแสงอาทิตย์ตั้งฉากตอนเที่ยงวัน ตั้งฉากที่ศูนย์สูตรอีกครั้ง
-เรียกวันนี้ว่า วันอิควินอกซ์ ภาษาไทยเรียก วันวิษุวัติ
-หรือวันที่มี ช่วงเวลากลางวันกับกลางคืนบนโลก ยาวเท่ากันพอดี
-ถ้าใครมีโอกาสสังเกต จุดที่พระอาทิตย์ขึ้น และตก เมื่อวันเสาร์ จะอยู่ตรงทิศตะวันออกและตะวันตก พอดี
-นี่เองที่ผมบอกว่า หลังจากวันนี้ไปแล้ว เราจะมีกลางคืนที่ยาวนานขึ้น ขณะที่กลางวันหดสั้นลง
-เพราะเราอยู่ในซีกโลกเหนือ และโลกจะค่อยๆ เอียงซีกโลกใต้เข้าหาดวงอาทิตย์ต่อ
-และขอให้คุณผู้ชมสังเกต จากนี้บนโลก เราจะเห็นตะวันอ้อมใต้มากขึ้นทุกวันๆ
-เราจะไม่เห็นพระอาทิตย์ขึ้นและตก ตรงทิศตะวันออกและตก อีกแล้ว จนกว่า 21 มีนาคมและ 23 กันยายน ในปีหน้า
-จนในที่สุด โลกก็จะเอียงซีกโลกใต้เข้าหาดวงอาทิตย์ที่สุด ในวันที่ 21 ธันวาคมของทุกปี
-แสงอาทิตย์ตอนเที่ยงวันจะตั้งฉากที่เส้นทรอปิคออฟแคปปริคอน หรือที่ละติจูด 23 ½ องศาใต้
-ทำให้เรามีกลางคืนที่ยาวนานที่สุดและกลางวันที่สั้นที่สุดแห่งปี และเป็นฤดูหนาว
-โดยไม่เกี่ยวกับคำทำนายที่เลื่อนลอยใดๆ
-แล้วโลกก็จะวนวัฏจักร กลับมาเอียงซีกโลกเหนือเข้าหาดวงอาทิตย์บ้าง จนวนไปที่ 21 มีนาคมเหมือนเดิม

-นาวาอากาศเอก ฐากูร เกิดแก้ว ผู้อำนวยการ ศูนย์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์โลกและดาราศาสตร์ บอกว่า
ปรากฏการณ์วันอิควินอกซ์ มีผลเพียงเล็กน้อย กับการเปลี่ยนแปลงฤดูกาลในประเทศเขตร้อน ซึ่งรวมถึงไทย ด้วย
เพราะของเรา จะเปลี่ยนฤดูได้ ต้องมาจากอิทธิพลของลมมรสุม เท่านั้น
อย่างเช่นตอนนี้ ถ้าจะให้เปลี่ยนจากฤดูฝน เป็นฤดูหนาว
ต้องรอให้ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ เปลี่ยนเป็นลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ เท่านั้น

และจากการนับถอยหลัง การสิ้นสุดฤดูฝนตามปฏิทินฤดูกาลของทีวี360องศา ซึ่งจะสิ้นสุดกลางเดือนตุลาคม
ตอนนี้เหลืออีก 21 วัน ครับ

-พรุ่งนี้เป็นต้นไป ขอให้คุณผู้ชมกลับมาเตรียมการรับมือกับฝนที่จะกลับมาตกชุกตกหนักรุนแรงอีกครั้ง
-เหตุเพราะความกดอากาศสูง หรือมวลเย็นจากจีน จะแผ่ลงมาอีก ทำให้ร่องมรสุมที่พาดอยู่กลางประเทศ มีกำลังแรงขึ้น ขณะที่ลมมรสุมก็มีกำลังแรงขึ้น ผสมโรงเข้าไปด้วย
-โดยภาพฝนหนัก น้ำท่วมขัง น้ำหลาก รถติดวินาศสันตโร อาจจะกลับมาหลอน อีกได้ครับ
-สำหรับจุดเสี่ยงฝนรอบกรุง ก่อนกลับบ้านเย็นนี้
-โซนกรุงเทพตะวันออก สายไหม หนองจอก คลองสามวา เสี่ยงมีฝนได้นะครับ
-วางแผนการเดินทางเผื่อเวลากันด้วย

เรื่องเด่นเย็นนี้
http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=13486&year=2012&month=09

วันนี้มาติดตาม ภาวะฝนหนักๆ ที่จะเกิดขึ้น นับจากนี้

แม้ว่าช่วงเวลาฝนหนักๆ กำลังจะกลับมาอีกแล้ว แทบทั่วประเทศ
แต่การ Countdown หรือ การนับถอยหลัง การสิ้นสุดฤดูฝนตามปฏิทินฤดูกาล ของทีวี360องศา / ดัชนีช่วยคุณผู้ชมรับมือฝนหนักๆ
ตอนนี้ พบว่า เหลืออีก 21 วัน ครับ

ส่วนช่วงนี้ เป็นช่วงเวลาฝนหนักก็เพราะว่า
ความกดอากาศสูง หรือมวลอากาศเย็นจากจีน ได้แผ่เข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบนอีกแล้ว
จำได้ใช่มั้ยครับ เวลาความกดอากาศสูงมา จะดันให้ร่องมรสุมที่พาดกลางประเทศไทย เลื่อนต่ำลงมา
แถมช่วงนี้ ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ มีกำลังแรงขึ้นด้วย
แบบนี้ ร่องมรสุมมีกำลังแรง ร่องแรง ฝนแรง จำง่ายๆ

-นายสมชาย ใบม่วง รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา บอกว่า ใครอยู่ใต้ร่องมรสุม จะเจอกับฝนหนัก แน่นอน ตั้งแต่วันนี้
โดย ช่วงที่ความกดอากาศสูงจากจีนลงมา จะทำให้ เหนือ-อีสาน มีฝนหนัก ในช่วงวันที่ 24-26 กันยายน จากนั้น ฝนจะลดน้อยลง
แบบนี้ พื้นที่น้ำท่วมแม่น้ำยม แถวพิษณุโลก และพิจิตร เตรียมระวังสถานการณ์น้ำ พรุ่งนี้-มะรืนนี้ด้วย
ส่วนพื้นที่ใต้แนวร่องมรสุม มี ลุ่มเจ้าพระยา ที่กำลังรอรับมือน้ำเหนือ กรุงเทพมหานคร และปราจีนบุรี ที่กำลังมีน้ำท่วมจากแม่น้ำปราจีนบุรี
รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา บอกว่า มีโอกาสเจอกับฝนระดับ 100 มิลลิเมตร ใน 24 ชั่วโมง
ฝนระดับนี้ หมายถึง ฝนที่จะทำให้กรุงเทพมีน้ำท่วมขัง และรถติดวินาศสันตโร ได้ง่ายๆ
ขณะที่พื้นที่น้ำท่วม ถ้าการระบายน้ำไม่ดี สถานการณ์น้ำท่วมจะหนักเข้าไปอีก
ทางที่ดี พื้นที่ภาคกลางควรเร่งระบายน้ำ ในตอนนี้ จะดีที่สุด
ส่วนพื้นที่ลุ่มน้ำปราจีนบุรี ขอให้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เพราะโอกาสสูง ที่ฝนจะหนักซ้ำในพื้นที่น้ำท่วม

ตอนนี้มาดูพื้นที่เสี่ยงฝนค่ำนี้กัน
ค่ำนี้ อาจเป็นค่ำสุดท้ายที่กรุงเทพจะปลอดฝน
วางแผนเดินทาง กลับบ้านก่อน 1 ทุ่ม พรุ่งนี้ มีโอกาสรอด เพราะหากกลับช้า อาจเจอฝนระดับ ทำให้มีน้ำท่วมขัง และรถติดหนักได้

ข่าววันใหม่

ทีวี 360 องศา มาจับสัญญาณความเปลี่ยนแปลงของโลก จากพฤติกรรมอันเกรี้ยวกราด ของหมีขั้วโลกเหนือ
เพราะพฤติกรรมนี้ เกิดขึ้นเพราะภาวะโลกร้อน ได้รุกรานหมีขั้วโลก รุนแรงมากขึ้นทุกที
พฤติกรรมเกรี้ยวกราด ไม่ได้เกิด เพราะหมีร้อน จากอุณหภูมิโลก ที่สูงขึ้น
แต่เกิดจาก “โลกร้อน” ไปทำให้แผ่นน้ำแข็งที่ขั้วโลก ละลาย จนเหลือน้อยลง
พอแผ่นน้ำแข็งลดลง จึงมีแผ่นน้ำแข็งให้หมี ใช้ในการออกล่าแมวน้ำ น้อยลงด้วย
ผลคือ หมีขั้วโลก จึงถูกจำกัดพื้นที่ให้ล่าแมวน้ำในบริเวณเดียวกันมากขึ้น สงครามแย่งอาหารจึงเกิดขึ้น
โดย national Geographic สำรวจพบว่า หมีขั้วโลก ตัวเมีย พยายาม ต่อสู้กับหมีตัวผู้ ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า เพื่อแย่งอาหารกันมากขึ้น
ซึ่งตามปกติธรรมชาติ หมีตัวผู้และตัวเมีย จะไม่ค่อยต่อสู้กัน
เมื่อพบว่า หมีตัวผู้สู้กับตัวเมีย กันมากขึ้น
นักวิทยาศาสตร์จึงเชื่อว่า เป็นสัญญาณอันตราย ที่แสดงให้เห็นว่า น้ำแข็งที่ขั้วโลกเหนือนั้นกำลังละลาย อยู่ในขั้นวิกฤติ
และจำนวน หมีขั้วโลกเหนือ ก็จะลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว ในอนาคตแน่

-กลับมาที่ประเทศไทย
-ก่อนหน้านี้ ทีวี 360 องศา ได้รายงานว่าทางเหนือหมอกลง เป็นสัญญาณการเปลี่ยนฤดู
-วันนี้ อีสานก็มีรายงาน หมอกลงในตอนเช้าเช่นกัน
จากการที่ช่วงนี้ความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากจีน ได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยเป็นระลอกที่ 2
เช้าวานนี้ ที่จังหวัดเลย จึงมีหมอกลงในหลายพื้นที่
จากภาพที่เห็น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นลักษณะของหมอกฝนผสมกับหมอกหนาว
เป็นสัญญาณว่า ทางเลย จะใกล้เปลี่ยนผ่านเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว

-ที่ลำปาง
ความกดอากาศสูงจากจีนที่ลงมา ก็ทำให้อากาศมีความแปรปรวนหนัก
และนี่คือเหตุผลที่ทำให้เครื่องบิน ไม่สามารถลงจอดที่สนามบินลำปางได้เมื่อเช้าวานนี้
เนื่องจากก่อนหน้านี้ ลำปางร้อนอบอ้าว พอมีอากาศเย็นเข้ามา จึงมีความปั่นป่วน และมีเมฆปกคลุมหนาทึบ จนเครื่องลงไม่ได้
นายทิวา พันธ์ไม้สี หัวหน้าสถานีอุตุนิยมวิทยาลำปาง คาดว่า ลำปางจะมีฝนหนัก 25-28 กันยายน นี้

………………………………………………………………………………………………

21 กันยายน 2555

เที่ยงวันทันเหตุการณ์

http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=13425&year=2012&month=09
-วันนี้ เราจะมาดูการสรุปสถานการณ์น้ำ ล่าสุดช่วงนี้ กันครับ

การนับถอยหลัง หรือ Countdown การสิ้นสุดหน้าฝน ตามปฏิทินฤดูกาล ของทีวี360องศา พบว่า เราเหลือเวลาอีก 24 วัน จะสิ้นหน้าฝน หรือสิ้นช่วงเวลาฝนหนักฝนแรง ที่จะสร้างปัญหาให้กับสถานการณ์น้ำ
และเมื่อเวลาเดินมาถึงช่วงท้ายสัปดาห์ การตรวจสอบสถานการณ์น้ำของทีวี 360 องศา พบภาพใหญ่ดังนี้

-เริ่มจากการติดตามสถานการณ์น้ำในเขื่อนใหญ่สำคัญ ที่จะมีผลกับสถานการณ์น้ำในลุ่มเจ้าพระยา
เขื่อนภูมิพล วันนี้ มีน้ำอยู่ที่ 57 % ของความจุอ่าง เพิ่มขึ้นจากศุกร์ที่แล้ว 3 % (7,646 ล้านลูกบาศก์เมตร) ระบายน้ำอยู่ที่ 5 หมื่นลูกบาศก์เมตร
เขื่อนสิริกิติ์ มีน้ำ 64 % (6,128 ล้านลูกบาศก์เมตร) เพิ่มขึ้นจากศุกร์ที่แล้ว 2 % ระบายน้ำอยู่ที่ 2 ล้านลูกบาศก์เมตร
เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน มีน้ำ 63% (590 ล้านลูกบาศก์เมตร) เพิ่มขึ้น 6% ระบายน้ำอยู่ที่ 1.73 ล้านลูกบาศก์เมตร
เขื่อนป่าสักชลสิทธ์ มีน้ำ 56 % (442 ล้านลูกบาศก์เมตร) เพิ่มขึ้น 8 % ระบายน้ำอยู่ที่ 13 ล้านลูกบาศก์เมตร
จะเห็นได้ว่า แม้ 4 เขื่อนใหญ่ จะมีน้ำเกินครึ่ง
แต่อีก 24 วันของฤดูฝน ดูท่าจะไม่ทำให้น้ำเขื่อนเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติอีกแล้ว
แถมเป้าหมายสิ้นฤดูฝน ต้องการให้มีน้ำในเขื่อน 70-80 % ด้วย

สำหรับสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา
ที่นครสวรรค์ ตอนนี้ น้ำไหลผ่านอยู่ที่ 1,762
ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือ 49 % ของปริมาณที่รับได้ (ลดลง)
-เขื่อนเจ้าพระยา น้ำไหลที่ 1,725
ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (61 %) (เพิ่มขึ้น)
บางไทร พระนครศรีอยุธยา น้ำไหลผ่าน 1,596 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (45.6%) (ลดลง)
ภาพรวม ยังคงไม่น่าเป็นห่วง
เพราะน้ำที่ไหลอยู่ ยังห่างไกล จากปริมาณที่จะสร้างปัญหาให้กับแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงกรุงเทพมหานครได้

-ตรวจสอบสถานการณ์น้ำ แม่น้ำปราจีนบุรี บ้าง
-นายทรงพล กำลังเก่ง ผู้อำนวยการศูนย์อุทกวิทยาและบริหารน้ำภาคตะวันออก สำนักชลประทานที่ 9 บอกว่า
-ระดับน้ำจากแม่น้ำปราจีนบุรี ทรงตัวแล้ว อีก 3-4 วัน ถึงจะลดระดับลง
-พรุ่งนี้น้ำจะไหลเข้าท่วม อำเภอศรีมหาโพธิ และไหลต่อไปยังอำเภอเมืองปราจีน
น้ำจะท่วม ที่อำเภอศรีมหาโพธิ 3-4 วันเช่นกัน ถึงจะลดลง และท่วมอำเภอเมือง 1-2 วัน
และวางใจได้ หากสัปดาห์หน้า ฝนยังหนักอีก ก็จะมาสมทบกับน้ำเก่าไม่ทัน เพราะน้ำระลอกเก่า จะไหลผ่านไปหมดแล้ว
ส่วนตอนนี้ เราจะดูภาพล่าสุดแม้น้ำเจ้าพระยาทั้งลำน้ำ จากกล้อง CCTV ของกรมชลประทานครับ
นครสวรรค์ น้ำต่ำกว่าตลิ่ง 3 เมตร
บางบาล ต่ำกว่าตลิ่ง 1 เมตร
บางไทร 1.31 เมตร
สำหรับจุดเสี่ยงฝนเย็นนี้
ไปอยู่ทางบรมราชชนนี และจรัญสนิทวงศ์
ส่วนต้นน้ำยม เย็นนี้อาจมีฝนหนักเช่นกัน ที่ น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ และสุโขทัย

จับตากันนะครับ เราเข้าสู่ช่วงเวลาฝนลดความรุนแรงลงแล้ว และจะค่อยๆ กลายเป็นฝนกระจาย ไม่หนักเหมือนเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา
แต่ช่วงบ่ายถึงค่ำ ยังเป็นช่วงเวลาเสี่ยงฝนมากที่สุดของวันอยู่เช่นเดิมครับ
โดยเฉพาะภาคกลางและภาคตะวันออก วันนี้ยังต้องระวังฝนหนักตอนเย็นอีกวันนะครับ

เรื่องเด่นเย็นนี้

http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=13441&year=2012&month=09

-วันศุกร์สุดสัปดาห์ ติดตามการคาดการณ์อากาศสัปดาห์หน้า

-ช่วงเวลานับถอยหลังการสิ้นสุดหน้าฝนของทีวี360องศาในขณะนี้ คือ เหลืออีก 24 วัน เราจะสิ้นสุดฤดูฝน ตามปฏิทินฤดูกาล
-ปฏิทินฤดูกาลของหน้าฝนไทย คือ เริ่มต้นกลางเดือนพฤษภาคม และสิ้นสุด กลางเดือนตุลาคม
-ช่วงท้ายหน้าฝนแบบนี้ เราจึงเจอฝนหนักๆแรงๆ โดยเฉพาะ ฝนที่ตกใต้เขื่อน และฝนแบบฝนถล่มกรุง ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมานั่นเอง

-สัปดาห์หน้า ช่วงเวลาฝนหนัก ก็จะยังอยู่ในพื้นที่เดิมๆ คือ ภาคกลาง-ภาคตะวันออกและภาคใต้ตอนบน แน่นอน มีกรุงเทพมหานครอยู่ด้วย
-เหตุก็เพราะว่า ช่วงเวลานี้ เป็นช่วงที่ความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากจีน จะแผ่ลงมาเรื่อยๆ
-เวลามาที ก็จะดันให้ร่องมรสุมพาดผ่านต่ำ คาดกลางประเทศ และก็มีกำลังแรงขึ้นด้วย
-ร่องไปอยู่ตรงไหน ฝนก็จะหนักตรงนั้น
-สัปดาห์หน้า จันทร์ที่24 มวลเย็นจีนนี้ จะแผ่ลงมาอีก จะทำให้ร่องมรสุมมีกำลังแรงขึ้น แถมปัจจัยเสริม คือ ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ก็มีกำลังแรงขึ้นด้วย
-ดังนั้น ตั้งแต่จันทร์หน้า ภาคกลาง-กรุงเทพ-ภาคตะวันออก-และภาคใต้ตอนบน เราจะเจอเข้ากับ 3 ประสาน ปัจจัยฝนหนัก

คาดการณ์ 7 วัน
-แบบนี้ภาพฝนหนักถล่มกรุง รถติดวินาศสันตโร และน้ำท่วมขัง มีโอกาสสูงทีเดียวที่จะเห็นกันอีก
-เช่นเดียวกับต่างจังหวัดในภาคกลาง-ตะวันออกและใต้ตอนบน ฝนหนักน้ำหลากน้ำท่วม อาจจะเกิดขึ้นที่ไหน อีกก็ได้
-ฝนภาคกลาง-ตะวันออก-กรุงเทพมหานคร จะอยู่ในเกณฑ์ 80-90% ของพื้นที่

-เหนือ-อีสาน ฝนจะกลับมาชุกขึ้น 70-80 % เช่นกัน
-ย้ำ ฝนคราวนี้จะตกในช่วงค่ำ ยาวถึงเช้าทีเดียว
-ภาคใต้ ฝั่งอ่าวไทย ฝนจะหนักตอนบน 60-70% ของพื้นที่ ฝั่งอันดามัน ฝนจะหนักสุดๆ เช่นกัน 80-90% ของพื้นที่
-สัปดาห์หน้า คลื่นจะสูง 2 เมตร เดินเรือระวังกันด้วย

พยากรณ์ 360 องศา
-สัปดาห์หน้า ต้องพกร่ม และวางแผนการเดินทางดีๆ
-ฝนหนักๆ จะมีในภาคใต้ตอนบน ตั้งแต่วันอาทิตย์นี้
-ส่วนเหนือ-อีสาน กลาง ตะวันออก และกรุงเทพมหานคร ฝนจะหนักตั้งแต่ วันอังคารหน้า
-เมื่อฝนมีในช่วงกลางคืน ขอให้เฝ้าระวังเวรยามกันดีๆ เพราะโอกาสน้ำหลากดินถล่ม ก็สูง เพราะดินตามภูเขาชุ่มน้ำมากแล้ว โดยเฉพาะภาคใต้ ตั้งแต่ระนองลงไป
-ปิดท้ายกับจุดเสี่ยงฝนค่ำนี้
-วันศุกร์ค่ำนี้ อาจจะไม่สุขเสียแล้วครับ
-โมเดลพยากรณ์ฝนของกรมอุตุนิยมวิทยา บอกว่า ค่ำนี้ ทั้งกรุงเทพก็ยังเสี่ยงฝนหนัก ซ้ำจุดเดิมๆ ที่โดนฝนหนักเมื่อวานนี้
-ขอให้เลื่อนเวลาที่จะออกไปไหนให้เร็วขึ้น เพราะชะตากรรมนี้ คนทั้งกรุงเทพ หนีไม่พ้นครับ
-มาดูประเด็นเบาๆ บ้าง
-เมื่อปีนี้ เขื่อนไม่น่าห่วงเรื่องตัวการทำน้ำท่วม เขื่อนเลยกลายเป็นที่ที่ยังไปเที่ยวได้



ข่าววันใหม่
-ทีวี360องศา วันนี้ มาดูภาพที่ทำให้คุณผู้ชม เห็นถึงการลดลงของน้ำแข็งที่บริเวณขั้วโลกเหนือ
-นี่เป็นภาพที่นำข้อมูลจากดาวเทียมสำรวจสภาพอากาศ ขององค์การนาซ่า สหรัฐอเมริกา มาประมวลเป็นภาพความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น บริเวณแผ่นน้ำแข็งที่ขั้วโลกเหนือ กลางมหาสมุทรอาร์คติก

-และภาพที่เป็นเป็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตั้งแต่เดือนสิงหาคม
-แสดงให้เห็น พายุหมุนไซโคลนที่ขั้วโลกเหนือ มีส่วนในการทำให้น้ำแข็งที่ขั้วโลกเหนือ ละลายอย่างน่าเป็นห่วง
-พายุหมุน ที่เกิดเมื่อต้นเดือนสิงหาคม ได้แยกแผ่นน้ำแข็ง ในบริเวณที่บางขึ้นทุกวัน ให้หลุดออกมาจากแผ่นใหญ่ และละลายไปในที่สุด
-ในอดีตก็เคยเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ แต่พายุตอนนั้นไม่อาจทำให้น้ำแข็งละลายได้มาก เพราะแผ่นน้ำแข็งในอดีต ไม่บางเหมือนในปัจจุบัน
-การละลายของน้ำแข็ง ที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ปัจจุบัน น้ำแข็งขั้วโลกเหนือมีขนาดเล็กที่สุดในรอบ สามทศวรรษ

-ศูนย์ข้อมูล หิมะและน้ำแข็งแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา รายงานว่า ฤดูร้อนปีนี้ น้ำแข็งขั้วโลกเหนือได้ทำลายสถิติลดลงเกินจุดที่เคยต่ำสุด ในวันที่ 16 กันยายน
-หากโลกยังปล่อยให้เป็นแบบนี้ นักวิทยาศาสตร์ก็เชื่อว่า ถ้าปราศจากน้ำแข็งขั้วโลก อาจทำให้ ทวีปอเมริกาเหนือ และ ยุโรป มีหน้าหนาวที่มีความแปรปรวนรุนแรง

-กลับมาที่ประเทศไทย
-หลังจากที่ทีวี360องศา รายงานว่า หมอกที่ลงจัดที่ลำปางเป็นสัญญาณเปลี่ยนฤดูเข้าสู่หน้าหนาว ที่เชียงใหม่ก็มีรายงานหมอกลงจัดเช่นกัน
-สภาพหมอกที่ลงจัด บนเส้นทางสายเชียงใหม่-พร้าว บ้านแม่หอพระ ตำบลช่อแล อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่
-รถที่สัญจรไปมา ต้องเปิดไฟหน้ารถเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ
-นอกจากหมอกหนา ฝนที่เชียงใหม่ก็ลดลงด้วย
-สาเหตุเกิดเพราะความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากจีน ได้ลงมา ทำให้ความชื้นกลายเป็นหมอกในตอนเช้านั่นเอง
-แม้นี่จะเป็นสัญญาณ แต่ให้เปลี่ยนเป็นหน้าหนาวเลย อาจต้องจับตาในช่วง กลางเดือนหน้า

ซับไตเติ้ลภาษาอังกฤษข่าววันใหม่

TV 360 Degree watches sings of global changes.

