ตุลาคม 2555

ข่าวสาร ประจำเดือน ตุลาคม 555

31 ตุลาคม 2555

เที่ยงวันทันเหตุการณ์

-วันนี้ติดตามสถานการณ์พิบัติภัย รอบโลก

http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=14296&year=2012&month=10

- ในการรายงานการติดตามพิบัติภัยที่เกิดขึ้นรอบโลก ณ เวลาใด เวลาหนึ่งนั้น

- ทีวี360องศา มีเป้าหมายที่ต้องการให้คุณผู้ชมทราบว่า โลกของเรามีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา และภัยพิบัติก็เกิดขึ้นหลายมุมในโลกทุกวัน แม้ว่า ในไทยเหมือนจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงนักก็ตาม

- เริ่มต้นเรามาดู ความจริงบนโลกวันนี้ กับภาพรวมพายุที่เกิดขึ้นบนโลก

- ตอนนี้ เรามีพายุเกิดขึ้นพร้อมกันอยู่ 3 ลูก

- ลูกแรกในมหาสมุทรอินเดีย คือ พายุโซนร้อนนิลาม เมื่อวานยังเป็นแค่ดีเปรสชั่นเองนะครับ

- ลูกนี้จะเข้าอินเดียตอนใต้

- ลูกที่ 2 คือ โซนร้อนโรซา ทางตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิก ลูกนี้ไม่มีผลกระทบกับประเทศใด

- และลูกที่ 3 พายุปีศาจ แซนดี้ ลูกนี้อยู่ในความสนใจของชาวโลกมาก เพราะกำลังทำให้สหรัฐอเมริกาเผชิญกับหายนะจากภัยธรรมชาติครั้งรุนแรงในประวัติศาสตร์

- Accuweather .com รายงานว่า เฮอร์ริเคนแซนดี้ ได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อน / ความเร็วลมศูนย์กลาง 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (เมื่อวาน 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง)

- ขณะนี้กำลังมุ่งหน้า ออนตาริโอ ประเทศแคนนาดา

-แม้จะมีกำลังอ่อนลง แต่ก็คาดว่า ยังมีฤทธิที่จะทำให้แคนาดา เกิดความเสียหาย ที่รุนแรงได้

-มาดูภาพใหญ่พิบัติภัย ตามภูมิภาคต่างๆ เป็นดังนี้

- เริ่มที่เอเชีย

- ที่น่าจับตาสุดคือ พายุโซนร้อนนิลาม ทำให้ศรีลังกา และตอนใต้ของอินเดีย มีฝนตกหนัก

-ยุโรป

-มีการเตือนน้ำท่วม เพิ่มมากขึ้น ในอังกฤษ สกอตแลนด์ สเปน ฝรั่งเศส ตุรกี บัลแกเรีย

-ในแอฟริกา มีการเตือน น้ำท่วมใน ตอนกลางของทวีป

- โซนอเมริกา

- แม้ไซโคนแซนดี้ จะคุกคามอยู่ทางตะวันออกของสหรัฐและแคนาดา

- สถานการณ์ภัยแล้ง ในตอนกลางของสหรัฐ และเม็กซิโก ก็ยังคงมีอยู่

- มีการเตือนระวังไฟป่า ที่ โคโลลาโด ด้วย

-ส่วนภูมิภาคสุดท้าย ออสเตรเลีย

- ตอนนี้สงบที่สุดครับ

- วันนี้ ทีมข่าวทีวี360องศา ได้ไปสำรวจสภาพอากาศที่ฮ่องกงมา มาดูกันว่า ตอนนี้ฮ่องกง เป็นอย่างไร

- เวลานี้ ความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากจีน ได้แผ่ลงมาถึงประเทศไทยแล้ว

- นี่เองที่ภาคกลางวันนี้มีเมฆมาก เพราะมวลเย็นลงมาเจอกับความร้อนที่มีอยู่ในประเทศไทย

- ดังนั้น วันนี้-พรุ่งนี้ เตรียมเจอฝนเปลี่ยนฤดู กวนใจบ้าง

- ใครแล้ง ให้รองน้ำไว้ใช้ด้วย

- ส่วนเช้าพรุ่งนี้ เตรียมเย็นลง 1-4 องศา ในเหนือ-อีสาน-กลาง-ตะวันออก และ กรุงเทพมหานคร

- สำหรับภาคใต้ ตั้งแต่วันนี้ ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือจะแรงขึ้น ฝั่งอ่าวไทยจะมีฝนหนักขึ้น คลื่นลมแรง เดินเรือ ระวังนะครับ

เรื่องเด่นเย็นนี้

http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=14328&year=2012&month=10

-วันนี้เรามาตรวจสอบอากาศ การเข้าสู่เดือนใหม่ เดือนพฤศจิกายน

-พรุ่งนี้จะเข้าเดือนใหม่ เดือนที่การเข้าสู่หน้าหนาวในภาคเหนือ-อีสาน-กลาง-ตะวันออก และกรุงเทพมหานคร จะมีความชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ

-แต่วันนี้ หลายพื้นที่ยังร้อน แถมมีฝนอยู่เลย

-ดังนั้น มาดูกันว่า แล้วเดือนพฤศจิกายน อากาศทั่วไทยจะเป็นอย่างไร

- ข้อมูลจากแผนที่อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา แสดงให้เห็นว่า ความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็น จากจีน กำลังแผ่ลงมาชัดเจนมากขึ้น

- โดยเฉพาะระลอกนี้ ลงมาตั้งแต่เมื่อวาน มีกำลังค่อนข้างแรง

- เช้าพรุ่งนี้เป็นต้นไป ฝนจะหายไป และจะเย็นลง 2-4 องศา ได้เลยทีเดียว

- ศูนย์ภูมิอากาศ บอกว่า จากนี้ ความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศ จะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน แรงขึ้น และถี่ขึ้น กว่าช่วงที่ผ่านมา

-ส่วนฝนในประเทศไทยตอนบน จะยังมีฝนแบบฝนเปลี่ยนฤดู ในช่วงวัน-2วันแรก ที่ลมหนาวใหม่ ในแต่ละระลอกลงมา

-เพราะเป็นธรรมชาติ ฟ้าหน้าหนาวจะโปร่ง แดดแรง กลางวันร้อน

-เมื่อร้อนสะสมหลายวัน พอความเย็นลงมา จึงเกิดฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรงขึ้นได้

-แต่อย่าลืม ฟ้าหลังฝนจะเย็นลง จะไม่สบายจากการเจอ ทั้ง หนาว ร้อน ฝน ในเดือนนี้

- ดังนั้น จากนี้ เตรียมตัวกันเลยนะครับ

- เหนือ-อีสาน จะมีอากาศที่หนาวเย็นลงเรื่อยๆ และมีหมอกหนา

- อุณหภูมิพื้นราบ ต่ำกว่า 20 องศา จะได้เห็นกันมากขึ้น

- ส่วนยอดดอย ยอดภู หนาวถึงหนาวจัด

- สำหรับภาคกลาง ภาคตะวันออก กรุงเทพและปริมณฑล เดือนนี้ จะแค่อากาศเย็น

- ต่ำสุด 21-24 องศา

-นายสมิทธ ธรรมสโรช อดีตอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา บอกว่า มีโอกาสที่เราจะหนาวน้อยกว่าปีที่แล้ว

-เพราะ ปรากฎการณ์เอลนิโญ่ ซึ่งหมายถึงความร้อนและแล้ง จะมีผลต่อภูมิภาคเอเชีย

- ดูภาคใต้บ้าง

- ถือว่าเข้าหน้าฝน มาตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมแล้ว

- เดือนนี้ ตั้งแต่ชุมพรลงไป มีโอกาสเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก

- ส่วนฝั่งอันดามัน ฝนเดือนนี้จะน้อยกว่าเดือนที่แล้ว

- สำหรับพายุ เดือนพฤศจิกายน

- นายสมชาย ใบม่วง รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา บอกว่า มีโอกาสเกิด แล้วพัดเข้าภาคใต้ของไทยได้มากถึง 50 %

- สำหรับสถิติพายุหมุนเขตร้อน ในรอบเข้า 61 ปี เดือนพฤศจิกายน มี 1 ลูก

ข่าววันใหม่

-ทีวี 360 องศากับความเปลี่ยนแปลงของโลกในรอบวันวันนี้ ความเกรี้ยวกราดของพายุแซนดี้กำลังลามไปสร้างผลกระทบให้กับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

-พายุแซนดี้ ที่พัดกระหน่ำชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐอเมริกา

-กำลังคุกคามความปลอดภัยของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ทั้ง 34 แห่ง ในแนวเส้นทางพายุเคลื่อนผ่าน

-แม้ว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ จะออกแบบมาเพื่อให้มีความแข็งแกร่งทนทาน ต่อ ภัยธรรมชาติ ที่ระดับความรุนแรงมหาศาล หรือแม้แต่กระทั่งการถูกชนโดยเครื่องบิน

-แต่ เฮอริเคนแซนดี ที่พัดขึ้นบกเมื่อวันก่อน ได้ทำให้เกิดมหันตภัยรุนแรง

-ล่าสุด ทางการสหรัฐฯ สั่งปิด เตาปฏิกรณ์ 10 เตา หลังเกิดรอยเลื่อนที่สายไฟที่เชื่อมต่อระหว่างโรงไฟฟ้า กับหน่วยจ่ายไฟ

-นักวิชาการให้ความเห็นว่า โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่นิวเจอซี่ เมืองออยสเตอร์ครีก มีความน่าเป็นห่วงเป็นพิเศษ เพราะ มีอายุมากแล้ว

เทคโนโลยีที่ใช้ ก็เป็นของเมื่อ 40 ปีที่แล้ว

-อาจไม่เพียงพอ ที่จะทำให้เตาปฏิกรณ์ ต้านทานกับซุปเปอร์สตอร์ม แซนดี้ได้

-การปิดเตาปฏิกรณ์ อาจยังไม่ใช่ทางออกที่ปลอดภัย เพราะหลังปิดการทำงานแล้ว ยังคงมีกัมมันตรังสีตกค้างในสิ่งแวดล้อม นานอยู่อย่างน้อย 2วัน

-รวมไปถึงความร้อนมหาศาลที่ยังสะสมอยู่

กระแสะลม จากแซนดี้ อาจทำให้เกิดการปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม

-สำหรับการเฝ้าระวังความเสียหายจาก โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ออยสเตอร์ ครีก

-มีความคล้ายคลึงกับเหตุการณ์โรงไฟฟ้าฟูกูชิมะ-ไดอิชิ ของญี่ปุ่น ที่ระเบิดเมื่อปีที่แล้ว เพราะต้องใช้สายฉีดน้ำดับเพลิง เลี้ยงระบบหล่อเย็น ในบ่อเก็บเชื้อเพลิงนิวเคลียร์

-กลับมาที่ประเทศไทย

-มาติดตามสถานการณ์ภัยแล้งที่รุนแรง ในภาคอีสาน

-เริ่มที่มหาสารคาม

- มี 6 อำเภอ คือ นาเชือก บรบือ พยัคฆภูมิพิสัย ยางสีสุราช นาดูน และเมือง เกิดภัยแล้ง รุนแรงที่สุดในรอบ 20 ปี

- น้ำในอ่างเก็บน้ำ ทั้ง 17 แห่ง มีน้ำรวมกันเหลือ 47 %

- ซึ่งมีถึง 10 อ่าง ที่มีปริมาณไม่ถึงครึ่ง

-ขณะที่อีสานใต้ ภัยแล้งขยายวงกว้าง ส่งผลให้ 4 จังหวัด นครราชสีมา บุรีรัมย์ ชัยภูมิ และสุรินทร์ ต้องประกาศพื้นที่ประสบภัยแล้งใน 33 อำเภอ

-มีพื้นที่การเกษตรเสียหายรวมกว่า 1ล้าน 8 แสนไร่ แล้ว

……………………………………………………………………………………………..

30 ตุลาคม 2555

เที่ยงวันทันเหตุการณ์

http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=14278&year=2012&month=10

- วันอังคาร เที่ยงวันทันเหตุการณ์ ติดตาม ความเป็นไปในภูมิภาคเอเชีย

- ภาพใหญ่อากาศปลายเดือนตุลาคมของภูมิภาคเอเชีย

- เริ่มมีอุณหภูมิลดลงเรื่อยๆ ตามการก้าวเข้าสู่หน้าหนาวมากขึ้น ในภูมิภาคทางซีกโลกเหนือ

- ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิเฉลี่ย ต่ำสุดหรือสูงสุด ได้ค่อยๆลดลงต่ำลงแล้ว

- สำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออก หลังจากจับตาพายุเซินตินห์ มากว่า สัปดาห์

- วันนี้ ความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็น กำลังค่อนข้างแรง ได้กดลงมา ทำให้อากาศโดยรวมแจ่มใส อุณหภูมิจากนี้จะลดลง และไร้การก่อตัวของพายุในบริเวณนี้

- ส่วนเซินตินห์เองก็กลายเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ ทำให้จีนตอนใต้ แถวฮ่องกง มีฝนตกหนัก

- แต่สำหรับเอเชียใต้ ยังไม่สงบดี

- มีพายุก่อตัวในมหาสมุทรอินเดีย 1 ลูก

-เป็นพายุดีเปรสชั่น อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของศรีลังกา ความเร็วลม 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

- ทิศทางมุ่งหน้าไปทางตะวันตก หรือเข้าสู่ตอนใต้ของประเทศอินเดีย

- อุตุนิยมวิทยาอินเดีย ประกาศเตือนภัย ฝนตกหนัก ทางตอนใต้ ตั้งแต่เที่ยงวันนี้

- ในบริเวณรัฐทมิฬนาฑู และรัฐอานธรประเทศ

- ลักษณะอากาศเอเชียวันนี้ เป็นดังนี้

- ญี่ปุ่น เกาหลี อากาศแจ่มใส และมีอากาศเย็น

- โซนจีนตอนใต้ ไต้หวัน ฮ่องกง จะมีฝนฟ้าคะนอง วันนี้แค่วันเดียว จากนี้จะกลับมาสดใส

- ความหนาวเย็นในไซบีเรีย และจีนตอนบน เริ่มแผ่ลงมาชัดเจนกว่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ปักกิ่ง 4 องศา โซล 2 องศา โตเกียว 11 องศา

- กลุ่มประเทศ AEC ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

- สัปดาห์นี้ ส่วนใหญ่อากาศแจ่มใส ไม่มีที่ไหนมีฝนหนัก

- ต่ำสุดอยู่ในภาคเหนือของพม่า ใกล้10องศาแล้ว

- แต่ที่อื่นส่วนใหญ่ ต่ำสุด 22-23 องศา มีกรุงเทพสูงกว่าเพื่อน ต่ำสุด 27 องศา

-เอเชียใต้

- คืนนี้ ทางใต้ของอินเดียจะมีฝนหนัก และหนักติดต่อกันถึง 1 พฤศจิกายน

- จากนั้น ตั้งแต่ตอนกลางของอินเดียลงมาถึงศรีลังกา จะมีฝนต่อเนื่องถึงสุดสัปดาห์

- โซนนี้ ก็มีอากาศเย็นด้วย

- ย่านตะวันออกกลาง อากาศแจ่มใส ความร้อนลดลงเรื่อยๆ

- ซาอุดิอาระเบีย 29 องศา

- คูเวต สูงสุด 29 องศา

- ดูไบ 33 องศา

-ไทยวันนี้ จับตาความกดอากาศสูง หรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากจีน จะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ตั้งแต่วันนี้

-ระลอกนี้ น่าสนใจ เพราะจะทำให้เย็นลง 2-4 องศา

-และจะทำให้วันนี้ บางพื้นที่จะมีฝนเปลี่ยนฤดู จากอากาศร้อนปะทะมวลเย็นเกิดขึ้นได้ด้วย

-ย้ำ กลางวันยังร้อน ฟ้าโปร่งแดดแรง ค่า UV สูง ทั่วประเทศ

-มวลเย็นที่มาทำให้ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ แรงขึ้นด้วย

-ดังนั้น ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย จากนี้ให้ระวังฝนหนัก ถึง 4 พฤศจิกายน คลื่นสูง 2 เมตร เดินเรือระวังด้วย

ปิดท้ายกับคำแนะนำ การดูแลสุขภาพตัวเอง เมื่ออากาศเย็นลงนะครับ

เรื่องเด่นเย็นนี้

http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=14286&year=2012&month=10

-วันนี้มาติดตามพายุที่น่ากลัวลูกหนึ่งของโลก ..พายุเฮอร์ริเคน แซนดี้

-เฮอร์ริเคนแซนดี้ กลายเป็นพายุลูกที่น่ากลัวระดับโลก

-ไม่เพียงมาขึ้นฝั่งทางตะวันออกของสหรัฐอเมริกา ใกล้กับวันฮาโลวีน ถึงได้ชื่อว่าเป็นพายุปีศาจ หรือ แฟรงเก้นท์สตรอม เท่านั้น

-หากแต่การผสมโรงรวมกันของปัจจัยทางธรรมชาติ ที่มาประจวบเหมาะกันพอดี ทำให้แซนดี้ กลายเป็นซุปเปอร์สตรอม หรือ พายุขนาดมหึมา สร้างความเสียหายที่รุนแรงแก่สหรัฐ

- ตอนนี้ แซนดี้ เป็นพายุเฮอร์ริเคนระดับ 1 จากมหาสมุทรแอตแลนติก

- ความเร็วลมศูนย์กลาง 120 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง

- ขึ้นฝั่งทางตะวันตกเฉียงใต้ของฟิลาเดเฟีย หรือด้านตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกา

- เมืองสำคัญที่เจอจังๆ คือ นิวยอร์ค, นิวเจอร์ซี่, วอชิงตัน ดีซี, บอสตัน

- คาดการณ์ว่า จะทำให้เกิดผลกระทบกับชาวอเมริกันถึง 60 ล้านคน หรือเท่ากับ จำนวนคนไทยเกือบทั้งประเทศทีเดียว

-ลำพังการเป็นเฮอร์ริเคนก็น่ากลัวอยู่แล้ว

-แต่ปัจจัยประจวบเหมาะที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ก็คือ

-ความกดอากาศสูงที่กรีนแลนด์ จะเป็นตัว Block หรือกัน ไม่ให้แซนดี้ เมื่อขึ้นฝั่งแล้ว ย้อนกลับลงสู่ทะเล

-ประกอบกับ แซนดี้ เกิดในช่วงเวลา ท้ายๆ ฤดูเฮอร์ริเคนเกินไป

-ซึ่งตอนนี้ เป็นฤดูหนาวของซีกโลกเหนือ มวลเย็นระดับขั้วโลก กำลังลงมา

-ดังนั้น พายุจึงดูดมวลเย็นจากแนวปะทะอากาศเย็นทางตะวันตก และมวลเย็นจากทางกรีนแลนด์ เข้ามาผสมโรง

-ทำให้ แทนที่เฮอร์ริเคนที่ขึ้นฝั่งแล้วควรสลายตัวไป เหมือนเฮอร์ริเคนลูกอื่นๆ

-แต่แซนดี้ เหมือนได้เชื้อเพลิงหนุน ให้กลายเป็น ซุปเปอร์สตรอม หรือ พายุขนาดมหึมา ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 1,126 กิโลเมตร หรือประมาณระยะทางของ กรุงเทพ-นราธิวาส

-จึงมีทั้ง ฝนตกหนัก ลมแรง และพายุหิมะ

-แถมวันนี้ ขึ้น 15 ค่ำ หรือ วันพระจันทร์เต็มดวง น้ำทะเลจะขึ้นสูงกว่าปกติด้วย

-แซนดี้จึงทำให้เกิดคลื่นพายุซัดฝั่ง สูง 5-10 เมตร และทำให้เกิดน้ำท่วม อ่วมหนัก

-สื่อมวลชนและโลกอินเตอร์เนท จึงขนานนามว่า แฟรงก์เก้นท์สตรอม หรือ พายุปีศาจ รับวันฮาโลวีน 31 ตุลาคม

- นายสมชาย ใบม่วง รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา บอกว่า แม้การเปรียบเทียบความเร็วลมของแซนดี้ จะมีน้อยกว่า เซินตินห์ ที่เพิ่งเกิดขึ้นในภูมิภาคบ้านเรา

- แต่แซนดี้ เป็นพายุนอกเขตร้อน ที่พัฒนามาจากความเย็นและความชื้น ที่มีความแตกต่างของอุณหภูมิในชั้นบรรยากาศ

- จึงมีความรุนแรงมากกว่า พายุที่เกิดจากอุณหภูมิน้ำทะเล ร้อน แบบบ้านเรา

-นายสมิทธ ธรรมสโรช อดีตอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา บอกว่า ซูเปอร์สตอร์ม ไม่ใช่พายุที่ผิดปกติ ทางอุตุนิยมวิทยา

- ภูมิภาคบ้านเราก็ไม่ต้องกลัวจะเกิดขึ้น เพราะเราไม่มีมวลเย็นแรงๆ จากขั้วโลก มาทำให้เกิดพายุขนาดมหึมา ได้เหมือนที่สหรัฐฯ

-เหนือ-อีสาน-กลาง-ตะวันออก-และกรุงเทพมหานคร เตรียมเฮ มวลเย็นระลอกใหม่จากจีน ได้แผ่ลิ่มมาถึงอีสานแล้ว

-จากนี้ให้ระวังคือ จะมีฝนฟ้าคะนองจากฝนเปลี่ยนฤดู แล้วจะเย็นลง 2-4 องศา

-ย้ำ กลางวันยังร้อน ฟ้าโปร่งแดดแรง ค่า UV สูง ทั่วประเทศ

-สำหรับภาคใต้ พรุ่งนี้ ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ จะแรงขึ้น

-ทำให้ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย จะมีฝนหนัก ถึงอย่างน้อย 2 พฤศจิกายน คลื่นสูง 2 เมตร เดินเรือระวังด้วย

ข่าววันใหม่

-ทีวี 360 องศาวันฮาโลวีนวันนี้

-มาดูการกล่าวขวัญถึง ปีศาจแฟรงค์เก้นสตรอม หรือ นิคเนมของ เฮอร์ริเคนแซนดี้ ที่เข้ามาคุกคามชีวิตชาวอเมริกัน ในช่วงวันฮาโลวีนพอดี

-เฮอร์ริเคนแซนดี้ ถูกขนานนามว่า เป็นพายุปีศาจ หรือ แฟรงเก้นท์สตรอม เพราะ แทนที่เมื่อขึ้นฝั่งทางตะวันออกของสหรัฐอเมริกา แล้วควรจะอ่อนกำลังลง เหมือนลูกอื่นๆ

-แต่เฮอริเคนแซนดี้ กลับแรงไม่หยุด

-และดึงให้มวลอากาศเย็นที่มาจากทางตะวันตกของประเทศ และที่มาจากกรีนแลนด์ ซึ่งอยู่ทางตะวันออก เข้ามาเพิ่มพลังให้แซนดี้ อยู่ในแผ่นดินได้ยาวนาน และมีความรุนแรงมากขึ้น

-ทำให้ฮาโลวีน แถบมิดเวสต์ เคนตักกี้ นอร์ทแคโรไลนา เวสเวอร์จิเนีย และโอไฮโอ จะมีหิมะตกหนัก

-ขณะที่ ทางชายฝั่งตะวันออก จะมีฝนหนัก ลมแรง น้ำท่วม คลื่นสูง และอากาศหนาวเย็น

-เฮอริเคน แซนดี้ ยังทำลายสถิติ เป็นเฮอริเคนที่ใหญ่ที่สุด เท่าที่มีการบันทึกมา

-ปัญหาของแฟรงเก้นท์สตรอมลูกนี้ก็คือ

-องค์การ NOAA สหรัฐอเมริกา บอกว่า พายุจะไม่กลับไปลงทะเลง่ายๆ

-แต่จะเคลื่อนตัวช้าๆ และรุนแรง สร้างความเสียหายต่อไป ถึงสัปดาห์หน้า หรือถึงช่วงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เลยทีเดียว

-ความหวัง จึงอยู่ที่ รอให้แซนดี้ เคลื่อนขึ้นแคนาดา ในสุดสัปดาห์นี้

-และก็หวังว่า ความชื้นที่ลดลงเพราะพายุอยู่บนแผ่นดิน จะทำให้พายุแซนดี้ อ่อนกำลังลง

-กลับมาที่ประเทศไทย

-การเข้าสู่หน้าหนาวตอนนี้ ทำให้ต้องมีการระวังโรค และการตัดสินใจว่า จะทำอย่างไร กับความแห้งแล้ง

-ที่ลำพูน ปศุสัตว์ จังหวัดลำพูน สั่งเฝ้าระวังโรค PRRS หรือ โรคไข้หวัดหมู ระบาด ซึ่งมักเกิดขึ้นในช่วงหน้าหนาว

-พร้อมเตือนชาวบ้าน อย่านำเนื้อหมู ที่ตายเพราะโรคนี้ ไปรับประทาน อาจส่งผลให้เชื้อขยายวงกว้างได้

-ที่พิจิตร

-ชาวนาทำอะไรไม่ได้ เมื่อข้าวนาปี ใกล้ตายจากการขาดน้ำ
-ผืนดินในแปลงนาข้าวแตกระแหง ข้าวกล้าที่อายุ 2 สัปดาห์ ก็เริ่มแห้งจากการขาดน้ำเป็นเวลานาน เช่นกัน

-ถือเป็นความแห้งแล้งที่มาเร็ว ทั้งที่เพิ่งย่างเข้าสู่ต้นเดือนพฤศจิกายนเท่านั้น

-ขณะที่นครสวรรค์

-เกษตรกรเบื่อการแย่งน้ำกันใช้ จึงหันมาปลูกดาวเรืองแทนการปลูกข้าว

-เพราะดาวเรืองไม่ต้องการน้ำมาก รดน้ำ 3-4 วันต่อครั้ง

-อายุการเก็บเกี่ยว สั้นเพียง 60-70 วัน

-ตลาดรับซื้อ ดอกละ 1 บาท

……………………………………………………………………………………………..