Take a look at the video shows shrinking Arctic ice.

An analyzed satellite photo from NASA is the evidence shows Arctic ice sea changes.

This white part is the Arctic.

Let’s take a look at the video.

This is the Arctic cyclone formed in August this year.

The cyclone has broken up the thinning Arctic sea ice,

contributed to the icecap’s shrinking.

The exact same storm occurred decades ago when the ice was thicker and more extensive. Therefore, the impact was not as strong as this one.

The Arctic ice has shrunk astonishingly to the smallest recorded in the past three decades.

The National Snow and Ice Data Center or NSIDC of USA reported, in September 16, the summer sea ice melting reached the lowest extent ever recorded.

Scientists believe to expect a more severe winter in North America and Europe.

Back to Thailand.

TV 360 Degree caught a changing season sign on Lampang before and agagin, in Chiangmai.

On Chiang Mai – Phrao road, Maetang district was very foggy in the morning.

The road visibility was very bad.

Please drive with cautions.

Moreover, the rainfall in Chiang Mai is also decreasing.
The sign of the cool season is here, still let’s follow the actual change in mid October.

Meteorologists said the fog caused by high pressure from China

mixed with humidity.

Last, let’s see the latest flooding situation.

Weather Girl

The chance of rain across Thailand will decrease.

The monsoon trough from Indian Ocean has weakened.

Northern Thailand, the chance of rain is likely to decrease to 30-40%.

We still expect 60-70% of lighter rain in the afternoon and evening over

the north-eastern, central, and eastern regions.

Flooding districts in the eastern area, the rain had tapered off.

If you plan to take a vacation in the South, there is a chance of rain in the afternoon onwards, but no strong wind.

………………………………………………………………………………………………

20 กันยายน 2555

เที่ยงวันทันเหตุการณ์

http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=13398&year=2012&month=09

-วันนี้มาดู พิบัติภัยในมุมต่างๆ ของโลกกัน

-จากวันนี้ เหลืออีก 25 วัน เราจะสิ้นสุดหน้าฝนตามปฏิทินฤดูกาลของปีนี้
-ข้อมูลนี้ทีวี360องศา ทำขึ้น เพื่อเป็นดัชนีให้คุณผู้ชมที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม ได้ทราบว่า
-ยิ่งจำนวนวันเหลือน้อยลง โอกาสที่เราจะเจอฝนหนักๆ ที่สร้างปัญหาน้ำท่วม ก็จะลดลงด้วย

-สำหรับการตรวจสอบพิบัติภัยทั่วโลก เป็น ดังนี้
-เอเชีย พายุซันปา หลังถล่มจุดสุดท้ายเกาหลีเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ขณะนี้ได้สลายตัวไปแล้ว
-ส่วนอนาคต ทางตะวันออกของฟิลิปปินส์ มีหย่อมความกดอากาศต่ำ ที่มีแนวโน้ม จะก่อตัวเป็นพายุลูกต่อไป
-สำหรับการเตือนภัยน้ำท่วม มีใน ปาปัวนิวกินี ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย ไทย อินเดีย และปากีสถาน
-นอกจากนี้ สัปดาห์นี้ มีการเตือนการปะทุตัวของภูเขาไฟในอินโดนีเซีย ถึง 5 ลูก

โซนยุโรป และแอฟริกา
สัปดาห์นี้ค่อนข้างสงบเมื่อเทียบกับ สัปดาห์ที่แล้ว
โซนอเมริกา สถานการณ์ไฟป่าลดลง ในแคนาดา
แต่การเตือนไฟป่า ทางตะวันตกของสหรัฐอเมริกา ยังมีอยู่
สถานการณ์ความแห้งแล้ง ตอนกลางของอเมริกา และเม็กซิโก ยังยืดเยื้อ
ไฟป่า ยังลามไปเตือนทางอเมริกาใต้ ในเอกวาดอร์ และโบลิเวียด้วย
สำหรับ พายุ 2 ลูก นาดีน และเลน ยังอยู่ไกลจากฝั่งอีกมาก

-สุดท้าย ภูมิภาคออสเตรเลีย
-การเตือนภัยพิบัติในสัปดาห์นี้ ไม่มีครับ

-จับตากันครับ พรุ่งนี้ร่องมรสุมจะอ่อนกำลังลง เราจะกลับมามีฝนลดลง แต่ไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่ไม่หนักเหมือนเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมาเท่านั้น
วันนี้ กลุ่มฝนหลักๆ อยู่ในภาคเหนือตอนล่าง ด้านตะวันตกของภาคกลาง และชายฝั่งจันทบุรี
ขอให้คุณผู้ชม ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก อีกวันนะครับ

สำหรับจุดเสี่ยงฝนเย็นนี้
กรุงเทพฝั่งธนบุรี หรือกรุงเทพตะวันตก เสี่ยงทั้งหมดเลยครับ
นอกจากนี้ ใครจะมาทางพระราม 3 , พระราม 4 , สุขุมวิท ,พระโขนง , บางนา-ตราด, อ่อนนุช ก็มีความเสี่ยงเจอฝน เช่นเดียวกัน ครับ
ปิดท้ายด้วยการเชิญชวนคุณผู้ชมมาร่วมรณรงค์ ใช้จักรยาน เนื่องในวัน คาร์ฟรีเดย์
-เสาร์ที่22 กันยายนนี้ เป็นวันปลอดรถยนต์สากล หรือ คาร์ฟรีเดย์
-แต่เพื่อให้เกิดกระแสในคนไทย
-คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จึงรณรงค์ด้วยการเรียงตัวกันของนักศึกษาบนสนามหญ้า
-แปรสัญลักษณ์ ลดการใช้รถยนต์ ส่งเสริมการเดินทางสีเขียว คืนปอดให้สังคม
-นาย จิรพล สินธุนาวา บอกว่า การเดิน, ปั่นจักรยาน หรือ ใช้บริการขนส่งมวลชน นอกจากช่วยโลก ยังได้สุขภาพดี และประหยัดเงินในกระเป๋า
-นอกจากนี้ ในวันที่ 23 กันยายน จะรวมตัวขบวนจักรยานนับหมื่นคัน ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า
-มุ่งหน้าสู่ลานพระบรมรูปทรงม้า เพื่อแสดงพลังรณรงค์ คาร์ฟรีเดย์ของคนไทยด้วย
-คุณผู้ชมสนใจ ก็ไปได้เลยนะครับ

เรื่องเด่นเย็นนี้

http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=13412&year=2012&month=09

วันนี้ มาติดตามสัญญาณการเปลี่ยนฤดูของไทยกันบ้างครับ

-คุณผู้ชมที่ติดตามอย่างต่อเนื่อง คงทราบดีว่า ทีวี360องศากำลัง Countdown หรือนับถอยหลัง การสิ้นสุดหน้าฝนของไทย ตามปฏิทินฤดูกาลของปีนี้
-จากวันนี้ ก็เหลืออีก 25 วัน ย้ำว่า นี่เป็นดัชนีหนึ่ง ที่ช่วยในการติดตามสถานการณ์น้ำท่วม
-ยิ่งจำนวนวันเหลือน้อยลง โอกาสที่เราจะเจอฝนหนักๆ ที่สร้างปัญหาน้ำท่วม ก็จะลดลงด้วย

และจากการที่ ทีวี360องศา นับถอยหลังหน้าฝนนี้เอง เลยจับสัญญาณการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล ได้ด้วย..
ใครผ่านไปถนนสายลำปาง-แจ้ห่ม ในตอนเช้า ช่วง2-3วันที่ผ่านมา จะเห็นมีหมอกลงจัด
จนทัศนวิสัย หรือการมองเห็นระยะไกล ลดลงเหลือเพียง 200 เมตร
อาจดูไม่ใช่เรื่องแปลก แต่นี่แหละ คือ สัญญาณเปลี่ยนฤดู ที่ว่า

-สำนักงานอุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ บอกว่า หมอกที่ลงจัดที่ลำปาง เกิดจากความกดอากาศสูงจากจีน ได้แผ่ลงมาปกคลุมในภาคเหนือ
-เมื่อเจอกับความชื้นที่มีอยู่ จึงกลายเป็นหมอกหนาในตอนเช้า

-นายสมิทธ ธรรมสโรช อดีตอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา บอกว่า
นี่เป็นสัญญาณเริ่มเปลี่ยนเป็นฤดูหนาวแล้ว
และขอให้จับตา ตั้งแต่สิ้นเดือนนี้ อากาศเย็น หรือ ความกดอากาศสูงจีน จะลงมาเป็นระลอก มากขึ้น
สำหรับผลที่จะเกิดระยะนี้ จะยังไม่หนาว
แต่จะทำให้เหนือ-อีสาน มีฝนลดลง ดังนั้น พี่น้องเกษตรกร เตรียมรับมือด้วยนะครับ
ส่วน ภาคกลาง ภาคตะวันออกและภาคใต้ตอนบน ฝนจะยังคงชุกหนาแน่น เพราะความกดอากาศสูงดันให้ร่องมรสุม เลื่อนต่ำลงมาพาดผ่าน
และพอเข้าตุลาคม ร่องมรสุมจะถูกดันลงไปอยู่ที่ภาคใต้ ทำให้ภาคใต้เข้าสู่หน้าฝน ด้วย

-ทว่า นายสมชาย ใบม่วง รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา บอกว่า
ยังไม่ถือเป็นสัญญาณการเปลี่ยนฤดู
เพราะยังแค่มีมวลเย็น จากจีน เริ่มลงมาเท่านั้น เมื่อเจอความชื้น จึงเกิดหมอกขึ้นได้
ส่วนถ้าจะเป็นสัญญาณการเปลี่ยนฤดู ก็ต้องให้ลมมรสุมเปลี่ยนทิศทางด้วย
-นี่จึงถือเป็นอีกดัชนีหนึ่ง ที่อาจนำมาใช้ในการนับถอยหลังสิ้นฤดูฝน ก็ได้นะครับ
ช่วงเวลาพักจากฝนหนักมาถึงแล้ว เพราะพรุ่งนี้ถึงวันจันทร์หน้า
ร่องมรสุม และลมมรสุม จะอ่อนกำลังลง
แบบนี้ฝนจะลดลง แต่บ่ายถึงค่ำ ยังเสี่ยงมีฝนได้ และบางพื้นที่ก็ยังเจอฝนหนักได้บ้างเช่นกัน
ช่วงอันตราย ฝนหนักใหม่ คืออังคารหน้า ในพื้นที่เดิม คือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ตอนบน และกรุงเทพมหานคร
- สำหรับจุดเสี่ยงฝนค่ำนี้
กรุงเทพฝั่งธนบุรี หรือกรุงเทพตะวันตก ยังเสี่ยงทั้งหมด อยู่นะครับ
นอกจากนี้ กรุงเทพตอนเหนือ
แถว วิภาวดี พหลโยธิน หลักสี่ สายไหม ก็เสี่ยงเจอฝน ค่ำนี้ เช่นกัน

………………………………………………………………………………………………..

19 กันยานยน 2555

เที่ยงวันทันเหตุการณ์

-วันนี้มาดูกันว่า ฝนหนักน้ำท่วมกรุงแบบเมื่อวาน จะเป็นภาพหลอนคนกรุง ในวันนี้อีกหรือไม่

-นี่แหละครับ คือสภาพฝนตกหนัก น้ำท่วมขัง และรถติดมโหฬาร ในกรุงเทพมหานคร เมื่อวานนี้
-ภาพหลอนที่วันนี้จะมีโอกาสสูงที่เดียวที่ เย็นนี้ คนกรุงเทพเจอแบบนี้อีกแน่
-เพราะนี่คือ ลักษณะเด่นของฝน ในช่วงปลายฤดูฝนของไทย
-ซึ่งตอนนี้ เราเหลืออีก 26 วัน ก็จะสิ้นสุดหน้าฝน ตามปฏิทินฤดูกาล

ที่บอกว่าลักษณะเด่นปลายฤดูฝนก็เพราะว่า
ช่วงเวลานี้ เป็นช่วงที่ความกดอากาศสูงจากจีน จะดันให้ร่องมรสุมพาดผ่านต่ำลงมา ในบริเวณภาคกลาง ตะวันออกและใต้ตอนบน
ร่องมา ฝนมา และตรงนี้มีกรุงเทพอยู่ด้วย ฝนจึงหนักนั่นเอง

ดังนั้น ช่วงเย็นวันนี้ พื้นที่ในกรุงเทพมหานครกว่า 80% จะโดนฝนหนักอีกแน่
ปริมาณน้ำฝน ก็จะไม่ต่างจากเมื่อวาน คือ มากกว่า 35 มิลลิเมตร ซึ่งถ้าตรงไหนเกิน 60 มิลลิเมตร ก็จะระบายน้ำไม่ทัน และท่วมขังอีก

ทีวี360องศา ได้ตรวจสอบบริเวณที่มีฝนตกหนัก และเกิดน้ำท่วมขังเมื่อวาน พบว่า ได้เกิดขึ้นในบริเวณ เขตดุสิต บริเวณลานพระรูปทรงม้า เขตดินแดง ห้วยขวาง พญาไท ราชเทวี บางซื่อ ดอนเมือง วังทองหลาง ตลิ่งชัน ประเวศ และพระนคร
กรมอุตุนิยมวิทยา บอกว่า บริเวณนี้ เย็นนี้ก็มีโอกาสสูง ที่จะโดนซ้ำอีก

จุดเสี่ยงฝนเย็นนี้
ดังนั้น ใครไปแถวนี้ ให้วางแผนการเดินทางในช่วงเย็นด้วย ซึ่งเป็นบริเวณที่ประกอบไปด้วยถนนวิภาวดี รัชดาภิเษก ลาดพร้าว รามอินทรา อ่อนนุช ราชวิถี ศรีอยุธยา เพชรบุรีตัดใหม่ บรมราชชนนี และราชพฤกษ์
กรุงเทพเสี่ยงฝนหนักแบบนี้ มีถึงวันพรุ่งนี้ครับ
ภาคกลาง-ภาคตะวันออก-ภาคใต้ตอนบน ช่วงนี้เจอฝนหนักได้ทุกวันนะครับ แต่ภาคเหนือ อีสาน เป็นช่วงฝนลด เหลือ 40 % ของพื้นที่ครับ
ส่วนช่วงที่ฝนจะลดลงพร้อมๆ กันคือ 21 กันยนยนเป็นต้นไป เพราะปัจจัยฝนหนักจะอ่อนกำลังลงอย่างชัดเจน
ดังนั้น ช่วงนี้บริเวณใต้แนวร่องมรสุมฝนจะมากในระดับ80-90% ของพื้นที่ทุกจังหวัด
ส่วนภาคใต้ ฝนอยู่ทางตอนบนของภาค คือเพชรบุรี และระนอง บริเวณฝนตกในทะเล คลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร นะครับ

เรื่องเด่นเย็นนี้

-ทีวี360องศา ช่วงนี้ มาติดตามสถานการณ์น้ำ ในแม่น้ำปราจีนบุรีกันบ้างครับ

-สำหรับการ Countdown หรือ การนับถอยหลังการสิ้นสุดหน้าฝน ของทีวี360องศา ในวันนี้
-จะเหลืออีก 26 วัน ก็จะสิ้นสุดฤดูฝน ตามปฏิทินฤดูกาล
-ย้ำว่า นี่คือข้อมูลที่อาจช่วยคุณผู้ชมที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมตามที่ต่างๆ ได้รู้ว่า ยิ่งจำนวนวันลดน้อยมากเท่าไหร่ โอกาสฝนตกหนักๆ เติมน้ำมากๆ ก็จะน้อยลง และน้ำท่วม ก็จะมีโอกาสลดลง เท่านั้น
-และจากการที่ ช่วงท้ายหน้าฝนที่เหลือ ฝนได้ตกเน้นๆ ในบริเวณภาคกลาง-ภาคตะวันออก-และภาคใต้ตอนบน ตามแนวร่องมรสุมที่พาดผ่านอยู่นี้

-จึงเกิดฝนตกหนัก ที่ต้นน้ำเขาฉกรรจ์ จังหวัดสระแก้ว เป็นน้ำบ่าลงมาในปริมาณมหาศาล ผ่านแบบล้นตลิ่งที่จังหวัดสระแก้ว
-และปัจจุบัน หัวน้ำ ที่มาจากสระแก้ว ได้เดินทางมาถึงตัวอำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรีแล้ว
-น้ำที่ท่วมตลาดเก่ากบินทร์บุรีตอนนี้ เป็นน้ำจากน้ำฝน ที่ตกลงมาเติมให้น้ำท่วม
-ตัวของน้ำจริงๆ จะเดินทางมาถึงตลาดเก่ากบินทร์บุรี ในคืนนี้ครับ
-ด้วยอัตราการไหล 580 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
-โดยแม่น้ำปราจีนบุรีตรงนี้ รับได้แค่ 520 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
-580-520 ดังนั้น จะมีน้ำเกินอีก 60 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ที่จะเอ่อท่วม จากน้ำที่มาจากทางสระแก้ว และเขาสอยดาว จันทบุรี

-ดังนั้น มีคำเตือนเพื่อการเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ แม่น้ำปราจีนบุรี ที่ตลาดเก่ากบินทร์บุรี โดยนายทรงพล กำลังเก่ง ผู้อำนวยการ อุทกวิทยาและบริหารน้ำภาคตะวันออก สำนักชลประทานที่ 9 คือ
-หลังจากวันนี้น้ำท่วมแล้ว
-วันศุกร์นี้ น้ำจะท่วมสูงสุด
-และสถานการณ์ท่วมขัง จะอยู่แบบนี้ 10 วัน หรือ ประมาณ อังคารที่ 2 น้ำ ถึงจะลด

นาวาอากาศเอก สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ บอกว่า จากกบินทร์บุรี น้ำก็จะไหลไปตามแม่น้ำปราจีนบุรี
และจะใช้เวลาอีก 20 ชั่วโมง ที่หัวน้ำชุดนี้ จะเดินทางไปบรรจบกับแม่น้ำบางปะกง
แต่แม่น้ำบางปะกง ยังรับน้ำได้อีกมาก
ดังนั้น น้ำหลากจากแม่น้ำปราจีนบุรีนี้ จะไม่สร้างปัญหาให้กับคนในแม่น้ำบางปะกงแน่
แต่คนที่อยู่ริมน้ำปราจีนบุรี ใต้อำเภอกบินทร์บุรี ลงไป เตรียมเจอกับน้ำล้นตลิ่งไว้ด้วยนะครับ
ทางที่ดีตอนนี้ ขอให้คุณผู้ชมใกล้แม่น้ำปราจีนบุรี ยกของขึ้นสูงไว้เลยครับ
-อดทนหน่อยนะครับ สำหรับคุณผู้ชมใน ภาคกลาง-ภาคตะวันออก-และภาคใต้ตอนบน ช่วงเวลาฝนหนักรอบนี้ มีในวันพรุ่งนี้อีกวันเท่านั้น
เหนือ-อีสาน ฉลุยไปแล้ว ฝนเหลือแค่ 40 % ของพื้นที่
แต่ช่วงเวลาฝน ก็จะมีแค่ 21-23 กันยายน เท่านั้น
จากนั้น ฝนจะกลับมาเพิ่มอีก ในบริเวณภาคกลาง-ภาคตะวันออก-และภาคใต้ตอนบน หรือ จุดเดิมๆ ที่มีฝนหนักในขณะนี้

……………………………………………………………………………………………….

18 กันยายน 2555

ข่าววันใหม่
ทีวี 360 องศา กับความเปลี่ยนแปลงของโลกในรอบวันวันนี้เรามาติดตามดูสัญญาณดีกับโลกของเราเมื่อ สหประชาชาติ ได้ออกมาเปิดเผยว่ารูรั่วโอโซนเหนือทวีปแอนตาร์กติก ลดลงกว่าเมื่อปีที่ผ่าน
ผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพภูมิอากาศของสหประชาชาติ เปิดเผยว่า หลังการลงนามพิธีสารมอนทริโอ เมื่อ 25 ปีที่แล้ว
ซึ่งมีผลควบคุมการใช้สารคลอโรฟลูโอโรคาร์บอน หรือ CFC
ปรากฏว่า 25 ปีต่อมา หรือในปีนี้ รูรั่วชั้นโอโซน เหนือทวีปแอนตาร์กติก ลดลงกว่าปีที่ผ่านมามาก
โดยสัญญาณการลดลง มีมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ปี 2549 แล้ว
ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่บอกว่า สภาพอากาศโลกกำลังจะกลับมาสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเองอีกครั้ง
สำหรับพิธีสารมอนทริโอ ถือเป็นสนธิสัญญาสากล ที่กำหนดขึ้นเพื่อ ควบคุม, ยับยั้ง, และรณรงค์ ให้ลดการผลิตและการใช้สารทำลายชั้นบรรยากาศ ในชั้นโอโซน

กลับมาที่ประเทศไทย
-สถานการณ์น้ำที่ท่วมขังในบางพื้นที่ตอนนี้ ทำให้โรคจากน้ำ บางโรค ระบาดหนักแล้ว
-สำนักงานควบคุมโรคที่ 9 พิษณุโลก เตือน 5 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง คือ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ อุตรดิตถ์ ตาก และสุโขทัย ว่า ขณะนี้พบโรคฉี่หนูระบาดหนัก ในช่วงท่วม
-พบผู้ป่วยแล้ว 31 ราย ใน 3 เดือน
-นางสาวพัชรา ศรีดุรงคธรรม หัวหน้ากลุ่มระบาดวิทยาและข่าวกรอง กล่าวว่า
แม้ตัวเลขผู้ป่วยจะสูง แต่ปีนี้ก็ยังพบผู้ป่วย น้อยกว่า เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ที่เป็นปีมหาอุทกภัยใหญ่
และคาดว่า ช่วงเดือนสิงหาคม ถึง พฤศจิกายน จะมีแนวโน้มการระบาด สูงขึ้นอีก
ดังนั้น ผู้ป่วยที่มีอาการชี้ชัดและมีประวัติเคยสัมผัสแช่น้ำในช่วง 1 เดือนก่อนจะมีอาการป่วย ให้รีบไปเข้ารับการตรวจรักษาที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้านโดยทันที
หากมีข้อสงสัยติดต่อ ศูนย์ฮอตไลน์ 1422
สำหรับอาการของผู้ได้รับเชื้อคือ มีไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว ปวดน่อง ตาแดง ปวดท้อง เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน
หากมีภาวะแทรกซ้อน จะเสียชีวิตจากไตวาย ตับล้มเหลว ระบบหายใจล้มเหลว ได้

เที่ยงวันทันเหตุการณ์

-วันนี้มาติดตาม ความเป็นไปในภูมิภาคเอเชีย

ก่อนอื่นมาร่วมกันจับตาการนับถอยหลังหน้าฝนปีนี้ของไทย ตามปฏิทินฤดูกาล
ตอนนี้เหลืออีก 27 วัน จะสิ้นหน้าฝนปีนี้
ข้อมูลนี้จะใช้เป็นดัชนีช่วยคุณผู้ชมที่ติดตามสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยา ว่าจะเหลืออีกกี่วันที่ฝนหนักๆ แรงๆ จะมาเติมน้ำ ในทั้งภาคเหนือและภาคกลาง ให้เราต้องห่วงสถานการณ์น้ำท่วม

-สำหรับเรื่องของภูมิภาคเอเชีย สัปดาห์นี้ ยังคงต้องติดตามพายุซันปา
-ซึ่งตอนนี้ได้ลดระดับความรุนแรงจาก พายุไต้ฝุ่น เป็น พายุโซนร้อนแล้ว
ตอนนี้ตำแหน่งของโซนร้อนซันปา ได้เคลื่อนผ่านเกาหลีเหนือ เข้าสู่บริเวณตะวันออกเฉียงเหนือของจีนแล้ว
ความเร็วลมศูนย์กลาง ลดลงจากตอนเป็นไต้ฝุ่นที่ระดับมากกว่า 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ลงมาเหลือ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในขณะนี้

-ตำแหน่งอยู่ไกลไทยมาก พายุลูกนี้ จึงไม่มีผลกระทบใดๆ เลยกับประเทศไทย ยกเว้นคนที่จะเดินทางไปแถวนี้ ให้ทนรออีก 1-2 วัน พายุก็จะสลายแล้ว
สำหรับผลงาน ที่พายุซันปาเคลื่อนผ่าน ได้ทำให้จังหวัดโอกินาวา ของญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ สะบักสะบอม พอสมควร
พายุทำให้มีฝนตกหนัก น้ำท่วม ดินถล่ม และคลื่นซัดฝั่ง
มีผู้เสียชีวิตประเทศละ 1 ราย ประชาชนกว่า 1 แสนหลังคาเรือนในทั้ง 2 ประเทศ เดือดร้อน

ภาพรวมลักษณะอากาศเอเชีย เป็นดังนี้
หลังพายุซันปาเคลื่อนผ่านไป บริเวณเอเชียตะวันออกก็มีอากาศที่แจ่มใสขึ้น
หลังจากวันนี้ ฝนจะมีน้อยมากในโซน เกาหลี ญี่ปุ่น จีนทางตะวันออก ไต้หวัน และฮ่องกง
อุณหภูมิรายวันทรงๆ จากเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

กลุ่ม AEC 10 ประเทศ ฝนสัปดาห์นี้ ก็อยู่ในลักษณะฝนเล็กน้อย ตกได้ตลอดทั้งสัปดาห์ทุกประเทศ ไม่ใช่ฝนรุนแรงเหมือนช่วงที่ผ่านมา เพราะปัจจัยฝนหลักๆ อย่างลมมรสุม ที่จะมีผลต่อฝนในย่านนี้ ลดความแรงลง
ถ้าดูเรื่องความร้อน โซนเราร้อนสุดกันประมาณ 30-32 องศา

-มาดูทางเอเชียใต้
เป็นโซนที่สัปดาห์นี้ แจ่มใสกว่าสัปดาห์ที่แล้วเช่นกัน
มีทางอัสสัม ของอินเดียที่ยังมีฝนมากกว่าเพื่อน
ปากีสถาน มัลดีฟส์ อากาศแจ่มใส
เนปาล ศรีลังกา ยังมีฝนฟ้าคะนอง

เอเชียตะวันตกเฉียงใต้
-อากาศสัปดาห์นี้ ไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ที่แล้ว ท้องฟ้าแจ่มใส ร้อนเป็นหลัก
ซาอุดิอาระเบีย อากาศยังร้อนอยู่ที่ 39 องศา
ดูไบ คูเวต อยู่ 40 องศา
-มาเจาะลึก ที่ไทยกันบ้าง
-วันนี้กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ยกเลิกการเตือนภัยฝนตกหนักแล้ว
-เหตุเพราะปัจจัยตัวการฝน ได้อ่อนกำลังลงหมด
-แต่ภาคกลาง-ตะวันออก-และอีสานตอนล่าง ฝนยังกระจาย และมีบางที่ยังเจอฝนหนักได้อยู่ ทางที่ดีระวังอันตรายต่อด้วย หากตรงไหนเจอฝนหนักนะครับ
-ช่วงนี้แนวโน้มฝนจะลดลงยาวถึงวันจันทร์หน้าเลยทีเดียว
-สำหรับภาคใต้ โซนฝนหนักอยู่ตอนบน แถวเพชรบุรีและระนอง ส่วนบริเวณฝนตกในทะเล คลื่นจะสูงมากกว่า 2 เมตรนะครับ
สำหรับพื้นที่เสี่ยงฝนเย็นนี้ มาลุ้นกันครับโมเดลพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ชี้ว่า มีแนวโน้มสูงจะปลอดฝน
จะได้เดินทางกลับบ้านกันสะดวก
ปิดท้ายด้วย
ภาพทอร์นาโดไฟสูง 30 เมตร ไม่ค่อยจะได้เห็นกันบ่อยนักนะครับ
ช่างภาพจาก 7 news ถ่ายได้ขณะเกิดไฟป่าที่ออสเตรเลีย
บางทีก็เรียกไฟปีศาจ นะครับ
การเกิดลักษณะนี้ ต้องมีอุณหภูมิและกระแสลมที่เหมาะสม
แม้จะเกิดได้ยาก แต่เมื่อปี 2466 เคยเกิดขึ้นที่โตเกียว เพียง 15 นาที คร่าชีวิตคนถึง 38,000 คน

เรื่องเด่นเย็นนี้
วันนี้มาดูกันต่อ กับลักษณะฝนนับจากนี้

ทีวี360องศา วันนี้จับตาต่อกับการ Countdown หรือ นับถอยหลังการสิ้นสุดหน้าฝนไทย ปีนี้ ซึ่งคุณผู้ชมสามารถติดตามได้ทุกวันกับทีวี360องศา
และตอนนี้เหลืออีก 27 วันแล้ว จะสิ้นสุดฤดูฝนตามปฏิทินฤดูกาล
ยิ่งวันเหลือน้อยลงเท่าไหร่ อาจใช้เป็นดัชนีช่วยคุณผู้ชมที่ลุ้นน้ำท่วม ว่ามีโอกาสปลอดภัยสูงขึ้น เท่านั้น

วันสิ้นสุดฤดูฝนตามปฏิทินฤดูกาล โดยข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยา คือวันที่ 15 ตุลาคม
ซึ่งหมายถึง ช่วงนับจากนี้ไปถึงกลางเดือนหน้า จะยังเป็นช่วงฝนหนักๆ แรงๆ ของฤดูฝน
ที่สามารถเติมน้ำให้ภาคเหนือและภาคกลาง แล้วเป็นน้ำมหาศาลไหลลงเจ้าพระยา เขย่าขวัญคนเคยโดนน้ำท่วมเมื่อปีที่แล้วได้

ปัจจัยฝนช่วงนี้มาจาก 3 ตัวการ คือ ความกดอากาศสูงจากจีนที่ดันลงมา , ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ , และร่องมรสุม ที่ถูกดันให้ลงมาพาดผ่านต่ำลงมาเรื่อยๆ ในภาคกลาง-ภาคตะวันออก-และใต้ตอนบน
ฝนช่วงท้ายฤดู จึงชุกในบริเวณนี้เป็นพิเศษ
ซึ่งตรงนี้มีกรุงเทพมหานคร และลุ่มเจ้าพระยา
จึงต้องจับตาว่า 27 วันที่เหลือ ฝนจะป่วนบริเวณนี้แค่ไหน

-แต่ไม่ได้หมายความว่า หลัง15ตุลาคม แล้วจะไม่มีฝน นะครับ
นายเกษม จันทร์แก้ว วิทยาลัยสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บอกว่า ฝนหลังวันที่ 15 ตุลาคม ในบริเวณประเทศไทยตอนบน จะเป็นฝนเปลี่ยนฤดู
นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน บอกว่า ฝน 27 วันที่เหลือ ของหน้าฝน ไม่น่ากลัวแล้ว ยกเว้นแต่ว่า จะมีพายุเข้ามาเท่านั้น
-นอกจากฝน ปัจจัยน้ำทะเลหนุน ก็เป็นตัวกดดันสถานการณ์น้ำในลุ่มเจ้าพระยา
กรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ รายงานว่า หลัง15ตุลาคม เราจะเจอกับช่วงน้ำทะเลหนุนสูงสุดตามธรรมชาติอีก 3 ครั้ง

-พลเรือตรี วิฑูรย์ ตัณฑิกุล รองเจ้ากรมอุทกศาสตร์ บอก ให้ดูน้ำเจ้าพระยาที่ อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นเกณฑ์
ถ้าช่วงน้ำทะเลหนุนสูง แล้วน้ำที่บางไทร ไหลไม่เกิน 3,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
คนกรุงเทพก็จะรอดจากน้ำท่วมแน่ ยกเว้นคนที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำของกรุงเทพมหานคร

และจากการตรวจสอบล่าสุดก็พบว่า น้ำเจ้าพระยา ที่บางไทร วันนี้ไหลอยู่แค่ 1,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เท่านั้น
ดังนั้น สำหรับ 27 วันที่เหลือของหน้าฝน รองเจ้ากรมอุทกศาสตร์ ฟันธงว่า มีโอกาสน้อยมาก ที่จะมีน้ำมาก มาทำให้ช่วงน้ำทะเลหนุนสูงสุด แล้วกรุงเทพ จะมีปัญหาน้ำท่วม
นี่แหละครับ การนับถอยหลังการสิ้นสุดหน้าฝนกับทีวี360องศา จะช่วยคุณผู้ชม ใช้เป็นดัชนี ลุ้นการติดตามสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ได้ทางหนึ่งครับ
-วันนี้กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ยกเลิกการเตือนภัยฝนตกหนักแล้ว
-เหตุเพราะปัจจัยตัวการฝน ได้อ่อนกำลังลงแล้ว
-แต่ภาคกลาง-ตะวันออก-และอีสานตอนล่าง ฝนยังกระจาย และมีตกหนักได้บางแห่ง
-แนวโน้มฝนจะลดลงยาวถึงวันจันทร์หน้า
-ฝนเน้นๆ จะอยู่ในช่วงบ่ายถึงค่ำ
สำหรับพื้นที่เสี่ยงฝนค่ำนี้
โอกาสฝนตก ยังมีในกรุงเทพ
และช่วงกลางดึก กรุงเทพตะวันออกอาจมีฝนหนักเพิ่มขึ้นอีกด้วย
โซนกรุงเทพใต้ แถวบางขุนเทียน ช่วงหัวค่ำ มีโอกาสปลอดฝนครับ

……………………………………………………………………………………………….

17 กันยายน 2555

ข่าววันใหม่
ทีวี 360 องศา ช่วงนี้ ติดตามเรื่องสวนความรู้สึกกับสถานการณ์น้ำมากที่คนไทยเจอ
เมื่อข้อมูลระดับโลกระบุว่า อีกไม่นาน คนเกินครึ่งโลกจะขาดแคลนน้ำ จากผลของภาวะโลกร้อน
องค์การสหประชาชาติ หรือ UN คาดการณ์ว่า ภายในปี 2025 หรือ พศ. 2568
ประชากรโลกถึง 2 ใน 3 จะขาดแคลนน้ำ จากผลกระทบจากภาวะโลกร้อน
โดยเฉพาะใน แอฟริกาเหนือ ตะวันออกกลาง และเอเชียตะวันตก จะได้รับผลกระทบสาหัสที่สุด
-โดยโลกร้อน จะทำให้ความแห้งแล้งรุนแรงขึ้น ฝนก็จะตกเปลี่ยนแปลงไป รวมทั้ง หิมะและน้ำแข็งบนภูเขา จะลดลง
-ทำให้น้ำในแม่น้ำ ทะเลสาบ และชั้นหิน แห้งเหือด
-ส่วนบางภูมิภาคจะมีฝนตกมากขึ้น และมีพายุรุนแรง จนเกิดน้ำท่วมเฉียบพลัน
มีการคำนวณว่า ถ้าอุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้น 2 องศาเซลเซียสภายในปี 2643
ประชากรโลกกว่า 2,000 ล้านคน จะขาดแคลนน้ำ
ขณะที่ ถ้าเพิ่มขึ้น 4 องศา ชาวโลกจะขาดแคลนน้ำถึง 3,200 ล้านคน โดยเฉพาะ ในแอฟริกาและเอเชีย

- กลับมาที่ประเทศไทย
น้ำมาก จากฝนที่ตกชุกในช่วงนี้ ไม่ได้มีแต่เรื่องไม่ดีเท่านั้น
เพราะเรื่องดี ไปเกิดขึ้นแก่ชาวสวนลำไย ที่อำเภอสามเงา และบ้านตาก จังหวัดตาก
ตรงนี้เป็นเขตเงาฝน ที่เมื่อกลางเดือนที่แล้วยังขาดน้ำอย่างหนักอยู่เลย
แต่ตอนนี้ เป็นช่วงลำไยกำลังผลิดอกออกผล ฝนที่เพิ่มขึ้น จึงประจวบเหมาะ ให้น้ำบำรุงต้นลำไย
ปีนี้จึงคาดผลผลิตลำไยเมืองตาก จะออกสู่ท้องตลาดมากกว่าหลายจังหวัดทางภาคเหนือ
ซึ่งผลผลิตจะออกในช่วงเดือนพฤศจิกายน คาดว่าจะทำให้ปีนี้ มีผลผลิตลำไยรวมของจังหวัดตาก มากกว่า 560,000 ตัน
-ส่วนที่ศรีสะเกษ
ฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้เขื่อนราศีไศล ได้เปิดประตูระบายน้ำออกจากอ่าง เพื่อรองรับน้ำฝนที่ตกหนักในช่วงนี้
เรื่องที่ดีของชาวบ้าน คือ ชาว อ.ราศีไศล และใกล้เคียง จึงพากันมาจับปลากันอย่างคึกคัก
โดยใช้เบ็ด และทอดแห ได้ปลาเป็นจำนวนมาก ไปทำอาหารเลี้ยงครอบครัว
สำหรับการเปิดเขื่อนราศีไศลระบายน้ำในครั้งนี้ เป็นหนึ่งในแผนรับมือน้ำท่วม ของ จ.ศรีสะเกษ ด้วย

เที่ยงวันทันเหตุการณ์
-เกาะกระแส 2012 วันสิ้นโลก ประจำสัปดาห์ กับเรื่องที่ตรงข้ามกับบ้านเราเสียเหลือเกิน

ณ วันนี้ สถานการณ์น้ำท่วมที่กำลังผุดขึ้นตามจังหวัดต่างๆ
กำลังหลอนความรู้สึกหลายคนที่เคยผ่านประสบการณ์เลวร้ายจากมหาอุทกภัย 54
แต่สำหรับวันนี้ ทีวี360องศา ได้สแกนโลก เพื่อดูประเด็นคุกคาม ตามกระแส 2012 วันสิ้นโลก
กลับพบความเปลี่ยนแปลงรอบบ้านเรา และตรงข้ามกับสถานการณ์ในบ้านเรา อย่างน่าสนใจ

ภาพแสดงการไหลของกระแสน้ำอุ่นและเย็น ของโลก
สีแดง คือ กระแสน้ำอุ่น สีฟ้าคือกระแสน้ำเย็น
บริเวณที่จะให้ดูคือ ย่านแปซิฟิกและอินเดีย
นักอุตุนิยมวิทยาอาวุโส ของเดอะเวธเธอร์แชลแนล พบว่า อุณหภูมิน้ำทะเลในย่านนอกชายฝั่งตะวันออกของทวีปแอฟริกา ได้อุ่นขึ้นกว่าปกติ
ขณะที่อุณหภูมิน้ำทะเลในย่านนอกชายฝั่งตะวันตกของอินเดีย กลับเย็นกว่า

-ดังนั้น กระบวนการนี้ จะไปลดปริมาณการระเหยและความชื้นในมหาสมุทรย่านศูนย์สูตร ที่พัดเข้าไปในประเทศออสเตรเลีย เป็นเหตุให้ออสเตรเลียมีฝนตกลดลง และความแห้งแล้ง แผ่ขยายอย่างรุนแรงขึ้น
ทางวิชาการเรียกปรากฎการณ์นี้ว่า อะ โพซิทีฟ อินเดียน โอเชี่ยน ไดโพล หรือ IOD

-ที่น่าสนใจคือ ออสเตรเลียเพิ่งเจอกับภาวะฝนตกหนัก และชุกหนาแน่นติดต่อกัน 2 ปีซ้อนมาหยกๆ เอง
นายจิรพล สินธุนาวา คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากร มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า
ปรากฎการณ์เอลนิโญ่ที่กำลังมีอิทธิพลต่อสภาพอากาศโลกในขณะนี้ กำลังเป็นตัวเร่งให้ กระแสน้ำอุ่นมีอุณหภูมิที่สูงขึ้น ด้วย
ยิ่งกระแสน้ำอุ่น ร้อนขึ้น 1-3 องศา ก็จะยิ่งทำให้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และหมู่เกาะแปซิฟิก ร้อนและแห้งแล้ง หนักมากขึ้นเข้าไปอีก

-เวธเธอร์ ชาแนล ก็เชื่อเช่นกันว่า เอลนินโญ่ จะมาร่วมผสมโรง ให้ต่อจากนี้ ออสเตรเลียจะได้น้ำฝนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ต่อไป
-ก่อนหน้านี้ ทีวี 360 องศา ได้เคยรายงานแล้วว่า องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก หรือ WMO ของสหประชาชาติ ได้ออกมาเตือนให้แต่ละประเทศปรับนโยบายรับมือภัยแล้งแห่งชาติ อย่างเร่งด่วน
ตอนนั้น ยังมีรายงานสถานการณ์ภัยแล้ง แค่ที่สหรัฐอเมริกา แอฟริกา และอินโดนีเซีย
ตอนนี้เพิ่มอีกที่แล้วคือ ออสเตรเลีย
ความแห้งแล้งบนโลก น่าใส่ใจและเป็นของจริง มากกว่าคำทำนายเลื่อนลอย “วินสิ้นโลก” เสียอีก
-ช่วงเวลาเตือนภัยฝนตกหนักถึงหนักมาก ของกรมอุตุนิยมวิทยา ได้เหลืออีกแค่พรุ่งนี้อีกวันเดียวแล้วล่ะครับ
เพราะวันมะรืนปัจจัยฝนจะอ่อนกำลังลงหมด ฝนหนักๆ ก็จะลดลง
ดังนั้น วันนี้ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ให้ระวังอันตรายจากฝนหนักในช่วงวัน 2 วันนี้
และรายชื่อพื้นที่ที่เห็นด้านข้างจอ ในจังหวัดภาคตะวันออก คือ ตราด ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และสระแก้ว ขอให้เฝ้าระวัง น้ำป่า น้ำท่วม และดินถล่ม เป็นพิเศษ
ส่วนการเดินเรือ ระวังด้วยครับ คลื่นยังสูง 2 เมตร
ปิดท้ายจุดเสี่ยงฝนเย็นนี้
กรุงเทพ ช่วงเย็น ยังมีโอกาสปลอดฝนครับ
แต่ถ้าเข้ากรุงเทพ ถนนสายมิตรภาพ แถวโคราช สระบุรี มีโอกาสเจอฝน
โซนภาคตะวันออก นครนายก ปราจีน สระแก้ว ก็อาจเจอฝนช่วงเย็นนี้ด้วย

เรื่องเด่นเย็นนี้
-มานับถอยหลังกัน ว่าเราจะต้องกลัวน้ำมาก ไปอีกถึงเมื่อไหร่
อีก28วัน สิ้นหน้าฝน สิ้นห่วงน้ำมาก
ตามปฏิทินฤดูกาล โดยการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ฤดูฝนในบริเวณประเทศไทยตอนบน คือ เหนือ อีสาน กลาง ตะวันออก และกรุงเทพมหานคร
เริ่มต้นกลางเดือนพฤษภาคม สิ้นสุด กลางเดือนตุลาคม ของทุกปี

ดังนั้น ตัวเลขที่ทีวี360องศา จะ Countdown หรือ นับถอยหลังการสิ้นสุดหน้าฝนของปีนี้
เพื่อใช้เป็นดัชนี ช่วยคุณผู้ชมที่ลุ้นกับสถานการณ์น้ำในลุ่มเจ้าพระยา
ว่า ฝนที่จะตกหนักๆแรงๆ แล้วจะมาเติมน้ำในเจ้าพระยาให้มาก หรือเอ่อล้นขึ้นนั้น จะหมดลงเมื่อไหร่
ซึ่งนับจากวันนี้ ก็จะเหลืออีก 28 วัน เท่านั้น

จากแผนที่อากาศ ที่ตอนนี้ เรามีทั้งความกดอากาศสูงที่ลงมา ร่องมรสุม และลมมรสุม
นายสมชาย ใบม่วง รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา บอกว่า
28 วันที่เหลือนี้ ฝนจะยังตกต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภาคเหนือตอนล่าง อีสานตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และกรุงเทพมหานคร

-พรุ่งนี้ เราจะดูกันต่อว่าฝนครึ่งหลัง จะสร้างปัญหากับเราแค่ไหน
-ส่วนตอนนี้ จะไปดูเรื่องการเตือนภัย กันต่อ
ช่วงเวลาเตือนภัยฝนตกหนักถึงหนักมาก ของกรมอุตุนิยมวิทยา เหลือแค่พรุ่งนี้อีกวันนะครับ
เพราะปัจจัยฝนหนักเริ่มอ่อนกำลังลงแล้ว
เหนือ-อีสาน ฝนจึงลดลง แต่ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ให้ระวังอันตรายจากฝนหนักในช่วงวัน 2 วันนี้ต่อ
โดยเฉพาะในพื้นที่ ภาคตะวันออก ด้านข้างจอ ฝนตกมากเมื่อคืน ขอให้เฝ้าระวัง น้ำป่า น้ำท่วม และดินถล่ม เป็นพิเศษครับ

-สำหรับพยากรณ์ 360 องศา พื้นที่เสี่ยงฝน ค่ำนี้
-ถนนทุกสายของ กทม.ค่ำนี้เสี่ยงฝนสูง เว้นแต่กรุงเทพทางใต้ แถวบางขุนเทียน อาจรอดฝนค่ำนี้นะครับ

……………………………………………………………………………………………..