29 ตุลาคม 2555

เที่ยงวันทันเหตุการณ์

-กลางคืนให้ห่มผ้า ป้องกันโรคปอดบวมและโรคทางเดินหายใจอื่นๆได้

http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=14260&year=2012&month=10

- ในการทำความเข้าใจเกี่ยวกับกระแสคำทำนายต่างๆ เราต้องเรียนรู้การเข้าใจความเปลี่ยนแปลงของโลกที่แท้จริง

-เริ่มต้นสัปดาห์ด้วยการเกาะกระแส 2012 วันสิ้นโลก ประจำสัปดาห์

- เรื่องพายุ ก็เป็นเรื่องหนึ่ง ทีมีการทำนาย ไปต่างๆ นานา

- และพายุที่อยู่ใกล้เราที่สุด เพื่อการเรียนรู้ก็คือ เซินตินห์

- เซินตินห์ ถือเป็น พายุ ที่มาในช่วงท้ายฤดูฝน

- ล่าสุด ได้ขึ้นฝั่งเวียดนาม แล้วเปลี่ยนทิศทาง จากเดิมที่คาดว่า จะมีปลายทางที่ลาวตอนบน แต่กลับไปทางจีนตอนใต้

- ก่อนหน้านี้ เมื่อ 4 นาฬิกา วันนี้ ได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อน ความเร็วลมเหลือ 85 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง จากเดิมที่ก่อนขึ้นฝั่งแรงถึง 140 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง

- หลังจากนี้ คาดว่าพรุ่งนี้จะยิ่งอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็ว กลายเป็น หย่อมความกดอากาศต่ำ หรือฝนตกหนักธรรมดา ที่จีนตอนใต้

- สำหรับไทย เดิมก็คาดว่า เซินตินห์จะมาช่วยคลายแล้ง ให้แก่อีสาน

- แต่เรื่องอากาศเอาแน่เอานอนไม่ได้

- พอเปลี่ยนทิศ จึงทำให้อีสานตอนบน ได้ฝนประปรายเท่านั้น

- โดยที่อำเภอเฝ้าไร่ จังหวัดหนองคาย มีฝนตกสะสมมากสุด แต่ก็แค่ 21 มิลลิเมตรเท่านั้น

-มาดูสิ่งที่เราน่าเรียนรู้จากพายุเซินตินห์

- เซินตินห์ ก็มีแหล่งกำเนิดเหมือนพายุลูกอื่นๆ ในมหาสมุทรแปซิฟิกด้านตะวันตก คือ มักเกิดขึ้นทางตะวันออกของฟิลิปปินส์

- พายุที่เกิดตรงนี้ จะมีทิศทางการเคลื่อนตัว ไม่ขึ้นทางเหนือ หรือก็ข้าม มาลงทะเลจีนใต้

- ซึ่งพายุที่ลงทะเลจีนใต้ จะเป็นพายุที่มีความเสี่ยงสูงกับประเทศไทย

-สำหรับสถิติพายุ ในมหาสมุทรแปซิฟิกด้านตะวันตก เฉลี่ยเกิดปีละ 31 ลูก

- แต่ปีที่แล้ว ก็เกิดขึ้นถึง 40 ลูก

- ขณะที่ปีนี้ เซินตินห์เป็นลูกที่ 32 หรือ

- ปีนี้ พายุบริเวณนี้ มีจำนวนเกินค่าเฉลี่ยแล้ว

- ดังนั้น จากนี้จึงเป็นไปได้ว่า อาจมีพายุเกิดขึ้นในบริเวณนี้ได้อีก

- สำหรับผลงานของพายุเซินตินห์ ที่ทำไว้

- เซินตินห์ ก่อตัวเป็นดีเปรชั่นเมื่อ 22 ตุลาคม หรือ 8 วันที่แล้ว ทางตะวันออกของฟิลิปปินส์

- จากนั้น ข้ามฟากลงทะเลจีนใต้ แล้วพัฒนาเป็นพายุไต้ฝุ่น เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ด้วยความเร็วลมสูงสุด 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

- จากนั้น ขึ้นฝั่งเวียดนาม เมื่อคืนนี้ ตอน ตี 1 ตามเวลาประเทศไทย

- ตอนที่พัดถล่มฟิลิปปินส์

- เซินตินห์ ได้ทำให้เกิดน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้าง

- มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 24 คน สูญหาย 6 คน

- ประชาชนกว่า 3 หมื่นคน ติดค้างอยู่ตามท่าเรือและสนามบิน

- ส่วนที่จีนตอนใต้

- ได้ทำให้มีฝนตกหนักในมณฑลไหหลำ

- เที่ยวบินต้องเลื่อนและยกเลิก 160 เที่ยว ผู้โดยสารตกค้าง 6,000 คน ฝนตกหนักทำให้มีผู้สูญหาย 5 คน

- ส่วนที่เวียดนาม มีการประกาศอพยพประชาชนตามแนวชายฝั่ง 1 แสนคน

- และจากการที่ เซินตินห์เปลี่ยนทิศทาง ทำให้ปีนี้ ไทยจึงยังคงมีพายุแค่ลูกเดียวที่พัดเข้าประเทศ นั่นคือ แกมี

- และจากเดิมที่คาดว่า อีสานจะได้ฝนคลายแล้ง แต่เซินตินห์ก็ทำได้เพียง ให้ฝนเล็กน้อย และลมกระโชกแรง

- นี่คือ เรื่องลักษณะอากาศของโลก ที่มีแต่ความแปรปรวนไม่แน่นอน

- และก็ไม่ได้ทำให้เกิดภาพที่น่ากลัว หากเราเข้าใจพฤติกรรมของพายุ หรือเข้าใจธรรมชาติ มากขึ้น

- เมื่อเซินตินห์ ไม่น่าห่วงแล้ว

- จับตา พรุ่งนี้ ความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นระลอกใหม่จากจีนจะลงมา

- คราวนี้มีกำลังค่อนข้างแรง จะทำให้อุณหภูมิลดลงได้ 2-4 องศา

- ดังนั้น ขอให้ระวัง เราร้อนมาหลายวัน มวลเย็นแรงๆ ที่ลงมาจะทำให้มีฝนฟ้าคะนองได้

- ที่ไหนแล้ง ขอให้รองน้ำฝน ส่วนที่ไหน ไม่ชอบฝน ก็จะกลายเป็นฝนรำคาญ ให้ไปไหนมาไหนลำบาก และรถที่ล้างมา เปรอะอีกรอบ

- ที่สำคัญ จะทำให้ไม่สบายจากอากาศเปลี่ยนแปลงระหว่างวันด้วย

- สำหรับภาคใต้ วันมะรืนเป็นต้นไป ลมหนาวใหม่ จะทำให้ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยมีฝนหนักขึ้น / การเดินเรือในอ่าวไทย ต้องระวัง คลื่นจะสูง 2 เมตร ครับ

- เย็นนี้ติดตาม การประกาศรับสมัครเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมของทีวี360องศา ส่งท้ายปีนี้

เรื่องเด่นเย็นนี้

-โรงพยาบาลเตือน ขอให้ประชาชนหมั่นดูแลสุขภาพ

http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=14266&year=2012&month=10

-วันนี้ มาดูอากาศ วันออกพรรษา พรุ่งนี้กันครับ

- สำหรับการทำบุญของพุทธศาสนิกชน พรุ่งนี้เช้า เนื่องในวันออกพรรษา ถือว่า มีฤกษ์ดีอย่างยิ่ง

- เพราะเช้าพรุ่งนี้ ท้องฟ้าทั่วไทยจะมีอากาศดี โดยเฉพาะเหนือ-อีสาน จะมีอากาศเย็น

- จากข้อมูลจากแผนที่อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป ความกดอากาศสูง หรือมวลอากาศเย็น กำลังค่อนข้างแรง ระลอกใหม่จากจีน จะแผ่ลงมาปกคลุมตอนบนของประเทศไทย

- แต่กว่าจะได้เย็นลงชัดๆ ต้องรออีก วัน-2 วัน

- รอบนี้อุณหภูมิจะลดลงได้ถึง 2-4 องศา เลยนะครับ

- และการที่เรามีอากาศร้อนปกคลุมอยู่ด้วย บางที่จึงอาจมีฝนฟ้าคะนองตอนมวลเย็นลงมาแรกๆ / ในวันพรุ่งนี้ถึงวันพุธ นะครับ

- กรมอุตุนิยมวิทยา บอกว่า พรุ่งนี้ เหนือ อีสาน กลาง จะมีฝน เล็กน้อย 10-20 % ของพื้นที่

- ตัวเลขแบบนี้ถือเป็นตัวเลขความเสี่ยงที่น้อยมาก ถึงอาจไม่เจอฝนเลย

- ต่ำสุด เหนือ-อีสาน 21-23 องศา ภาคกลาง-ภาคตะวันออก ยัง 24-26 องศา

- สำหรับมวลอากาศเย็นเป็นอากาศแห้ง จึงทำให้ ฟ้าโปร่ง และแดดแรงได้ทั้งวัน

- ตอนกลางวัน จึงยังร้อน สูงสุด 34-35 องศา accuweather.com ให้ความร้อนจากความรู้สึกในไทยพรุ่งนี้ อาจจะร้อนจริง ถึง 40 องศา

- ดังนั้น ใครไปเที่ยวชมขบวนแห่ประเพณีออกพรรษาตอนกลางวัน ที่ไหน

- ควรพกร่ม หรือ หมวก พร้อมทาครีมกันแดด ค่า SPF สูงๆ ไว้ด้วย

- เพราะค่า UV ที่คุณผู้ชมเห็นข้างจอ แต่ละที่ สูงๆ ทั้งนั้นเลยนะครับ

-ส่วนการเที่ยวงานออกพรรษาช่วงกลางคืน อากาศเย็นสบายไม่เจอฝน

-รวมทั้งเช้าวันมะรืน การตักบาตรเทโว ก็จะมีอากาศเย็นสบายเหมือนเช้าพรุ่งนี้ด้วยครับ

-เพิ่มขึ้นจาก เดือนที่ผ่านมา 300-500 คน

ข่าววันใหม่

-ทีวี 360 องศาวันนี้ ติดตามความเคลื่อนไหว พายุที่น่ากลัวลูกหนึ่งของโลก

-เฮอร์ริเคน แซนดี้ ที่ขณะนี้คุกคามชีวิตชาวอเมริกัน อย่างน่าเป็นห่วง

-จากผลงานการถล่มประเทศในแถบแคริเบียน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 60 ราย

-การเคลื่อนขึ้น เหนือ เข้าสู่ชายฝั่งด้านตะวันออก ของสหรัฐอเมริกา

-ทำให้ชาวอเมริกันกว่า 60 ล้านคน จะได้รับผลกระทบจากเฮอร์ริเคนแซนดี้

-เวปไซด์ weather.com วิเคราะห์ว่า

-ปกติแล้ว พายุเฮอริเคน จะก่อตัว และได้รับพลังงาน จากความร้อน และความชื้นในมหาสมุทร

-แต่แซนดี้ ยังได้รับแรงสนับสนุนจากความแตกต่างของอุณหภูมิในชั้นบรรยากาศด้วย ความรุนแรงจึงมีมากกว่าปกติ

-การเข้ารวมตัวกับลมหนาวที่มาจากตะวันตก ของสหรัฐฯ

-ทำให้แซนดี้กลายเป็น ซูเปอร์สตอรม ที่สามารถอยู่บนแผ่นดิน ได้นานกว่าปกติด้วย

- นอกจากนี้ ลมหนาวจาก แคนาดา ที่กำลังลงมาคาดว่าจะมารวมตัวกับแซนดี้ ทำให้พายุทวีความรุนแรงมากขึ้นไปอีก

- นี่เองที่แซนดี้ จะทำให้มีทั้งฝนตกหนัก ลมแรง และพายุหิมะ ได้ รุนแรงครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ เลยทีเดียว

- นอกจากนี้ ปัจจัยภายนอกโลกก็มาผสมโรง

- คือ พระจันทร์

- เพราะช่วงแซนดี้เข้าอเมริกา เป็นช่วงพระจันทร์เต็มดวง หรือช่วงน้ำขึ้นกว่าปกติ

- ลมพายุจึงดึงให้น้ำทะเล เกิดคลื่นสูง เข้ามาท่วมที่ลุ่มชายฝั่ง

- จึงเป็นเหตุให้ทางการต้องสั่งปิดการคมนาคมทั้งหมด

- รวมทั้งต้องสำรองไฟฟ้า หากมีความหนาวเย็น

- คาดว่า เฮอร์ริเคนแซนดี้ จะทำให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ มาก

-กลับมาที่ประเทศไทย

-มาดูผลกระทบจากความหนาวเย็น

-ที่ลำพูน อากาศหนาว ทำให้เกิดโรคระบาดในแปลงผัก ในพื้นที่8อำเภอ

-คือ โรคเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ลากเน่า ใบไหม้ เชื้อรา และกองทับแมลงบุกกัดกินลำต้นและใบผักคะน้าจนเสียหาย

-โดยเฉพาะที่บ้านห้วยโทก ตำบลป่าพูล อำเภอบ้านโฮ่ง

-เกษตรกรถึงขนาดต้องเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตออกขาย หนีความเสียหาย

-ที่จ.เลย

-อากาศเปลี่ยนแปลงระหว่างวันมาก

-คือ กลางวันร้อน ฟ้าครึ้ม ตกดึกหนาว

-อุณหภูมิลดลงเร็ว 5-7 องศา

-ทำให้ชาวบ้านป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจ เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลจำนวนมาก

……………………………………………………………………………………………

25 ตุลาคม 2555

เที่ยงวันทันเหตุการณ์

http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=14179&year=2012&month=10

-วันนี้ มาหาสาเหตุฝนหลงฤดู ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้กันครับ

- สำหรับฝนที่ตกในภาคใต้ตอนนี้ เรียกว่าเป็นฝนในหน้าฝนของพี่น้องทางภาคใต้ นะครับ

- แต่สำหรับฝนเมื่อวาน ที่ตกในภาคกลางและกรุงเทพมหานคร กลับต้องเรียก ฝนหลงฤดู ครับ

- เพราะประเทศไทยตอนบนควรเป็นช่วงของการเปลี่ยนฤดู ที่แม้จะมีฝนตก ก็ไม่ควรเป็นฝนที่หนัก

-จึงทำให้เกิดภาพนี้ขึ้น

-ภาพแสดงฝนสะสมใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ของกรมอุตุนิยมวิทยา

-ฝนหลงฤดูเมื่อวานนี้ ทำให้ภาคกลางทั้งภาค มีฝนตกมากทีเดียว

-ปริมาณน้ำฝนสูงสุดอยู่ที่ สระบุรี และนนทบุรี ฝนสูงกว่า 90 มิลลิเมตร ทีเดียว

-ส่วนสีเขียวๆ ที่เห็นทางภาคใต้ ก็ถือเป็นเรื่องปกติครับที่ทางใต้จะมีฝนหนักในตอนนี้ เพราะพี่น้องทางใต้กำลังอยู่ในหน้าฝน แถมมีตัวแปร หย่อมความกดอากาศต่ำเข้าปกคลุม

-ซึ่งเป็นตัวการที่ทำให้เรื่องทั้งหมดที่เราพูดถึงอยู่นี้เกิดขึ้น

-จากข้อมูลจากแผนที่อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา หย่อมความกดอากาศต่ำ รูปตัว L เมื่อวานอยู่ในภาคใต้ ตรง สุราษฎร์ ชุมพร ประจวบ เลยนะครับ แต่วันนี้ ได้เคลื่อนลงอันดามันแล้ว

-นายสมชาย ใบม่วง รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา บอกว่า หย่อมนี้แหละครับ เป็นเสมือนหลุม ที่ทำให้ลมไหลเข้าไป และหมุนเข้าหาศูนย์กลาง ประกอบกับช่วงนี้ ลมตะวันออก พัดเอาความชื้นเข้ามาในประเทศไทยด้วย

-ลักษณะนี้จึงเหมือนกับ หย่อมความกดอากาศต่ำลูกนี้ เป็นตัวดูดให้ความชื้นรอบๆ เข้ามาใกล้ๆ นั่นเอง

-นี่เองที่ทำให้มวลหมู่เมฆจึงเข้ามาปกคลุมภาคกลางด้วย และกลายเป็นฝนตกหนักเมื่อเย็นวาน

-และจากการที่หย่อมความกดอากาศต่ำ ข้ามลงอันดามันไปแล้ว ดังนั้น โอกาสที่จะทำให้เรามีฝนหนักแบบเมื่อวาน จะน้อยลงมาก หรือมีแค่วันนี้อีกวันเดียวเท่านั้น

-พรุ่งนี้ จะไม่มีฝนแบบเมื่อวานอีกแล้ว

- สำหรับความชื้นที่เข้ามามากๆ นี้ ไม่ได้มีผลเสีย ให้เรามีฝนอย่างเดียวนะครับ

- เพราะแท้จริงแล้ว ที่กรุงเทพและปริมณฑล มีอากาศเย็นลงในตอนเช้าในช่วงนี้ เป็นฝีมือของลมตะวันออก ที่พัดความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามานั่นเอง

- มวลเย็น ที่ทำให้ทางเหนือและอีสาน มีอากาศเย็นลงอยู่ในตอนนี้ ยังมีกำลังไม่แรงพอที่จะทำให้ตอนล่างๆ อย่างกรุงเทพ เย็นลงได้ครับ

- ดูภาพเล็กในไทยแล้ว มาดูภาพใหญ่ การติดตามพายุโซนร้อนเซินตินห์ ในระดับภูมิภาคบ้าง

- ล่าสุด ยังอยู่ทางใต้ของฟิลิปปินส์ ความเร็วลมศูนย์กลาง 75 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

- คาดว่า พรุ่งนี้ อาจจะทวีความรุนแรงขึ้นเป็นไต้ฝุ่น

- และเคลื่อนขึ้นฝั่งเวียดนามตอนบนในวันที่ 27 ตุลาคม

-

-กรมอุตุนิยมวิทยาบอกว่า ตอนนี้ยังไม่ส่งผลกระทบกับไทย

- แต่อีกไม่กี่วัน ตอนขึ้นฝั่งเวียดนาม จะทำให้อีสานโดยเฉพาะทางด้านตะวันออก มีฝนเพิ่มขึ้น

- เตรียมรองน้ำไว้ใช้ แก้แล้งกันด้วย

- ช่วงนี้ประเทศไทยตอนบน จะหนาวเย็นลดลง นะครับ เพราะความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากจีน ระลอกนี้ ได้อ่อนกำลังลงแล้ว

- ระวังสิ่งที่ตามมาคือ หมอกจะลงจัดในตอนเช้า และกลางวันจะร้อน แดดแรง รังสี UV สูง

- สำหรับภาคใต้ กรมอุตุนิยมวิทยา ยังประกาศเตือน ฝนตกหนักถึงหนักมาก

- โดยเฉพาะ คุณผู้ชมใน ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฏร์ธานี ระนอง และพังงา ขอให้ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนัก

- ส่วนพื้นที่ที่เห็นด้านขวามือ คือบริเวณที่ต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมน้ำหลาก

- เพราะฝนสะสม 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา อยู่ในระดับอันตราย

- และสำหรับการเดินเรือช่วงนี้ ต้องใช้ความระมัดระวัง กันด้วยนะครับ

เรื่องเด่นเย็นนี้

http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=14185&year=2012&month=10

-วันนี้ เป็นเรื่องเฉพาะ ของคนเลี้ยงปลา


-แม้ช่วงนี้ อากาศเย็นแบบสัปดาห์ที่แล้ว จะดูเบาลงในสัปดาห์นี้
-แต่ภัยที่มากับความหนาวเย็น ก็เป็นเรื่องที่ต้องเตือนกัน โดยเฉพาะคุณผู้ชมที่เลี้ยงปลา ต้องเตรียมการรับมือไว้ด้วย

- จากข้อมูล จากแผนที่อากาศ ของกรมอุตุนิยมวิทยา

- ช่วงนี้ความกดอากาศสูง หรือมวลอากาศเย็น จากจีน ได้อ่อนกำลังลงอยู่นะครับ

- ช่วงนี้ ประเทศไทยตอนบน จึงไม่หนาวเย็นสะใจ เหมือนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

- แต่ก็ยังทำให้ เหนือ-อีสาน มีอากาศเย็น อุณหภูมิต่ำสุด 20-21 องศา

- ภาคกลาง ภาคตะวันออก ต่ำสุด 24-25 องศา

- กลางวันร้อน แดดแรง ฟ้าโปร่ง ไม่มีเมฆบัง

- สูงสุดอยู่ เหนือ-อีสาน 34 องศา

- กรมอุตุนิยมวิทยา บอกว่า ช่วงที่อุณหภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงเย็นลงนี่เอง

- อาจทำให้ออกซิเจน ในน้ำ ลดน้อยลงได้

- จึงเตือนคนเลี้ยงปลาในภาคเหนือและอีสาน ให้ระวังปลาของออกซิเจน

- และช็อคน้ำ ถึงตายได้

- ปลาช็อคน้ำ กับความหนาวเย็น เกี่ยวข้องกันอย่างไร

- มาดูคำอธิบาย ที่ต้องเริ่มต้นในช่วงกลางคืน

- นายธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ หัวหน้าภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้อธิบายว่า