14 กันยายน 2555

ข่าววันใหม่
ทีวี 360 องศา วันนี้ ติดตาม นักวิจัยอังกฤษกำลังพยายาม หาสาเหตุการเพิ่มขึ้นของน้ำทะเล
ด้วยการตรวจสอบชั้นน้ำแข็งที่อยู่ลึกลงไป จนแสงแดดส่องไม่ถึง ในแอนตาร์กติกา ที่ขั้วโลกใต้
บริเวณที่ศึกษาคือ ทะเลสาบ เอลส์เวิร์ธ
เดือนธันวาคมนี้ จะมีการขุดเจาะชั้นน้ำแข็ง ที่อยู่ลึกหลายร้อยเมตรใต้ทะเลสาบ ซึ่งมีภูเขาน้ำแข็งปกคลุมอยู่อีก 3 กิโลเมตร
เพื่อเอาตะกอนก้นทะเลสาบ ที่อาจมีเศษเปลือกหอยโบราณ ที่จะเผยถึง ช่วงเวลาที่แผ่นน้ำแข็งแตกออกเป็นครั้งสุดท้าย ในอดีต
-ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า ชั้นน้ำแข็งทางตะวันตกของแอนตาร์กติก ที่อยู่เหนือทะเลสาบเอลส์เวิร์ธ
-หากแตกออกและละลาย จะทำให้น้ำทะเลโลก สูงขึ้นได้ 3 – 5 เมตร
สำหรับ ชั้นน้ำแข็ง ที่แตกออกเมื่อ 125,000 ปีมาแล้วจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นกว่าปัจจุบัน ทำให้ระดับน้ำทะเลโลกสูงขึ้น 4 – 6 เมตร
การรู้ว่า นำแข็งแตกออกและละลายครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ จะทำให้ทราบ ภาวะน้ำทะเลที่จะสูงขึ้นในยุคปัจจุบันได้
และจะเป็นสัญญาณ ให้มนุษย์ เพิ่มความตระหนัก ในการเป็นตัวปัญหา ต้นเหตุปล่อยก๊าซเรือนกระจก ที่ทำให้โลกร้อนขึ้น

กลับมาที่ประเทศไทย หลังจากร่องมรสุมและลมมรสุมกลับมามีกำลังแรงอีกครั้ง
ภาพเช่นนี้จึงเกิดขึ้น
ที่แม่ฮ่องสอน ฝนตกตั้งแต่กลางดึกถึงเช้าวานนี้เลยครับ
โดยเฉพาะตามต้นน้ำลำธาร แนวชายแดนไทย-พม่า
ทำให้ น้ำในแม่น้ำสายหลัก เพิ่มมากขึ้น
หมู่บ้าน โดยเฉพาะใน อ.ปาย, ปางมะผ้า, เมือง และ ขุนยวม ก็ตกอยู่ในภาวะเสี่ยงดินโคลนถล่มปิดทับเส้นทาง และน้ำป่าไหลหลาก
ที่ภาคใต้ จังหวัดระนอง ก็มีฝนตกหนักเมื่อวานทั้งวันเช่นกัน
น้ำป่าได้ไหลทะลักเข้าท่วม 3 หมู่บ้าน กว่า 30 หลังคาเรือน
ทหารจาก กองร้อยช่วยเหลือประชาชน ค่ายรัตนรังสรรค์ เข้าบรรจุกระสอบทราย เสริมแนวตลิ่ง ที่พังเพราะถูกน้ำป่ากัดเซาะหายไปถึง 6 เมตร
ตอนนี้เหลืออีกเพียงเมตรเดียว ก็จะถึงตัวบ้านของชาวบ้านแล้ว
ดังนั้น จากนี้ขอให้คุณผู้ชมใส่ใจกับประกาศเตือนภัยของกรมอุตุนิยมวิทยา
นั่นคือ จากการที่ร่องมรสุมกำลังแรง ได้เลื่อนลงมาพาดผ่านตอนกลางของประเทศ รวมทั้ง ลมมรสุม มีกำลังแรงด้วย
เหนือ อีสาน กลาง ตะวันออก กรุงเทพมหานครและภาคใต้ฝั่งตะวันตก จะมีฝนตกหนักถึงหนักมาก วันนี้ถึง18 กันยายน
ขอให้ระวังอันตรายจากสภาพอากาศระยะนี้
ส่วนคลื่นลมในอันดามันและอ่าวไทยตอนบนแรง คลื่นสูง 2 เมตร ระวังอันตรายในการเดินเรือ และท่องเที่ยวทะเล ด้วย

เที่ยงวันทันเหตุการณ์
http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=13262&year=2012&month=09
-วันนี้ มาติดตามภาวะ การเร่งระบายน้ำ ในแม่น้ำเจ้าพระยา ในระยะนี้กัน

ตอนนี้ กรมชลประทานกำลังเร่งพร่องน้ำตอนบนของประเทศ ด้วยการใช้เขื่อนเจ้าพระยาเป็นเครื่องมือ ในการผลักดันน้ำเจ้าพระยาออกสู่ทะเล ในอัตรา 1,800 – 2,000 ลูกบาศก์เมตร ต่อ วินาที
เพื่อรับมือน้ำเหนือจากฝนใหม่ ในช่วงนี้ถึง 18 กันยายน

เรามาดูเหตุผลการเร่งระบายน้ำเจ้าพระยา จากสัญญาณฝนหนัก ของกรมอุตุนิยมวิทยากัน
ก็เพราะว่า ช่วงนี้ 14-15 กันยายน ความกดอากาศสูง หรือ มวลอากาศเย็นจากจีน จะดันให้ร่องมรสุมกำลังแรง เลื่อนลงมาพาดผ่านภาคกลางและภาคตะวันออก
ความแรงของร่องมรสุม จะทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมาก ในระดับ 100 มิลลิเมตรใน24ชั่วโมง ตลอดแนวร่องและใกล้เคียง ถึง 18 กันยายน
บริเวณนี่คือ ต้นน้ำ และพื้นที่รับน้ำ ของลุ่มเจ้าพระยา นั่นเอง

นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน บอกว่า นี่คือสัญญาณน้ำ ปริมาณมหาศาล ที่จะมา
-จึงต้องเร่งระบายน้ำที่เขื่อนเจ้าพระยา ให้ระดับน้ำที่นครสวรรค์ ลดลง เพื่อรับมือมวลน้ำชุดใหม่
-ล่าสุด วันนี้ ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ระบายแล้ว 1,927 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
อธิบดีกรมชลประทาน ยืนยัน จะไม่ทำให้น้ำเจ้าพระยา ล้นตลิ่ง หรือท่วมเข้าตัวเมือง

-จากข้อมูลดัชนีน้ำท่วมที่ทีวี360องศา รวบรวมจากข้อมูลอุทกภัยปีที่แล้ว อัตรานี้ จะทำให้ย่านโผงเผง อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง มีน้ำท่วม
-ที่อื่นจะยังปลอดภัย หากน้ำ ยังไม่ถึง 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ดังนั้น ตอนนี้ใครอยู่ในที่ลุ่มต่ำ ริมน้ำ เตรียมขนของขึ้นที่สูง เพราะน้ำเจ้าพระยา จะสูงขึ้นอีก 25-50 เซนติเมตร
ส่วนกรุงเทพฯและปริมณฑล ก็ไม่ต้องกลัว เพราะให้ดูตัวเลขน้ำที่อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ถ้ายังไม่มากกว่า 3500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที น้ำก็ยังจะไม่ท่วม
-ดังนั้น ตอนนี้ ผมจะพาคุณผู้ชมไปติดตามสถานการณ์น้ำ ในแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งลำน้ำ ล่าสุด จากภาพจากกล้อง CCTV ของกรมชลประทานครับ

ภาพแรก ที่นครสวรรค์
ตอนนี้น้ำไหลอยู่ที่ 1,829 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที คิดเป็นครึ่งเดียวของความจุลำน้ำ
จุดที่ 2 หน้าเขื่อนเจ้าพระยา ระดับน้ำสูงกว่าท้ายเขื่อน ประมาณ 2 เมตร นะครับ
จุดที่ 3 ปากคลองบางบาล น้ำยังไม่ล้นตลิ่งมาก
จุดที่ 4 บางไทร น้ำก็ยังไหล ครึ่งเดียวของความจุลำน้ำ
และสุดท้าย ปากเกร็ด นนทบุรี ใกล้กรุงเทพ น้ำยังปกติอยู่เช่นกัน

ภาพรวมยังถือว่า ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ยังอยู่ในสภาพปกติอยู่นะครับ
มาดูต่อกับ ประกาศเตือนภัย ฝนตกหนัก ในระยะนี้

-ปิดท้าย จุดเสี่ยงฝน รอบกรุง เย็นนี้
-4โมงเย็นเป็นต้นไป วันนี้ กรุงเทพตะวันออกเสี่ยงมีฝนตก รับเย็นวันศุกร์ ที่อาจจะแสนสาหัสกับการจราจร
-ใครมาแถว วิภาวดี ลาดพร้าว รามอินทรา และวงแหวนรอบนอก เตรียมตัวกันด้วยนะครับ

เรื่องเด่นเย็นนี้
http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=13278&year=2012&month=09
-ทุกวันศุกร์สุดสัปดาห์ ติดตามการคาดการณ์อากาศสัปดาห์หน้า
นับจากนี้ ช่วงเวลาอึมครึมจากฟ้าฝนได้กลับมาอีกแล้ว
ออกจากบ้านไปที่ไหน ขอให้พกร่มติดไปด้วย รวมทั้งขอให้ระวัง ลูกหลานเด็กเล็กเปียกฝน จะไม่สบายได้

เพราะตอนนี้ ร่องมรสุมกำลังแรง โดนความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากจีน แผ่ลิ่ม ดันให้ลงมาพาดผ่าน ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และอีสานตอนล่าง
ความแรงของร่องมรสุม ทำให้มีฝนตกระดับ 100 มิลลิเมตร ใน 24 ชั่วโมงได้เลยทีเดียว

ฝนระดับ 100 มิลลิเมตร ถือเป็นฝนในเกณฑ์อันตราย ที่ต้องเฝ้าระวัง น้ำท่วมน้ำหลาก และดินถล่มได้เลยนะครับ

-ดังนั้น ตั้งแต่คืนนี้ เหนือ อีสาน กลาง ตะวันออกและกรุงเทพมหานคร มีโอกาสเจอฝนตกหนักถึงหนักมาก 70-80 % ของพื้นที่
สำหรับภาคใต้
ฝั่งอันดามัน ฝนหนัก 70-90 %
คลื่นลม อันดามันและอ่าวไทยตอนบน แรง คลื่นสูง 2 เมตร
ต้องระวังในการเดินเรือ ส่วนการท่องเที่ยวทางทะเล ก็จะไม่สนุกเช่นกัน
สำหรับ พยากรณ์ 360 องศา
ย้ำ เหนือ อีสานตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ขอให้ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ถึง 18 กันยายน
กรุงเทพ ฝนรอบนี้หนัก จนทำให้เกิดน้ำท่วมขังในบริเวณที่ระบายน้ำยากได้
วางแผนเตรียมใจเจอ ในช่วงที่มีฝนตกหนักด้วยนะครับ
ส่วนคนท้ายเขื่อนชัยนาท ริมน้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่ชัยนาท ถึงพระนครศรีอยุธยา
กรมชลประทาน กำลังเร่งระบายน้ำเหนือเพื่อพร่องน้ำรับฝนที่ตกหนัก
ใครอยู่ใกล้น้ำ ขนของขึ้นสูงไว้ก่อนนะครับ น้ำจะเพิ่มขึ้น 25-50 เซนติเมตร
-ปิดท้าย จุดเสี่ยงฝนค่ำนี้ กรุงเทพฯฝั่งตะวันออก ถนนรามอินทรา ถนนสุวินทวงศ์ ถนนวงแหวนรอบนอก

………………………………………………………………………………………………

13 กันยายน 2555

ข่าววันใหม่
ทีวี 360 องศา ช่วงนี้ มีความคืบหน้า ของโลก ในการยุติการใช้พลังงานนิวเคลียร์ ผลิตกระแสไฟฟ้า
ไปดูที่ ญี่ปุ่น
หนังสือพิมพ์ ท้องถิ่นญี่ปุ่น มาอินิชิ ชิมบุน รายงานว่า
นายกรัฐมนตรี โยชิฮิโกะ โนดะ ประกาศจะปิดเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ผลิตกระแสไฟฟ้าทุกแห่ง ให้ได้ ภายในปี 2573 และจะประกาศอย่างเป็นทางการ ในที่ประชุมว่าด้วยพลังงานและสิ่งแวดล้อมในช่วงสุดสัปดาห์นี้
-หากทำได้ จะเป็นไปในแนวทางเดียวกันกับ เยอรมนี
-ที่ประกาศปิดเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ให้ได้ภายในปี 2565
-สำหรับญี่ปุ่นเร่งทบทวนนโยบายด้านพลังงานใหม่ทั้งหมด หลังเกิดเหตุระเบิดและกัมมันตรังสีรั่วไหล ที่โรงไฟฟ้าฟุกุชิมะไดอิชิ เมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว
-ทำให้เตาปฏิกรณ์ทุกแห่งในประเทศ ถูกตรวจสอบเรื่องความปลอดภัย หลังจากนั้นไม่กี่เดือน
-เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รัฐบาลญี่ปุ่น ก็ได้ออกนโนบายใหม่ เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เป็นศูนย์ ในปี 2573
-ด้วย 3 หลักการ คือ การไม่ให้สร้างโรงไฟฟ้าใหม่, การยุติการใช้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป และการอนุญาตให้เปิดโรงไฟฟ้าได้อีกครั้ง เฉพาะกรณีที่ผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยแล้วเท่านั้น

กลับมาที่ประเทศไทย
แพทย์กำลังตั้งข้อสังเกต ความแปรปรวนของสภาพอากาศ ทำให้ไข้เลือดออก ระบาดหนัก
ในขณะที่ ฝนตกชุกมากขึ้นเรื่อยๆ ในหลายพื้นที่
ที่มหาสารคาม ก็มีการรายงานการตรวจพบไข้เลือดออกระบาด ทุบสถิติสูงกว่าช่วงเวลาเดียวกัน ของเมื่อปีที่แล้ว
นายแพทย์ ปิติ ทั้งไพศาล สำนักงานสาธารณสุข มหาสารคาม กล่าวว่า ตอนนี้พบผู้ป่วย 573 ราย
คิดเป็นอัตราส่วน 59.81 ต่อประชากร 1 แสนคน ถือว่าสูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว
อำเภอที่พบโรคไข้เลือดออกสูงสุด ได้แก่ กันทรวิชัย พยัคฆภูมิพิสัย วาปีปทุม แกดำ และอำเภอเมืองมหาสารคาม
เด็ก 10-14 ปี ป่วยมากที่สุด รองลงมาคือ 5-9 ปี
คาดว่า ปีนี้จะระบาดรุนแรง
เพราะสภาพอากาศมีความแปรปรวน
โดยก่อนหน้านี้ มีฝนทิ้งช่วง และอากาศร้อน
ทำให้ยุงลายวางไข่ได้มาก และขยายพันธุ์ได้เร็ว
จึงต้องเร่งคัดกรองผู้ป่วย และเตือนให้ประชาชนที่สงสัยว่าป่วย ให้รีบออกมารักษา
ปิดท้ายกับการติดตาม สรุปสถานการณ์น้ำท่วม โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
ล่าสุดมี 13 จังหวัด อยู่ในภาคเหนือ 5 จังหวัด, อีสาน 1 จังหวัด, ภาคกลาง 6 จังหวัด, และภาคตะวันออก 1 จังหวัด

เที่ยงวันทันเหตุการณ์
-วันนี้มาดู พิบัติภัยในมุมต่างๆ ของโลกกันครับ
-วันนี้ทีวี360องศา จะมาสแกน หรือ ตรวจสอบไปทั่วโลก ว่า ณ ตอนนี้ ทั่วโลกมีพิบัติภัย เกิดขึ้นตามจุดต่างๆ ของโลกอย่างไร
-เริ่มจากใกล้ตัว ภูมิภาคเอเชียของเรา

-ที่มีความเคลื่อนไหวเด่นชัดที่สุดคือ การทวีความรุนแรงของพายุซันปา
-เมื่อวานเย็น ยังเป็นพายุโซนร้อน ความเร็วลมศูนย์กลาง แค่ 70 กิโลเมตรกว่าๆ ต่อชั่วโมงเท่านั้น
-แต่เช้าวันนี้ ได้ทวีความรุนแรงขึ้นเป็น พายุไต้ฝุ่นแล้ว ความเร็วลมศูนย์กลาง สูงถึง 157 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
-ทิศทาง มุ่งหน้าระหว่างเกาะไต้หวัน กับ จังหวัดโอกินาวา ทางตอนใต้ ของประเทศญี่ปุ่น
การที่มีกำลังแรงขึ้น และเคลื่อนไปไกลมากขึ้นนี้ ทำให้อิทธิพลพายุ ที่กระทำต่อ หย่อมความกดอากาศต่ำในทะเลจีนใต้ ซึ่งวันนี้แรงขึ้น และร่องมรสุมที่พาดผ่านประเทศไทย มีลดลง
ทำให้ หย่อมนี้ โอกาสการพัฒนาเป็นพายุมีลดลง ขณะที่ร่องมรสุมก็ไม่โดดดึงรั้ง ดังนั้น ปลายสัปดาห์นี้ ร่องมรสุมก็จะเลื่อนลงต่ำ ลงมาพาดผ่านภาคกลางและภาคตะวันออก ได้
ร่องมา ฝนมา อย่าลืมนะครับ คนภาคกลางและภาคตะวันออก

-ส่วนภาพใหญ่ เอเชียวันนี้
-สัญญาณการเตือนพิบัติภัยน้ำท่วม ขึ้นกันพรึ่บ
-ไล่ ตั้งแต่ จีนตอนกลาง ลงตอนใต้ เวียดนาม ไทย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และปาปัวนิวกินี
ทางเอเชียใต้ก็มีที่ อินเดีย ปากีสถาน และอัฟกานิสถาน

โซนยุโรป และแอฟริกา
อังกฤษยังมี เตือนน้ำท่วม ทางตอนเหนือ ของสก๊อตแลนด์ และตอนใต้ของเกาะอังกฤษ
เตือนภัยฝนตกหนัก ลัตเวีย สโลเวเนีย โครเอเชีย อิตาลี
ส่วนการเตือนภัยน้ำท่วมในแอฟริกากลาง ลดลงเหลือ ประเทศในตอนกลาง และตะวันออก

โซนอเมริกา สถานการณ์ความแห้งแล้งยังไม่คลี่คลาย
การเตือนไฟป่า จึงขึ้นพรึ่บเช่นกัน ในอเมริกาเหนือ ตั้งแต่ฝั่งตะวันตกของแคนาดา ลงมาถึง สหรัฐอเมริกา
ส่วนความแห้งแล้ง ยังคงคุกคามตอนกลาง ของสหรัฐอเมริกา และเม็กซิโก
สำหรับพายุนาดีน ยังอยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติก ยังห่างฝั่งตะวันออกของสหรัฐ อีกไกล
ส่วนพายุคริสตี้ ในมหาสมุทรแปซิฟิก ยังคงเคลื่อนตัวขนานชายฝั่ง ไม่มีผลกระทบกับแผ่นดิน

-สุดท้าย ภูมิภาคออสเตรเลีย
-มีเพียง ที่ วิคตอเรีย ประเทสออสเตรเลีย เท่านั้น ที่มีการเตือนพิบัติภัยน้ำท่วม
อากาศไทยวันนี้ น่าจับตาคือ ร่องมรสุมที่พาดผ่านตอนบนของประเทศ จะมีกำลังแรงขึ้นในวันนี้ บวกกับลมมรสุม ก็มีกำลังค่อนข้างแรง
กรมอุตุนิยมวิทยา จึงย้ำเตือนภัย ฝนตกหนักถึงหนักมาก ในภาคเหนือ อีสาน กลาง ตะวันออก กรุงเทพมหานคร และภาคใต้ฝั่งตะวันตก
โดยเฉพาะฝนอาจจะหนักตั้งแต่หัวค่ำวันนี้
ส่วนคลื่นลมในทะเล แน่นอนแรงขึ้นด้วย คลื่นจะสูง2เมตร
ขอให้คุณผู้ชมติดตามข่าวพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดด้วย
ปิดท้าย พยากรณ์ 360 องศา
จุดเสี่ยงฝนรอบกรุงเย็นนี้
มีแนวโน้มสูง ที่อาจจะโชคดี ไม่มีฝนตกในกรุงเทพ ช่วงเย็นนะครับ
แต่สำหรับภาคเหนือลุ่มน้ำยม เย็นนี้แถวแพร่ อุตรดิตถ์ และสุโขทัย มีโอกาสเสี่ยงฝนตกในลุ่มน้ำด้วยนะครับ

เรื่องเด่นเย็นนี้
-วันนี้มาติดตามข้อมูลน้ำยม เพื่อเอาใจช่วย คนพิจิตร บ้างครับ

หลังจากสถานการณ์น้ำยมทะลักเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี มีแนวโน้มดีขึ้น
แต่คนท้ายน้ำ ที่อยู่ลำดับต่อไป อย่างคนพิจิตร คืออีกพื้นที่ ที่ต้องติดตามสถานการณ์น้ำยม เพื่อหาทางรับมือน้ำมากที่จะมาถึง

ทีวี360องศา ตรวจสอบกับ นายประเวศน์ ศิริศิลป์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานพิจิตร สำนักชลประทานที่ 3 พบว่า ตอนนี้ หัวน้ำชุดที่ท่วมเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี ได้เดินทางถึง อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตรแล้ว
แต่ตัวของน้ำ หรือมวลน้ำใหญ่ ขนาด 460 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่งมาถึงอำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก เท่านั้น

-จากบางระกำ น้ำจะใช้เวลาเดินทางอีก 2ถึง3 วัน ตัวของน้ำหรือมวลน้ำใหญ่ จึงจะถึงอำเภอสามง่าม
แต่ ผอ. ชลประทานพิจิตร บอกว่า ชาวอำเภอสามง่าม อย่าเพิ่งตื่นตกใจ ท่านจะไม่จมน้ำอย่าง เทศบาลเมืองสุโขทัยธานี แน่
เพราะ เมื่อ มวลใหญ่ มาถึงรอยต่อระหว่าง อำเภอบางกระทุ่ม พิษณุโลก และอำเภอสามง่าม พิจิตร
จะมีการผันน้ำไปยังแม่น้ำน่าน ในปริมาณ 220 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

-น้ำมา 460 ลูกบาศก์เมตร ออก 220ลูกบาศก์เมตร ดังนั้น จะเหลือน้ำเพียง 240 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ที่จะไหลเข้าอำเภอสามง่าม เท่านั้น
แล้วตัวน้ำ 240 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ที่จะมาถึงประมาณวันเสาร์นี้ มันจะขนาดไหน
ผอ.ชลประทานพิจิตร บอกว่า จะไม่ล้นตลิ่งครับ
แต่ถ้าเจอฝนตกซ้ำที่พิจิตร ก็อาจจะทำให้การระบายน้ำลงแม่น้ำยม ทำได้ยากบ้าง
-เช่นเดียวกับทางแม่น้ำน่าน ที่จะได้รับน้ำยมที่ผันไป
-น้ำน่านที่ อำเภอเมือง อำเภอสะพานหิน อำเภอบางบุญนาค ก็จะมีระดับสูงขึ้นด้วย และหากมีฝนตก ก็อาจจะระบายน้ำลงน้ำน่าน ยากเช่นกัน
-ซึ่งชาวพิจิตร จะอยู่กับสภาพนี้ 7 วันครับ กว่าน้ำ มวลน้ำชุดใหญ่ในแม่น้ำยมนี้ จะไหลผ่านไปหมด

ข้อมูลทั้งหมดนี้ ถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับชาวพิจิตร นะครับ
ขณะนี้ แผ่ลิ่มลงมาถึงจีนตอนใต้ เป็นปัจจัยที่ทำให้ร่องมรสุมแรงขึ้น และจะเลื่อนต่ำลงมาภาคกลาง และภาคตะวันออก ไม่พรุ่งนี้ ก็มะรืนนี้
แบบนี้ เหนือ อีสาน กลาง ตะวันออก กรุงเทพมหานคร และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ระวังจะมีฝนตกหนัก เกิดขึ้น ในระดับที่เกิดอันตรายได้ ตั้งแต่ค่ำนี้ ถึง วันจันทร์หน้า
ส่วนคลื่นลมอันดามันและอ่าวไทยตอนบน สูง 2 เมตร เดินเรือระวังด้วยครับ
ขณะที่ กรมชลประทาน ก็เตือน 4 จังหวัดท้ายเขื่อนเจ้าพระยา
ตั้งแต่วันนี้ เขื่อนเจ้าพระยาจะเร่งผลักดันน้ำ ในอัตรา 1,800-2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ขอให้ประชาชนใน ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา ระวังน้ำจะสูงขึ้น 25-30 ซ.ม. เตรียมยกของขึ้นที่สูงด้วย
ปิดท้าย จุดเสี่ยงฝนค่ำนี้
-กรุงเทพ มีลุ้น รอด อาจไม่มีฝน ตั้งแต่หัวค่ำ จนดึก
-แต่จังหวัดลุ่มน้ำยม ค่ำนี้เสี่ยงเจอฝน

…………………………………………………………………………………………………………

12 กันยายน 2555

ข่าววันใหม่
ทีวี 360 องศาวันนี้ มาติดตามเรื่องดี
นากทะเล กำลังจะกลายเป็นฮีโร่ ช่วยโลก และมนุษย์ ครับ
หน้าตาของนากทะเล ที่พูดถึง ลักษณะคล้ายๆ นากที่บ้านเราเนี่ยแหละครับ
-นักวิจัยจาก มหาวิทยาลัยแห่งแคลิฟอร์เนียซานตาครูซ ศึกษาข้อมูลช่วง40 ปี ในนากทะเล รอบมลรัฐอะลาสกา สหรัฐอเมริกา พบว่า
-นากทะเล เป็นฮีโร่แถวหน้าของผู้ต่อสู้กับปัญหาโลกร้อน
-เกี่ยวกันอย่างไร ก็เกี่ยวกันตรงที่
-นากทะเล เป็นสัตว์นักล่าตัวสำคัญ ในการจัดการกับเม่นทะเล ให้มีจำนวนสมดุลกับระบบนิเวศในบริเวณที่มันอยู่
-เพราะหากธรรมชาติ ปล่อยให้เม่นทะเลมีจำนวนมากเกินไป
-เม่นทะเลก็จะไปกินสาหร่ายทะเลอย่างตะกละตะกลาม ทำให้การดูดซับคาร์บอนของสาหร่ายจากบรรยากาศ ด้วยกระบวนการสังเคราะห์แสง ทำได้น้อยลง
-นี่เองที่ทำให้ นากทะเลเป็นฮีโร่ จัดการเม่นทะเล ช่วยสาหร่าย และช่วยลดโลกร้อน
- การศึกษายังพบอีกว่า สาหร่ายสามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง12เท่า มากกว่าเวลาที่มีเม่นทะเลอยู่มากๆ ด้วยครับ

กลับมาที่ประเทศไทย
นอกจากลุ่มเจ้าพระยาที่กำลังเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำแล้ว
ลุ่มน้ำโขงก็กำลังน่าห่วงไม่แพ้กัน
นี่คือ สภาพลำน้ำโขง ที่จังหวัดอำนาจเจริญ
ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ระดับน้ำโขง สูงขึ้น อย่างมาก
นายบุญเปรียบ ทับแสง ปลัดเทศบาลตำบลชานุมาน กล่าวว่า นอกจากฝนแล้ว น้ำเหนือจากมุกดาหารและนครพนม ก็ประดังลงมาด้วย
แต่แม้ตอนนี้ยังไม่ถึงจุดวิกฤต
ทางจังหวัดอำนาจเจริญ ก็ได้เตรียมเรือเร็ว 3 ลำ ไว้คอยอพยพประชาชนในที่ลุ่ม ตลอด 24 ชั่วโมงแล้ว
และหากเกิดน้ำท่วมฉับพลัน ให้นำ โคกระบือ ขึ้นไปไว้บนที่สูง และให้ติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดด้วย

-ขณะที่ ที่ขอนแก่น อยู่อีสานเหมือนกัน แต่ที่นี่ ยังแล้ง
แม้หลายพื้นที่ในขอนแก่น จะได้ฝนคลายแล้งบ้าง
แต่ก็แค่ได้น้ำหล่อเลี้ยงต้นข้าว ไม่ให้แห้งตายเท่านั้น
ตอนนี้เจอฝนไม่ตกมา 1-2 สัปดาห์อีกแล้ว
โดยเฉพาะ นาดอน แทบไม่ได้น้ำเลย
ชาวนาแทบจะถอดใจกับการทำนา พึงน้ำฝนแล้ว
กรมอุตุนิยมวิทยาบอกว่า อีสานตอนกลางจะพ้นแล้งได้ ต้องได้น้ำฝนจากพายุเท่านั้น
ดังนั้น ตอนนี้มีแค่ร่องมรสุม ขอให้คุณผู้ชมในอีสานตอนกลาง รองน้ำไว้ใช้ด้วยครับ
เที่ยงวันทันเหตุการณ์
-วันนี้มาติดตามสัญญาณล่วงหน้า ฟ้าฝนของไทย อาจจะมีความรุนแรงขึ้น

สำหรับการติดตามโซนร้อนซันปา พายุลูกที่ 16 ประจำฤดูกาลนี้
ขณะนี้ อยู่ทางตะวันออก ห่างจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ 1,180 กิโลเมตร
มีหลายประเด็นที่น่าสนใจ มากกว่า จะดูแค่พายุ จะวิ่งไปทางไหน

-หน้าตาล่าสุดของพายุโซนร้อนซันปา
กรมอุตุนิยมวิทยา บอกว่า ความเร็วลมศูนย์กลางอยู่ที่ 85 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ทวีความรุนแรงมากขึ้นกว่าเมื่อวาน

-ทิศทาง กำลังเคลื่อนขึ้นเหนืออย่างช้าๆ 16 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
-สำนักพยากรณ์อากาศในย่านนี้ มองว่า เป้าหมายจะไปทางไต้หวัน และตอนใต้ของญี่ปุ่น
ข้อมูลที่น่าสนใจ มากกว่าการติดตามพายุวิ่งไปทางไหนก็คือ

-นายสธน วิจารณ์วรรณลักษณ์ ภาคฟิสิกส์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกว่า เมื่อคืนตอนตี 1 พายุโซนร้อนซันปา ได้ดึงให้ร่องมรสุมที่เมื่อวานอยู่ตรงตอนกลาง แถวพิษณุโลก สุโขทัย
-ขยับขึ้นไปพาดผ่านภาคเหนือ
-ถ้าพายุ ยังดึงร่องมรสุมขึ้นไปแบบนี้ เหนือ-อีสาน จะอ่วมฝนหนักอีกหลายวัน

-แค่นี้ยังไม่พอ ยังมีหย่อมความกดอากาศต่ำอีกลูก ในทะเลจีนใต้ ทางตะวันตกของฟิลิปปินส์ ที่พร้อมจะพัฒนาเป็นพายุ ด้วย
เพราะเป็นจุดเสี่ยง ที่จะเข้าหาไทยได้
-กรมอุตุนิยมวิทยา บอกว่า
ถ้าเป็นพายุ ในช่วง วันถึง2วันนี้ ก็จะโดนพายุซันปาที่แรงกว่า ดูดเข้าไปหา
แบบนี้โอกาส จะวิ่งมาทางไทย ก็จะน้อย
รวมทั้ง ต้องลุ้นกันด้วยว่า มวลอากาศเย็นจากจีนใน 2-3 วันนี้ จะแรงขึ้นหรือไม่
เพราะถ้าแรงขึ้น ก็จะช่วยตัดกำลัง การพัฒนาเป็นพายุให้อีกแรงด้วย

-นี่แหละครับ ที่บอกว่า มีอะไรให้เราได้ติดตาม มากกว่า จะดูว่า พายุวิ่งไปทางไหน
ส่วนตอนนี้มาดูกันว่า เราจะมั่นใจว่า เขื่อนจะไม่ปล่อยน้ำ มาซ้ำเติมน้ำท่วมลุ่มเจ้าพระยา อย่างไร
กับ ทีวี360องศา เปิดโลกไฟฟ้าคู่ชุมชน
-ปิดท้าย พยากรณ์360องศา จุดเสี่ยงฝนรอบกรุงเย็นนี้
เรียกได้ว่ากว่า 90 % ของกรุงเทพ เสี่ยงเจอฝน
บริเวณที่มีโอกาสรอด เป็น แถวพระราม 4 สุขุมวิท บางนา-ตราด
วางแผนการเดินทางกันด้วยนะครับ

เรื่องเด่นเย็นนี้
-วันนี้มาดูข้อมูลน้ำยม เพื่อเอาใจช่วยคนสุโขทัยกันครับ

เชื่อว่าคุณผู้ชมที่เห็นภาพน้ำยมทะลักเข้าท่วมเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี คงอยากให้ภาพภัยพิบัติที่เกิดขึ้น จบลงโดยเร็ว
ดังนั้น เรามาติดตามตรวจสอบสถานการณ์น้ำของลำน้ำยมกันเลย

จากการติดตามปริมาณการไหลของน้ำ ในแม่น้ำยม ของทีวี360องศา โดยติดตามจากการรายงานข้อมูลน้ำของศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน พบว่า
น้ำยมช่วงที่เข้าเขตจังหวัดสุโขทัย ที่อำเภอศรีสัชนาลัย ปริมาณน้ำลดลงจากระดับ 900กว่าๆ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลงมาเหลือ ต่ำกว่า 900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ตั้งแต่หลังเที่ยง
ส่วนที่ตัวเมืองสุโขทัย ปริมาณการไหลของน้ำ 7โมงเช้าวันนี้ ยังไหลอยู่ที่ 481 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ก็ลดลงต่ำกว่า 480 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ตั้งแต่บ่ายโมง
สำนักชลประทานที่ 4 บอกว่า น้ำในแม่น้ำยม มีแนวโน้มทรงตัว และลดลง เพราะ ไม่มีฝนตกลงมา ทางตอนบนของลุ่มน้ำ
ถ้าไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มปริมาณน้ำอีก ระดับน้ำในแม่น้ำยมจะลดลงอยู่ในระดับปกติ ภายใน 1ถึง2 วัน
ดังนั้น ความกดดันเรื่องน้ำยม ต่อการซ่อมคันกั้นน้ำ ที่เทศบาลเมืองสุโขทัย จึงลดลงและเป็นใจให้เรื่อยๆ

-ทีวี360องศา เลยตรวจสอบต่อ ว่า แล้วต่อจากนี้ จะมีฝนลงมาเติมน้ำ ให้น้ำยมอีกหรือเปล่า
ก็พบว่า กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า 13- 17 กันยายน 2555 ร่องมรสุมซึ่งตอนนี้ปรากฏพาดผ่านประเทศไทยตอนบนอยู่แล้ว จะมีกำลังแรงขึ้น
แถมลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ก็มีกำลังค่อนข้างแรงด้วย
2 ประสานปัจจัยฝนแบบนี้ มีโอกาสมาก ที่ฝนจะตกหนัก ในบริเวณต้นน้ำยม

-นายทองเปลว กองจันทร์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน กล่าวว่า ฝนจากอิทธิพลร่องมรสุม จะเริ่มตก ตั้งแต่ 19.00น. พรุ่งนี้
คาดว่า แนวร่องมรสุมบริเวณภาคเหนือตอนล่าง จะอยู่ใต้จังหวัดสุโขทัยลงไป
-แต่ถ้าอิทธิพลของร่องมรสุม ทำให้มีฝนตกหนักที่ต้นน้ำยม บริเวณจังหวัดแพร่ ด้วย
-น้ำจากแพร่ จะใช้เวลาเดินทาง 2 วัน จะถึง สุโขทัย
ซึ่งคันกั้นน้ำที่สุโขทัย ก็คาดว่า จะซ่อมเสร็จภายใน 2-3 วันข้างหน้า
จึงคาดว่า จะซ่อมคันได้เสร็จ ก่อนน้ำยมจากฝนรอบใหม่ จะมาถึงเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี
กรณีแบบนี้ ก็จะไม่ซ้ำเติมปัญหาน้ำท่วมที่เผชิญอยู่

-แต่ถ้าพรุ่งนี้ ฝนหนักๆตกที่สุโขทัยเลย โดยที่คันกั้นน้ำยังซ่อมไม่เสร็จ ผอ.ทองเปลวบอกว่า ต้องสูบออกอย่างเดียว
โดยที่ ขอให้ฝนเฉลี่ยทั้งลุ่มน้ำยม อย่าตกมาเกิน 75 มิลลิเมตรใน 24 ชั่วโมงเลย
เพราะปริมาณฝนขนาดนี้ ไม่เพียงเทศบาลเมืองสุโขทัยธานีจะโดนน้ำซ้ำเติมแล้ว น้ำยมในจุดอื่นๆ ก็อาจล้นตลิ่งด้วย
และนี่ก็คือ สถานการณ์น้ำยม ที่เมื่อเราทราบข้อมูลแล้ว ก็เอาใจช่วยพี่น้องชาวสุโขทัยกันครับ

-วันนี้คำเตือนฝนตกหนักถึงหนักมากของกรมอุตุนิยมวิทยา คือ 13 – 17 กันยายน ร่องมรสุมที่พาดผ่านประเทศไทยตอนบน จะมีกำลังแรงขึ้น แถมลมมรสุมมีกำลังค่อนข้างแรง
-เหนือ-อีสาน- กลาง – ตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก จะมีฝนหนัก
-คลื่นลม ทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบน จะมีกำลังแรงขึ้น
-คลื่นสูง 2 เมตร
-ย้ำ..อาจมีอันตรายเกิดขึ้น จากสภาพอากาศตั้งแต่วันพรุ่งนี้ค่ำ
-ขอให้คุณผู้ชมติดตามข่าวพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด ด้วยครับ
-ปิดท้าย พยากรณ์360องศา จุดเสี่ยงฝนรอบกรุงค่ำนี้
-กรุงเทพตอนเหนือต่อเนื่องฝั่งธนบุรี มีโอกาสเจอฝนได้ค่ำนี้
-ใครไปแถว วิภาวดี รามอินทรา บรมราชชนนี เผื่อเวลาเจอฝนตกรถติดด้วยนะครับ
………………………………………………………………………………………………………….

11 กันยายน 2555

ข่าววันใหม่
-ทีวี 360 องศา ติดตามพายุลูกที่ 16 ประจำฤดูกาลนี้ ในมหาสมุทรแปซิฟิกด้านตะวันตก หรือ ด้านที่เป็นภูมิภาคบ้านเรา
-นั่นคือ พายุซันปา ขณะนี้ ยังคงอยู่ทางตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ คาดว่าเช้าวันนี้ จะมีความเร็วลมศูนย์กลาง 74 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
-กรมอุตุนิยมวิทยาของไทย คาดการณ์ว่า มีโอกาสจะพัฒนาเป็นไต้ฝุ่นในวันนี้ ทิศทางการเคลื่อนตัว ขึ้นเหนือ เข้าหาจีนตอนใต้
โดยจะอยู่ในแถบตะวันออกของฟิลิปปินส์ถึงวันศุกร์นี้ และวันอาทิตย์คาดว่า จะถึงจีนตอนใต้
การคาดการณ์จากสำนักพยากรณ์อากาศต่างๆ ระบุว่า จะทำให้ฟิลิปปินส์ มีฝนตกหนัก น้ำท่วม ดินถล่ม และคลื่นลมแรง

-ส่วนจีนตอนใต้ ก็จะเกิดพิบัติภัยลักษณะเดียวกัน และซันปา อาจเป็นพายุไต้ฝุ่นลูกที่ 3 ที่กำลังพัดเข้าถล่มจีนตอนใต้ ในปีนี้
ที่น่าเห็นใจคือ หลายพื้นที่ของจีน กำลังเผชิญกับฝนตกหนัก จนทำให้เกิดน้ำท่วมรุนแรง
นอกเหนือจาก ต้องเผชิญกับแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงในพื้นที่ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้

กลับมาที่ประเทศไทย
มาดูแนวทางการรับมือน้ำของเกษตรกร ที่จังหวัด พิจิตร
ชาวนาในพื้นที่ตำบลหัวดง อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร ลงทุน จ้างรถแบ็คโฮ ขุดคันดินกั้นน้ำสูง 1 เมตร ตลอดแปลงนาข้าว เป็นระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร
เพื่อใช้เป็นแนวป้องกันน้ำหลากจากเทือกเขาพิษณุโลก และเทือกเขาจังหวัดเพชรบูรณ์
เพราะตอนนี้ น้ำได้สร้างความเสียหาย ให้กับพื้นที่เกษตร และบ้านเรือนประชาชน ในอำเภอสากเหล็ก วังทรายพูน และทับคล้อ แล้ว
เพราะตำบลหัวดง อำเภอเมืองพิจิตร อยู่ต่ำกว่า 3 อำเภอที่โดนน้ำหลาก
ถ้าชาวนาไม่ป้องกันตัวเองก็จะเกิดความเสียหาย
ต่อจากนี้ น้ำหลากจากเทือกเขาพิษณุโลกและเพชรบูรณ์ จะไหลไปต่อที่ อำเภอเมืองพิจิตร,ตะพานหิน และบางมูลนาก ก่อนจะไหลลงแม่น้ำน่าน
จนถึงขณะนี้ สรุปสถานการณ์อุทกภัยทั่วประเทศ มี 14 จังหวัด 22 อําเภอ 62 ตําบล
อยู่ในภาคเหนือ7จังหวัด คือ สุโขทัย อุตรดิตถ์ เชียงราย ลําปาง ลําพูน พิจิตร เพชรบูรณ์
ภาคกลาง6จังหวัด นครสวรรค์ พระนครศรีอยุธยา ชัยนาท สระบุรี สุพรรณบุรี อุทัยธานี
ภาคตะวันออก 1 จังหวัด คือ สระแก้ว

เที่ยงวันทันเหตุการณ์
วันนี้มาติดตาม ความเป็นไปในภูมิภาคเอเชีย
สัปดาห์นี้ ภูมิภาคเอเชียของเรา ต้องกลับมาติดตามพายุในมหาสมุทรแปซิฟิกด้านตะวันตก หรือด้านภูมิภาคบ้านเราอีกแล้ว

-ขณะนี้มีการก่อตัวอยู่ 1 ลูก เป็นพายุลูกที่ 16 ของฤดูกาลนี้ และมีความรุนแรงระดับพายุโซนร้อน มีชื่อว่า ซันปา
ความเร็วลมศูนย์กลาง เกือบ 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ตอนนี้อยู่ห่างจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ไปทางตะวันออก เฉียงใต้ 1,590 กิโลเมตร

-คาดว่า 14-15 กันยายน จะเข้าใกล้ฟิลิปปินส์ ทางด้านตะวันออก
16-17 กันยายน จะเคลื่อนเข้าหาจีนตอนใต้ โดยไปทางไต้หวัน
ค่ำนี้ หรือ พรุ่งนี้ มีโอกาสจะพัฒนาความรุนแรงขึ้นเป็นไต้ฝุ่นด้วย

-ที่น่าสังเกตคือ พายุจ่ออยู่ที่ปากทางร่องมรสุม ซึ่งเป็นร่องเดียวกันกับร่องที่พาดผ่านมาถึงประเทศไทย
แต่ความโชคดีของไทยคือ ตอนนี้ ความกดอากาศสูงจากจีนมีกำลังไม่แรงพอ เลยกดให้พายุวิ่งเข้ามาในแนวร่องไม่ได้ พายุจึงขึ้นเหนือเข้าหาจีนตอนใต้
และอาจกลายเป็นไต้ฝุ่นลูกที่ 3 ของปีนี้ ที่เข้าจีนตอนใต้ ก็คราวนี้ด้วย