- ปกติแล้ว ในเวลากลางคืน ทั้งปลาและพืชน้ำ จะแย่งกันใช้ออกซิเจนในน้ำ ในการหายใจ ทำให้ออกซิเจนในน้ำลดน้อยลง

- ยิ่งช่วงอากาศเย็น อุณหภูมิในน้ำ จะลดต่ำลงด้วย

- ออกซิเจนในอากาศ ก็จะยิ่งละลายลงน้ำ ได้ลดลงด้วย

- พอเช้า.. แดดออก

- ผิวน้ำก็จะมีอุณหภูมิสูงขึ้น ออกซิเจนจะกลับมาละลายลงน้ำได้เพิ่มขึ้น

- และยิ่งสว่าง ออกซิเจน ก็จะยิ่งละลายลงสู่ผิวน้ำได้ดีมากขึ้นไปอีก

- ทำให้ออกซิเจนที่ผิวน้ำ จึงมีมากกว่าในท้องลำน้ำ

-สถานการณ์อันตรายที่จะเกิดขึ้นก็คือ

- อากาศที่เย็นในตอนกลางคืน จะทำให้อุณหภูมิที่ผิวน้ำและในท้องลำน้ำ ตอนกลางวัน ต่างกันตั้งแต่ 2-4 องศาขึ้นไปได้

- ความต่างของอุณหภูมิ จะทำให้ชั้นน้ำที่อุ่นกว่า แยกออกจากชั้นน้ำที่เย็นกว่าอย่างชัดเจน

- ทำให้ออกซิเจนที่ผิวน้ำ ไม่ลงไปผสมกับน้ำที่อยู่ใต้ท้องน้ำ

- ใต้ท้องน้ำ จึงมีแต่ออกซิเจนลดลงสถานเดียว

- เมื่อออกซิเจนในลำน้ำน้อยลง ปลาจึงขึ้นมาหายใจ ที่ผิวน้ำ โดยตรง

- หรือที่เรียกว่า ปลาช็อคน้ำ ถึงตายได้

-อาจารย์ธรณ์ บอกว่า ผู้เลี้ยงปลาสามารถวัดอุณหภูมิที่ผิวน้ำ และใต้ท้องน้อง เปรียบเทียบเองได้เลย

- หรือถ้าวัดไม่ได้ ให้สังเกตพฤติกรรมปลา หากว่ายกระวนกระวาย นั่นแหละ อาการช็อคน้ำกำลังจะเกิด

- คำแนะนำของกรมอุตุนิยมวิทยาคือ เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำ ควรเพิ่มออกซิเจนในน้ำ เพื่อช่วยให้สัตว์น้ำมีความแข็งแรง

- ส่วนอาจารย์ธรณ์แนะนำว่า

- ให้ใช้กังหันน้ำ หรือกังหันชัยพัฒนา มากวนน้ำ

- เพื่อให้น้ำที่ผิวน้ำและใต้ท้องน้ำผสมกัน ออกซิเจนจะได้ละลายลงไปในน้ำได้ดีขึ้น

- อาการ ปลาช็อคน้ำ จะไม่เกิด

- จากการที่ความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นรอบนี้ ไม่เจ๋งจริง คือมาได้วันถึง2วันก็อ่อนกำลังลง

- พรุ่งนี้ถึงวันจันทร์หน้า ตอนเช้าจึงแค่เย็นๆ ระวังหมอกจะลงจัด และกลางวันร้อนแดดแรง

- ส่วนภาคใต้ การเตือนภัยฝนตกหนัก ได้หมดลงแล้ว

- แต่ใครที่อยู่ในพื้นที่ ที่เห็นอยู่ด้านขวาจอ และคนในจังหวัด ระนอง พังงา ยังต้องระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักต่อไป

- คลื่นลมก็สงบลง ยกเว้น อันดามันตอนบน ตั้งแต่ระนองขึ้นไป คลื่นยังสูง 2 เมตร เดินเรือระวังครับ

ข่าววันใหม่

-ทีวี 360 องศาวันนี้ มาดูการหาสาเหตุของความรุนแรงของแผ่นดินไหวที่รุนแรงขึ้นในสเปน

-เมื่อนักวิทยาศาสตร์ ไปพบว่า ชาวสเปน คือตัวการสำคัญที่ทำให้ความเสียหายจาก แผ่นดินไหว เมื่อปีที่แล้ว มีความรุนแรงผิดปกติ

-เดือนมีนาคมปีที่แล้ว ได้เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.0 ริกเตอร์ ในระดับตื้น

-สร้างความเสียหายร้ายแรงที่สุดในรอบ50 ปี แก่สเปน

-นักวิทยาศาสตร์ ได้ใช้ภาพถ่ายทางอากาศวิเคราะห์ พบว่า แผ่นดินไหวได้เกิดขึ้น บนรอยเลื่อน ที่ความแข็งแรง

-แต่ที่เสียหายมาก เพราะโครงสร้างดินบริเวณที่เกิดแผ่นดินไหว ได้ถูกทำลาย จากการขุดเจาะน้ำบาดาล ของเกษตรกรสเปน มามากกว่า 50 ปี

-ซึ่งบ่อบาดาลของเกษตรกร มีมากเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยกว่า 80% เป็นบ่อที่ผิดกฎหมาย

-ทั้งยังทำให้ ระดับน้ำใต้ดิน ลดลง ถึง 250 เมตร

-ทางตอนใต้ของสเปน ถือว่า เป็นบริเวณที่เสี่ยงต่อ แผ่นดินไหวอยู่แล้ว และเมื่อมีการเจาะน้ำบาลที่ระดับ ลึก เป็นจำนวนมาก ทำให้เป็นการเพิ่มแรงเค้น ใต้พื้นดิน ที่มาจากทั้งการเจาะ และการสูบน้ำทุกๆวัน

-นักวิทยาศาสตร์ ยังบอกอีกว่า พื้นที่เกษตรอันโด่งดังในบริเวณเมดิเตอร์เรเนียน

-ล้วนเป็นพื้นที่เสี่ยง ที่จะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย แผ่นดินไหว เมื่อปีที่แล้วอีก

-เพราะมีการขุดเจาะและใช้น้ำบาดาล อย่างไม่คำนึงถึงความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม ในแบบเดียวกัน

-กลับมาที่ประเทศไทย

-สภาพอากาศที่หนาวเย็นลงในตอนนี้ ทำให้ผลผลิตยางพาราออกมาดี

-ไปดูกันที่จังหวัดเลย

-นางวิไลลักษณ์ สอนสุภาพ เกษตรกรบอกว่า ช่วงนี้ยิ่งหนาวยิ่งดี เพราะน้ำยางจะออกดี

-ทำให้ผลผลิตน้ำยาง มีมากขึ้น 2 เท่า

-แต่ช่วงนี้ ราคายางกลับไม่ดี เมื่อเทียบกับเมื่อปีก่อน

-ผลผลิตที่เพิ่มขึ้น จึงยังไม่ทำให้เกษตรกรลืมตาอ้าปากได้

- ส่วนความเคลื่อนไหวเรื่องความแห้งแล้งทางภาคอีสาน

- สำนักชลประทานที่ 8 จ.นครราชสีมา วางแผนให้เกษตรกรในเขตชลประทาน ทำนาปรังได้ไม่เกิน700,000ไร่

- เพราะต้องเก็บน้ำไว้ใช้ในการอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศน์

- ใครฝ่าฝืน จะเสี่ยง ขาดแคลนน้ำได้

……………………………………………………………………………………………………..

24 ตุลาคม 2555

เที่ยงวันทันเหตุการณ์

http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=14140&year=2012&month=10
- ขณะนี้ครบ 1 เดือนแล้ว ที่แสงอาทิตย์ตั้งฉากบนพื้นโลก ได้เดินข้ามเส้นศูนย์สูตร ลงสู่ซีกโลกใต้

-วันนี้ติดตามสถานการณ์พิบัติภัย 4 ภูมิภาค

- ซีกโลกเหนือกำลังเป็นฤดูใบไม้ร่วง เพื่อเข้าสู่ความหนาวเย็น

- ส่วนซีกโลกใต้ กำลังเป็นฤดูใบไม้ผลิ ที่มีอุณหภูมิสูงขึ้นเรื่อยๆ

- สำหรับการสแกนภาพใหญ่ของโลก พบว่า ตอนนี้มีพายุก่อตัวบนโลกพร้อมกันอยู่ 3 ลูก

- 2ลูกอยู่ฝั่งอเมริกาในมหาสมุทรแอตแลนติก คือ ดีเปรสชั่นไนน์ทีน และโซนร้อนแซนดี้

- ส่วนฝั่งเอเชีย มีพายุเซินตินห์ ซึ่งเพิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเป็นโซนร้อนในวันนี้ ด้วยความเร็วลมศูนย์กลาง 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

- ขณะนี้อยู่ทางใต้ของประเทศฟิลิปปินส์

-โซนร้อนเซินตินห์ มีความน่าสนใจกับประเทศไทย ถ้าคุณผู้ชมได้เห็นภาพการคาดการณ์เส้นทางพายุ จากเวปไซด์ wunderground.com

-ที่มีความเป็นไปได้ว่า ค่ำวันอาทิตย์จะมีผลให้มีฝนตกหนักในอีสานตอนบนและด้านตะวันออก

-แต่กรมอุตุนิยมวิทยาของไทย บอกว่า พายุลูกนี้จะไม่มีผลกระทบกับประเทศไทย นะครับ

-ส่วนพิบัติภัย ตามภูมิภาคต่างๆ เป็นดังนี้

- เริ่มที่เอเชีย

- แน่นอน ฟิลิปปินส์ ต้องเจอกับฝนที่ตกหนักจากพายุโซนร้อนเซินตินห์ โดยเฉพาะตอนใต้

- ส่วนการเตือนภัยน้ำท่วม มีใน ปากีสถาน บังกลาเทศ เวียดนาม และ อินโดนีเซีย

- ภัยแล้ง มีที่ ศรีลังกา

- รอบอินโดนีเซีย ยังมีเตือนภูเขาไฟอยู่ 3 ลูก

-ยุโรป

-เตือนน้ำท่วม ยังมีที่ อังกฤษ และ ฝรั่งเศส

-ส่วนแอฟริกา ซึ่งอยู่ทางใต้ของทวีปยุโรป มีเตือนระวังน้ำท่วมในตอนกลาง

-และในแอฟริกาใต้

- โซนอเมริกา

- โซนร้อนแซนดี้ มีทิศทางเคลื่อนเข้า ฟลอริด้า และ แคโรไลนา ภายในสัปดาห์นี้

- ส่วนดีเปรสชั่น ไนน์ทีน จะพัฒนาเป็นโซนร้อน และมีชื่อว่า โทนี่ แต่ไม่มีผลกระทบกับใคร

- สำหรับสถานการณ์ภัยแล้ง ก็ยังคงมีในตอนกลางของสหรัฐอเมริกา เม็กซิโก และ โบลิเวีย

-สำหรับโซนออสเตรเลีย

- วันนี้มีเพียงการเตือน ระวังลมกระโชกแรง ที่นิวเซาท์เวลส์

- สำหรับการสแกนการเกิดแผ่นดินไหวทั่วโลก ตั้งแต่ 2.5 ริกเตอร์ขึ้นไป ในรอบ 1 สัปดาห์ พบว่า

- มีทั้งหมด 202 ครั้ง มากสุดอยู่ในเอเชีย 47 ครั้ง

- แรงสุดวันนี้ 6.5 ริกเตอร์ ที่คอสทาริก้า

- ภาพนี้แสดงให้เห็นว่า แผ่นดินไหวเป็นภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาบนโลก

- ไม่ต้องตื่นกลัวนะครับ

-ช่วงนี้ ตอนบนของประเทศ คือ เหนือ-อีสาน-กลาง-และตะวันออก จะมีความเย็นสะสมเรื่อยๆ จากมวลอากาศเย็นจากจีนที่แผ่ลงมาปกคลุม

-อาจจะดูว่า เย็นน้อยกว่าที่ผ่านมา ก็เพราะความกดอากาศสูงลงสู่ทะเลจีนใต้เป็นส่วนใหญ่

-สำหรับบริเวณที่น่าห่วงตอนนี้คือ ภาคใต้

-กรมอุตุนิยมวิทยา ยังคงเตือนภัยฝนตกหนักถึงหนักมากอยู่

-จากหย่อมความกดอากาศต่ำที่มาจากภาคใต้ตอนล่าง เข้ามาปกคลุมภาคใต้ตอนกลาง

-ดังนั้น คุณผู้ชมใน ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฏร์ธานี ระนอง และพังงา ขอให้ระวังอันตราย และตรงไหนฝนตกในทะเล คลื่นจะสูง 2 เมตร เดินเรือนระวังอีก 1-2วันครับ

เรื่องเด่นเย็นนี้

-ขายส่ง แม่ค้า ตัวเล็ก กิโลกรัมละ 50 บาท ตัวใหญ่ กิโลกรัมละ 100 บาท

http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=14146&year=2012&month=10

-วันนี้มาดู พี่น้องอีสานเตรียมเฮ จะมีบางพื้นที่ได้น้ำช่วยแล้ง ในสุดสัปดาห์นี้

-หลังจากความแห้งแล้ง ได้กัดกินและแผ่ขยายอย่างรุนแรงในภาคอีสาน ตั้งแต่เรายังไม่เข้าหน้าหนาวดี
-และก่อนหน้านี้ การพยากรณ์อากาศก็พบว่า ฝนแทบจะหมดโอกาสตก ให้น้ำแก่ดินแดน 20 จังหวัด ที่ราบสูง อีกแล้ว

-ทำให้ผืนนา ที่ต้นข้าวใกล้ออกรวง เตรียมยืนแห้งตาย

-อย่าง ข้าวนาปี ที่อุบลราชธานี ที่เห็นนี้

-กลายเป็นภาพข่าวชินตา ที่คนในภาคอื่นๆ ได้แต่เฝ้ามองอย่างเห็นใจ โดยไม่รู้ จะช่วยอย่างไร

-แต่จู่ๆ พระพิรุณก็มาโปรด

-เมื่อส่งพายุโซนร้อน เซินตินห์ ซึ่งเป็นชื่อของเทพเจ้าของเวียดนาม ให้มาก่อตัวที่ฟิลิปปินส์ ในช่วงปลายฝนแบบนี้

- จากภาพ ทิศทาง การเคลื่อนตัวของพายุโซนร้อนเซินตินห์ โดยเวปไซด์ wunderground.com

- พายุตอนนี้ อยู่ที่ตอนใต้ของฟิลิปปินส์

- ความเร็วลมศูนย์กลาง 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

- จากนี้จะเคลื่อนลงทะเลจีนใต้ตอนกลาง

- คาดว่า เสาร์นี้จะขึ้นชายฝั่งเวียดนามตอนบน

- แล้ววันอาทิตย์ จะทำให้มีฝน ตกในภาคอีสาน เพิ่มขึ้น

-นี่แหละครับ ที่บอกว่า พายุเซินตินห์ มาดี

-และจะเข้ามาช่วยให้ฝนแก่ภาคอีสาน

-แต่..มีแต่ด้วยครับ..

-นายสมชาย ใบม่วง รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา บอกว่า ฝนจากอิทธิพลของพายุเซินตินห์ จะให้น้ำไม่มากนัก

- หรือ ให้น้ำ ไม่เพียงพอแก่การเกษตรนั่นเอง

- ดังนั้น น้ำที่จะได้ จะเหมาะแก่การเก็บสำรองไว้ใช้เพื่อการอุปโภคบริโภค เท่านั้น

- นอกจากนี้ มีข่าวดีเพิ่ม คือ หน่วยฝนหลวง จะเร่งทำฝนเทียม ในช่วงที่พายุเซินตินห์มีอิทธิพลกับประเทศไทยด้วย

- ดังนั้น ใครอยากได้น้ำ ให้รีบเตรียมรองน้ำฝน กันตั้งแต่วันเสาร์ที่จะถึงนี้เลย

- แต่.. ยังมีแต่อีกครับ พายุเซินตินห์ ไม่ได้ทำให้มีฝนตกทั้งอีสานนะครับ

- ดูกัน ใครจะได้น้ำช่วยชีวิตครั้งนี้บ้าง

- นั่นคือ มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี โซนนี้จะได้น้ำฝน มาก

- ส่วนบริเวณที่ได้ฝนน้อย เพราะอยู่ลึกเข้ามา คือ กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด สุรินทร์ และศรีสะเกษ

- ที่เหลือของอีสาน ไม่ได้รับน้ำฝนครั้งนี้

- ส่วนภาคใต้ ยังเป็นโซนรับน้ำฝนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

- กรมอุตุนิยมวิทยาเตือน ประจวบ ชุมพร สุราษฏร์ นคร ระนอง และพังงา

- จะมีฝนตกหนักหนาแน่น ถึงพรุ่งนี้ ขอให้ระวังอันตรายกันด้วย

- และฝนตกในทะเลตรงไหน คลื่นจะสูงมากกว่า 2 เมตร เดินเรือระวังด้วยครับ

- วันนี้มาดูความเคลื่อนไหวด้านพลังงานกันต่อ

- เมื่อภาครัฐ จะใช้ถ่านหิน เป็นพลังงานทางเลือกของไทย

ข่าววันใหม่

-ทีวี 360 องศาวันนี้ มาดูความเคลื่อนไหวของความร้อนระอุที่มีอยู่ในโลก

-ผ่านสัญญาณการเตือนภัย ภูเขาไฟระเบิด ที่จะเกิดขึ้นที่ ฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา

-ทีมสำรวจทางธรณีวิทยาสหรัฐ รายงานว่า ทะเลสาบปล่องภูเขาไฟ ฮาเลมาอูมาอู บนยอดภูเขาไฟ คิลูเอ ในฮาวาย
-กำลังเต็มไปด้วยลาวา ที่อาจไหลออกมาจากปากปล่องได้

-สัปดาห์ที่แล้ว ลาวาได้กระเพื่อม และเพิ่มระดับสูงขึ้น ประมาณ 15 เมตร
-ทำให้ระดับลาวาในปัจจุบัน อยู่ห่างจาก ปากปล่อง เพียง 33 เมตรเท่านั้น

-ถือเป็นระดับที่สูงที่สุด ที่ภูเขาไฟลูกนี้เคยทำมา

-นักวิทยาศาสตร์ เชื่อว่า สาเหตุมาจาก แรงดันแมกม่า ที่อยู่ลึกลงไปกว่า 80 กิโลเมตรใต้พื้นโลก

-จึงเป็นสัญญาณเตือน การระเบิดของภูเขาไฟ ทีอาจจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้

-ทั้งนี้ ภูเขาไฟ คิลูเอ เคยระเบิดมาแล้ว 48 ครั้ง ในรอบ 100 ปีที่ผ่านมา

-ขณะที่ก็ยังเชื่อว่า อาจโชคดี ที่แรงดันภายในปล่องภูเขาไฟ อาจมีไม่มาก

-ทำให้ลาวา อาจจะถูกดันให้ไหลออกมา โดยที่ไม่มีการประทุเลย หรือ ประทุน้อยมาก ด้วย

-กลับมาที่ประเทศไทย

-ปศุสัตว์ ได้ออกมาเตือนเกษตรกร ผู้เลี้ยงสัตว์ ให้ระวังโลกที่มากับภัยหนาว

ไปดูเรื่องนี้ที่ อุทัยธานี

-นายพิษณุ ตุลยวณิชย์ ปศุสัตว์จังหวัดอุทัยธานี กล่าวว่า ช่วงปลายฝนต้นหนาว มักมีการแพร่ระบาดของโรคในสัตว์

-โดยเฉพาะสัตว์กีบ เช่น โค กระบือ แพะ แกะ สุกร มักพบ โรคปากเปื่อยเท้าเปื่อย และโรคคอบวม

ขอให้เกษตรกรป้องกันโดยการฉีดวัคซีน

สามารถติดต่อได้ที่ ปศุสัตว์อำเภอ ทุกอำเภอ

-ส่วนที่ภาคใต้

-ขณะนี้ฝั่งอ่าวไทยกำลังเข้าสู่ฤดูมรสุม คลื่นลมแรง

-ชาวประมงพื้นบ้านบ้านเก้าเส้ง จังหวัดสงขลา จึงพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ในช่วงที่ต้องหยุดออกเรือทำการประมง เกือบ 3 เดือน

-ด้วยการหาหอยเสียบสร้างรายได้ทดแทนให้กับครอบครัว

-เพราะตอนนี้ หอยเสียบจะถูกคลื่นซัดขึ้นมาบนฝั่งและฝังตัวตามแนวชายหาด เป็นจำนวนมาก

-ชาวบ้านบอกว่า สามารถหาหอยเสียบได้ 2 – 3 กิโลกรัมต่อวัน

…………………………………………………………………………………………….