-ภาพรวมลักษณะอากาศเอเชีย เป็นดังนี้
สัปดาห์นี้ก่อนพายุซันปาจะเข้าปั่นป่วนเอเชีย
ฮ่องกง เกาหลี ญี่ปุ่น จีน อากาศมีความแจ่มใส ,ฮ่องกงอากาศร้อน
หลังจากนั้น ถึงจะลุ้นผลจากอิทธิพลของพายุซันปา

-ย่านอาเซียน ประเทศที่จะเจอฝนหนักมีที่เดียวคือ ฟิลิปินส์ ฝนจะหนักบนเกาะลูซอนตั้งแต่วันพรุ่งนี้ จากอิทธิพลของพายุซันปา
ส่วนที่เหลือ มีฝนเพียงเล็กน้อย
ไม่ว่าจะเป็นที่ มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และบรูไน
ส่วนพม่า และเวียดนาม จะยังมีฝนหนัก ปลายๆ สัปดาห์

-เอเชียใต้
ตอนนี้มีหย่อมความกดอากาศต่ำ อยู่ตรงตอนกลางของประเทศ ทำให้มีฝนคล้ายๆ บ้านเรา ฝนจะหนักตั้งแต่วันพฤหัส รวมถึงทางบังคลาเทศ และเนปาลด้วย
ส่วนมัลดีฟส์ อากาศแจ่มใส

-เอเชียตะวันตกเฉียงใต้
-ภาพรวมแจ่มใส ร้อนเป็นหลัก
-บริเวณร้อนสุดอยู่ตอนใต้ของอิรัก 45 องศา
-ที่ คูเวตร้อนสุด 44 องศา ดูไบ 43 องศา

-มาเจาะลึกอากาศไทยกันบ้าง
-ช่วงเวลาฝนน้อย ของคนไม่ชอบฝน เขยิบไปอีกวันแล้ว
-เพราะกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ร่องมรสุมจะเลื่อนลงมาพาดผ่านตอนกลางของประเทศ ในวันพฤหัส จากที่เดิมคาดว่า พรุ่งนี้จะลงมา
-แบบนี้เหนือ-อีสาน ฝนยังมากอีก 2 วัน ,ส่วนภาคกลาง-ภาคตะวันออก และกรุงเทพมหานคร ฟ้าฝนจะทรงๆแบบวันนี้ถึงพรุ่งนี้
-สำหรับภาคใต้ วันนี้ฝน 60-70 % ทั้ง 2 ฝั่ง
ปิดท้าย พยากรณ์360องศา พื้นที่เสี่ยงฝนรอบกรุงเย็นนี้
ในกรุงเทพยังมีโอกาสเจอฝนน้อยแบบเมื่อวาน
แต่ปริมณฑล นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี นครนายก เสี่ยงเจอฝนตกได้
วางแผนการเดินทางกลับบ้านกันด้วยนะครับ

เรื่องเด่นเย็นนี้
-วันนี้มาเกาะติดสถานการณ์น้ำในลุ่มเจ้าพระยากันต่อ

-แม้เราจะอยู่ในช่วงปลายฤดูฝนแล้ว แต่สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในจุดต่างๆ ก็เขย่าขวัญคนเคยโดนน้ำท่วมเมื่อปีที่แล้ว เสียเหลือเกิน
-มวลน้ำในลุ่มเจ้าพระยา ที่กำลังเป็นที่สนใจ มี 2 ชุด

-เริ่มจาก เรามาตรวจสอบการรายงาน การไหลของน้ำ ตามจุดต่างๆ ในแม่น้ำเจ้าพระยากันก่อน
-ขณะนี้ ที่ต้นทางแม่น้ำเจ้าพระยา น้ำไหลเข้าที่นครสวรรค์วันนี้อยู่ที่ 1,838 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ถือว่าคงที่จากเมื่อวาน ตรงนี้น้ำมาประมาณ 50 % เท่านั้น ระดับน้ำยังต่ำกว่าตลิ่ง 2 เมตร 88 เซนติเมตร

-เขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท ตอนนี้ ปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อน 2,023 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
-แต่บังคับให้ระบายออก 1,798 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ตัวเลขที่ไม่เกิน 1,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ที่เขื่อนเจ้าพระยา จะไม่ทำให้ด้านล่างมีน้ำท่วม
-ส่วนที่ อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา น้ำไหลอยู่ที่ 1,588 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ถ้าน้ำไม่ถึง 3,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที กรุงเทพก็ยังไม่ท่วม

-แล้วน้ำ 2 ชุด อยู่ตรงไหน ดูชุดแรก
-ที่พระนครศรีอยุธยา พื้นที่น้ำท่วมอยู่เหนือ อำเภอบางไทร
-เมื่อวานนี้ น้ำไหลที่บางไทรอยู่ในอัตรา 1,146 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
-วันนี้น้ำมา 1,588 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แสดงว่า น้ำที่ท่วม 4 อำเภอในอยุธยา คือ อำเภอเมือง, เสนา, บางบาล และผักไห่ ไม่ได้ทำให้มีผลกระทบกับตัวแม่น้ำเจ้าพระยาเลย
-และแน่นอน มวลน้ำชุดนี้ ก็จะไม่มีผลต่อน้ำเจ้าพระยาในกรุงเทพมหานครด้วย

-ดูน้ำชุดที่ 2 ที่สุโขทัย อยู่ในลุ่มน้ำยมเหนือจังหวัดนครสวรรค์
-นายฎรงค์กร สมตน ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 12 บอกว่า น้ำสุโขทัยมาถึงนครสวรรค์แล้ว
-แต่ก็ทำให้ตัวเลขรวมน้ำที่นครสวรรค์วัดได้เพียง 1,838 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เท่านั้น
-ปริมาณน้ำที่ท่วมที่สุโขทัย จึงยังไม่สะเทือนน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาอีก
-ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 12 บอกอีกว่า ต่อให้น้ำมามากกว่านี้ โดยที่น้ำที่หน้าเขื่อนเจ้าพระยา ยังไม่เกิน 2,840 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
-ก็จะสามารถควบคุมการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ไม่ให้เกิน 1,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ได้
-ซึ่งจะเป็นตัวเลขที่จะไม่ทำให้มีน้ำท่วมในลุ่มเจ้าพระยาอีก

-นายปราโมทย์ ไม้กลัด รองประธานกรรมการมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กล่าวว่า
ปริมาณน้ำเจ้าพระยาเฉลี่ยตอนนี้อยู่ที่ 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ยังต่ำกว่าตลิ่งที่จะทำให้ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีน้ำท่วมอีกมาก
ระดับที่คนกรุงเทพ จะต้องกลัวคือ น้ำเจ้าพระยา ที่ไหลอยู่ที่ 3,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
จนถึงขณะนี้ ยืนยัน ปริมาณน้ำในน้ำเจ้าพระยาปี 2555 ไม่มีโอกาสเท่ากับปี 2554 ได้

-ช่วงเวลาฝนน้อย กำลังจะหายไปแล้ว
-เพราะพรุ่งนี้ ร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคกลางและภาคตะวันออกในตอนนี้ จะมีกำลังแรงขึ้น แถมลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ก็จะแรงขึ้นด้วย
-แบบนี้ช่วงเวลาพกร่มของคนภาคกลางและภาคตะวันออกกลับมาแล้ว และจะต้องระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักได้ในบางพื้นที่ด้วย ภาวะฝนชุกฝนหนักนี้ จะมีถึงวันจันทร์หน้าเลยทีเดียว
-ส่วน %ฝนตกพรุ่งนี้ อยู่ที่ 60-70 % ทั่วประเทศ
-พรุ่งนี้ คลื่นลมก็จะแรงขึ้นด้วย คลื่นอันดามันและอ่าวไทย สูง 2 เมตร เดินเรือระวังด้วยครับ
-ปิดท้าย พยากรณ์360องศา จุดเสี่ยงฝนค่ำนี้ ถนนเพชรเกษม ช่วงเพชรบุรีตัดใหม่-ประจวบคีรีขันธ์

…………………………………………………………………………………………………………

10 กันยายน 2555

ข่าววันใหม่
ทีวี 360 องศา จับตาความเปลี่ยนแปลงโลก จากพิบัติภัยทอร์นาโด ที่ถล่มนครนิวยอร์ก ซิตี้ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
เพราะนี่คือ สัญญาณเตือนความผิดปกติของฤดูกาลตั้งแต่เนิ่นๆ สัญญาณหนึ่ง
ทอร์นาโด เมื่อวันเสาร์ พัดเข้าใส่นิวยอร์กซิตี้ ,
อีกลูก พัดถล่มชานกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในรัฐเวอร์จิเนีย
ศูนย์พยากรณ์อากาศแห่งชาติสหรัฐ บอกว่า ทอร์นาโดยังคงจะสร้างปัญหาให้อีกหลายพื้นที่ ในนิวยอร์ก ซิตี้ นิวเจอร์ซีย์ และคอนเนตทิคัต
มีการประกาศเตือนภัย ทอร์นาโดระดับสูง ทางเหนือของเวอร์จิเนียและทางตอนกลางของแมรีแลนด์
-น่าสังเกตคือ ทอร์นาโดไม่ค่อยเกิดขึ้นในเมืองใหญ่ ที่มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่น ตอนนี้มีคำจำนวนมากเดือดร้อน ไม่มีไฟฟ้าใช้
นายสธน วิจารณ์วรรณาลักษ์ นักวิชาการไทย จากภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกว่า
ทอร์นาโดในสหรัฐอเมริกา ช่วงนี้ เกิดเพราะกำลังเข้าสู่ช่วงของการปรับเปลี่ยนฤดู จากร้อนเข้าสู่หนาว
คือมีมวลอากาศเย็นจากขั้วโลกเหนือลงมา ทำให้เกิดแนวปะทะอากาศ และเกิดการปั่นป่วนอย่างรุนแรง
นายสธนบอกว่า ถือว่า กำลังส่งสัญญาณผิดปกติ เพราะมวลอากาศเย็น ลงมาเร็วเกินไป จากปกติลงมาในช่วงปลายตุลาคม
เมื่อบวกกับปรากฎการณ์เอลนิโญ่ที่กำลังเกิดขึ้น จึงคาดว่า ปีนี้อเมริกาเหนือ มีแนวโน้มจะหนาวกว่าปกติ

-กลับมาที่ประเทศไทย
ติดตามการเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ ในแม่น้ำเจ้าพระยา กัน
-นายฎรงค์กร สมตน ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 12 เปิดเผยว่า
-น้ำเจ้าพระยาที่เพิ่มขึ้นในช่วงนี้ มาจากฝนที่ตกในลุ่มน้ำปิง บริเวณจังหวัดกำแพงเพชร และตาก
-ทำให้ 2-3 วันนี้ น้ำจะไหลผ่าน จังหวัดนครสวรรค์ ในเกณฑ์ 1,800-2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
-จึงเตือนอีกครั้ง ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาด้านเหนือเขื่อนเจ้าพระยา บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี และชัยนาท จะเพิ่มสูงขึ้นตามปริมาณน้ำเหนือที่ไหลลงมา

-แต่สำนักชลประทานที่ 12 จะควบคุมให้น้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ในเกณฑ์ 1,600-1,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
-ปริมาณนี้ จะทำให้ด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา บริเวณชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา มีระดับสูงขึ้น ประมาณ 50-100 เซนติเมตร
-ขอให้เตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำแม่น้ำเจ้าพระยาที่สูงขึ้นด้วย

เที่ยงวันทันเหตุการณ์
-เกาะกระแส 2012 วันสิ้นโลก ประจำสัปดาห์
-ทุกวันจันทร์ ทีวี360องศาในช่วงเที่ยงวันทันเหตุการณ์ จะเกาะสัญญาณที่เกี่ยวข้องกับคำทำนาย 2012 วันสิ้นโลก เพื่อติดอาวุธทางปัญญาให้คุณผู้ชม ติดตามเรื่องนี้อย่างเป็นวิทยาศาสตร์
-วันนี้ มีข้อมูลมาบอกคุณผู้ชมอีกว่า หากเราผ่านปี 2012 หรือ ปีนี้ ไปได้ ปีหน้า 2013 อาจน่าเป็นห่วงกว่าปีนี้ก็ได้

-ข้อมูลนี้ เรียบเรียงจากเวปไซด์ newsscientist.com ที่บอกว่า สัญญาณความเปลี่ยนแปลงของโลกในปีนี้ เป็นดัชนีที่สามารถฟันธงได้เลยว่า ปี 2013 หรือ 2556 โลกจะร้อนระอุ และความแห้งแล้งจะแผ่กระจายครั้งใหญ่ อีกครั้งหนึ่ง
-เพราะสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้ คือ สถิติในช่วงฤดูร้อนของซีกโลกเหนือ ได้แสดงถึงความร้อนที่ผิดปกติในหลายพื้นที่

-จากข้อมูลสัญญาณที่ปีนี้ทำไว้ ตัวการที่จะมาเร่งให้ปีหน้าร้อนขึ้นเข้าไปอีก คือ ปรากฎการณ์เอลนิโญ่ ที่ทั่วโลกยืนยันแล้วว่า โลกได้เปลี่ยนผ่านเข้าสู่ปรากฎการณ์เอลนิโญ่แล้ว
-ปรากฎการณ์เอลนิโญ่ เป็นปรากฎการณ์ที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเล บริเวณศูนย์สูตร ทางด้านตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิก ร้อนขึ้นกว่าปกติ ทำให้มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศไปทั่วโลก

-จากการพยากรณ์ของ ศูนย์พยากรณ์สภาพภูมิอากาศ สหรัฐอเมริกา พบว่า อุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณนี้ จะสูงขึ้นกว่าปกติ ในช่วง กันยายน ถึง พฤศจิกายน นี้ ครึ่งองศา ถึง 2.5 องศา
-จึงชี้ว่า เอลนิโญ่จะมีอิทธิพลต่อโลก ตั้งแต่ตอนนี้ ไปจนถึงต้นปี 2556
-ซึ่งการเพิ่มอิทธิพลของเอลนิโญ่ จะทำให้โลกร้อนขึ้น เข้าไปอีก
-เอลนิโญ่ จะทำให้ฟากบ้านเรา มีความแห้งแล้งมากขึ้น
จึงมีผลต่อ การเกษตรในเอเชียและแอฟริกา
จนอาจทำให้เกิดปัญหาต่อการผลิตอาหารทั่วโลก
ขณะที่ฟากอเมริกาใต้ จะมีฝนหนักมากขึ้น

นาย สมิทธ ธรรมสโรช ประธานกรรมการมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ
บอกว่า เอลนินโญ่ปีหน้า จะมีความรุนแรงมากที่สุด
และอาจอยู่กับเราไปจนถึง เดือนพฤษภาคมปีหน้า
สิ่งที่ต้องเตรียมตัวไว้เลย คือ หน้าหนาวปีนี้ จะไม่หนาว
หน้าร้อนจะร้อนจัด ส่วนหน้าฝนปีหน้า ฝนจะตกน้อยลง
นี่คือสัญญาณที่น่าห่วงที่รอเรา หลังข้ามปี 2012
-ช่วงนี้ถือเป็นช่วงเวลาหรรษาของคนไม่ชอบฝนนะครับ
-เพราะตอนนี้ปัจจัยตัวการฝนอ่อนกำลังลงหมดเลย
-ฝนทั่วไทยเลยลดมาอยู่ที่20-30% ของพื้นที่ ยกเว้นภาคเหนือ ฝนยังมาก 60 % ทางแม่ฮ่องสอน เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา น่าน และตาก
-ระวังนะครับ เห็นไม่มีฝนตอนช่วงช่วง ตกบ่ายถึงค่ำ ยังเสี่ยงเจอฝนก่อนกลับบ้านได้
-เตรียมระวังกันต่อ วันพุธนี้ ฝนชุกๆหนักๆ จะกลับมา รวมถึงลมมรสุมจะแรงขึ้น ทำให้การเดินเรือตั้งแต่พุธนี้ ต้องกลับมาใช้ความระมัดระวังอีกครัง

-ปิดท้าย พยากรณ์ 360 องศา จุดเสี่ยงฝนช่วงเย็นนี้
-ใครไปแถว วิภาวดี , ประชาชื่น , พหลโยธิน ,คลองประปา จรัลสนิทวงศ์ และบรมราชชนนี
-มีโอกาสเจอฝนนะครับ วางแผนเผื่อเวลาไว้ด้วยครับ

เรื่องเด่นเย็นนี้
-วันนี้มาเกาะติดสถานการณ์น้ำในลุ่มเจ้าพระยากัน
-ห่างหายไปนาน กับการเฝ้าติดตามตัวเลขปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา
-ปีนี้ มีมาให้ลุ้นอีกแล้ว เรามาดูกัน

จากผังน้ำลุ่มเจ้าพระยา ข้อมูลจากกรมชลประทาน
วันนี้ 10 กันยายน น้ำไหลที่ นครสวรรค์ 1,829 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที, อัตรานี้ เป็น ครึ่งหนึ่งของอัตราการไหลสูงสุดที่น้ำเจ้าพระยาที่นครสวรรค์จะรับได้ หรือน้ำต้องเกิน 3,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที นครสวรรค์จะท่วม

-ดังนั้น มาทบทวนตัวเลขการควบคุมน้ำที่เขื่อนเจ้าพระยากัน
ตัวเลขของกรมชลประทาน ช่วงเกิดมหาอุทกภัยเมื่อปีที่แล้ว นั่นคือ
ถ้าน้ำที่เขื่อนเจ้าพระยาเกิน 1,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โผงเผง จะเกิดน้ำท่วม
ถ้าเกิน 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที อินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี และอำเภอเมือง อ่างทอง น้ำจะท่วม
เกิน 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ตั้งแต่ สรรพยา ชัยนาท และสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ถึงกรุงเทพ จะจมบาดาล
นับจากนี้ มาคอยติดตามกันนะครับ

-ช่วงนี้ อาจจะเรียกว่า ช่วงเวลาหรรษาของคนไม่ชอบฝน แต่โอกาสฝนน้อย จะเหลืออีกแค่พรุ่งนี้อีกวันเท่านั้น
-เพราะวันพุธเป็นต้นไป ร่องมรสุมจะกลับมาพาดผ่านตอนกลางของประเทศอีก แถมลมมรสุมจะแรงขึ้นด้วย
-ฝนชุกฝนหนัก ระดับ 70-90 % จะกลับมาอีก และคราวนี้เป็นคิวของคนภาคกลางและภาคตะวันออก จะเจอกับฝนหนัก ขอให้เตรียมระวังอันตรายกันด้วย
-ภาคใต้ ก็ต้องเตรียม นอกจากพุธนี้ฝนจะเพิ่ม, คลื่นลมก็แรงขึ้นด้วย
-การเดินเรือในอันดามันและอ่าวไทยตอนบน เตรียมต้องกลับมาใช้ความระมัดระวังด้วยนะครับ
ปิดท้าย พยากรณ์ 360 องศา จุดเสี่ยงฝนค่ำนี้
กรุงเทพฝั่งธนบุรี ล้วนๆ แต่เป็นพื้นที่เล็กๆ
ใครจะไปในเส้นทาง บรมราชชนนี, เพชรเกษม และราชพฤกษ์ มีโอกาสเจอฝน
วางแผนเผื่อ สำหรับการเดินทางด้วยนะครับ

………………………………………………………………………………………………………….

7 กันยานยน 2555

ข่าววันใหม่
ทีวี 360 องศา มาดูบริเวณที่จะมารับฝนหนัก ที่ตกในประเทศไทย เมื่อเย็นถึงค่ำวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
นั่นคือ อินเดีย
เพราะหย่อมความกดอากาศต่ำตัวการฝนหนักครั้งนี้ ได้เคลื่อนผ่านภาคกลางของไทย ไปตามแนวร่องมรสุม เข้าหาอินเดียนั่นเอง
ตอนนี้ ฝนได้ตกหนักอย่างต่อเนื่องในเขตอาโคล่า รัฐมหารัชตะ ทางภาคตะวันตกของอินเดีย
ทำให้มีน้ำท่วมในหลายพื้นที่ จากแม่น้ำโมร์นา ที่เอ่อล้นฝั่ง
ระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ สร้างความเสียหายให้กับพื้นที่การเกษตรเป็นบริเวณกว้าง

-ที่เมืองสุรัต ในรัฐกุจาราช ก็มีชะตากรรมไม่ต่างกัน
-ฝนที่ตกหนัก ทำให้น้ำท่วม ขณะที่ระดับน้ำในแม่น้ำสายต่างๆ ยังคงเพิ่มสูง
-กรมอุตุนิยมวิทยาของไทยบอกว่า ตอนนี้ มีหย่อมความกดอากาศต่ำก่อตัวอยู่ทางตะวันตกของอินเดีย และก็เป็นหย่อมฝนในแนวเดียวกัน กับที่ทำให้ประเทศไทยเกิดฝนตกหนัก และน้ำท่วม นั่นเอง

กลับมาที่ประเทศไทย
ตรวจสอบสถานการณ์น้ำ หลังฝนตกลงมามากทางภาคเหนือกัน
เพราะตอนนี้ หลายจังหวัด มีน้ำท่วมหนักกันแล้ว
โดยเฉพาะจังหวัดแพร่ สุโขทัย และลำปาง น้ำที่ท่วมอยู่ในตอนนี้ คิดเป็นปริมาณน้ำที่มาก ถึง 800 ล้านลูกบาศก์เมตร
ได้ไหลมาสู่คลองหกบาท อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ทำให้ท่วมพื้นที่ทางการเกษตรจำนวนกว่า 2,000 ไร่
นายสมควร รุ่งเรือง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 10 ต.ท่าช้าง บอกว่า ระดับยังอยู่ที่ประมาณ 50 ซม.
-คาดว่าในช่วง 2-3 อาทิตย์นี้ น้ำก็จะท่วมทุ่งทั้งหมด ไม่ต่ำกว่า 10,000 ไร่อย่างแน่นอน
-สำหรับพื้นที่นี้ เป็นที่ลุ่มต่ำ พักน้ำก่อนไหลลงสู่ภาคกลางอยู่แล้ว

-ที่จันทบุรี หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว อ.สอยดาว จ.จันทบุรี เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ ตรวจสอบปริมาณน้ำ ในน้ำตกเขาสอยดาวอย่างต่อเนื่อง
พร้อมกับให้เฝ้าระวังการไหล และสีของน้ำตก
เพราะเกรงว่า อาจจะเกิดน้ำป่าไหลหลากได้
สำหรับระดับความลึกของลำธาร ตอนนี้ลึกเพิ่มขึ้นจาก 3 เมตร มาอยู่ที่เกือบ 4 เมตร และมีแนวโน้มจะลึกเพิ่มขึ้นต่อไป
และตอนนี้ ไม่เปิดให้นักท่องเที่ยว เข้ามาใช้บริการ

เที่ยงวันทันเหตุการณ์
-วันนี้เราจะมาดู ฟ้าฝนกรุงเทพ ในช่วงบ่ายวันนี้กัน

แม้คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย หรือ กบอ. จะยกเลิกการทดสอบการระบายน้ำ กรุงเทพฝั่งตะวันออก เพราะฝนหนักในกรุงเทพ หลายจุดเมื่อวาน จนน้ำท่วมขัง
แต่ทีวี360องศา ก็จะตรวจสอบให้ดูว่า ฝนกรุงเทพช่วงบ่ายวันนี้ จะเป็นใจแค่ไหน หากวันนี้มีการทดสอบการระบายน้ำ

-เริ่มจากภาพใหญ่ ตอนนี้ตัวการฝนหลัก คือ หย่อมความกดอากาศต่ำ หรือหย่อมฝน กำลังแรง ได้เคลื่อนผ่านภาคกลาง ตั้งแต่เมื่อคืนวาน ไปอยู่ที่อ่าวมะตะบัน ประเทศพม่า ในเช้าวันนี้แล้ว
แบบนี้ ง่ายๆ ก็คือ ฝนหนักๆ ได้ถูกพาไปด้วย
แต่บริเวณแนวร่องมรสุมพาดผ่าน คือ เหนือตอนล่าง-กลาง-และอีสานตอนล่าง ฝนก็ยังชุกอยู่ แต่ไม่หนักเหมือนเมื่อวาน หรือตอนที่หย่อมความกดอากาศต่ำวิ่งผ่านประเทศไทย

-กรมอุตุนิยมวิทยา บอกว่า แบบนี้ก็ยังไม่น่าวางใจสำหรับ ฝนช่วงบ่ายถึงค่ำของกรุงเทพมหานคร เพราะอย่าลืม ยังมีลมมรสุมกำลังค่อนข้างแรง เป็นตัวเสริมกำลังฝนอยู่ด้วย
ดังนั้น เตรียมตัวกันเลยครับ ช่วงเย็น กรุงเทพมีโอกาสฝนหนัก 30-60 มิลลิเมตร ทีเดียว
ตัวเลขนี้แรงขนาดไหน ก็แรงขนาดที่จะซ้ำเติมกรุงเทพฝั่งตะวันออกที่มีน้ำท่วมขัง ให้ท่วมเพิ่มขึ้นอีกได้ หากการระบายน้ำ ไม่ดีพอ

-อย่างนั้นตอนไหนจะเหมาะ กลับมาทดสอบการระบายน้ำ
-กรมอุตุนิยมวิทยา บอกว่า สัปดาห์หน้า เป็นไปได้ เพราะจะไม่มีหย่อมความกดอากาศต่ำ เข้ามาป่วนฝนกรุงเทพอีก
-เพราะถ้าร่องมรสุมยังอยู่ ฝนกรุงเทพก็จะแค่ 10-30 มิลลิเมตรเท่านั้น
-ถ้าเทียบกับตอนมีหย่อมความกดอากาศต่ำ ฝนจะสูง 30-60 มิลลิเมตร

-แต่สำหรับความเห็นผู้เชี่ยวชาญ
นาย สมิทธ ธรรมสโรช ประธานกรรมการมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กล่าวว่า
ถ้าวันนี้ ยกเลิกการทดสอบการระบายน้ำแล้ว ก็ไม่ควรจะทำอีก
เนื่องจาก ไม่ทันแล้ว… น้ำเหนือกำลังจะมา ตอนนี้ก็ถึงนครสวรรค์ แล้ว
อีกอย่าง ช่วงกันยายน และ เดือนตุลาคม เป็นช่วงฝนตกหนัก ถ้าทดสอบอีก จะเกิดน้ำท่วมตลิ่งได้

-ข้อมูลอากาศวันนี้ ยังเตือนภัยคุณผู้ชมใน 3 จังหวัดภาคเหนือ , 3 จังหวัดภาคกลาง , 2 จังหวัดภาคตะวันออก และ 2 จังหวัดภาคใต้
-ให้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากต่อไป
-จนกว่าวันอาทิตย์นี้ ร่องมรสุมจะอ่อนลง และเลื่อนขึ้นไปพาดผ่านตอนบนๆ ของประเทศ เพราะนั่นจะเป็นช่วงเวลาฝนลดลงจากช่วงนี้ อย่างสิ้นเชิง
-แต่ไม่ใช่ฝนจะหายไปเลยนะครับ ช่วงบ่ายถึงค่ำ ยังเป็นช่วงเวลาเจอฝนหนักๆ ได้อยู่
-สำหรับภาคใต้ นอกจากฝนชุก ให้ระวังคลื่นลมด้วย เรือเล็กงดออกจากฝั่งไว้ก่อนครับ

ปิดท้ายมาดูกัน พยากรณ์ 360 องศา จุดเสี่ยงฝนกรุงเทพเย็นนี้
ฝั่งธนบุรี มีโอกาสเจอฝนในช่วงหัวค่ำ หลัง 6 โมงเย็น มากทีเดียว
ขอให้คุณผู้ชมวางแผนการเดินทางก่อนกลับบ้านกันด้วยนะครับ
ส่วนตอนนี้ มีกลุ่มฝนเล็กๆ แถว ปทุมธานี สามโคก คลองหลวง แนวโน้มเคลื่อนขึ้นไปทางทิศเหนือ เรื่อยๆ ครับ

เรื่องเด่นเย็นนี้
-ทุกวันศุกร์สุดสัปดาห์ ติดตามการคาดการณ์อากาศสัปดาห์หน้า

หลังจากเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทีวี360องศา ได้เตือนให้คุณผู้ชมพกร่มตลอดสัปดาห์นี้
ก็คงเห็นแล้วว่า ตลอดทั้งสัปดาห์ เราเจอฝนกันมากจริงๆ
มาวันนี้ ก็จะขอบอกว่า ช่วงเวลาเก็บร่ม จะมีให้เห็นในสัปดาห์หน้าแล้ว

-สาเหตุก็เพราะว่า ตัวการฝนหนักของสัปดาห์นี้ มี 3 ปัจจัย คือ ร่องมรสุมกำลังแรง ที่พาดผ่าน เหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และอีสานตอนล่าง
ปัจจัยที่ 2 คือ หย่อมความกดอากาศต่ำ หรือหย่อมฝน กำลังแรง ที่เคลื่อนเข้ามาในแนวร่องมรสุม
และสุดท้าย คือ ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ กำลังค่อนข้างแรง
3 ประสานกันแบบนี้ เราจึงมีฝนตกหนัก ทั่วไทย ในช่วงที่ผ่านมา

-แต่ตั้งแต่วันอาทิตย์นี้เป็นต้นไป ปัจจัยฝนจะไม่แรงอย่างนี้ นั่นคือ
ร่องมรสุม จะอ่อนกำลังลง และอาจเลื่อนไปพาดผ่านตอนบนๆ ของประเทศ ,ส่วนลมมรสุม ก็อ่อนกำลังลงด้วย และแน่นอน ไม่มีหย่อมความกดอากาศต่ำ เข้ามาป่วนฝนในประเทศไทย
ใครติดตาม ทีวี360องศา มาอย่างต่อเนื่องจะทราบดี
ปัจจัยฝนอ่อน ,ฝนทั่วไทยก็จะลดลงด้วย

-ดังนั้น สัปดาห์หน้า ฝนแบบ 80-90 % ไม่มีให้เห็น
ภาคเหนือ –ภาคกลาง – กรุงเทพ และภาคตะวันออก ฝนจะลดลงมาเหลือ 60-70 % ของพื้นที่
อีสาน ลดมากสุด ลงมาอยู่ที่ 40-60 % ของพื้นที่
ฝนจะกลับไปตกในช่วงบ่ายถึงค่ำ เป็นส่วนใหญ่
ใครไปเที่ยวทะเลภาคตะวันออก ก็ไปได้นะครับ แต่ถ้ามีฝนตกในทะเล คลื่นจะสูงมากกว่า 2 เมตร
-มาดูภาคใต้
ฝนลดลงมาอยู่ที่ 40-60 % ทั้ง 2 ฝั่ง เช่นกัน
ทะเลฝั่งอันดามัน ห่างฝั่งคลื่นจะสูง มากกว่า 2 เมตร นะครับ

พยากรณ์ 360 องศา
-สัปดาห์หน้า ช่วงเช้า..ฉลุย สำหรับการทำกิจกรรมกลางแจ้ง ไม่ว่า จะจ๊อกกิ้งตอนเช้า ตีกอล์ฟ ซักผ้า ตากผ้า หรือ ล้างรถ
แต่ตกบ่าย ยังเสี่ยงลุ้นเจอฝน ที่ชอบตกก่อนกลับบ้าน
ส่วนการวางแผนเที่ยวทะเล ทำได้ เพราะสัปดาห์หน้า ฝนลด และคลื่นลม ลดกำลังลง
- ย้ำ!! ออกจากบ้าน ช่วงบ่าย-ค่ำ พกร่มไว้ด้วย เพราะฝนยังตกอยู่

-ส่วนตอนนี้ ยังมีประกาศเตือนภัยของกรมทรัพยากรธรณี
-ให้ 9 จังหวัดภาคเหนือ , กาญจนบุรี และฉะเชิงเทรา
-เฝ้าระวัง น้ำป่า ดินถล่ม ต่อไปจนถึงพรุ่งนี้
-ส่วนจุดเสี่ยงฝนรอบกรุงค่ำนี้
-ใครไปแถว 3 สมุทร คือ สมุทรปราการ ,สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม ต่อเนื่องพระราม 2 ลงใต้เข้าเพชรบุรี
-เสี่ยงเจอฝน ขับรถระวังกันด้วยครับ

-ปิดท้าย เสาร์-อาทิตย์ ใครไป
-เชียงใหม่ ฝน 40 % ร้อน 32 องศา
-โคราช ฝนยังสูง 70-80% แต่ไม่ร้อน
-ภาคกลาง นครสวรรค์ ฝน60-70 % ร้อนพอๆกับภาคเหนือ
-ภาคตะวันออก ชลบุรี อากาศพอๆ กัน ฝน60-70%
-และภาคใต้ ภูเก็ต ฝนน้อย 20-30% เท่านั้น แต่ร้อน 34 องศา

………………………………………………………………………………………………………….

6 กันยายน 2555

ข่าววันใหม่
-ทีวี 360 องศา วันนี้ติดตาม ความพยายามหาแหล่งแร่ยูเรเนียม เพื่อใช้เป็นพลังงานทดแทน ในการผลิตพลังงานนิวเคลียร์
-โดยแหล่งที่กำลังพุ่งเป้าไปหา คือ มหาสมุทร จากเปลือกกุ้ง

-นักเคมีจากมหาวิทยาลัยอลามาบา สหรัฐอเมริกา พบวิธีการทำเหมืองยูเรเนียมสมุทร
-โดยการใช้เปลือกกุ้งและกระดองปู ที่เป็นของเสียจากการประมงในอ่าวเม็กซิโก มาผลิตเป็นวัสดุดูดซับยูเรเนียมจากน้ำทะเล
-วิธีนี้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มากกว่าที่ญี่ปุ่นทำได้ เพราะญี่ปุ่นใช้พลาสติกที่ไม่ย่อยสลาย มาเป็นตัวดูดซับยูเรเนียมจากน้ำทะเล


-นักวิจัย เรียกวัสดุนี้ว่า ตาข่ายดักยูเรเนียมแบบไคติน ซึ่งอาจมีความทนทานน้อยกว่าแบบพลาสติก
-แต่ก็คุ้มค่าสำหรับนำมาใช้ เพราะนอกจากก่อมลภาวะน้อยกว่า ยังถูกกว่าในแง่ของการผลิตด้วย
-ทะเลเป็นแหล่งแร่ยูเรเนียมมหาศาล มากกว่าปริมาณที่มีอยู่บนบก
-แต่ปัญหาคือ น้ำทะเล 1 ตัน จะมีแร่ยูเรเนี่ยมแค่ 3.3 มิลลิกรัมเท่านั้น

-สำหรับกระทรวงพลังงาน ของสหรัฐ ก็พบวิธีการสกัดยูเรเนี่ยมจากน้ำทะเลเช่นกัน สามารถช่วยลดต้นทุนการทำเหมืองยูเรเนียมในทะเล ลงมา จาก 560 ดอลลาร์ต่อปอนด์ ลงมาเหลือ 300 ดอลลาร์ต่อปอนด์
-แต่ก็ยังแพงกว่าการทำเหมืองปกติถึง 5 เท่า
-แม้จะยังไม่มีความเป็นไปได้แง่เศรษฐกิจ แต่ก็จะนำเสนอในที่ประชุมสมาคมเคมีอเมริกันประจำปีด้วย

-กลับมาที่ประเทศไทย
-ที่จังหวัดพิษณุโลก
นายบุญยิ่ง คุ้มสุพรรณ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด สั่งมิสเตอร์เตือนภัย เฝ้าระวัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะ 5 อำเภอที่เสี่ยง เนื่องจากฝนตกหนัก ได้แก่ อ.วัดโบสถ์ อ.ชาติตระการ อ.นครไทย อ.เนินมะปราง และ อ.วังทอง
เนื่องจากน้ำเหนือ กำลังไหลลงสู่ภาคเหนือตอนล่าง และภาคกลางตอนบน แล้ว
-ส่วนที่ระนอง
-วานนี้ เป็นบริเวณที่มีฝนหนักสุดของประเทศ วัดได้ 273.1มิลลิเมตร
-เป็นสถิติมากที่สุดในรอบหลายสิบปีของระนอง
-อุตุนิยมวิทยาระนอง เตือน ประชาชนให้ระวังน้ำป่าไหลหลาก และคลื่นลมในทะเลมีความแรง เรือประมงให้งดออกจากฝั่ง

เที่ยงวันทันเหตุการณ์
-มาติดตาม ฝนเช้านี้ ที่เพิ่มขึ้น ในบริเวณประเทศไทยตอนบน

-วันนี้หลายพื้นที่ เจอฝนหนักกันตั้งแต่เช้า
-นี่คือ ฝนจากอิทธิพลของร่องมรสุมกำลังแรง ที่พาดผ่านประเทศไทยตอนบน ในภาคเหนือตอนล่าง กลางตอนบน และอีสานใต้ อย่างที่ทีวี360องศา รายงานมาอย่างต่อเนื่อง

-ซึ่งตอนนี้ ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ กำลังแรง ก็เป็นพลังเสริมด้วย
-นี่เองที่วันนี้จะทำให้โอกาสฝนตกในภาคกลาง-อีสาน-ตะวันออก-กรุงเทพมหานคร และภาคใต้ทั้ง 2 ฝั่ง ทะยานขึ้นไปอยู่ในเกณฑ์ 80-90 % ของพื้นที่ ยกเว้นภาคเหนือ ฝน70% เพราะอยู่เหนือร่องมรสุม ส่วนภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ฝนก็ 70 % เพราะไม่ใช่ด้านรับลมมรสุม
-ที่น่าสนใจต่อไปก็คือ หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ลาว ซึ่งเมื่อวาน ทีวี360องศา บอกแล้วว่า จะเป็นตัวปัญหาที่จะทำให้มีฝนตกหนัก และเมื่อวานก็อยู่ที่บริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนาม
-ขณะนี้กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาตามแนวร่องมรสุม โดยเป้าหมายจะเข้ามาปกคลุมในอีสานตอนล่าง และภาคกลาง ซึ่งยังต้องจับตาว่า จะเป็นช่วงเวลาไหน
-แต่ที่แน่ๆ จะทำให้เรามีฝนตกแบบช่วงเช้าวันนี้ ได้ตลอดทั้งวัน ในวันนี้และพรุ่งนี้
-ส่วนบริเวณที่หย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมอยู่ก็จะมีฝนตกหนักตลอดทั้งวัน

-ทีวี360องศา จึงตรวจสอบกลุ่มเมฆที่ปกคลุมประเทศไทยล่าสุด จากแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียมของกรมอุตุนิยมวิทยา ก็พบว่า
-ตอนนี้ที่อีสาน กลุ่มเมฆฝนได้ปกคลุมอยู่ในบริเวณตอนกลาง และตอนล่าง ของภาค
-โดยจุดที่น่าเป็นห่วงคือ กลุ่มเมฆฝนที่อยู่ในบริเวณอีสานใต้ แถว บุรีรัมย์ สุรินทร์ โคราช ซึ่งคาดว่าวันนี้จะมีฝนตกหนัก ในระดับที่เป็นอันตรายได้ คุณผู้ชมที่อยู่ในบริเวณนี้ ขอให้ระวังอันตรายด้วย

-ส่วนจุดอื่น ภาคกลาง ตอนนี้ เมฆฝนปกคลุมอยู่ทางตะวันตกและตอนล่าง ลักษณะนี้ จึงบอกได้เลยว่า วันนี้ กรุงเทพจึงมีโอกาสเจอฝนตกพรำๆ แบบเมื่อเช้า ได้ไปจนถึงเย็น รวมถึงวันพรุ่งนี้ด้วย จากอิทธิพลของร่องมรสุมและหย่อมความกดอากาศต่ำนั่นเอง
-นอกจากนี้ กลุ่มเมฆฝนยังมีในภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งอันดามันด้วย

-สำหรับกรุงเทพมหานคร ล่าสุดตอนนี้ กลุ่มเมฆฝนอยู่ทางฝั่งธนบุรี หรือทางด้านกรุงเทพฝั่งตะวันตก
-ทิศทางของฝนที่ตกในกรุงเทพ กำลังมุ่งหน้าไปทางตะวันตก นั่นคือ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม จะเจอกับฝนจากกรุงเทพ พัดไปหา

-จากลักษณะของร่องมรสุมกำลังแรงที่พาดผ่าน เหนือตอนล่าง กลาง และอีสานใต้ บวกกับหย่อมความกดอากาศต่ำ ที่มีแนวโน้มเคลื่อนเข้าหาอีสานใต้ และภาคกลาง
ขอให้คุณผู้ชม ใส่ใจกับคำเตือนอันตรายจาก ฝนตกหนัก น้ำท่วม น้ำหลาก เน้นๆ ใน ที่ลาดเชิงเขาและที่ราบลุ่ม ใน 4 จังหวัดภาคเหนือ , 7 จังหวัดภาคอีสาน , 4 จังหวัดภาคกลาง , 5 จังหวัดภาคตะวันออก และ 3 จังหวัดอันดามัน
ถึงวันพรุ่งนี้
สำหรับภาคใต้ คลื่นลมอันดามันและอ่าวไทย มีกำลังแรงขึ้น เดินเรือระวัง ในช่วง 1-2 วันนี้

เรื่องเด่นเย็นนี้
วันนี้มาติดตามความเปลี่ยนแปลง ที่กำลังจะเกิดจากฝนที่เพิ่มขึ้นในประเทศไทย

วันนี้ฝนที่ตกมากขึ้นในหลายพื้นที่ เกิดจากอิทธิพลของร่องมรสุมกำลังแรง ที่พาดผ่านเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และอีสานใต้

-โดยมีหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง ที่กำลังจะเคลื่อนไปตามแนวร่องมรสุม เข้าสู่ภาคกลาง
แถมช่วงนี้ ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ก็มีกำลังค่อนข้างแรง เสริมพลังฝนกันอยู่ด้วย
แบบนี้คืนนี้ถึงพรุ่งนี้เช้า ฝนก็จะยังชุกหนาแน่น ในบริเวณแนวร่องมรสุมเช่นเดิม

-สำหรับภาคเหนือ มีจุดเล็กๆ จุดหนึ่งที่จังหวัดตาก มีความน่าสนใจ
คือตำบลวังหิน อำเภอเมืองตาก ตรงนี้อยู่นอกเขตชลประทาน
ทีวี360องศา ได้รับรายงานว่า เกษตรกรที่ปลูกมันเทศ ขาดน้ำ และรอน้ำฝนมาตั้งแต่พฤษภาคมแล้ว
ทั้งที่ที่อื่นของภาคเหนือ เจอฝนตกหนัก

-พอตรวจสอบลงลึก จึงรู้ว่า ตรงนี้เป็นเขตเงาฝน หรือ บริเวณฝนตกน้อย เพราะมีเทือกเขากั้นกลางในแนวเหนือใต้
และฝนก่อนหน้านี้ เป็นฝนจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ฝนจึงตกทางฝั่งตะวันตกมากกว่า ฝั่งตะวันออกที่ ต.วังหิน ตั้งอยู่
นอกจากนี้ ยังมีอีก 3 อำเภอ คือ บ้านตาก สามเงา และวังเจ้า อยู่ในเขตเงาฝนลักษณะนี้ด้วย
และเมื่อดูข้อมูลซ้อนเข้าไปกับร่องมรสุมจากแผนที่อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา จะเห็นได้ว่า ร่องมรสุมได้เลื่อนผ่านบริเวณนี้มาแล้ว
แบบนี้แหละถึงทำให้พื้นที่ตรงนี้ได้รับน้ำฝนมากขึ้นกับเขาบ้าง
ฝนที่ได้อยู่ในเกณฑ์ 20 มิลลิเมตร ต่อวัน ถือว่า ช่วยคลายแล้งให้แก่พืชไร่ได้

-ดังนั้น พี่น้องในเขตเงาฝนของตาก ขอให้ใช้โอกาสนี้ให้เหมาะ กับการเกษตรน้ำฝน
ฝนจะอยู่กับท่าน แค่วันเสาร์นี้เท่านั้น
จากนั้น ฝนจะลดลง เพราะร่องมรสุมอ่อนกำลังลง และเลื่อนขึ้นไปอยู่ตอนบนๆ
กว่าจะได้ฝนอีกทีก็สัปดาห์หน้า ซึ่งก็ต้องมาดูอีกว่า จะมีร่องมรสุม มาพาดผ่าน ช่วยให้บริเวณ 4 อำเภอเงาฝนของจังหวัดตาก ได้น้ำอีกหรือไม่

ส่วนพรุ่งนี้ วันทดสอบการระบายน้ำ กรุงเทพฝั่งตะวันออก จะราบรื่นหรือไม่ มาดูกัน
-แม้จากนี้ ฝนจะยังคงชุกหนาแน่นในพื้นที่ใต้ร่องมรสุม จากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง ที่เคลื่อนเข้ามาในภาคกลาง
แต่พรุ่งนี้ หย่อมความกดอากาศต่ำจะเคลื่อนเลยไปทางตะวันตก
ดังนั้น ฝนแบบเมื่อเช้าวันนี้ จะไปอยู่ทางตะวันตกของประเทศแทน
กรุงเทพพรุ่งนี้ ฝนจะไม่หนัก แบบที่กลัวกัน โดยกรุงเทพฝั่งตะวันตกมีแนวโน้มจะเจอฝนมากกว่า ฝั่งตะวันออก น่าจะเป็นประโยชน์ต่อการทดสอบการระบายน้ำนะครับ
สำหรับการเตือนภัย ฝนตกหนัก น้ำท่วมน้ำหลาก ยังคงมีอยู่ คุณผู้ชมในรายชื่อจังหวัดต่อไปนี้ตาก กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ นครสวรรค์ อุทัยธานี กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ระนอง พังงา และภูเก็ต ขอให้ระวังอันตรายกันด้วยนะครับ
………………………………………………………………………………………………………….