23 ตุลาคม 2555

เที่ยงวันทันเหตุการณ์

http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=14125&year=2012&month=10

วันอังคาร เที่ยงวันทันเหตุการณ์ ติดตาม ความเป็นไปในภูมิภาคเอเชีย

สัปดาห์นี้ เป็นอีกสัปดาห์หนึ่งของการก้าวเข้าสู่ฤดูหนาว ในบริเวณภูมิภาคเอเชีย
และเป็นสัปดาห์ที่ถือว่าสงบ ไม่มีการก่อตัวของพายุ
เพราะขณะนี้ ความกดอากาศสูง หรือมวลอากาศเย็น กำลังปานกลางจากจีน ได้แผ่ลงมา ปกคลุมเอเชียอย่างต่อเนื่อง
จากข้อมูลแผนที่อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา
ขณะนี้มีหย่อมความกดอากาศสูง อยู่ในตอนกลางของจีนตอนบน
และได้แผ่มวลอากาศเย็นลงมา แต่ไม่ตรงประเทศไทยนัก โดยส่วนใหญ่ลงสู่ทะเล ทางทะเลจีนใต้
ขณะที่ มีแนวปะทะอากาศอยู่บริเวณคาบสมุทรเกาหลี

ดังนั้น ภาพใหญ่ ลักษณะอากาศเอเชีย เป็นดังนี้
เอเชียตะวันออก
ญี่ปุ่น เกาหลี ยังมีฝน
โตเกียว อุณหภูมิ 12 องศา
โซล อุณหภูมิ 8 องศา
ฮ่องกง อากาศแจ่มใส 24 องศา
ไต้หวัน 20 องศา ทางตอนเหนือและทางตะวันออก ไต้หวัน ยังมีฝนตก
กรมอุตุนิยมวิทยาจีน มีเตือน ประชาชนในภาคกลาง และภาคตะวันออกของประเทศ รับมือภัยหนาว
โดยเฉพาะบริเวณแม่น้ำหวงเหอ และ แยงซี จะมีลมแรงและฝนตกหนักด้วย
อุณหภูมิจะลดต่ำลงเหลือ 10 องศา
ส่วนทาง เหอเป่ย จี้หลิน เฮหลงเจียง มองโกเลีย อาจจะมีหิมะตกหนัก
ปักกิ่ง อุณหภูมิ 6 องศา

กลุ่มประเทศ AEC 10 ประเทศ
ส่วนใหญ่ อากาศแจ่มใส
อุณหภูมิต่ำสุด อยู่ในช่วง 21-24 องศา
บริเวณที่ยังมีฝนคือ พม่า มาเลเซีย สิงคโปร์ บรูไน และภาคใต้ของประเทศไทย

- ปากีสถาน เนปาล อากาศแจ่มใส
กาตมันตุ ต่ำสุด 7 องศา
อินเดีย แดดร้อน นิวเดลี อุณหภูมิ 17องศา มุมไบ 23 องศา
ศรีลังกา มัลดีฟส์ ฝนฟ้าคะนอง
โคลอมโบ ศรีลังกา 25 องศา

-เอเชียตะวันตกเฉียงใต้ อากาศแจ่มใส และแดดแรง
ริยาร์ด ซาอุดิอาระเบีย 31 องศา
คูเวต 35 องศา ดูไบ 34 องศา
แต่อิหร่าน ต่ำสุด 12 องศา สูงสุด 23 องศา
-สภาพอากาศของไทยช่วงนี้ แบ่งเป็น 2 ส่วน
-ตอนบนจะเย็นลง จากความกดอากาศสูงหรือมวลเย็นกำลังปานกลางจากจีนที่ลงมา
-โดยจะมีฝนในระยะแรก จากนั้น จะเย็นลง 1-2 องศา
-ส่วนตอนล่าง ขอให้ระวัง ภาคใต้จะมีฝนตกหนัก จากหย่อมความกดอากาศต่ำ ที่มาจากบริเวณใต้ตอนล่างและมาเลเซีย รวมทั้ง ผลของมวลเย็นจีนที่ลงมา
-ดังนั้น ตั้งแต่สุราษฎร์ธานีลงไปขอให้ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนัก
-คลื่นอ่าวไทยตอนล่าง สูง 2-3 เมตร
-เรือเล็ก งดออกจากฝั่ง

เรื่องเด่นเย็นนี้

http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=14130&year=2012&month=10

-วันนี้ มาติดตามการเตือนภัย ฝนตกหนักอีกรอบในประเทศไทยกันครับ

ถือเป็นฤดูกาลที่เป็นปกติธรรมชาติ ที่เมื่อประเทศไทยตอนบน ซึ่งประกอบด้วยภาค เหนือ-อีสาน-กลาง-ตะวันออก และกรุงเทพมหานคร จะเข้าสู่หน้าหนาว
ภาคใต้ โดยเฉพาะฝั่งอ่าวไทย ก็จะเข้าสู่หน้าฝน

-จากข้อมูลจาก แผนที่อากาศ ของกรมอุตุนิยมวิทยา
ขณะนี้ ความกดอากาศสูง หรือมวลอากาศเย็น กำลังปานกลางจากจีน ได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน โดยเข้ามาทางอีสาน
นี่เอง ที่เวลามวลเย็นลงมาแรกๆ จะปะทะกับอากาศร้อน ที่มีอยู่ก่อนหน้า ทำให้มีฝนเล็กน้อย แล้วเย็นลง 1-2 องศา
โดยเริ่มที่ อีสานก่อน เพราะลมหนาวเข้ามาทางนี้
ส่วนภาคอื่นๆ ก็จะเป็นเหมือนอีสาน ในระยะต่อไป ตามแต่ว่า มวลอากาศเย็น จะเข้าไปถึงตรงไหน ในช่วงเวลาไหน

-ส่วนภาคใต้ จำให้ขึ้นใจเลยครับ เวลามวลเย็นลงมาแต่ละครั้ง จะเป็นตัวการให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นทุกครั้ง
และครั้งนี้ มีตัวแปรเพิ่ม คือ หย่อมความกดอากาศต่ำ ที่อยู่บริเวณภาคใต้ตอนล่าง ได้เคลื่อนเข้ามาในภาคใต้ตอนกลาง และลงสู่ทะเลอันดามัน
แบบนี้ จะทำให้ตั้งแต่ สุราษฎร์ธานี จะมีฝนหนักถึงหนักมาก

-ดังนั้น ขอให้พี่น้องทางภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนที่จะตกหนัก ตั้งแต่วันนี้ ถึง 25 ตุลาคม
ส่วนปลายสัปดาห์ เตือนชาวอีสาน ให้ระวังฝนจะเพิ่มขึ้นในช่วงเสาร์-อาทิตย์นี้อีกรอบ โดยเฉพาะด้านตะวันออก
เพราะหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง ทางตะวันออกของฟิลิปปินส์ จะเคลื่อนมาทางตะวันตก ลงสู่ทะเลจีนใต้ ตอนกลาง และแรงขึ้น
นี่เองที่จะทำให้สุดสัปดาห์ อีสาน ทางด้านตะวันออก จะมีฝนเพิ่มขึ้น

ข่าววันใหม่
-ทีวี 360 องศาวันนี้ มีเรื่องไขปริศนา ความลึกลับของผีเสื้อที่อังกฤษ ที่หายไปอย่างไร้ร่องร่อย ในช่วง ปลายฤดูร้อนที่ผ่านมา โดยเชื่อว่า เกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงของโลก
-โดยก่อนหน้านี้ เชื่อว่า อากาศที่หนาวเย็น และฝนที่ตกผิดปกติ จากสภาพอากาศที่วิปริตรุนแรงในอังกฤษปีนี้ คือต้นตอที่ทำให้ผีเสื้อตายเป็นจำนวนมาก
-สถาบันวิจัย ร็อดเธมสเตด รายงานกับสำนักข่าว BBC ว่า ความเชื่อนี้ ไม่เป็นจริงอีกต่อไป
-เพราะในการสำรวจครั้งใหญ่ จากความร่วมมือของนักวิทยาศาสตร์หลายพันคน ทั่วโลก
-ด้วยเรดาร์ตรวจจับแมลง พบว่า แท้จริงแล้ว พวกมันไม่ได้ตายจากสภาพอากาศวิปริต
-แต่เป็นการอพยพออกจากเกาะอังกฤษของพวกมันเอง
-โดยรอดสายตา ไปได้ เพราะบินอยู่สูงเกินกว่า ระดับการมองเห็นของมนุษย์
-เรด้าร์ตรวจจับผีเสื้อได้ ที่ระดับความสูงเฉลี่ย 500 ถึง 1000 เมตร ด้วยความเร็วการบิน 48 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
-การค้นพบนี้ ยังบอกด้วยว่า แต่ละปีมีผีเสื้อ อพยพเข้ามาในช่วง ฤดูใบไม้ผลิ 11 ล้านตัว
-แต่พอสิ้นสุดฤดูร้อน กลับอพยพออกไปมากถึง 26 ล้านตัว
-หรือ เข้ามาขยายพันธุ์ในอังกฤษ และอพยพออกไปมากกว่า 2 เท่าตัว
-นอกจากนี้ ผีเสื้อ ยังใช้เวลาเดินทางยาวนาน ถึง 6 รอบวงจรชีวิต กว่า 14,400 กิโลเมตร ไป-กลับ เกาะอังกฤษและทวีปแอฟริกา
-ถือเป็นสถิติใหม่ จากที่เคยบันทึกว่า ผีเสื้ออพยพไกลสุดแค่ แคนาดา กับ เม็กซิโก เท่านั้น

-กลับมาที่ประเทศไทย
-สถานการณ์ความแห้งแล้งในภาคอีสานที่มาเร็ว
-ทำให้ศูนย์ปฎิบัติการฝนหลวง เร่งทำฝนเทียม เติมน้ำลงเขื่อน
-สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำภาคอีสานล่าสุดวันนี้
-มี 4 เขื่อน ที่มีน้ำต่ำกว่า 50 % ของความจุอ่าง
-คือ เขื่อนมูลบน, เขื่อนอุบลรัตน์, เขื่อนน้ำพุง และเขื่อนห้วยหลวง
-ขณะที่เขื่อนที่มีน้ำน้อยสุด คือ เขื่อนลำปาว มีน้ำอยู่ 21 % เท่านั้น
-นายประสพ พรหมมา หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ได้กระจายหน่วยย่อย 5 แห่ง เพื่อทำฝนหลวงเติมน้ำให้กับเขื่อน คือที่ขอนแก่น อุดรธานี ร้อยเอ็ด นครราชสีมา และอุบลราชธานี
-สำหรับโซนที่น่าห่วงคือ อีสานตอนบน เพราะ จากนี้ความชื้นมีน้อย และจะทำฝนหลวงได้ยากแล้ว
-จึงคาดการณ์ว่า ภัยแล้งปีหน้า จะเกิดขึ้นเร็ว คือจะเริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม

………………………………………………………………………………………………

22 ตุลาคม 2555

เที่ยงวันทันเหตุการณ์
http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=14105&year=2012&month=10
- วันนี้เกาะติด2012วันสิ้นโลกประจำสัปดาห์

ไม่ผิดครับ กับพาดหัวข่าว TV360 ในวันนี้
“สงคราม ชิงอาหาร” คือความจริงกับการแถลงเตือนชาวโลก โดยองค์การสหประชาชาติ หรือ UN
ไม่ใช่คำทำนายที่เลื่อนลอย ที่จะทำให้เราสิ้นโลกแต่อย่างใด

สหประชาชาติ เตือน ปรมาณอาหารสำรองโลก กำลังลดลงไปอยู่ในระดับที่อันตราย จนน่าเป็นห่วง โดยสาเหตุมาจากความเปลี่ยนแปลงจากสภาพอากาศหรือ climate changeที่แปรปรวนรุนแรง
สำหรับรายละเอียดที่สหประชาชาติ แถลงเตือนอย่างเอาจริงเอาจัง ก็คือ
- พืชผลพืชอาหารที่เสียหายอย่างหนักในสหรัฐอเมริกา ยูเครน และประเทสผู้ผลิตอาหารต่างๆได้ทำให้ปริมานสำรองอาหาร ลดลงต่ำสุดในรอบ30ปี

เฉพาะสหรัฐอเมริกาประเทสเดียว ภัยแล้งรุนแรงในประวัติศาสตร์ในปีนี้ ทำให้ปริมานการผลิตข้าวโพดสำรองลดลง6.5% ซึ่งจะมีผลต่อปริมานความต้องการเพื่อการบริโภค ในปีหน้าอย่างแน่นอน

-แอบโดเรซซ่า แอบบาสเซี่ยน นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ปรำจำองค์การอาหารและการเกษตร หรือ FAOกล่าวว่า โลกผลิตอาหารไม่พอต่อบริโภคทั้งที่ความต้องการมีเพิ่มไม่หยุดหย่อน จนคาดว่าอาจจะเกิดสถานการณ์ที่เลวร้ายในการแย่งชิงอาหารในปีหน้าก็ได้

-ด้วยปริมาณความต้องการอาหารที่มากเกินกำลังการผลิต ทำให้ปีนี้เป็ฯปีมี่6 ในรอบ11ปี ที่เกิดสถานะการณ์การผลิตที่ไม่พอปริโภค

-ปริมานอาหารสำรองอาหารระดับประเทศ ลดลงจาก 107 วัน ต่อปี เหลือเพียง 74 วัน
สัญญาณที่น่าเป็นห่วงคือ ราคาพืชอาหารหลัก อย่างข้าวสาลีและข้าวโพด ได้พุ่งขึ้นไปในระดับสูง ใกล้เคียงกับภาวะข้าวยากหมากแพงจนทำให้เกิดการจราจลใน25ประเทศ ที่เคยเกดขึ้นเมื่อ4ปีที่แล้ว

-เดอะการ์เดีย ยังรายงานอีกว่า ภาวะโลกร้อน อาจทำให้ปี 2623 ประเทศที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางการเกษตร จะมีผลผลิตลดลง 3%
ประเทศที่ยากจน ผลผลิตจะลดลงถึง 7 % ทำให้ค่าเฉลี่ยทั่วโลก ลดลง5%

-สถานะการณ์เหล่านี้ จะไม่เป็นการชั่วคราวอีกต่อไปแล้ว ตรงกันข้าม เราจะเจอกับการขาดแคลนอาหารที่บ่อยขึ้น และหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ
-และเราอาจเห็นการใช้กำลังทหาร เพื่อการแย่งชิงอาหารในอนาคต โดยสาเหตุเกิดจาก การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ การขาดแคลนน้ำ และราคาอาหารที่สูงขึ้น
เตรียมตัวรับมือได้เลยนะครับ เพราะนี่คือขงจริง ไม่ใช่คำทำนาย และจะเกิดหลังปี2012แน่

จับตาพรุ่งนี้ ความกดอากาศสูง หรือมวลอากาสเย็นกำลังปานกลาง จากจีน จะแผ่ลงมาปกคลุมอีสานอีก
-ช่วงแรกๆ จะทำให้เหนือ อีสาน มีฝนจากมวลเย็นปะทะอากาศร้อนได้เล็กน้อย จากนั้นอุณหภูมิจะลดลง1-2องศา
-โดยกว่าจะเริ่มเย็นลงจริงๆ อาจจะต้องดูในวันที่24ตุลาคม นะครับ
-ภาคอื่นๆ เตรียมมีผลกระทบแบบเดียวกันในคิวต่อๆไป
-สำหรับภาคใต้ ช่วงเวลาเตือนฝนหนักได้มาถึงแล้ว
-พรุ่งนี้ถึง26ตุลาคม จะมีฝนหนักในภาคใต้ตอนล่าง โดยเฉพาะฝั่งอ่าวไทย80-90%ของพื้นที่
-คลื่นในอ่าวไทยตอนล่างก็แรง สูง2-3เมตร เดินเรือระวัง เรือเล็กงดออกจากฝั่งครับ

เรื่องเด่นเย็นนี้
http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=14112&year=2012&month=10
-วันนี้มาดูคำอธิบาย ทำไมขยะเกยหาดหัวหิน ประจวบคีรีขันธ์

นี่คือภาพชายหาดหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่มี ขยะมากมาย เข้ามาเกยชายหาด กว่า 10 กิโลเมตร
ส่วนใหญ่เป็นขยะมูลฝอยชุมชน เช่น พลาสติก วัสดุขนาดเล็ก และขนาดใหญ่ เศษไม้ และ ขยะจากธรรมชาติ
ความสวยงามหายไปทันที จากตัวการสำคัญ คือ ธรรมชาติ
Wall แผนที่ภาพลมชั้นบน
โดยเฉพาะ ลม
จากภาพแผนที่ลมชั้นบน ที่ระดับ 600 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ของกรมอุตุนิยมวิทยา
จุดเกิดเหตุ อยู่บริเวณอ่าวไทยตอนบน หรือ อ่าวไทยรูปตัว ก.
ลมที่พัดบริเวณนี้ เป็นลมตะวันออกเฉียงเหนือ ที่พัดจากขวา เฉียงลงใต้ ไปทางซ้าย
Wall ทิศทางกระแสน้ำทะเลอ่าวไทย
ส่วนอีกภาพ แสดงลักษณะการไหลของกระแสน้ำทะเล ในช่วงตั้งแต่เดือนตุลาคม เป็นต้นไป
ซึ่งสัมพันธ์กับการพัดของลม ด้วย
นั่นคือ กระแสน้ำจะไหลในทิศทางทวนเข็มนาฬิกา หรือไหลจากภาคตะวันออก แล้วม้วนกวาดทุกอย่าง จากปากแม่น้ำ ที่ไหลลงสู่อ่าวไทย ไปทางด้านตะวันตก
หรือ ไปกองอยู่ที่ชายฝั่งภาคใต้ตอนบนนั่นเอง

นายสามารถ ดวงวิจิตรกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ GISTDA บอกว่า
ปัจจัยเหล่านี้ คือตัวการที่ทำให้ขยะถูกพัดไปกองที่ชายหาดหัวหินนั่นเอง
และการที่ขยะเกลื่อนหาดหัวหินมากเป็นพิเศษ เพราะ เป็นจุดปะทะกัน ระหว่างกระแสน้ำในอ่าวไทยตอนบน และกระแสน้ำในอ่าวไทยตอนล่าง
ทำให้กระแสน้ำมีการชะลอตัว
ขยะที่กวาดมาตามแม่น้ำ บางปะกง เจ้าพระยา ท่าจีน และแม่กลอง จึงมากองที่หัวหิน
ต่างจากตรง เพชรบุรี ที่แม้จะโดนทั้งลมและกระแสน้ำ มาในทิศทางเดียวกัน แต่ขยะก็พัดเข้าฝั่งน้อย
เมื่อตัวการเป็นเรื่องธรรมชาติ จึงต้องรอให้ลมและกระแสน้ำเปลี่ยนทิศทาง ซึ่งอาจต้องรอถึงจบหน้าหนาว ต้นปีหน้า
แต่ตัวการที่ไม่ใช่ธรรมชาติ คือขยะ
เราคงต้องช่วยกัน ลดการทิ้งขยะลงแม่น้ำ
ขยะจะได้โดนกวาดมาที่หาดหัวหิน น้อยลง ธรรมชาติก็จะกลับมาสมบูรณ์ดังเดิมครับ

-วันนี้ มี ประกาศเตือนภัยจาก กรมอุตุนิยมวิทยา
-พรุ่งนี้เป็นต้นไป จะมีฝนตกหนักในภาคใต้ ตั้งแต่สุราษฎร์ธานี ลงไป
-จากหย่อมความกดอากาศต่ำ ที่ปกคลุมภาคใต้ตอนล่างและมาเลเซีย มีแนวโน้มจะเคลื่อนเข้ามาภาคใต้ตอนกลาง
-ขณะที่ตั้งแต่วันนี้ ความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็น กำลังปานกลางระลอกใหม่ จากจีน จะแผ่ลงมา
-แบบนี้ ตอนบนจะเย็นลงเล็กน้อย และมีฝน โดยเริ่มที่อีสานก่อน
-ส่วนภาคใต้ ปัจจัยฝนหนักจะเพิ่มขึ้นเข้าไปอีก
-คลื่นในอ่าวไทยตอนล่าง สูง 2-3 เมตร ,เรือเล็กงดออกจากฝั่งนะครับ

ข่าววันใหม่
-ทีวี 360 องศาวันนี้มาดูความเคลื่อนไหว ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของโลก ทางฝั่งยุโรป กันบ้าง
-ไปดูเรื่องนี้ ที่ อังกฤษ
-หลังเกิดเหตุการณ์ฝนตกหนักและมากผิดปกติ ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ เมษายน-มิถุนายน ที่ผ่านมา
-นักวิทยาศาสตร์จากอุตุนิยมวิทยาอังกฤษ และ สถาบันนิเวศน์ทางน้ำ เตือนว่า ชาวอังกฤษต้องเตรียมรับมือ กับสภาพอากาศแปรปรวน ทั้ง แล้งที่สุด และฝนตกหนักที่สุด รวมถึงน้ำท่วม ที่มีแนวโน้มจะเกิดเป็นประจำในแต่ละปี
-สำหรับ การลงทุนเกี่ยวกับการรับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติเป็นสิ่งสำคัญ
-ไม่ว่าจะเป็น ภาคประชาชน ภาครัฐ หรือ ภาคเอกชน ทั้งในระดับชุมชน และประเทศ
-ดังตัวอย่างในปีที่ผ่านมา ที่อังกฤษได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทำให้ แผนรับมือภัยธรรมชาติกว่า 60 โครงการ บรรเทาความรุนแรงได้ อย่างเห็นผล
-แม้นักวิทยาศาสตร์ ยังไม่อาจฟันธงได้ว่า นี่เป็นผลกระทบมาจาก ภาวะโลกร้อน
-แต่ก็เชื่อว่า หากโลกยังมีอุณหภูมิเพิ่มขึ้นสูงเรื่อยๆ
จะทำให้ ลมสามารถหอบความชื้น เข้ามาเป็นฝนที่ตกเพิ่มขึ้นได้อย่างแน่นอน

-กลับมาที่ประเทศไทย
-มาดูการเตรียมการรับมือ ความหนาวเย็น ให้แก่สัตว์ ในสวนสัตว์กันบ้าง
-นายนิพนธ์ วิชัยรัตน์ รองผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ กล่าวว่า ได้ติดตั้งไฟสปอต์ไลท์ และฟาง ให้กับสัตว์ในสวนสัตว์ ทุกประเภท
-โดยเฉพาะ สัตว์เลือดเย็น สวนสัตว์เชียงใหม่ได้เตรียมเครื่องกันหนาวให้เป็นพิเศษ เพราะเป็นสัตว์ที่จะได้รับผลกระทบเร็ว
-สำหรับอากาศภายในสวนสัตว์เชียงใหม่ หนาวเย็นเร็วมาด เพราะอยู่ติดเชิงดอยสุเทพ
นอกจากนี้ ภายในเชียงใหม่ซูอควาเรียม ฤดูหนาวที่ผ่านก็ทำให้มีปลาช็อกตายจากความหนาวเย็นเช่นกัน
เชียงใหม่ซูอควาเรียม จึงได้ติดตั้งเครื่องทำความร้อนหรือ ฮีตเตอร์ อัตโนมัติ ไม่ให้อุณหภูมิน้ำลดลงต่ำกว่า 27 องศาเซลเซียส
ทั้งในอุโมงค์น้ำจืด และน้ำเค็ม ซึ่งคาดว่าในปีนี้ อากาศจะหนาวเย็นกว่าที่ผ่านมา
-มาดูภาคใต้ บ้าง
-คนในภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ต้องเตรียมรับมือกับฤดูมรสุมที่กำลังเริ่มขึ้น
-เช่น ที่ สงขลา เกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงขาวในกระชังที่เกาะยอ เตรียมรับมือน้ำหลาก ด้วยการยกกระชังปลาให้สูงขึ้น
-หลังมีประสบการณ์ ถูกพายุถล่มจนกระชังพังเสียหาย ปลาหลุดออกจากกระชังไปหมดเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา
-โดยต่อกระชังให้มีความสูง อีกเกือบ2 เมตร

……………………………………………………………………………………………..