5 กันยายน 2555

ข่าววันใหม่
-ทีวี 360 องศา มาติดตาม รวมเรื่องแล้งในรอบวันนี้

-เรื่องแรกวันนี้ จะไปดูที่สหรัฐอเมริกา
ความแห้งแล้งที่นั่นยังไม่คลี่คลาย จนส่งผลกระทบกับ ป็อปคอร์น หรือข้าวโพดคั่ว อาหารยอดฮิตของชาวอเมริกัน ให้ราคาพุ่งสูงขึ้น เป็นประวัติการณ์
-ภาวะแห้งแล้งรุนแรงที่สุดในรอบกว่า 50 ปีในเขตตะวันตกตอนกลางของสหรัฐฯ ทำให้ราคาพืชผลทางการเกษตร เช่น ถั่วเหลืองและธัญพืช พุ่งสูงขึ้น
-ข้าวโพดสำหรับใช้ทำ ป็อปคอร์น ขึ้น จากราคา 20 ดอลลาร์ หรือ 620 บาท ต่อถุง เป็น 30 ดอลลาร์ หรือ 930 บาท ต่อถุง
-1ถุงมีน้ำหนัก 50 ปอนด์ หรือ 22 กิโลกรัมครึ่ง

-ตอนนี้พ่อค้าคนกลาง ถึงขนาดต้องจูงใจให้เกษตรกร หันมาปลูกข้าวโพดป้อนให้กับบริษัท
-สำหรับป็อบคอร์นทั่วโลกส่วนใหญ่ผลิตจากสหรัฐ
-แต่คิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 20 % ของยอดการปลูกทั้งหมด
-เพราะอีกกว่า 80 % เป็นการปลูกเพื่อบริโภคในประเทศ

-กลับมาที่ประเทศไทย ความแห้งแล้งกำลังทำให้ ข้าวหอมมะลิบุรีรัมย์ ลดน้อยลงกว่าทุกปี
นายสมบูรณ์ ซารัมย์ เกษตรจังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผย ว่า
ปีนี้บุรีรัมย์เจอฝนทิ้งช่วง หนักกว่าทุกปี
โดยเกิดขึ้นมานานกว่า 2 เดือนแล้ว
จากปกติ ที่จะเกิดขึ้นแค่ในช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคมเท่านั้น
-ทำให้ต้นข้าวในนาข้าว ขาดน้ำเกินกำหนด แห้งเฉา และมีวัชพืช
-ประกอบกับระหว่างที่น้ำแห้ง ต้นข้าวก็ไม่ได้รับปุ๋ยตามอายุต้นข้าว
-ส่วนฝนที่ตกลงมาในช่วงนี้ ก็แค่ทำให้ต้นข้าวรอดจากการแห้งตายเท่านั้น
-คาดว่า ผลผลิตข้าวปีนี้จะลดน้อยลงกว่าปีที่ผ่านมา ไม่น้อยกว่า 20 เปอร์เซ็นต์

-ส่วนที่ตาก
ก็เจอภัยแล้งเช่นกัน ทั้งที่ส่วนอื่นๆ ของภาคเหนือเจอกับฝนตกหนัก
ที่ตำบลวังหิน อำเภอเมืองตาก เกษตรกรที่ปลูกมันเทศขาย อยู่นอกเขตชลประทาน รอฝนมาตั้งแต่พฤษภาคมแล้ว
จนเดี๋ยวนี้ก็ยังไม่มีน้ำ หล่อเลี้ยงมันเทศ
ตอนนี้ ผลผลิตตกต่ำ แคระแกน คาดว่า ราคาจะตกจาก 20 บาทต่อกิโลกรัมเมื่อปีที่แล้ว มาอยู่ที่ 12 บาท ต่อกิโลกรัม ทำให้เกษตรกรมีรายได้ตกต่ำกว่าทุกปี
กรมอุตุนิยมวิทยาบอกว่า สาเหตุเกิดจากฝนตกไม่กระจาย
โดยไปตกตามแนวร่องมรสุมเป็นส่วนใหญ่ บางพื้นที่ จึงไม่ได้น้ำ

เที่ยงวันทันเหตุการณ์
-อีกชั่วโมงเศษๆ จะถึงช่วงทดสอบการระบายน้ำ มาดูกันว่า ฝนที่ กรุงเทพ จะเป็นใจกับการทดสอบแค่ไหน
-จากการที่วันนี้วันแรกที่ คณะกรรมการบริหารการจัดการน้ำและอุทกภัย หรือ กบอ. จะทดสอบการปล่อยน้ำเข้ากรุงเทพ ฝั่งตะวันตก
-และตัวการลุ้นระทึก นอกจากประสิทธิภาพการระบายน้ำ ของคลอง ใน กทม. แล้ว ยังมีเรื่องฝนด้วย

-ทีวี360องศา จึงตรวจสอบภาพใหญ่ของลักษณะอากาศ ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า จากแผนที่อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า
ขณะนี้ ร่องมรสุมกำลังแรง ยังคงพาดผ่านอยู่ในประเทศไทยตอนบน
โดยพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง , ภาคกลาง และ อีสาน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำที่ชายฝั่งเวียดนาม
ซึ่งหย่อมความกดอากาศต่ำลูกนี้ นั่นแหละกำลังจะเป็นตัวปัญหา เพราะ มีแนวโน้ม หลังบ่าย 3 โมงวันนี้ จะเคลื่อนเข้ามาในอีสานตอนล่าง
อิทธิพลแบบนี้ จะทำให้มีฝนตกหนักขึ้น ในพื้นที่ใต้แนวร่องมรสุม และบริเวณใกล้เคียง
ซึ่งแน่นอน กรุงเทพ อยู่ใกล้ และจะได้รับผลกระทบให้มีฝนตกหนัก จากหย่อมความกดอากาศต่ำลูกนี้ด้วย
ภาพใหญ่เป็นแบบนี้ เรามาตรวจสอบซ้ำด้วย ภาพถ่ายดาวเทียมของกรมอุตุนิยมวิทยา
ตอนนี้ พบกลุ่มเมฆฝนปกคลุมทางอีสาน โดยเฉพาะตอนบน / ส่วนบริเวณอื่น ยังไม่มีฝน
ภาคกลางและกรุงเทพมหานคร มีเมฆชั้นต่ำ และชั้นกลาง ปกคลุมอยู่ แต่ยังไม่มีฝน

เรด้าร์ตัวที่1
ตรวจสอบลึกซ้ำ กับภาพเรด้าร์ตรวจอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า
ในบริเวณภาคกลาง ยังไม่มีกลุ่มเมฆฝนก่อตัว ปรากฏอยู่ในเรด้าร์

เรด้าร์ตัวที่2
ดูลึกกันต่อกับ เรด้าร์ตรวจอากาศของกรุงเทพมหานคร ก็ยังไม่มีเมฆฝนก่อตัวอยู่บนท้องฟ้ากรุงเทพมหานครเช่นเดียวกัน
จากภาพบริเวณเส้นทางทดสอบการระบายน้ำของ กบอ. ครั้งนี้ อยู่ทางด้านซ้ายของแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งไม่มีกลุ่มฝน
-เวรพยากรณ์ กรมอุตุนิยมวิทยา บอกว่า อิทธิพลของหย่อมความกดอากาศต่ำที่เคลื่อนเข้าหาอีสานใต้ จะทำให้
หลังบ่าย 3 โมง กรุงเทพอาจมีฝนตกหนัก
ที่มากกว่า ตัวเลข 30 มิลลิเมตร ที่หลายฝ่ายกลัวกันว่า จะเป็นอุปสรรคต่อการทดสอบการระบายน้ำ

-นายทองเปลว กองจันทร์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน บอกว่า
ยังคงยึดตามแผนของ กบอ. ที่จะหยุดทำการทดสอบการระบายน้ำทันที หากฝนตกเกิน 30 มิลลิเมตร
และจะสูบน้ำ ออกทางแม่น้ำท่าจีน ลงสู่ทะเล เพื่อไม่ให้น้ำเข้ากรุงเทพด้วย

-นี่คือสถานการณ์ล่าสุด กับช่วงเวลา ลุ้นทดสอบการระบายน้ำ ของคนในกรุงเทพมหานคร
แม้เมื่อวานส่วนใหญ่ ฝนจะตกกระจาย ไม่หนักจนเกินไป
แต่วันนี้ คำเตือนฝนตกหนัก น้ำท่วม น้ำหลาก ก็ยังคงมีอยู่นะครับ
เน้นๆ ใน ที่ลาดเชิงเขาและที่ราบลุ่ม ใน 8 จังหวัดภาคเหนือ , 8 จังหวัดภาคอีสาน 3 จังหวัดภาคกลาง และ 3 จังหวัดภาคตะวันออก
ย้ำนะครับ นี่เกิดจากตัวการร่องมรสุมกำลังแรงที่พาดผ่านประเทศไทยตอนบน แบบต่ำลงมาเรื่อยๆ และจะมีหย่อมความกดอากาศต่ำเคลื่อนเข้ามา
ระวังอันตราย กันถึงวันที่ 7 กันยายน นะครับ

เรื่องเด่นเย็นนี้
-ช่วงเรื่องเด่นเย็นนี้ มามองข้ามช็อตกันต่อ ฝนกรุงเทพ ในวันทดสอบการระบายน้ำเป็นวันที่ 2 ศุกร์ที่ 7 กันยายน จะเป็นอย่างไร

หลังการทดสอบการระบายน้ำวันแรก กำลังจะเสร็จสิ้นลง
ฝนวันนี้ ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการทดสอบการระบายน้ำมากนัก

-ภาพใหญ่ของประเทศไทยในช่วงบ่ายวันนี้ กลุ่มฝนก้อนใหญ่ๆ ยังอยู่ในอีสานตอนบน
-ส่วนบริเวณภาคกลาง มีฝนตกหนักเป็นบางแห่ง
-โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร ฝนหนักเป็นจุดๆ ตั้งแต่บ่าย 2

โดยส่วนใหญ่ ตกทางซีก กรุงเทพฝั่งตะวันออก
ฝนหนักๆ เป็นจุดเล็กๆ เช่น ในเขต มีนบุรี สะพานสูง ลาดกระบัง หลักสี่ จตุจักร ลาดพร้าว บางกะปิ สวนหลวง
น่าสังเกตว่า เหมือนเป็นโชคของ คณะกรรมการบริหารการจัดการน้ำและอุทกภัย หรือ กบอ. ที่มีฝนในฝั่งตะวันตก ซึ่งเป็นบริเวณทดสอบการระบายน้ำ ในวันนี้ น้อย

-แต่สำหรับ 7 กันยายน ซึ่งเป็นวันทดสอบการปล่อยน้ำเข้าพื้นที่กรุงเทพตะวันออก
สถานการณ์ฟ้าฝนในอีก 2 วันข้างหน้า อาจไม่เป็นใจ เหมือนวันนี้ก็ได้
ตัวชี้วัด อยู่ในวันพรุ่งนี้

-จากแผนที่อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ขณะนี้ ร่องมรสุมกำลังแรง ได้พาดผ่านต่ำลงมาเรื่อยๆ ในภาคเหนือตอนล่าง – กลาง และอีสานใต้ โดยหย่อมความกดอากาศต่ำที่เวียดนาม มีแนวโน้มเคลื่อนตัวเข้ามาในแนวร่อง เข้าหาอีสานใต้ ตั้งแต่ค่ำคืนนี้
-นี่แหละครับ ที่บอกว่า อีก 2 วันข้างหน้าฝนอาจจะไม่เป็นใจ
-เพราะเมื่อหย่อมความกดอากาศต่ำเข้ามา จะทำให้มีฝนตกหนักในแนวร่องมรสุม และพื้นที่ใกล้เคียง

-ดังนั้น คืนนี้ พี่น้องอีสานใต้ ระวังฝนหนักกันด้วย
-ส่วนพรุ่งนี้ หย่อมความกดอากาศต่ำ จะเคลื่อนเข้ามาในภาคกลาง
-กรุงเทพ ก็จะได้รับอิทธิพลฝนหนาแน่นเพิ่มขึ้น ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ เช่นกัน
-นี่เองที่บอกว่า ตัวชี้วัด ฝนวันศุกร์ที่ 7 กันยายน จะเป็นใจแค่ไหน ต้องดูจากฝนพรุ่งนี้
-โดยเฉพาะในช่วงบ่ายถึงค่ำ ว่าจะหนักเบาอย่างไร เนื่องจากจะเป็นฝนลักษณะเดียวกันกับ ฝนที่จะตกในวันศุกร์ที่ 7 กันยายน

คาดการณ์ วันที่ 6 – 7 ก.ย.
-ส่วนการพยากรณ์ฝนกรุงเทพมหานคร วันที่ 6 และ 7 กันยายน ของกรมอุตุนิยมวิทยา เป็นดังนี้
กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ ฝนวันที่ 6 ไว้ 80 % เหมือนกับวันนี้
ขณะที่วันที่ 7 ให้ฝนไว้ที่ 70 % ลดลงกว่า วันนี้และพรุ่งนี้เล็กน้อย
โดยเป็นฝนฟ้าคะนอง และตกหนักได้บางแห่ง
นายทองเปลว กองจันทร์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน บอกว่า
แผนสำรองรับมือฝนหนักวันที่ 7 คือ หยุดการทดสอบการระบายน้ำ หากฝนตกเกิน 30 มิลลิเมตร ตามแผนของ กบอ.
และจะสูบน้ำทิ้งลงแม่น้ำเจ้าพระยา ป้องกันน้ำท่วม กทม.

-จากลักษณะของร่องมรสุมกำลังแรงที่พาดผ่าน เหนือตอนล่าง กลาง และอีสานใต้ บวกกับหย่อมความกดอากาศต่ำ ที่มีแนวโน้มเคลื่อนเข้าหาอีสานใต้ และภาคกลาง
ขอให้คุณผู้ชม ใส่ใจกับคำเตือนอันตรายจาก ฝนตกหนัก น้ำท่วม น้ำหลาก เน้นๆ ใน ที่ลาดเชิงเขาและที่ราบลุ่ม ใน 4 จังหวัดภาคเหนือ , 10 จังหวัดภาคอีสาน , 4 จังหวัดภาคกลาง และ 5 จังหวัดภาคตะวันออก
ในช่วง ตั้งแต่คืนนี้ถึง 7 กันยายน
สำหรับภาคใต้ ฝน 70 % ทั้ง 2 ฝั่ง คลื่นลมอันดามันและอ่าวไทย มีกำลังแรงขึ้น เดินเรือระวัง ในช่วง 1-2 วันนี้
…………………………………………………………………………………………………………..

4 กันยายน 2555

เที่ยงวันทันเหตุการณ์
-วันนี้มาติดตาม ความเป็นไปในภูมิภาคเอเชียวันนี้
-สัปดาห์นี้ เอเชีย กลับเข้าสู่ความสงบจากสถานการณ์พายุ หลังจากที่ย่านเอเชียตะวันออกไต้หวัน จีนตอนใต้และตะวันออก เกาหลี ญี่ปุ่น โดนพายุถล่มอ่วม 2 สัปดาห์ต่อเนื่อง
-ภาพที่ทีวี360องศา จำลองมาจากแผนที่อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา สัปดาห์นี้เป็นดังนี้
-บริเวณที่มีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับฟ้าฝนมากๆ เห็นจะเป็นบริเวณที่อยู่ใต้ร่องมรสุมกำลังแรงซึ่งพาดผ่านมาตั้งแต่อินเดีย พม่า ไทย ลาว เวียดนามไปจนถึงฟิลิปปินส์ โดยเฉพาะไทย มีการเตือนภัยฝนตกหนัก น้ำท่วม น้ำหลาก ในบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยภาคเหนือและอีสาน ขณะที่ฟิลิปปินส์ ทางด้านตะวันออกของเกาะลูซอน ก็มีประกาศเตือนภัย ลักษณะเดียวกัน

-ลักษณะอากาศโดยรวมเอเชีย จะเป็นดังนี้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
-สัปดาห์นี้ย่านเอเชียตะวันออก มีความแจ่มใส ฝนตกเล็กน้อย ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็น จีน ฮ่องกง ไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลี
-ฝนหนักๆจะอยู่ทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไล่ตั้งแต่ พม่า ไทย ลาว เวียดนาม
-ใต้ไทยลงไป อินโดนีเซีย และเกาะบอร์เนียว ฝนจะหนักปลายสัปดาห์

เอเชียใต้
-อินเดียตอนกลางและตอนเหนือ ฝนจะหนักในช่วง1-2วันนี้
-ปากีสถานปลายสัปดาห์ ก็จะเริ่มฝนหนักเช่นกัน ซึ่งก่อนหน้านี้ยังไม่เคยมีฝนหนัก
-เอเชียตะวันตกเฉียงใต้
-ภาพรวมแจ่มใส ยังร้อนเป็นหลัก
-ร้อนสุด 44 องศา ที่คูเวต ดูไบ
ซาอุดิอาระเบียอากาศยังร้อนต่อเนื่องอยู่ที่ 40 องศา

-มาเจาะลึกอากาศไทยกันบ้าง
-จากสถานการณ์ฝนที่มากขึ้น เพราะร่องมรสุมกำลังแรง และลมมรสุมกำลังปานกลาง
-ช่วงนี้ เหนือ-อีสาน ฝนจะอยู่ในเกณฑ์ 70-90% ของพื้นที่ ภาคกลาง กรุ่งเทพมหานครฯ 60-80% ภาคตะวันออก70-80%
-จับตา5-9กันยายน คลื่นกระแสลมตะวันออก จะเข้ามาที่ภาคใต้ ฝนจะเพิ่มขึ้น
-ภาคใต้ ฝนตั้งแต่วันพุธจะอยู่ที่60-70%ของพื้นที่ ทั้ง2ฝั่ง
-คลื่นในทะเลช่วงนี้ ไม่แรงมาก แต่ถ้าตรงไหนมีฝนตกคลื่นจะสูงมากกว่า2เมตร ระวังอันตรายกันไว้ด้วย

เรื่องเด่นเย็นนี้
-วันนี้มาดูข้อมูลที่ตรงข้ามกับความรู้สึก สัญญาณเปลี่ยนฤดู มาให้เห็นแล้ว
ในขณะที่เรายังวุ่นกับการเตรียมการรับมือน้ำมาก ในช่วง Peak หรือช่วงฝนชุก ปลายฤดูฝน
ตอนนี้ สัญญาณระดับภูมิภาคได้ชี้ให้เห็นแล้วว่า หน้าฝนจะจบลงในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้
ข้อมูลนี้มาจาก สำนักงานด้านบรรยากาศ ภูมิฟิสิกส์ และดาราศาสตร์ ของฟิลิปปินส์ หรือ PAGASA
-จากแผนที่อากาศที่แสดงให้เห็นรูปแบบของมวลอากาศเย็น หรือความกดอากาศสูง รูปตัว H จากไซบีเรีย ที่เราคุ้นเคยกันในหน้าหนาว
PAGASAจึงคาดการณ์ หลังจากติดตามรูปแบบการเคลื่อนตัวของมวลเย็นนี้ ว่า
สัญญาณอากาศเย็น ในบริเวณทางเหนือของเกาะลูซอน และทางใต้ของญี่ปุ่น จะปรากฏชัด ตั้งแต่ช่วงสัปดาห์ที่ 2 หรือ สัปดาห์ที่ 3 ของเดือนตุลาคม

-นั่นหมายความว่า เป็นสัญญาณการเปลี่ยนทิศทางของลมมรสุม จากตะวันตกเฉียงใต้ เป็นมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงเดียวกันด้วย
ดังนั้น มองข้ามช็อตจากข้อมูลนี้ คือ อีก 5-6 สัปดาห์ข้างหน้า ภูมิภาคบ้านเรา จะเปลี่ยนจากหน้าฝน เป็นหน้าหนาว แล้ว
-นายสมชาย ใบม่วง รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ก็เห็นเช่นกันว่า นี่คือสัญญาณการเปลี่ยนฤดู แต่สำหรับประเทศไทย ต้องรอเปลี่ยนฤดูชัดๆ ในช่วงเดือนพฤศจิกายน
-เพราะภูมิประเทศของเรา ยังมีภูเขาเป็นตัวขวางกันลมหนาว เมื่อเทียบกับฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นเกาะอยู่กลางทะเล จึงได้รับลมหนาวเต็มๆ ตั้งแต่เริ่มต้น เพราะไม่มีอะไรมาขวางกั้น
-สัญญาณมวลเย็นนี้ สำหรับไทย ก็คือ จะทำให้ร่องมรสุม เลื่อนลงมาหาภาคกลางมากขึ้น และจะอยู่อย่างต่อเนื่องในช่วงกลางเดือนหน้า เพราะมวลอากาศเย็นจะลงมาอย่างต่อเนื่องมากขึ้น ซึ่งจะสอดคล้องกับที่ทางฟิลิปปินส์พยากรณ์คือ สัปดาห์ที่ 2 และ 3 เขาอาจจะหนาว แต่สำหรับเรา ฝนจะชุกในภาคกลางมากขึ้น

-รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ยังบอกอีกว่า สัญญาณการเปลี่ยนฤดู ไม่มีผลกับการเกิดพายุ ในมหาสมุทรแปซิฟิก ยังไงพายุก็ยังมีโอกาสเข้าไทย 2-3 ลูกในช่วงนี้ถึงกลางเดือนหน้าเช่นเดิม
ข้อมูลนี้ จึงอาจเป็นความหวังสำหรับคนไทย ที่กลัวน้ำมาก
เพราะระยะเวลาของหน้าฝน เหลือน้อยลงเต็มที
ส่วนคนที่ต้องการน้ำ ทราบข้อมูลแล้ว ก็วางแผนเพาะปลูกดีๆ นะครับ

-ขณะนี้ กรมอุตุนิยมวิทยายังเตือนภัยฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก ในพื้นที่ 12 จังหวัดภาคเหนือ 7 จังหวัดภาคอีสาน 4 จังหวัดภาคกลาง และ 2 จังหวัดในภาคตะวันออกอยู่นะครับ
เพราะตอนนี้ ร่องมรสุมพาดผ่านประเทศไทยต่ำลงมา เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำที่เวียดนาม
พื้นที่อื่น ฝนมากเช่นกัน โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร พรุ่งนี้ฝนทะยาน 80 %
แต่บ่าย ช่วงทดสอบน้ำเข้ากรุงเทพ อาจโชคดีไม่มีฝนลงมาเติมครับ
สำหรับภาคใต้ วันนี้ฝนน้อย แต่พรุ่งนี้คลื่นกระแสลมตะวันออกจะมา ฝนจะหนักมากขึ้นทั้ง 2 ฝั่ง ระวังอันตรายล่วงหน้ากันด้วย

ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>