19 ตุลาคม 2555

เที่ยงวันทันเหตุการณ์
http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=14048&year=2012&month=10
-วันนี้มาดูอากาศภาคเหนือ สำหรับคนมีแผนท่องเที่ยวรับลมหนาวระยะนี้ครับ
ในระหว่างที่เรากำลังรอเข้าสู่หน้าหนาวอย่างเป็นทางการ จากการรอให้ลมมรสุมเปลี่ยนทิศทาง เป็นลมมรสุมฤดูหนาว
อากาศทางภาคเหนือ ก็กำลังดีวันดีคืน เพื่อรอนักท่องเที่ยว เดินทางไปเยือน มากเลยทีเดียว
-จากข้อมูลจากแผนที่อากาศ ของกรมอุตุนิยมวิทยา
ความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็น กำลังปานกลางจากจีน ยังแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนอย่างต่อเนื่อง
แม้พรุ่งนี้จะมีอ่อนกำลังลงบ้าง แต่ 23 ตุลาคม หรือในวันปิยมหาราช ระลอกใหม่ก็จะลงมาอีก
สัญญาณแบบนี้ คือ ความเย็นในตอนเช้าทางภาคเหนือ ก็จะสะสม มากขึ้นเรื่อยๆ
อุณหภูมิจะลดลงได้อีก 1-3 องศา ทีเดียว

อากาศแบบนี้ จะมีฝนได้เล็กน้อยด้วย ในช่วงแรกๆ ที่มีมวลอากาศเย็นลงมาในแต่ละระลอก
ฟ้าหลังฝนก็จะตามมาด้วยอากาศเย็น
สำหรับอุณหภูมิต่ำสุด ตามยอดดอย ขณะนี้
ดอยอินทนนท์ ต่ำสุด 10.5 องศา
และยอดดอยอ่างขาง 14 องศา
ส่วนพื้นราบยังอยู่ในช่วง 22-24 องศา
และมีหมอกลงในช่วงเช้า
-แต่บางพื้นที่ จะมีหมอกลงจัดได้ด้วย
อย่างที่จังหวัดลำปาง หมอกที่ลงจัด ทำให้ทัศนวิสัยการบิน ลดลง
ทำให้เที่ยวบินช่วงเช้า อาจลงจอดที่สนามบินลำปางไม่ได้
ขอให้คุณผู้ชมวางแผนเผือการเดินทาง ที่อาจจะล่าช้า จากหมอกที่ลงจัด ไว้ด้วย

- พยากรณ์360องศา
พยากรณ์ 360 องศา แนะนำกิจกรรมสำหรับภาคเหนือช่วงนี้
กิจกรรมที่ทำได้อย่างสบายเลย ก็คือ
การออกกำลังกายกลางแจ้ง เช่น ปั่นจักรยาน ตีกอล์ฟ และวิ่ง
การตั้งเต็นท์พักแรม เดินป่า หรือ จัดงานอีเว้น ไม่มีอุปสรรคด้านอากาศมากวนใจ
สำหรับตอนกลางคืน ก็เหมาะกับกิจกรรมดูดาว เพราะท้องฟ้าโปร่งไม่มีเมฆ

ที่ต้องระวังคือ โรคภัยที่จะมากับลมหนาว
ผู้สูงวัย อาจมีอาการปวดตามข้อเพราะอากาศเย็น ผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอ และ เด็ก
ระวัง เป็นหวัด นะครับ พรุ่งนี้ เหนือ-อีสาน-กลาง-ตะวันออก และกรุงเทพมหานคร จะมีอากาศเย็นและมีหมอกในตอนเช้า

อีสาน ต่ำสุด 19 องศา ภาคกลาง-ตะวันออก-กรุงเทพมหานคร ยังเย็นไม่มาก 23-24 องศา
ย้ำ ช่วงนี้อาจมีฝนเล็กๆ ได้บ้าง แต่ก็เป็นฝนเปลี่ยนฤดู ที่อาจทำให้ไม่สบาย หรือ รถที่ล้างมาใหม่ๆ กลับมาเปรอะได้อีก
สำหรับมวลเย็นระลอกใหม่ จะมาอังคารหน้า และทำให้เย็นลงอีก 1-3 องศา นะครับ
พี่น้องภาคใต้ ท่องให้ขึ้นใจเลยครับ ถ้าตอนบนยิ่งหนาว ภาคใต้ก็จะยิ่งมีฝนหนักขึ้น
วันนี้ฝนอยู่ตอนล่างทั้ง 2 ฝั่ง 70 % ของพื้นที่ อันตรายฝนหนักรอบใหม่ อยู่ในวันอังคารหน้า วันที่ลมหนาวระลอกใหม่ลงมานั่นเองครับ

เรื่องเด่นเย็นนี้

http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=14065&year=2012&month=10

-วันศุกร์สุดสัปดาห์ ติดตามการคาดการณ์อากาศสัปดาห์หน้า

หลังจากประเทศไทยตอนบน สิ้นสุดหน้าฝนปี 2555 เมื่อวันจันทร์ที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา
การเฝ้าติดตามการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่หน้าหนาวในสัปดาห์นี้ ของทีวี360องศา ก็พบว่า ธรรมชาติยังทำได้ไม่ดีนัก
เพราะมีแต่มวลอากาศเย็นแผ่ลงมา แต่ลมมรสุมยังไม่ยอมเปลี่ยนทิศ ไปเป็นลมตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นลมประจำฤดูหนาว
-จากข้อมูล จากแผนที่อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา
พบว่า พฤติกรรมของมวลอากาศเย็นจากประเทศจีน ที่แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน
ยังไม่ลงมาแบบตรงๆ นัก โดยส่วนหนึ่งแผ่ลงสู่ทะเลจีนใต้ ด้วย
นอกจากนี้ พรุ่งนี้ มวลเย็นรอบนี้ ก็จะอ่อนกำลังลง
แต่ความเย็นที่สะสม ยังทำให้ เหนือ-อีสาน มีอากาศเย็นและมีหมอกในตอนเช้า ต่อไป
ส่วนภาคอื่นๆ อุณหภูมิจะสูงขึ้น และมีฝนได้เล็กน้อย

จากนั้น วันอังคารหน้า ความกดอากาศสูงระลอกใหม่ จะลงมาอีก
แบบนี้ อีสานตอนล่างลงมา จะมีฝน จากมวลเย็นเจอกับอากาศร้อน แล้ว ฟ้าหลังฝน อากาศจะเย็นลง
สัปดาห์หน้า อุณหภูมิจะลดลงได้ 1-3 องศา

ภาพใหญ่สัปดาห์หน้า
ฝนเล็กๆ จะกลับมาในช่วงต้นสัปดาห์
เหนือ-อีสาน-กลาง โอกาสฝนมีแค่วันอังคารหน้า
แต่ถ้าอยู่ตอนล่างลงมา กรุงเทพมหานคร และภาคตะวันออก โอกาสฝนตกจะยาวถึง 25 ตุลาคม

ย้ำ.. ฝน ไม่ใช่ฝนหนัก อาจทำให้ไม่สบาย หรือ ทำให้ รถที่ล้างใหม่ เปรอะอีกรอบได้
สำหรับการเปรียบเทียบความเย็น สัปดาห์หน้า มีโอกาสสูงที่อาจจะเย็นน้อยกว่าสัปดาห์นี้ ส่วนที่ไม่เปลี่ยนแปลงคือ กลางวัน จะร้อน และแดดแรงครับ
มาดูภาคใต้กันบ้าง
ภาคใต้ตอนล่าง จะมีฝนตกหนักและหนาแน่น ทั้ง 2 ฝั่ง ในเกณฑ์ 60-70 % ของพื้นที่
คลื่นอ่าวไทยตอนล่าง แรง สูง 2 เมตร เดินเรือระวังนะครับ
ส่วนสิ่งที่ต้องบอกให้ พี่น้องภาคใต้ ท่องให้ขึ้นใจก็คือ เวลาตอนบนเขาหนาวแรงขึ้น ภาคใต้ก็จะมีฝนหนักเพิ่มขึ้นด้วย

-ดังนั้น พยากรณ์ 360 องศา
เหนือ-อีสาน ตอนนี้เหมาะแก่การท่องเที่ยวรับลมหนาวแล้ว
เตรียมเสื้อแขนยาว ระวังอากาศเย็นในตอนเช้า
ส่วนกลางวัน แดดแรง ค่า UV 9.4-9.9 หรือ อยู่ในเกณฑ์ สูงมาก ทาครีมกันแดดด้วย
ส่วนภาคใต้ ลมหนาวจะแรงขึ้น ตั้งแต่ 23 ตุลาคม
ดังนั้นอังคารหน้าเป็นต้นไป ให้ระวังจะเจอกับฝนหนัก โดยเฉพาะ ตอนล่าง
และขอให้จับตา หย่อมความกดอากาศต่ำ ที่เกาะบอร์เนียว
มีทิศทางมาทางตะวันตก เข้าหาภาคใต้ ครับ

ข่าววันใหม่
-ทีวี 360 องศาวันนี้ มีความเคลื่อนไหว การรายงาน สาเหตุที่ทำให้นกสูญพันธ์เกือบ300ชนิด ในช่วง500ปี ที่ผ่านมา
-ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย ชาลส์ ดาวิน ออสเตรเลีย ศึกษาพบว่า
-นกทั่วโลก สูญพันธุ์เพิ่มขึ้น ตั้งแต่กลางศตวรรษที่ 20 หรือในช่วง 500 ปีที่ผ่านมา ถึง 279 ชนิด
-โดยก่อนหน้านี้ อัตราการสูญพันธุ์ ได้เพิ่มถึงขีดสุด ในช่วงปลาย ศตวรรษที่ 19 แล้วลดลง
-แต่พอกลาง ศตวรรษที่ 20 ก็กลับมาเพิ่มขึ้นสูงอีกครั้ง
-เดิมการสูญพันธุ์ พบมาก กับนกที่อยู่ในบริเวณหมู่เกาะ โดยมีสาเหตุมาจากการขยายอาณาเขตทางทะเล และการรุกล้ำที่ดิน ในทวีปอเมริกา

-แต่ปัจจุบัน การสูญพันธุ์ของนกตามหมู่เกาะ มีค่าลดลง
-แต่นกบนแผ่นดินใหญ่กลับมีอัตราการสูญพันธุ์ที่เพิ่มขึ้น
-ที่น่าสนใจก็คือ นกหลายชนิดที่มีความเปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมสูง ได้สูญพันธุ์ ไปจากโลกนี้ มาเป็นเวลานานแล้ว ทั้งตามหมู่เกาะและแผ่นดินใหญ่
-สาเหตุหลักเกิดจาก การขยายพื้นที่ที่อยู่อาศัย และการเกษตร รวมถึงการล่าของมนุษย์ จนสมดุลของระบบนิเวศน์ถูกทำลาย
-นอกจากนี้ การระบาดของโรคจากสัตว์สู่สัตว์ ผ่านการเคลื่อนย้ายของสัตว์ต่างถิ่น ก็ทำให้นกสูญพันธุ์ได้ด้วย

-กลับมาที่ประเทศไทย
มาติดตามพื้นที่ที่กำลังจะประกาศเป็นเขตภัยพิบัติแล้งในภาคอีสาน
-นายอภิชาต งามกมล รอง ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวว่า ภัยแล้งกำลังคุกคามนาข้าวกว่า 1แสน 6 หมื่นไร่ ให้แห้งตายอย่างหนัก
-ในขณะที่ไม่สามารถส่งน้ำจากการชลประทานไปช่วย เพราะต้องประหยัดน้ำ ในอ่างเก็บน้ำ ที่มีเหลือไม่ถึง 40 % ไว้ใช้ในหน้าแล้ง
จึงเตรียมประกาศให้ ทั้ง 7 อำเภอในอำนาจเจริญ เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติแล้ง ทั้งหมด
ขณะที่ ชาวบ้าน วอนขอฝนหลวงช่วยนาข้าวที่กำลังแห้งตายด้วย
-เช่นเดียวกับที่จังหวัดตาก
-องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เตือนเกษตรกรในพื้นที่นอกเขตชลประทาน ให้ระวังน้ำไม่พอใช้
-เพราะน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ ได้แห้งขอดเร็วกว่าทุกปี
-ขณะที่เกษตรกรหลายราย หันไปปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย และใช้เวลาเก็บเกี่ยวระยะสั้น กันบ้างแล้ว เช่น ถั่วเหลือง แถมราคารับซื้อก็ดี มีตลาดรองรับ มาก ไม่ทำนาปรังไม่ต้องเสี่ยงกับการขาดทุน

…………………………………………………………………………………………….

18 ตุลาคม 55

เที่ยงวันทันเหตุการณ์
http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=14012&year=2012&month=10

-ตอนนี้อากาศกำลังเย็นลง แต่วันนี้ผมมีข้อมูล โลก..ไม่ยอมเย็นลงด้วย
-ในขณะที่หน้าหนาว กำลังเข้ามาเยือนซีกโลกเหนือ ซึ่งมีไทยรวมอยู่ด้วย
-และอุณหภูมิของโลกควรส่งสัญญาณเย็นลง
-ทว่า องค์กรที่เฝ้าระวังความเปลี่ยนแปลง ในระดับโลก กลับตรวจสอบพบว่า เดือนที่แล้ว กลับเป็นเดือนที่โลกยังทำสถิติ ร้อนสุดๆ
ข้อมูลนี้เปิดเผยโดย องค์การโนอา สหรัฐอเมริกา
ภาพนี้ โลก ไม่ใช่ลูกโลกสีฟ้าแบบที่เรารู้จักเสียแล้ว แต่เป็นโลก ที่กลายเป็นสีแดง หรือมีอุณหภูมิสูงกว่าปกติ ถึงกว่า 80 %
บริเวณที่ร้อนผิดปกติมากๆ คือ สีแดงๆ เข้ม อุณหภูมิสูงกว่าปกติ 4-5 องศา ไล่ตั้งแต่ ญี่ปุ่น รัสเซีย ยุโรป จนถึง สหรัฐอเมริกา

น่าสังเกตว่า จุดที่ร้อนผิดปกติ กระจุกอยู่ในประเทศเขตหนาวทางซีกโลกเหนือ ขณะที่โซนเขตร้อน กลับเย็นลง เป็นส่วนใหญ่ ยกเว้นในอเมริกาใต้ที่ร้อนขึ้น
และที่น่าสังเกตกว่านั้นก็คือ ตั้งแต่ภาคกลางตอนล่าง ของไทย หรือตั้งแต่กรุงเทพลงไป ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เราเย็นลง นะครับ

สถิติความร้อนที่เกิดขึ้นของเดือนกันยายน จึงเป็นดังนี้
คือ นับตั้งแต่ปี 2000 หรือ พศ. 2543 อุณหภูมิในเดือนกันยายนของโลก ปีนี้ร้อนทุบสถิติเป็นปีที่ 3 แล้ว
2 ครั้งที่ผ่านมา คือปี 2546 และ ปี 2548
ขณะที่ปีที่โลกมีอุณหภูมิต่ำกว่าค่าเฉลี่ยครั้งสุดท้าย คือเมื่อ 96 ปีที่แล้ว
อุณหภูมิเฉลี่ยโลก เดือนกันยายนปีนี้ คือ 15.6 องศาเซลเซียส สูงกว่า ปกติ 1.2 องศา

หัวหน้าหน่วยติดตามสภาพภูมิอากาศ ของโนอา ถึงกับบอกว่า น่าจะศึกษาว่า ทำไมเดือนกันยายนถึงร้อนขนาดนี้ ทั้งที่เป็นเดือนที่กำลังจะเข้าสู่หน้าหนาวทางซีกโลกเหนือ ซึ่งอุณหภูมิควรจะค่อยๆ ลดลง
สำหรับสาเหตุที่น่าจะเกี่ยวข้องได้เลย คือ นี่เป็นผลจากการทำร้ายโลกของมนุษย์ จนทำให้โลกร้อนขึ้น
ขณะที่น้ำแข็งขั้วโลกที่ละลายรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ ที่เกิดขึ้นในเดือนกันยายนเช่นกัน เป็นตัวการที่ไปทำให้ส่วนอื่นๆ ของโลก เย็นลง มากกว่าในบริเวณเขตหนาว ที่สถิติชี้ว่า ร้อนผิดปกติ
สำหรับอุณหภูมิเฉลี่ยของโลก ส่วนใหญ่ ก็ร้อนกว่าปกติเมื่อเทียบกับในอดีตเสมอ
อย่างปีนี้ โนอาได้จัดอันดับให้ เดือนมกราคม เป็นเดือนที่ร้อนที่สุดเป็นอันดับที่ 19 ในรอบ 132 ปี
กุมภาพันธ์ ร้อนเป็นอันดับที่ 22
เดือนมีนาคม ร้อนเป็นอันดับที่ 16
เดือนเมษายน ร้อนเป็นอันดับที่ 5
และเดือนพฤษภาคม ร้อนเป็นอันดับที่ 2
-สำหรับปัจจัยที่ องค์การโนอา เชื่อว่าเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน คือ ปรากฏการณ์ ลานินญ่า และเอลนีโญ
ที่ทำให้เกิดสภาพอากาศแปรปรวนรุนแรงไปทั่วโลก ในขณะนี้

นับจากวันนี้ ถึง23 ตุลาคม ความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากจีน จะปกคลุมประเทศไทยตอนบน 2 ระลอก
น่าสนใจคือระลอก 2 จะมาวันเสาร์นี้ จะทำให้อุณหภูมิลดลง 1-3 องศา
แบบนี้ไม่สบายกันได้ง่ายๆแน่ หากคุณผู้ชมไม่ระวังรักษาสุขภาพ โดยเฉพาะภาคเหนือและอีสาน
เพราะตอนเช้าจะมีอากาศเย็น ต่ำสุดได้ถึง 19 องศา ขณะที่กลางวัน ยังร้อน และแดดแรง สูงสุด 34-35 องศา
ที่สำคัญ พี่น้องทางภาคใต้ครับ ท่องให้ขึ้นใจ เมื่อไหร่ตอนบนเขาหนาวเย็นแรง ทางใต้ฝนจะหนั้ก
ดังนั้น เสาร์นี้เป็นต้นไป ภาคใต้ เตรียมระวังอันตราย จากฝนที่จะตกหนักขึ้นด้วย

เรื่องเด่นเย็นนี้

http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=14019&year=2012&month=10
-วันนี้พักเรื่องอากาศเย็น มาดูเรื่อง “แล้ง.. ตั้งแต่ยังไม่เข้าฤดูหนาว” กันครับ

ขณะนี้ ยังไม่เรียกว่าเราเข้าสู่หน้าหนาวอย่างสมบูรณ์
เพราะต้องรอให้ลมมรสุม เปลี่ยนทิศทาง เป็นลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นลมประจำฤดูหนาว ก่อน
ล่าสุดตอนนี้ จวนแล้ว..ครับ เพราะลมที่พัดปกคลุมประเทศไทย เปลี่ยนจาก ลมตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นลมประจำฤดูฝน เป็นลมตะวันออกแล้ว

สถานการณ์แบบนี้ น่าห่วงเรื่องน้ำ เพราะ น้ำปัจจุบันมีแค่ไหน ต่อจากนี้ ก็จะไม่เพิ่มอีกแล้ว
แถมจะลดน้อยลงไปเรื่อยๆ จากการที่เราใช้กันมากขึ้น

บริเวณที่น่าเป็นห่วงสุดคือ อีสาน
เพราะ จากแผนที่การคาดการณ์ฝนสัปดาห์หน้าของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ภาคอื่นเขามีสีสัน ซึ่งหมายถึง ยังมีโอกาสมีฝนตก แต่สีขาวเกิดที่อีสาน
-ซึ่งหมายความว่า อีสานจะไม่มีฝนตกแล้ว และจะไม่มีฝนไปจนถึงสิ้นปีเลยทีเดียว

ทีวี360องศา ตรวจสอบข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยา ย้อนกลับไป 3 เดือน เพื่อดูว่า ก่อนหน้านี้ ฝนตกที่อีสานอย่างไร
พบว่า ตั้งแต่ เดือนสิงหาคมมา อีสาน มีฝนตกน้อยกว่าค่าเฉลี่ยมาโดยตลอด โดยเริ่มจากตอนบนก่อน จากนั้น ก็มีฝนตกน้อยกว่าค่าเฉลี่ย ทั้งภาค
เมื่อเอาข้อมูลทั้ง 2 อย่างมารวมกัน ก็ฟันธงได้เลยว่า น้ำต้นทุน อีสาน มีน้อยมาก, ขณะที่ น้ำอนาคต ก็ไม่ต้องหวังกันอีกแล้ว

ศูนย์อุทกวิทยาและบริหารน้ำ ในอีสานตอนบนและตอนล่าง กรมชลประทาน รายงานว่า
สถานการณ์น้ำในแม่น้ำทุกจังหวัดภาคอีสาน ขณะนี้ อยู่ในเกณฑ์ปริมาณน้ำน้อย ทุกสาย
ขณะที่น้ำตามเขื่อน ก็พบว่า เขื่อนลำปาว ที่กาฬสินธุ์ น้ำมีเหลือน้อยที่สุดในภาค คือมีเพียง 470 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 24 % ของความจุอ่างเท่านั้น
สถานการณ์แบบนี้ ข้าวนาปีในอีสาน ของคนที่จนถึงวันนี้ยังไม่ได้เกี่ยว
จึงมีความเสี่ยงสุดๆ เพราะไม่มีน้ำมากๆ มาให้เลี้ยงต้นข้าวอีกแล้ว

ศูนย์ป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บอกว่า
นาที่คาดว่าจะเกิดความเสียหายหนักจากความแห้งแล้งนับจากนี้ จะอยู่ในจังหวัดบุรีรัมย์ สุรินทร์ มหาสารคาม และนครราชสีมา
คิดเป็นพื้นที่ประมาณครึ่งหนึ่งของพื้นที่ปลูกข้าวนาปี ในอีสาน

-ขณะที่คำแนะนำจากอุตุนิยมวิทยาเพื่อการเกษตร คือ ขอให้ เกษตรกร เร่งจัดหาน้ำเพิ่มเติมแก่ข้าวที่กำลังออกรวง เพราะฝนไม่ตกอีกแล้ว
-ส่วนใครอยู่นอกเขตชลประทาน ให้ใช้น้ำอย่างประหยัด จะได้มีน้ำพอใช้ถึงหน้าแล้ง
-แบบนี้ ภาครัฐต้องเร่งวางแผนช่วยเหลือเรื่องน้ำแก่ภาคอีสาน ตั้งแต่เนิ่นๆ แล้วล่ะครับ
-พรุ่งนี้เช้า ภาคเหนือ-อีสาน-และภาคกลาง จะมีอุณหภูมิลดลง 1-2 องศา นะครับ ส่วนกรุงเทพมหานคร และภาคตะวันออก เช้าพรุ่งนี้ จะแค่เย็นๆ
-สาเหตุก็เพราะความกดอากาศสูง หรือ มวลอากาศเย็นกำลังปานกลาง จากจีน ปกคลุมอยู่นั่นเอง
-แบบนี้นอกจากอากาศเย็นแล้ว ช่วงนี้ฝนจะไม่มี และมีหมอกในตอนเช้า
-จับตาเสาร์-อาทิตย์นี้จะอุ่นขึ้น แถมภาคกลางตอนล่างและภาคตะวันออก จะมีฝนเล็กน้อยได้
-สำหรับภาคใต้ ลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอยู่มีกำลังแรงขึ้น ระวังฝนจะหนาแน่นขึ้น และคลื่นลมอ่าวไทยตอนล่างสูง 2 เมตร

ข่าววันใหม่

-ตอนนี้อากาศกำลังเย็นลง แต่วันนี้ผมมีข้อมูล โลก..ไม่ยอมเย็นลงด้วย

-ในขณะที่หน้าหนาว กำลังเข้ามาเยือนซีกโลกเหนือ ซึ่งมีไทยรวมอยู่ด้วย
-และอุณหภูมิของโลกควรส่งสัญญาณเย็นลง
-ทว่า องค์กรที่เฝ้าระวังความเปลี่ยนแปลง ในระดับโลก กลับตรวจสอบพบว่า เดือนที่แล้ว กลับเป็นเดือนที่โลกยังทำสถิติ ร้อนสุดๆ
ข้อมูลนี้เปิดเผยโดย องค์การโนอา สหรัฐอเมริกา
ภาพนี้ โลก ไม่ใช่ลูกโลกสีฟ้าแบบที่เรารู้จักเสียแล้ว แต่เป็นโลก ที่กลายเป็นสีแดง หรือมีอุณหภูมิสูงกว่าปกติ ถึงกว่า 80 %
บริเวณที่ร้อนผิดปกติมากๆ คือ สีแดงๆ เข้ม อุณหภูมิสูงกว่าปกติ 4-5 องศา ไล่ตั้งแต่ ญี่ปุ่น รัสเซีย ยุโรป จนถึง สหรัฐอเมริกา

น่าสังเกตว่า จุดที่ร้อนผิดปกติ กระจุกอยู่ในประเทศเขตหนาวทางซีกโลกเหนือ ขณะที่โซนเขตร้อน กลับเย็นลง เป็นส่วนใหญ่ ยกเว้นในอเมริกาใต้ที่ร้อนขึ้น
และที่น่าสังเกตกว่านั้นก็คือ ตั้งแต่ภาคกลางตอนล่าง ของไทย หรือตั้งแต่กรุงเทพลงไป ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เราเย็นลง นะครับ

สถิติความร้อนที่เกิดขึ้นของเดือนกันยายน จึงเป็นดังนี้
คือ นับตั้งแต่ปี 2000 หรือ พศ. 2543 อุณหภูมิในเดือนกันยายนของโลก ปีนี้ร้อนทุบสถิติเป็นปีที่ 3 แล้ว
2 ครั้งที่ผ่านมา คือปี 2546 และ ปี 2548
ขณะที่ปีที่โลกมีอุณหภูมิต่ำกว่าค่าเฉลี่ยครั้งสุดท้าย คือเมื่อ 96 ปีที่แล้ว
อุณหภูมิเฉลี่ยโลก เดือนกันยายนปีนี้ คือ 15.6 องศาเซลเซียส สูงกว่า ปกติ 1.2 องศา

หัวหน้าหน่วยติดตามสภาพภูมิอากาศ ของโนอา ถึงกับบอกว่า น่าจะศึกษาว่า ทำไมเดือนกันยายนถึงร้อนขนาดนี้ ทั้งที่เป็นเดือนที่กำลังจะเข้าสู่หน้าหนาวทางซีกโลกเหนือ ซึ่งอุณหภูมิควรจะค่อยๆ ลดลง
สำหรับสาเหตุที่น่าจะเกี่ยวข้องได้เลย คือ นี่เป็นผลจากการทำร้ายโลกของมนุษย์ จนทำให้โลกร้อนขึ้น
ขณะที่น้ำแข็งขั้วโลกที่ละลายรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ ที่เกิดขึ้นในเดือนกันยายนเช่นกัน เป็นตัวการที่ไปทำให้ส่วนอื่นๆ ของโลก เย็นลง มากกว่าในบริเวณเขตหนาว ที่สถิติชี้ว่า ร้อนผิดปกติ
สำหรับอุณหภูมิเฉลี่ยของโลก ส่วนใหญ่ ก็ร้อนกว่าปกติเมื่อเทียบกับในอดีตเสมอ
อย่างปีนี้ โนอาได้จัดอันดับให้ เดือนมกราคม เป็นเดือนที่ร้อนที่สุดเป็นอันดับที่ 19 ในรอบ 132 ปี
กุมภาพันธ์ ร้อนเป็นอันดับที่ 22
เดือนมีนาคม ร้อนเป็นอันดับที่ 16
เดือนเมษายน ร้อนเป็นอันดับที่ 5
และเดือนพฤษภาคม ร้อนเป็นอันดับที่ 2
-สำหรับปัจจัยที่ องค์การโนอา เชื่อว่าเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน คือ ปรากฏการณ์ ลานินญ่า และเอลนีโญ
ที่ทำให้เกิดสภาพอากาศแปรปรวนรุนแรงไปทั่วโลก ในขณะนี้

………………………………………………………………………………………………

17 ตุลาคม 2555

เที่ยงวันทันเหตุการณ์
http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=13994&year=2012&month=10
-วันนี้มาดู พิบัติภัยในมุมต่างๆ ของโลกกัน
-ทีวี360องศา นำข้อมูลพิบัติภัยที่เกิดขึ้นทั่วโลก มาเสนอกับคุณผู้ชม เพื่อชี้ให้เห็นว่า
-เหตุการณ์ความเปลี่ยนแปลงของโลก ได้เกิดขึ้นอยู่ทุกขณะ
-แม้ในช่วงเวลา ที่คุณผู้ชม กำลังชมอยู่นี้

-เริ่มจากภาพใหญ่ทั่วโลก
-ขณะนี้ โลกยังมีพายุก่อตัวพร้อมกันอยู่ถึง 5 ลูก
-โดย 2 ลูก ที่อยู่ทางฝั่งอเมริกา
-คือ ราฟาเอล ในมหาสมุทรแอตแลนติก และ พอล ในมหาสมุทรแปซิฟิกด้านตะวันออก อาจมีอันตราย เพราะมีทิศทางเข้าหาแผ่นดิน
-ขณะที่ 3 ลูกทางบ้านเรา ไม่มีผลกระทบกับใคร
คือ พายุพระพิรุณ และมาเรีย ในภูมิภาคบ้านเรา
และอีกลูก พายุอาไนซิส ในมหาสมุทรอินเดีย

ภาพรวมพิบัติภัย แยกตามภูมิภาค เป็นดังนี้
เริ่มที่ เอเชีย..
นอกจากพายุที่อยู่ใกล้ ทั้ง 3 ลูก จะไม่ทำร้ายใครแล้ว
การเตือนภัยน้ำท่วม ยังมีอยู่ในเอเชียใต้ และตะวันตกเฉียงใต้ คือ ปากีสถาน บังกลาเทศ ทางเหนือของอินเดีย และอิหร่าน
สำหรับอากาศหนาว มีในบริเวณ รัสเซีย จีน เกาหลี

โซนยุโรป
ที่อังกฤษ เวลส์ ยังมีเตือนน้ำท่วม
อิตาลี โครเอเชีย เตือนระวังฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง
ยุโรปกลางและตะวันออก อากาศหนาว ส่วนตะวันตก อากาศเย็น ฝรั่งเศส 10 องศา อิตาลี 14 องศา

โซนอเมริกา
เตือนภัยแล้ง ยังมีในตอนกลางสหรัฐอเมริกา และเม็กซิโก
พายุพอล เตือนว่า จะเคลื่อนตัวเข้าคาบสมุทรบาฮา ทำให้มีฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน
พายุราฟาเอล จะทำให้หมู่เกาะแคริเบียน ฝนตกหนัก

ออสเตรเลีย
-สุดท้าย ภูมิภาคออสเตรเลีย
นิวเซาท์เวลส์ และวิคตรอเลีย เตือนลมกระโชกแรง
ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ 12 องศา

เรื่องเด่นเย็นนี้

http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=13999&year=2012&month=10
-ในขณะที่ ละคร “ท่านชายในสายหมอก” กำลังน่าติดตาม เรื่องราว “พื้นที่ ในสายหมอก” ของทีวี360องศา ก็เข้มข้นไม่แพ้กัน

“พื้นที่ในสายหมอก” ของทีวี360องศา คือ พื้นที่ที่กำลังมีหมอกลงจัด จนต้องนำมาเตือนคุณผู้ชม ในขณะนี้นั่นเอง
ซึ่ง “หมอก” ที่ปรากฏในบริเวณประเทศไทยตอนบน ขณะนี้ คือสัญญาณในการเข้าสู่หน้าหนาว มากขึ้นเรื่อยๆ
เพราะ หมอกยามเช้าจะเกิดขึ้น ก็ต่อเมื่อ พื้นที่ตรงนั้น มีความชื้น
เมื่อมวลเย็นแผ่เข้ามา หรือมีอากาศเย็นลง
ประกอบกับท้องฟ้าไม่มีเมฆ และ ลมสงบ ก็จะทำให้เกิดหมอกลงในตอนเช้าได้

หมอกลงในตอนเช้า เกิดขึ้นในช่วงนี้มาก อธิบาย จากข้อมูลแผนที่อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา คือ
ความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็น จากจีน ได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยอีกแล้ว
ช่วงนี้ เรายังมีความชื้นอยู่ ดังนั้น จึงเกิดฟ้าหลัว และหมอกในตอนเช้า ได้ในภาคเหนือ-อีสาน-กลาง-ตะวันออก และกรุงเทพมหานคร
มวลเย็นระลอกนี้ มีกำลังปานกลาง และจะอยู่ไปจนถึง 22 ตุลาคม หรือวันจันทร์หน้าเลย

การเกิดหมอก แม้จะดูสวยงาม แต่ก็เป็นอุปสรรคต่อการเดินทาง ทั้งภาคพื้นดิน และทางอากาศ
ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ บอกว่า หมอกจะลงจัด ในภาคเหนือและอีสาน มากกว่า เพราะ เป็นภาคที่อยู่ตอนบน และได้รับความเย็นมากกว่า ภาคอื่นๆ ที่อยู่ตอนล่างลงไป
โดยหมอกจะเบาบางลง ประมาณ 10 โมงเช้า เนื่องจาก จะเริ่มมีลมและแสงแดด มาทำให้หมอก สลายตัว

ทีวี360องศา จึงตรวจสอบทั่วไทย และทำแผนที่แสดงพื้นที่เสี่ยง ที่จะเจอกับหมอกลงจัดในช่วงนี้ จากข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยา
ซึ่งพื้นที่ที่มี หมอกลงจัด ตามความหมายนี้ คือพื้นที่ที่มีทัศนวิสัย หรือ การมองเห็นระยะไกล เหลือไม่ถึง 1 กิโลเมตร
ภาคเหนือได้แก่ ลำปาง แพร่ น่าน สุโขทัย
ภาคอีสาน มี 2 จังหวัด คือ เลย กาฬสินธุ์
โดยเฉพาะกาฬสินธุ์ เช้าวันนี้ รายงานทัศนวิสัย เหลือเพียง 100 เมตร เท่านั้น
ภาคกลาง ก็มีที่ จังหวัดชัยนาท
ดังนั้น ย้ำว่า คุณผู้ชม ที่เดินทางในตอนเช้า ในจังหวัดเหล่านี้
ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูง หากขับรถก็ควรเปิดไฟหน้าด้วย
นี่เป็นข้อมูลหมอกที่ระดับพื้นราบ แต่สำหรับ หมอกที่จะเกิดเป็นทะเลหมอก ที่จะดูได้ตามดอย ตามภู
ต้องรอช่วงปลายเดือนธันวาคม ถึงต้นเดือนมกราคม นะครับ

-จากการที่ ความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากจีนระลอกใหม่ ได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนแล้ว
-อีสาน เช้าพรุ่งนี้ เตรียมมีอุณหภูมิลดลง 1-2 องศา โดยบางที่จะมีอุณหภูมิต่ำสุด ลงถึง19 องศาด้วย
-ส่วนภาคเหนือ-กลาง-ตะวันออกและกรุงเทพมหานคร จากนี้อาจมีฝนฟ้าคะนอง เพราะลมหนาวลงมาได้ แต่จากนั้น จะเย็นลงครับ
-ย้ำ ลมหนาวมา ฟ้าจะโปร่ง กลางวันแดดจะแรง และยังร้อน 34-35 องศา จะไม่สบาย จากอากาศแตกต่างระหว่างวันมาก
-สำหรับภาคใต้ ช่วงนี้ ฝนกระจาย ทั้ง2ฝั่ง โดยเฉพาะตอนล่าง ตรงไหนฝนตกในทะเล คลื่นจะสูง 2 เมตร

……………………………………………………………………………………………….

15 ตุลาคม 2555

เที่ยงวันทันเหตุการณ์
http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=13941&year=2012&month=10
-วันนี้เราเกาะติด ประเด็น 2012 วันสิ้นโลก ประจำสัปดาห์กัน

ทุกวันจันทร์เที่ยงวันทันเหตุการณ์ ทีวี360องศา เกาะติดข้อมูลเกี่ยวกับกระแส 2012 วันสิ้นโลก
เพื่อติดอาวุธทางปัญญาแก่คุณผู้ชม ในการพิจารณาข้อเท็จจริงจากคำทำนาย ที่ช่วงเวลาดังกล่าว ใกล้เข้ามาแล้ว
และล่าสุด ก็มีข้อมูลภูเขาไฟฟูจิจะระเบิด ออกมาอีกแล้ว

-ภูเขาไฟฟูจิ เป็นภูเขาไฟที่มีชื่อเสียงระดับโลก ด้านความสวยงาม และการเป็นสัญลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่น อยู่ห่างลงมาทางตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงโตเกียว ประมาณ 100 กิโลเมตร
-ฟูจิซัง ในภาษาญี่ปุ่น เป็นยักษ์หลับเงียบสงบมากว่า 300 ปีแล้ว
-แทนที่จะดี แต่นักวิทยาศาสตร์บอก ไม่ชอบเลย เพราะนั่นคือความเงียบที่ผิดปกติ

-นักวิทยาศาสตร์ สถาบันป้องกันภัยพิบัติและธรณีวิทยาแห่งชาติญี่ปุ่น ศึกษาพบว่า แมกม่า หรือหินร้อนหลอมเหลวภายในปล่องภูเขาไฟฟูจิ ที่อยู่ลึกลงไป 15 กิโลเมตร ส่งสัญญาณอันตรายตั้งแต่เมื่อเดือนที่แล้ว
-นั่นคือ ความร้อนระอุแมกม่านี้ ได้เพิ่มความดันสูงขึ้นถึง 1.6 เมกะปาสครา ซึ่งเป็นความดันที่เทียบเท่าระเบิดนิวเคลียร์ถล่มฮิโรชิมาและนางาซากิ ในสงครามโลกครั้งที่ 2 รวมกัน
-นักวิทยาศาสตร์ถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงมาก และอาจจะระเบิดได้

ถ้าฟูจิซังระเบิด ไม่ได้มีเพียงแมกม่าออกมาเท่านั้น
กลุ่มควันฝุ่นเถ้าภูเขาไฟ เป็นอันตรายอีกอย่างหนึ่ง ที่มีการคำนวณว่า จะไปได้ไกลถึงโตเกียว
ทำให้การคมนาคมทุกประเภทหยุดชะงัก และฝุ่นเถ้าจะปกคลุมหนาเกินครึ่งเมตร
รัฐบาลคำนวณ จะเกิดความสูญเสีย 3 หมื่นล้านดอลล่าร์สหรัฐ ทางสุขภาพและการเกษตร

นักวิทยาศาสตร์คาดว่า ความดันที่ผิดปกติ เป็นฝีมือจากแรงกระทำของ แผ่นดินไหว ขนาด9.0 ริกเตอร์ ที่นอกชายฝั่งเมืองเซนได เมื่อ 11 เมษายน ปีที่แล้ว
เพราะเมื่อใดที่มีแผ่นดินไหวใหญ่ ก็จะมีผลกระทบกับภูเขาไฟที่อยู่ใกล้เคียงด้วย
ซึ่งฟูจิซังเคยมีประวัติการระเบิดเมื่อ 300 ปีที่แล้ว ว่า ได้เกิดการระเบิดครั้งใหญ่ หลังมีแผ่นดินไหวขนาดใหญ่เกิดขึ้น 40 วัน
และด้วยการที่ทุกวันนี้ยังเป็นยักษ์หลับ ไม่มีแม้การปะทุเพื่อปลดปล่อยพลังงานสักนิด จึงเป็นเรื่องที่นักวิทยาศาสตร์วิเคราะห์ว่า ฟูจิซังอาจจะระเบิดครั้งใหญ่ ไม่วันใดก็วันหนึ่ง ในอนาคตอันใกล้นี้แน่
ถือเป็นความเคลื่อนไหวของภูเขาไฟใหญ่ระดับโลก ที่ได้รับการจับตามองอย่างเป็นวิทยาศาสตร์
หากจะมีการระเบิด ก็ไม่เกี่ยวกับคำทำนาย
แต่เกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงภายในของโลกตามธรรมชาติ ล้วนๆ
มาถึง Highlight การนับถอยหลังการสิ้นสุดหน้าฝนตามปฏิทินฤดูกาลของ ทีวี360องศา
วันนี้ ถือเป็นวันสิ้นสุดหน้าฝน ในเหนือ-อีสาน-กลาง-ตะวันออก และกรุงเทพมหานคร แล้ว

ดังนั้น สภาพอากาศจากนี้ เป็นดังนี้
จับตาวันนี้ ความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจีนระลอกใหม่จะลงมา
หลังจากระลอกเก่า อ่อนแรงไป 2-3 วัน
ช่วงนี้จะขะมุกขะมัวด้วย เพราะมีลมตะวันออกพัดความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามา จึงทำให้มีฝนเกิดขึ้นได้
ย้ำนะครับ ฝนในประเทศไทยตอนบนจากนี้ จะเป็นฝนเปลี่ยนฤดู ไม่ใช่ฝนหนักที่ทำให้เกิดน้ำท่วมน้ำหลาก แต่อาจมีอันตรายจากฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงได้
สำหรับภาคใต้ เตรียมตัว พอลมหนาวลงมา ภาคใต้จะกลับไปมีฝนเพิ่มขึ้น ในระดับ 60-70 % ของพื้นที่
แต่คลื่นลมปกติ ยกเว้นตรงที่มีฝน คลื่นจะสูง 2 เมตร
ในช่วงเรื่องเด่นเย็นนี้มาดูกัน เมื่อสิ้นหน้าฝนแล้ว
ฤดูฝนไทยปีนี้ ทำผลงานไว้อย่างไรบ้าง

เรื่องเด่นเย็นนี้

http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=13957&year=2012&month=10
-มาติดตาม Highlight การสิ้นสุดหน้าฝน ที่ทีวี360องศา นับถอยหลัง ให้คุณทราบมาอย่างต่อเนื่อง

นับเป็นเวลาเดือนกว่า ที่ทีวี360องศา Countdown หรือนับถอยหลังการสิ้นสุดหน้าฝนตามปฏิทินฤดูกาล
และคุณผู้ชมก็ได้เห็นตัวเลขกรอบสีแดงๆ มุมขวาจอ ว่าเหลืออีกกี่วันจะหมดหน้าฝน
ในที่สุด วันนี้ก็มาถึง นั่นคือ 15 ตุลาคม ถือเป็นวันสิ้นสุดหน้าฝน ในประเทศไทยตอนบน หรือ เหนือ-อีสาน-กลาง-ตะวันออก-และกรุงเทพมหานคร

เป้าหมายการนับถอยหลังการสิ้นสุดหน้าฝนครั้งนี้ ก็เพื่อเป็นดัชนีบอกให้คุณผู้ชมที่กลัวสถานการณ์น้ำท่วมและฝนตกหนักๆ ทราบว่า
เราต้องอยู่กับการกระทำของโลกและธรรมชาติแค่ไหน
เพราะอย่างน้อยก็ทำให้เห็นความหวังมากขึ้น ตามตัวเลข จำนวนวันที่ลดลง

ทีวี360องศา ได้รวบรวมสรุปผลงานหน้าฝน ปี 2555 มาแสดง ดังแผนภาพฝนสะสมรายเดือน ที่เปรียบเทียบกับค่าปกติ ของกรมอุตุนิยมวิทยา
โดยสีเข้มแสดงว่าฝนมากกว่าปกติ ,สีแดงคือฝนน้อยกว่าปกติ
จะเห็นได้ว่า เริ่มต้นฤดูเดือนพฤษภาคม ฝนก็ทำท่าจะตกหนักเกินปกติเหมือนปีที่แล้ว ที่เกิดมหาอุทกภัย โดยเฉพาะในภาคเหนือ และภาคอีสาน

แต่จากนั้น ฝนส่วนใหญ่กลับมาอยู่ในเกณฑ์ปกติ ถึงต่ำกว่าปกติ
มีเมื่อเดือนที่แล้ว ที่ฝนในภาคเหนือตอนล่างและภาคกลาง กลับมามากกว่าปกติอีกครั้ง

-จากภาพใหญ่รายเดือน ทำให้ภาพรวมทั้งฤดูฝน เป็นดังที่ นายสมชาย ใบม่วง รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา สรุปดังนี้
-นั่นคือ ปริมาณน้ำฝนที่ตกของหน้าฝนปีนี้ มีน้อยกว่าปี 2554 ถึง 20 %
แต่เมื่อเทียบกับค่าปกติ หรือค่าที่วัดเฉลี่ยจากค่าน้ำฝน 30 ปี พบว่า ฝนปีนี้ ยังมากกว่าค่าเฉลี่ย ถึง 10 %
สาเหตุหลัก ที่ทำให้ฝนมาก ทั้งที่ จากแผนภาพฝนรายเดือนแล้วน่าจะน้อย ก็เพราะ
ร่องมรสุมปีนี้ แช่อยู่ในภาคกลาง นานมาก โดยเฉพาะในเดือนกันยายน
ทำให้มีฝนตกมาก ขนาดแม้แต่กรุงเทพมหานคร ก็มีฝนตกหนักจนน้ำท่วมขัง รถติดวินาศสันตะโร อยู่หลายครั้ง
นอกจากนี้ ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ก็ทำผลงานดีพอกัน คือ แรงตลอดช่วง ส่วนพายุปีนี้ก็มีเข้า 1 ลูก คือ แกมี ในช่วงท้ายฤดู
เมื่อสิ้นสุดหน้าฝนแล้วจากนี้ อากาศจะเป็นอย่างไร
นายสมชายบอกว่า ประเทศไทยตอนบน จะมีอากาศแบบปลายฝนต้นหนาว
จะมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงสลับบ้าง ไปจนกว่าจะหนาว ในเดือนพฤศจิกายน
ส่วนภาคใต้ ฝั่งอ่าวไทย จะเป็นฤดูฝน

ข่าววันใหม่
-ทีวี360องศา วันนี้ มา Update หรือการติดตามความเคลื่อนไหวสถานการณ์โลก
-เมื่อมีการศึกษาที่ได้ผลชัดเจนอีกแล้วว่า ก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะ คาร์บอนไดออกไซด์ ที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล เป็นมหันตภัยแก่โลก จริงๆ
-นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย MIT สหรัฐอเมริกา ศึกษาด้วยแบบจำลองทางคอมพิวเตอร์ ในห้องปฏิบัติการ พบว่า
-คาร์บอนไดออกไซด์ มีผลต่อการทำลายพันธะโมเลกุลในน้ำแข็ง
-ซึ่งหมายถึง จะมีผลทำให้ธารน้ำแข็งแตกออกจากกันนั่นเอง
-นักวิทยาศาสตร์ได้จำลองรอยแตกเล็กๆ บนน้ำแข็ง พบว่า
-เมือใดก็ตามที่มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แทรกตัวเข้าไปผสมด้วย
-พันธะโมเลกุล ของ ไฮโดรเจนในน้ำ จะถูกทำลาย
-ทำให้น้ำแข็ง มีความเปราะบาง และรอยแตกมีขนาดใหญ่ขึ้น

การศึกษาพบว่า คาร์บอนไดออกไซด์ที่เพิ่มขึ้น 2 เปอร์เซนต์ จะทำให้น้ำแข็ง เปราะบางลงถึง 38 เปอร์เซ็นต์
แต่ยังโชคดีที่ นี่เป็นผลการศึกษาจากการทดลอง ในห้องปฏิบัติการ ที่ใช้น้ำแข็งบริสุทธิ์
ขณะที่ธารน้ำแข็งในธรรมชาติ มีสิ่งเจือปนอื่น เช่น ฝุ่นละออง เศษหิน เศษแร่ รวมไปถึงสะเก็ดดาวตก
และความเปราะบางของธารน้ำแข็ง ยังขึ้นกับปัจจัยอื่นๆ ด้วย

-กลับมาที่ประเทศไทย
-เพิ่งจะเตรียมตัวเข้าหน้าหนาว
-แต่ที่กาฬสินธุ์ กลับพูดถึงเรื่อง แล้ง กันแล้ว
-กาฬสินธุ์ อยู่ในภาคอีสาน ถือเป็นภาคแรก ที่เจอกับมวลเย็นจากจีน ที่เข้ามาในประเทศไทย
-คาดการณ์อุณหภูมิต่ำสุดพรุ่งนี้ 21 องศา
-ถือเป็นเกณฑ์อากาศเย็น
-ทว่า สถานการณ์ภัยแล้งกำลังเกิดควบคู่กับความเย็น เมื่อข้าวนาปี นอกพื้นที่ชลประทาน ได้ขาดน้ำแห้งตายไปแล้วกว่า 135,000 ไร่
-ส่วนพื้นที่ในเขตชลประทาน นายสุวิทย์ สุบงกฎ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า น้ำในเขื่อนลำปาวก็มีเพียง 23% ของความจุอ่าง หรือ 458 ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น
-คาดว่า จะไม่เพียงพอ สำหรับน้ำทำนาปรังในปี 2556 ด้วย
-ขณะที่แม่น้ำปาว แม่น้ำสายหลัก น้ำก็แห้งขอดจนมองเห็นเนินทราย
-ถือเป็นวิกฤตการณ์ทางสภาพอากาศ ที่รุนแรงที่สุดในรอบ 20 ปี
-สำหรับภาคเหนือ
-สภาพอากาศที่เย็นลง ที่เชียงราย ทำให้พ่อค้าแม่ค้า ได้นำเครื่องกันหนาว ทั้ง ของใหม่ และมือสอง มาวางกันอย่างคึกคัก
-พ่อค้าแม่ค้าบอกว่า หลังจากอากาศเชียงราย เย็นลง
-เสื้อผ้ากันหนาว ก็ขายดีทันที

……………………………………………………………………………………………..

12 ตุลาคม 2555

เที่ยงวันทันเหตุการณ์

http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=13895&year=2012&month=10

วันนี้มาติดตามสัญญาณ เตรียมเข้าสู่หน้าหนาวของไทย
-การนับถอยหลังการสิ้นสุดหน้าฝนตามปฏิทินฤดูกาลของทีวี 360 องศา กำลังแสดงผลความถูกต้องชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ
-วันนี้เหลืออีก 3 วัน เหนือ-อีสาน-กลาง-ตะวันออก-และกรุงเทพมหานคร จะสิ้นสุดหน้าฝนกันแล้ว
-ความชัดเจนที่ว่า ก็คือ หลังสิ้นหน้าฝน เราอาจเข้าสู่หน้าหนาวทันที

-จากภาพแผนที่อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา แสดงให้เห็นความกดอากาศสูง กำลังแผ่ลงมาปกคลุม ประเทศไทยตอนบน
ทำให้ภาคเหนือและ ภาคอีสานมีอากาศเย็นลงทุกขณะ
ยอดดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ วันนี้11.6 องศา
ภูกระดึง จังหวัดเลย 13.5 องศา
ย้ำว่า ตอนนี้ยังไม่เรียกว่าเข้าหน้าหนาว เพราะจะต้องรอให้ลมมรสุมเปลี่ยนทิศทาง เป็นลมตะวันออกเฉียงเหนือเท่านั้น
ซึ่งที่ผ่านมา หลังการสิ้นสุดหน้าฝนตามปฏิทินฤดูกาล คือ 15 ตุลาคม ก็มีหลายครั้งที่ สัญญาณลมมรสุมเปลี่ยนทิศทางก็ยังไม่ปรากฏ
แต่รอบนี้ ศูนย์ภูมิอากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา บอกว่า ขณะนี้กระแสลมที่พัดปกคลุมประเทศไทย ได้เปลี่ยนมาเป็นลมตะวันออกแล้ว
โดยเปลี่ยนมา ตั้งแต่พายุแกมี ก่อตัวในทะเลจีนใต้ตอนกลาง เมื่อ2 สัปดาห์ก่อน

-ดังนั้น ศูนย์ภูมิอากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา ฟันธงว่า สัปดาห์หน้า ลมมรสุมจะเปลี่ยนทิศ แน่นอน
โดยอังคารหน้าเป็นต้นไป เหนือ-อีสาน จะเริ่มเปลี่ยนเป็นฤดูหนาว
บริเวณที่มีโอกาสที่อุณหภูมิต่ำสุด จะต่ำกว่า 20 องศา ในสัปดาห์หน้า คือ แม่ฮ่องสอน เชียงราย น่าน
นครพนม เลย และหนองคาย

นาย สธน วิจารณ์วรรณลักษณ์ ภาควิชาฟิสิกส์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกว่า ขอให้คุณผู้ชมสังเกต ถ้าฝนทิ้งช่วงนาน 1 สัปดาห์ และอากาศเย็นยาว 1 สัปดาห์ด้วย
นั่นแหละ เราเข้าสู่หน้าหนาวอย่างชัดเจน

ดังนั้น อาจารย์ สธน แสดงความเป็นห่วง
สัปดาห์หน้า ลมหนาวที่ลงมาแรงขึ้น จะพัดพาความชื้นในอ่าวไทย ไปทำให้มีฝนตกหนักในภาคใต้ตอนบนฝั่งอ่าวไทย
ดังนั้น นครศรีธรรมราช และชุมพร ขอให้เตรียมตัวเจอกับฝนหนัก น้ำท่วม และดินถล่มได้
ส่วนภาคใต้ฝั่งอันดามัน อากาศจะดีมาก และไม่มีฝน เหมาะกับการท่องเที่ยว
- นายสมชาย ใบม่วง รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา
คาดว่า ภาคอื่นๆ จะเข้าสู่หน้าหนาวอย่างชัดเจน ในเดือนพฤศจิกายน
ตอนนี้ ความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากจีน ได้ส่งสัญญาณเริ่มมีกำลังอ่อนลงแล้ว
แบบนี้ ความเย็นในตอนเช้าตั้งแต่พรุ่งนี้ จะเริ่มลดลงด้วย ขอให้คุณผู้ชมทางภาคเหนือและอีสาน ระวังอันตรายจากหมอกที่จะปกคลุมหนาทึบในตอนเช้าไว้ด้วย
ส่วนตอนกลางวันขอให้ระวังอันตรายจากความร้อน เพราะไม่มีเมฆมาช่วยบังแดด
สำหรับสัญญาณมวลเย็นระลอกใหม่อยู่วันอังคารหน้า ขอให้คุณผู้ชมดูแลสุขภาพจากอากาศที่เปลี่ยนแปลงในช่วงนี้ด้วย
สำหรับภาคใต้ ช่วงนี้ฝนจะเบาลง ตามลมหนาวที่อ่อนลง ใต้ตอนบนเตรียมเจอกับฝนหนักรอบใหม่ ต้นสัปดาห์หน้านะครับ

เรื่องเด่นเย็นนี้

-วันศุกร์สุดสัปดาห์ ติดตามการคาดการณ์อากาศสัปดาห์หน้า

-ช่วงเวลานับถอยหลังการสิ้นสุดหน้าฝนของทีวี360องศาในขณะนี้ คือ เหลืออีก 3 วัน เราจะสิ้นสุดฤดูฝน ตามปฏิทินฤดูกาล
สิ่งที่จะบอกคุณผู้ชมได้เลยตอนนี้ก็คือ ประเทศไทยตอนบน หรือ เหนือ-อีสาน-กลาง-ตะวันออก-และกรุงเทพมหานคร จะไม่โดนพายุอีกแล้วในปีนี้

ดังนั้น ไต้ฝุ่นพระพิรุณ ทางตะวันออกของฟิลิปปินส์ ไม่เข้าไทยแน่นอน
ส่วนสภาพอากาศนับจากนี้จะเป็นอย่างไร มาดูภาพใหญ่จากข้อมูลจากแผนที่อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา
นั่นคือประมาณ 2-3 สัปดาห์แล้ว ที่ประเทศไทยตอนบน ได้รับอิทธิพลจากความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็น ที่กดลงมาจากประเทศจีน
สัปดาห์นี้ เหนือ-อีสาน ตอนบน จึงมีอากาศที่หนาวเย็นลงอย่างชัดเจน
และนับจากนี้ เป็นต้นไป สภาพอากาศที่เย็นลง จะดำเนินแบบนี้ต่อไปอย่างต่อเนื่อง ตามเป็นระลอกของความกดอากาศสูงที่ลงมา

-และวันนี้ ความกดอากาศสูงระลอกปัจจุบันได้เริ่มอ่อนกำลังลงแล้ว และจะชัดเจนมากในวันอาทิตย์นี้
-ความหมายก็คือ ตอนบนจะกลับมาอุ่นขึ้น จากนั้น วันอังคารหน้า ความกดอากาศสูงระลอกใหม่ จะลงมา ความเย็นจะกลับมาอีก แต่ ต้องแลกด้วย ระยะแรก จะมีฝนจากมวลร้อนปะทะมวลเย็น หรือลักษณะของฝนเปลี่ยนฤดู

- ดังนั้น อากาศสัปดาห์หน้า
เหนือ-อีสาน-กลาง-ตะวันออก-และกรุงเทพมหานคร ยังจะมีฝนฟ้าคะนองให้ตื่นเต้นได้บ้าง แต่ย้ำ ว่านั่นคือ ฝนเปลี่ยนฤดู
มาคอยติดตามกันว่า สัปดาห์หน้า อุณหภูมิต่ำสุดของแต่ละภาคจะลดลงกว่าสัปดาห์นี้ อีกแค่ไหน
ส่วนสิ่งที่จะมากับอากาศที่เย็นลงคือ ฟ้าโปร่ง แดดแรง ดังนั้น ช่วงกลางวัน ทุกภาคจะร้อน นะครับ อุณหภูมิสูงสุด ยังใกล้ๆ 35 องศา

- มาดูภาคใต้กันบ้าง เป็นภาคที่น่าเป็นห่วงเรื่องฝนหนัก
เพราะร่องมรสุม ได้เลื่อนลงมาพาดผ่านภาคใต้ตอนบนนั่นเอง
สัปดาห์หน้า ใต้ตอนบน ต้องระวังฝนหนัก ระดับ 60-70% ของพื้นที่ ทั้งสัปดาห์
ส่วนฝั่งอันดามัน ฝนน้อยกว่า เตรียมเข้าสู่ High season ของฤดูท่องเที่ยวแล้ว คลื่นก็สงบด้วยครับ

ข่าววันใหม่
-ทีวี 360 องศาวันนี้ มาติดตามความรุนแรงที่เพิ่มขึ้น จากผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ที่เกิดขึ้นหลายจุดบนโลกในขณะนี้
-สหประชาชาติ ได้ออกมาเตือน ราคาอาหารจะพุ่งสูงขึ้น
-จากผลของสภาพอากาศที่แปรปรวน ที่เกิดขึ้นใน สหรัฐอเมริกา ยุโรป และ แหล่งผลิตอาหาร บริเวณอื่นๆของโลก
-องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือ FAO รายงานว่า ข้าวสาลี ทั่วโลก ปีนี้ จะลดลง 5.2%
-ขณะที่ผลิตภัณท์อาหารสัตว์ ลดลง 10%
-และจากปัญหาภัยแล้งที่ยาวนาน และรุนแรงที่สุดในรอบ 60 ปี ของสหรัฐอเมริกา ได้ทำให้ ราคาข้าวสาลีพุ่งขึ้นสูงแล้ว 25% ข้าวโพดเพิ่มขึ้น 13% และผลิตภัณท์จาก นมเพิ่มขึ้น 7%
-สมาพันธ์แรงงานแห่งชาติของอังกฤษ หรือ NFU รายงานว่า ผลผลิตข้าวสาลีปัจจุบัน ลดลงต่ำสุดรุนแรง เมื่อเทียบกับปลายศตวรรษที่18
-ช่วงนั้น ผลิตได้4ตันต่อ1 เอเคอร์
-แต่ตอนนี้ ผลิตได้เพียง 2 ตันต่อเอเคอร์เท่านั้น-กลับมาที่ประเทศไทย
-อุตุนิยมวิทยาเชียงรายออกมาเตือน อีก1-2 วันนี้ อุณหภูมิอาจลดต่ำลงกว่า20องศา แนะประชาชนดูแลสุขภาพ
-สภาพอากาศที่จังวัดเชียงราย ยังคงมีหนาวเย็นและมีแนวโน้มที่อุณหภูมิจะลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง
-นายสุพจน์ วิชารัตน์ รักษาการหัวหน้าสถานีอุตุนิยมวิทยาจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า มวลอากาศเย็นที่แผ่ลงมา จะทำให้ 1-2 วันนี้ เชียงรายอาจต้องเผชิญกับอากาศที่หนาวเย็นลงอีก
-โดยอุณหภูมิอาจจะต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียส
-ขอให้ประชาชนเตรียมเครื่องนุ่งห่มกันหนาวให้พร้อม
-ซึ่งช่วงหนาวเย็นสุดที่จังหวัดเชียงราย จะอยู่ในช่วงกลางเดือน พฤศจิกายน ถึง ธันวาคม
-นอกจากเชียงราย ที่อีสานก็มีสภาพอากาศลักษณะเดียวกัน
-เช่นที่ เลย
-อากาศเริ่มเย็นลง และมีหมอกหนาปกคลุมตอนเช้า
-ทัศนวิสัยหรือการมองเห็นระยะไกล ลดลงเหลือไม่เกิน 100 เมตร

http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=13902&year=2012&month=10

………………………………………………………………………………………………

11 ตุลาคม 2555

เที่ยงวันทันเหตุการณ์
http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=13868&year=2012&month=10
วันนี้มาดู พิบัติภัยในมุมต่างๆ ของโลกกัน

-ก่อนอื่นเริ่มต้นด้วยการติดตาม การ Countdown หรือ การนับถอยหลัง หน้าฝนตามปฏิทินฤดูกาลของทีวี360องศา
-วันนี้ เหลืออีก 4 วัน แล้วนะครับ
-ซึ่งตามปฏิทินฤดูกาล หน้าฝนไทย จะหมดลงในวันที่ 15 ตุลาคม หรือ วันจันทร์หน้า

-การสแกนไปทั่วโลกวันนี้ ทีวี360องศา พบภาพพายุทั่วโลก ยังมีอยู่ 4 ลูก
-ลูกแรก ไต้ฝุ่นระดับ 4 พระพิรุณ อยู่ในโซนทางบ้านเรา ความเร็วลมศูนย์กลาง 185 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
-ทิศทางขึ้นทางเหนือ เลียบทะเลทางใต้ของญี่ปุ่น ไม่มีผลกับบ้านเรา อีก 3 ลูก ยังเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ อยู่ในฝั่งอเมริกา

-ภาพรวมพิบัติภัย แยกตามภูมิภาค เป็นดังนี้

-เอเชีย
-ลุ้นสัปดาห์หน้า ไต้ฝุ่นพระพิรุณ จะสร้างผลกระทบให้กับญี่ปุ่นแค่ไหน
สำหรับการเตือนภัยน้ำท่วม มีใน รัสเซีย ปากีสถาน บังกลาเทศ เวียดนาม
การเตือนภัยภูเขาไฟ ในอินโดนีเซีย มีถึง 4 ลูก ใกล้เราที่กำลังปะทุคือ ภูเขาไฟมาราปี บนเกาะสุมาตรา
- สำหรับอากาศหนาวในภูมิภาคเอเชีย ยังคงอยู่บริเวณจีนตอนบน

โซนยุโรป
ที่อังกฤษ ทางตอนใต้ ยังมีเตือนน้ำท่วม
สำหรับยุโรปตะวันออกและตอนกลาง ขณะนี้มีอากาศหนาว แต่อุณหภูมิยังอยู่เหนือ 0 องศา
สตอกโฮล์ม สวีเดน 2 องศา เบอร์ลิน เยอรมัน 4 องศา
ส่วนยุโรปตะวันตก ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน และโปตุเกส ยังอากาศเย็น

-โซนอเมริกา
เตือนไฟป่า ยังมีทางด้านตะวันตกของแคนาดา และสหรัฐอเมริกา
กัวเตมาลา เตือนน้ำท่วม
-แคนาดา ตอนนี้มีต่ำสุด 0 องศา ดีทรอยต์ สหรัฐอเมริกา 4 องศา, ชิคาโก 7 องศา

-สุดท้าย ภูมิภาคออสเตรเลีย
ขณะนี้โซนอากาศหนาว มีอยู่ในบริเวณนิวเซาท์เวลส์ และวิคทรอเลีย เท่านั้น
ที่เหลือ อากาศร้อนและแล้ง เตือนให้ระวังไฟป่า เกือบทั้งประเทศ
ส่วนที่นิวซีแลนด์ ก็มีการเตือนระวังภูเขาไฟระเบิด ด้วย

-วันนี้ ความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากจีน ยังคงดันลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนอย่างต่อเนื่อง
เช้าพรุ่งนี้ เหนือ-อีสาน-กลาง-ตะวันออก-และกรุงเทพมหานคร จะยังคงมีฟ้าโปร่ง และมีอากาศเย็นในตอนเช้าต่อไป
ฝนต่อจากนี้ จะลดลงอยู่ในเกณฑ์ 10-30 % ของพื้นที่เท่านั้น
ที่น่าห่วงคือ ร่องมรสุม ที่พาดผ่านภาคใต้ตอนบนเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำในอ่าวเบงกอลตอนบน
ทำให้ทางกาญจนบุรี และราชบุรี ยังเสี่ยงมีฝนหนักอยู่
ส่วนภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ฝนจะยังหนักได้ ที่ เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สงขลา นราธิวาส
ฝั่งอันดามัน ที่ระนอง พังงา คลื่นลมตอนนี้ สงบมาก

เรื่องเด่นเย็นนี้

-วันนี้มาติดตาม ภาวะที่แปรปรวนของฝนในตอนกลางของประเทศกัน

แน่นอน ตอนกลางของประเทศมีกรุงเทพมหานครอยู่ด้วย
จากที่ก่อนหน้านี้ คนกรุงเทพจะได้เฮ จากการที่มีฝนลดลง เพราะร่องมรสุม เลื่อนลงไปพาดผ่านภาคใต้ตอนบน แถมลมหนาว ซึ่งเป็นอากาศแห้ง ก็ดันลงมาเรื่อยๆ
แต่อากาศที่แปรปรวนไม่แน่นอน ทำให้การนับถอยหลังการสิ้นสุดหน้าฝนตามปฏิทินฤดูกาล ที่ทีวี360องศา นับมาอย่างต่อเนื่อง ว่าเหลืออีก 4 วัน ของกรุงเทพ ดูจะไม่สดใสนัก

คำอธิบายนี้ ดูได้จากท้องฟ้าของกรุงเทพที่เป็นอยู่ในตอนนี้
และข้อมูลแผนที่อากาศ ของกรมอุตุนิยมวิทยา
นั่นคือ ร่องมรสุม ร่องเดิมที่เคยทำให้เกิดฝนตกหนัก น้ำท่วมขัง รถติดวินาศสันตโร ในกรุงเทพ เมื่อปลายเดือนที่แล้ว
ตอนนี้โดนความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากจีน กดให้ลงไปพาดผ่านภาคใต้ตอนบน
จากสูตร ร่องไป ฝนควรจะไปด้วย
แต่เอาเข้าจริง ร่องมรสุม กลับยังลงไปไม่มาก เลยยังพาดผ่านแบบเฉียดๆ กรุงเทพมหานครด้วย
แบบนี้ แนวร่องมรสุม และใกล้ร่องมรสุม จะมีฝนตกหนักอยู่ได้
พื้นที่ ตรงนี้ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์
โดยถ้าร่องมรสุม ยังแช่อยู่แบบนี้ คนที่จะโดนฝนเต็มๆ หรือมีฝนตกได้ทั้งวัน คือ เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์
ส่วนกรุงเทพ และปริมณฑลด้านตะวันตก ฝนจะตก ในช่วงบ่ายถึงค่ำ

แล้วจากนี้ จะเป็นอย่างไร
นายสมชาย ใบม่วง รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา บอกว่า จากการที่ร่องมรสุมเลื่อนต่ำลงไปแบบนี้
จึงคาดว่าฤดูฝนของภาคใต้ฝั่งตะวันออก จะเริ่มขึ้นหลังวันจันทร์หน้าเป็นต้นไป
ซึ่งก็คือ วันสิ้นสุดหน้าฝน ที่ทีวี360องศา Countdown อยู่ทุกวันนะครับ

-โดยหน้าฝนจะเริ่มอย่างเป็นทางการ
ก็ต่อเมื่อ ลมมรสุมเปลี่ยนทิศ หรือ วันที่ประเทศไทยตอนบน เข้าสู่หน้าหนาวอย่างเป็นทางการนั่นเอง
- ศูนย์ภูมิอากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา
คาดว่า ปีนี้ฝนใต้ จะต่ำกว่าเกณฑ์ปกติเล็กน้อย
ส่วนจังหวัดเสี่ยงฝนหนักต้นฤดู คือ ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และ สุราษฎร์ธานี
เพราะปลายเดือนนี้ มีโอกาสจะเจอพายุได้ 1-2 ลูก
ความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากจีนระลอกนี้ จะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ถึงวันเสาร์นี้นะครับ
พรุ่งนี้ เหนือ-อีสาน ยังมีอากาศเย็นในตอนเช้า ต่ำสุด 21 องศา ที่อีสาน
สำหรับฝนในประเทศไทยตอนบน จะยังตกเน้นๆ ทางตะวันตกของภาคกลาง และชายฝั่งภาคตะวันออก
ส่วนฝนใต้ สูง 60 % ของพื้นที่ทั้ง 2 ฝั่ง
ฝั่งอ่าวไทย ที่เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์
ฝั่งอันดามัน ที่ ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่
คลื่น สงบ ทั้ง 2 ฝั่ง
ปิดท้ายกับจุดเสี่ยงฝนค่ำนี้
ช่วงหัวค่ำ ทั้งกรุงเทพ ยังมีโอกาสเสี่ยงเจอฝนได้
แต่พอตกดึก ความเสี่ยงฝน จะไปอยู่ทางกรุงเทพตอนเหนือ และด้านตะวันออก
วางแผนการเดินทางกันด้วยนะครับ

ข่าววันใหม่
-ทีวี 360 องศาวันนี้ มาติดตามความเปลี่ยนแปลงจากภาวะโลกร้อน ที่ทำให้เกิดผลกระทบ ที่ตรงข้ามกับความรู้สึก
-นั่นคือ ยิ่งโลกร้อน น้ำแข็งที่ขั้วโลกใต้ กลับยิ่งเพิ่มขึ้น
-ศูนย์ข้อมูลน้ำแข็งและหิมะแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา เปิดเผย รายงานการติดตามความเปลี่ยนแปลง ล่าสุดเดือนกันยายนว่า
-น้ำแข็งขั้วโลกใต้ ได้ขยายตัว ทำลายสถิติ 7.51 ล้านตารางไมล์ แล้ว
-ตัวเลขนี้ เก็บหนึ่งวัน หลังพบข้อมูล พื้นที่น้ำแข็งที่ขั้วโลกเหนือ ลดลงจนทำลายสถิติเช่นกัน
-ปกติแล้ว เมื่อน้ำแข็งขั้วโลกด้านใดด้านหนึ่งละลาย อีกด้าน ก็จะมีขนาดเพิ่มขึ้น

-ทว่า ครั้งนี้ กลับทำให้มีความน่าเป็นห่วง
-นักวิทยาศาสตร์นาซ่า เชื่อว่า น้ำแข็งขั้วโลกเหนือละลาย เพราะ ความร้อน จากภาวะโลกร้อน
-ส่วนน้ำแข็งที่ขั้วโลกใต้ เพิ่มขึ้น เพราะ กระแสลม
-ซึ่งกระแสลมที่เปลี่ยนแปลง ทั้งความแรง และทิศทางนี้เอง
-ที่ทำให้แผ่นน้ำแข็งขั้วโลกใต้ ถูกดันให้เลื่อนขึ้นเหนือ และขยายบริเวณมากขึ้น
-สำหรับปัจจัยสำคัญที่ทำให้ สมดุลโลก เปลี่ยนแปลงครั้งนี้ คือ การเพิ่มขึ้น ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก นั่นเอง

-กลับมาที่ประเทศไทย
-มาดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อคุณผู้ชมในการเตรียมรับมือความหนาวเย็นที่เพิ่มขึ้น
-เพราะตอนนี้อากาศที่เย็นลงที่อีสาน ทำให้มีคนป่วยเพิ่มขึ้นแล้ว
-โรงพยาบาลจังหวัดสกลนคร เปิดเผยว่า มีประชาชนป่วยเป็นโรคระบบทางเดินหายใจ เพิ่มขึ้นกว่า 10 %
-ส่วนใหญ่เป็นเด็กและคนชรา โชคดีที่ช่วงนี้เป็นช่วงปิดเทอม เด็กๆ จึงไม่นำโรคไปติดต่อกันที่โรงเรียน
-นอกจากนี้ ยังเตือนให้ระวังโรคที่มากับหน้าหนาวด้วย เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ปอดบวม หัด หัดเยอรมัน อีสุกอีใส และท้องร่วง
-สำหรับคืนที่ผ่านมา สกลนครมีอากาศเย็นลงลงฮวบ 3 องศาในคืนเดียว
-โดยเฉพาะบนเทือกเขาภูพาน ประชาชนต้องออกมาผิงไฟเพื่อความอบอุ่นของร่างกาย
-ขณะที่ด้านตะวันตกของภาคกลาง ยังไม่พ้นความเสี่ยงจากสถานการณ์น้ำ จากฝนที่ตกหนัก จากร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคใต้ตอนบน
-โดยเฉพาะ หลังจากที่เขื่อนท่าม่วง ที่กาญจนบุรี เร่งระบายน้ำลงมา 1,300 ล้านลูกบาศก์เมตร เมื่อวานนี้
-ประชาชนริมน้ำแม่กลอง ใน อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจบุรี อำเภอบ้านโป่ง โพธาราม เมือง และวัดเพลง จังหวัดราชบุรี และอําเภอบางคนที อัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม

http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=13883&year=2012&month=10

……………………………………………………………………………………………

10 ตุลาคม 2555

เที่ยงวันทันเหตุการณ์

http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=13837&year=2012&month=10
วันนี้มาติดตาม เรื่องราวปรากฎการณ์ที่มีผลกระทบกับโลกบ้าง

นอกจากทีวี360องศา จะทำหน้าที่เฝ้าติดตามปัญหาสิ่งแวดล้อม และความเปลี่ยนแปลงของโลกแล้ว
เหตุการณ์นอกโลก ก็ไม่พ้นสายตาของ ทีวี360องศา
ล่าสุด ได้เกิดการระเบิดครั้งใหญ่อีกครั้งบนดวงอาทิตย์

-นี่คือภาพถ่ายจากองค์การนาซ่าจับภาพการระเบิดบนดวงอาทิตย์ ซึ่งคุณผู้ชมจะเห็นได้ ทางด้านซ้ายมือของภาพ
-ทีวี360องศา ได้ทำเป็นภาพวน Loop เพื่อให้คุณผู้ชม เห็นปรากฎการณ์นี้อย่างชัดเจนนะครับ

Spaceweather.com รายงานว่า ปรากฎการณ์นี้เกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 5 ตุลาคม 2555 ตามเวลาประเทศไทย
ถือเป็นเกิดการระเบิดขนาดใหญ่ครั้งหนึ่งบนดวงอาทิตย์
ซึ่งมีการปลดปล่อยอนุภาค คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และพลังงานไฮโดรเจน จากดวงอาทิตย์ ออกมาด้วย
นักดาราศาสตร์ เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า โคโรนา แมส อีเจ็คชั่น หรือ CME

Spaceweather.com ยังจำลอง การคาดการณ์ความหนาแน่นของอนุภาคคลื่นแม่เหล็กจากดวงอาทิตย์
ว่าเวลาระเบิดจะกระจายออกไปทุกทิศทุกทางอย่างนี้
และนี่คือ ตำแหน่งของโลก
อนุภาคจะ ใช้เวลาเดินทางมายังโลก 1-3 วัน ด้วยความเร็ว 3.68 ล้านกิโลเมตรต่อชั่วโมง

เมื่อดูจากภาพขยาย อนุภาคจากดวงอาทิตย์ ได้พุ่งมาที่โลก ในลักษณะอย่างที่เห็น
ซึ่งถือเป็นการเดินทางมาถึงโลกในลักษณะ ไม่ได้เข้ามาเต็มๆ อย่างจังๆ
นี่เองที่ผมบอกว่า โลก เฉียด โดนป่วน จากอนุภาคของดวงอาทิตย์ จากการระเบิดครั้งใหญ่ ครั้งนี้ นั่นเอง
การเฉียดครั้งนี้ จึงทำให้เห็นเป็นภาพนี้ บนโลก

นี่คือ แสงเหนือ ที่บริเวณขั้วโลกเหนือ ถ่ายได้โดยนักติดตามถ่ายภาพแสงออโรร่า Spaceweather.com เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
แสดงว่า การระเบิดบนดวงอาทิตย์เมื่อวันศุกร์ อนุภาคได้เดินทางมาถึงโลกแล้ว
และไม่ปรากฏรายงานความเสียหายใดๆ จากปรากฎการณ์ครั้งนี้ นอกจากความสวยงามของแสงเหนือ ซึ่งนักดาราศาสตร์คำนวณว่า จะมีไปจนถึงวันจันทร์หน้าทีเดียว
-ครั้งนี้จึงถือว่าโลกโชคดี เพราะ Spaceweather.com บอกว่า การระเบิดลักษณะนี้ ถือว่า รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่ง
ถ้าทิศทางการระเบิดตรงมายังโลกโดยตรง
อนุภาคคลื่นแม่เหล็กที่ปล่อยออกมา ก็จะมีความเข้มข้นสูง และอาจสร้างความเสียหายให้กับระบบอิเล็กทรอนิกส์บนดาวเทียม และบนโลกทั้งหมด
จึงขอแสดงความยินดี กับการผ่านประสบการณ์เฉียดโดนป่วน ของชาวโลก ทุกคนครับ
-ส่วนการนับถอยหลังการสิ้นสุดหน้าฝนตามปฏิทินฤดูกาลของทีวี 360 องศา วันนี้เหลืออีก5วัน

-และอากาศปลายฝนวันนี้ เป็นดังนี้
-วันนี้ทั่วทุกภาคมีอากาศที่เย็นลง จากความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากจีนที่แผ่ลงมา
-โซนเย็นลงมากสุดเช้านี้ อยู่ที่ภาคเหนือ แถวลำปาง และแพร่ ต่ำสุด 22-23 องศา
-อากาศเย็นตอนเช้าแบบนี้ จะมีในเหนือ-อีสาน-กลาง-ตะวันออก-และกรุงเทพมหานคร ถึง 15 ตุลาคม
-ส่วนฝนจะค่อยๆ ลดลง ยกเว้นภาคใต้
-น่าติดตาม ร่องมรสุมที่ถูกมวลเย็น กดลงไปพาดผ่านภาคใต้ตอนบน จะทำให้มีฝนตกหนักได้ แถวเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์
-ฝั่งอันดามัน จะมีฝนแถว ระนอง พังงา นะครับ
จุดเสี่ยงฝนเย็นนี้
ทั้งกรุงเทพ ยังมีโอกาสเจอฝนได้ในช่วงเย็น แต่พอตกค่ำ ฝั่งธน มีโอกาสเจอฝนได้มากกว่า
ย้ำวางแผนการเดินทางดีๆ พรุ่งนี้ คาดว่า โอกาสฝนจะน้อยลงแล้วครับ

เรื่องเด่นเย็นนี้

http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=13846&year=2012&month=10
-วันนี้มาดูข้อมูล ที่ทำให้คุณผู้ชมมั่นใจ ปีนี้เรารอดพ้นจากสถานการณ์น้ำแล้ว

จากการนับถอยหลังการสิ้นสุดหน้าฝน ตามปฏิทินฤดูกาล ของทีวี360องศา พบว่า ตอนนี้เราเหลืออีก 5 วันเท่านั้น
เหนือ-อีสาน-กลาง-ตะวันออก-และกรุงเทพมหานคร จะสิ้นสุดหน้าฝนกันแล้ว
5 วันที่เหลือนี้มีความหมาย เพราะ สามารถใช้ขีดเส้นสรุปได้แล้วว่า สถานการณ์น้ำในลุ่มเจ้าพระยา จะไม่มีมากไปกว่านี้อีกแล้ว

-จากข้อมูลแผนที่อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ตอนนี้ ความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีน ได้รุกลงมาหนักขึ้นเรื่อยๆ
-จำเลยนะครับ อากาศเย็น จะแห้ง
-มวลเย็นมา จึงไล่ความชื้นไป ดังนั้น โอกาสฝนตก จะลดลงเรื่อยๆ /แต่ฝนจะไปอยู่ทางใต้แทน
-ดังนั้น รออย่างเดียว คือการเข้าหน้าหนาว หรือให้ลมมรสุมเปลี่ยนทิศทางเป็น ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อนั้น ฝนในประเทศไทยตอนบน จะหายไป
นายสมชาย ใบม่วง รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา บอกว่า
แบบนี้ โอกาสฝนหนักๆ ในประเทศไทยตอนบน จะไม่มีแล้ว
ฝนที่จะตกต่อไปนี้ จะเป็นฝนเปลี่ยนฤดู แค่ทำให้เปียก แต่ไม่ให้น้ำมากๆ

นี่เองที่ผมบอกว่า จากวันนี้ เราสามารถขีดเส้นสรุปสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยาได้แล้ว
จากภาพล่าสุดวันนี้ เขื่อนภูมิพล มีน้ำอยู่ 8,334 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 62 % ของความจุอ่าง
เขื่อนสิริกิติ์ 6,485 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 68 % ของความจุอ่าง
เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีน้ำ 74 % และ 91 % ตามลำดับ
และหลังจากนี้ ก็ยังมีน้ำตามต้นน้ำ ไหลมาเติมเขื่อนบ้าง แต่ก็ไม่ใช่ในปริมาณที่น่าเป็นห่วง
และน้ำที่เหลือนี้ ก็จะเป็นน้ำต้นทุน ที่เอาไว้ใช้ในช่วงแล้งปีหน้าด้วย

ดูเขื่อนแล้ว มาดูแม่น้ำเจ้าพระยาล่าสุดกันบ้าง เพื่อยืนยัน จนถึงวันนี้ ไม่มีจุดไหนล้นตลิ่ง และต้องกลัวน้ำท่วมอีกแล้ว
จากภาพ CCTV กรมชลประทาน

จุดเสี่ยงฝนค่ำนี้
อาจมีฝนได้บ้าง ทางฝั่งธนบุรี แต่ก็แค่ช่วงหัวค่ำเท่านั้น
จากนั้น ฉลุย กรุงเทพเตรียมฝนน้อยลงตั้งแต่พรุ่งนี้ครับ

ข่าววันใหม่
-ทีวี 360 องศาวันนี้ มาติดตามความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นที่สหรัฐอเมริกา
-หลังจากปีนี้ เจอเข้ากับความแห้งแล้ง ที่รุนแรงที่สุดในรอบ 60 ปี และรอคอยวันที่คลี่คลาย
-ตอนนี้ สัญญาณนั้น ได้เกิดขึ้นแล้ว
-จากภาพสถานการณ์ความแห้งแล้งในสหรัฐอเมริกาล่าสุด
-โดยหลายองค์กรที่ติดตามความเปลี่ยนแปลงนี้ พบว่า พื้นที่ความแห้งแล้ง ได้ลดลงเหลือในบริเวณตอนกลางของประเทศแล้ว
-เปรียบเทียบกับเมื่อหลายเดือนก่อน สีแดง จะขยายกินพื้นที่ถึง 2 ใน 3 ของประเทศทีเดียว
-ตัวการที่มาช่วยคลายความแห้งแล้งครั้งนี้ คือ ความชื้นจากอ่าวเม็กซิโกและมหาสมุทรแปซิฟิค ที่เข้ามาเป็นฝน
-ผลดีจึงเกิดกับพื้นที่เพาะปลูกสำคัญ ใน อาคันซอ เนบราสกา และโอกลาโฮมา โดยเฉพาะในช่วงวันศุกร์ถึงวันอาทิตย์นี้
-อย่างไรก็ตาม ฝนที่เพิ่มขึ้นนี้ เป็นฝนจากความแปรปรวนของมวลอากาศร้อนชื้นจากทางใต้ ที่ไปปะทะกับมวลอากาศเย็นทางตะวันออกเฉียงเหนือ
-จึงอาจมีพายุทอร์นาโด, ลูกเห็บ จนถึง หิมะตกหนักในบริเวณที่มวลอากาศทั้ง 2 เจอกันได้

กลับมาที่ประเทศไทย
-มาติดตามความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดกับสภาพอากาศทางภาคเหนือ ที่น่าอิจฉาสำหรับคนภาคอื่นๆ
-ภาพตอนเช้าที่เต็มไปด้วยหมอกปกคลุม และอากาศที่เย็นลง แบบเมื่อเช้าวานนี้ ที่จังหวัดเชียงใหม่
-จะเป็นภาพที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องนับจากนี้ไปจนถึงอย่างน้อยวันเสาร์นี้ เลยทีเดียว
-ไม่เพียงเชียงใหม่ จังหวัดอื่นๆ ทางภาคเหนือ คุณผู้ชมตืนเช้ามาวันนี้ ก็จะเห็นลักษณะเช่นนี้ด้วย
-ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ บอกว่า ช่วงนี้ความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากจีนได้แผ่ลงมา
-ไม่เพียงทำให้อากาศเย็นในตอนเช้าเท่านั้น แต่จะทำให้มีฝนฟ้าคะนองในบางที่ด้วย
-ส่วนอากาศจะเย็นลงในรอบนี้ 1-2 องศา
-คาดว่าช่วงกลางเดือนนี้ จะปรับเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเต็มตัว

-ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน
-อากาศที่เย็นลงทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวที่ถนนคนเดิน หนองจองคำ ใจกลางเมืองแม่ฮ่องสอน คึกคัก
-นายวิษณุ อรุณบำรุงวงศ์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยว สำนักงานแม่ฮ่องสอน คาดว่า ปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาแม่ฮ่องสอน เพิ่มขึ้นกว่าปีที่แล้ว
-โดยมีงานประเพณี ที่น่าสนใจ หลายงาน เช่น
-ปอยเหลินสิบเอ็ด, ปอยส่างลอง และเทศกาลบัวตอง
-นอกจากนี้ ยังมี โครงการเส้นทางจักรยานเมืองแม่ฮ่องสอน, โครงการเที่ยวแม่ฮ่องสอนตามรอยพระราชดำริ, ปายรักสุดขอบฟ้า,
และมหัศจรรย์สีเขียวเที่ยวแม่ฮ่องสอน

………………………………………………………………………………………………

9 ตุลาคม 2555

เที่ยงวันทันเหตุการณ์
http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=13806&year=2012&month=10
วันนี้มาติดตาม ความเป็นไปในภูมิภาคเอเชีย
การนับถอยหลัง การสิ้นฤดูฝนตามปฏิทินฤดูกาล เหลือน้อยลงทุกทีแล้วนะครับ
วันนี้พบว่า เหลืออีก 6 วัน เท่านั้น เหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคตะวันออกและกรุงเทพมหานคร จะหมดหน้าฝน
แม้จะเป็นโค้งสุดท้าย แต่ความปั่นป่วนของพายุในภูมิภาคเอเชีย ยังน่าติดตาม

นั่นคือ พายุพระพิรุณ พายุที่เป็นข่าวเขย่าขวัญคนไทยในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
ตอนนี้ทวีความรุนแรงขึ้นเป็นพายุไต้ฝุ่นแล้ว เมื่อคืนนี้เอง ความเร็วลมศูนย์กลาง 120 กิโลเมตร ต่อ ชั่วโมง

ขณะนี้ พระพิรุณ อยู่ทางตะวันออกของฟิลิปปินส์ แถวเกาะลูซอน
มีทิศทางมุ่งขึ้นทางเหนือ คาดว่าจะสร้างผลกระทบกับประเทศจีนตอนใต้ ญี่ปุ่น เกาหลี
เห็นภาพแบบนี้ แล้วชัดเจนนะครับ พายุพระพิรุณ ไม่สร้างผลกระทบให้กับประเทศไทย ดังนั้น คุณผู้ชม ไม่ต้องกลัวนะครับ
แม้ไต้ฝุ่นพระพิรุณจะแรงขึ้น และเคลื่อนขึ้นเหนือ แต่ในระยะสัปดาห์นี้ ก็ยังไม่สร้างปัญหาให้แก่ใคร
ช่วงนี้เอเชียตะวันออก ญี่ปุ่น เกาหลี จีน ฮ่องกงไต้หวัน อากาศแจ่มใส
อุณหภูมิเริ่มค่อยๆ ลดลง ตามความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็น ที่เคลื่อนลงมาจากไซบีเรีย และมองโกเลีย
ปักกิ่งอากาศเริ่มหนาวแล้ว ทางเซี่ยงไฮ้ อุณหภูมิต่ำสุดเริ่มต่ำกว่า 15 องศา เช่นกัน
กลุ่มประเทศ AEC 10 ประเทศ
สัปดาห์นี้ ฝนกลับมาอยู่ในระดับปานกลาง
อุณหภูมิต่ำสุดทาง เวียดนาม ลาว พม่า ภาคเหนือของไทย เริ่มแตะ 20 องศา ต้นๆ แล้ว เช่นกัน
ที่เวียดนาม ยังมีการเฝ้าระวังระดับน้ำล้นตลิ่งจากปัญหาพายุแกมี ที่ขึ้นถล่มเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
ส่วนบริเวณที่จะมีฝนหนักสุดในกลุ่ม AEC สัปดาห์นี้ จะเป็น ตอนบนของเกาะสุมาตรา แต่จะเกิดขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์นี้

-มาทางเอเชียใต้
สัปดาห์นี้ ฝนจะกลับมาเน้นตก ทางตอนใต้ของอินเดีย ต่อเนื่อง ศรีลังกา โดยมีฝนหนักได้บ้างบางวัน
ส่วนตอนบน บังคลาเทศ เนปาล ปากีสถาน ฝนลดลงมาก
มัลดีฟส์ อากาศแจ่มใส

ฝั่งเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ หรือย่านตะวันออกกลาง อากาศแจ่มใส อากาศไม่ร้อนมาก เหมือนหลายเดือนที่ผ่านมา
ซาอุดิอาระเบีย สูงสุด 36 องศา ต่ำสุด 23 องศา
คูเวต สูงสุด 36 องศา ต่ำสุด 27 องศา
ดูไบ สูงสุด 36 องศา ต่ำสุด 28 องศา
-อากาศไทยวันนี้ จับตา ความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีน ที่แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ตั้งแต่วันนี้ถึง 14 ตุลาคม
-แรกๆ จะทำให้มีฝน และมีอากาศเย็นในตอนเช้า จากนั้น ฝนจะลดลง
-เหนือ-อีสาน-กรุงเทพมหานคร พรุ่งนี้ฝนจะลดลงชัดเจน
-ภาคกลาง-ตะวันออก รอวันมะรืน ฝนถึงลด
-ดังนั้น ชาวกาญจนบุรีและราชบุรี ขอให้ระวังฝนหนัก อีก 1-2 วัน
-ส่วนภาคใต้ ปลายสัปดาห์เตรียมรับมือฝนที่จะหนักเพิ่มขึ้น จากร่องมรสุมที่เลื่อนไปหา เน้นๆ อยู่ตอนบนของภาค นะครับ
-ปิดท้าย จุดเสี่ยงฝนเย็นนี้
-จากโมเดลพยากรณ์ฝนของกรมอุตุนิยมวิทยา
-กรุงเทพตะวันออกทั้งหมด ต่อเนื่องฝั่งธน ถนนบรมราชชนนี, พุทธมลฑล มีโอกาสเจอฝนเล็กน้อยได้
-วางแผนการเดินทางเผื่อเวลา ตั้งแต่ตอนนี้ไว้เลยนะครับ หากต้องไป หรือ กลับบ้าน ในบริเวณนี้

เรื่องเด่นเย็นนี้

http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=13822&year=2012&month=10
-วันนี้มาจับสัญญาณความแปรปรวนที่จะเกิดกับประเทศไทย นับจากนี้
-และแล้ว สัญญาณการนับถอยหลัง หรือ Countdown การสิ้นสุดหน้าฝนตามปฏิทินฤดูกาล ที่ทีวี360องศา นับมาอย่างต่อเนื่อง ก็กำลังแสดงผลที่ชัดเจนขึ้นแล้ว
-เพราะตอนนี้เหลืออีกเพียง 6 วัน หรือไม่ถึงสัปดาห์ หน้าฝนในภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคตะวันออกและกรุงเทพมหานคร ก็จะหมดลงในวันจันทร์หน้านี้แล้ว
-และขณะนี้ ความแปรปรวนกำลังมาเร็ว ทั้งที่ยังไม่หมดหน้าฝนดี

-ข้อมูลจากแผนที่อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ความกดอากาศสูง หรือมวลอากาศเย็นจากจีน ได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน อีกระลอกแล้ว
-แบบนี้ตอนมาแรกๆ จะทำให้มีฝน แล้วฝนจะลดลง ส่วนตอนเช้า จะสัมผัสได้ถึงความเย็นที่มีมากขึ้นทุกที
-อย่างกรุงเทพ เช้าพรุ่งนี้ อุณหภูมิต่ำสุด อาจลงถึง 24-25 องศา ส่วนเหนือ-อีสาน ต่ำสุด 21-22 -23 องศา เท่านั้น

-ศูนย์ภูมิอากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา บอกว่า ความกดอากาศสูงที่ลงมารอบนี้ จะทำให้มีอุณหภูมิลดลง 2-3 องศา ได้เลยทีเดียว
-นอกจากนี้ ยังทำให้ตอนบน มีฝนลดลงด้วย
-ส่วน ตอนเช้า คนทางภาคเหนือและอีสาน จะเจอกับหมอกปกคลุมได้

-ดูแล้ว ภาพคุ้นๆ กับลักษณะของหน้าหนาวมั้ยครับ
-แต่ช้าก่อน นี่ยังถือว่า เป็นแค่ความแปรปรวนของช่วงรอยต่อ ระหว่างหน้าฝนกับหน้าหนาวเท่านั้น
-เพราะการเปลี่ยนเป็นหน้าหนาว ต้องให้ลมมรสุม ซึ่งขณะนี้เป็นลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ เปลี่ยนทิศทางเป็น ตะวันออกเฉียงเหนือ เสียก่อน
-แล้วถ้าลมมรสุมเปลี่ยนทิศเมื่อไหร่ เมื่อนั้น ก็ชัดเจนเลยที่ ฝนในประเทศไทยตอนบนจะหมดไป และการเข้าสู่หน้าหนาวอย่างเป็นทางการจะเริ่มต้นขึ้น

-พูดถึงแต่ประเทศไทยตอนบน แล้วภาคใต้จะเป็นอย่างไร
-ก็ต้องขอบอกว่า ช่วงเวลาเข้าสู่หน้าฝนของภาคใต้ กำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว
-เพราะตอนนี้ ร่องมรสุม ร่องเดียวกันกับที่เคยทำให้กรุงเทพมีฝนตกหนัก น้ำท่วมขัง รถติดวินาศสันตโร ได้เลื่อนต่ำลงไปที่ภาคใต้เรื่อยๆ แล้วเช่นกัน
-ร่องไปไหน ฝนหนักๆ ไปตรงนั้นด้วย
-นี่เอง ปลายสัปดาห์ ตอนบนของภาคใต้ เตรียมเจอกับฝนที่หนักเพิ่มขึ้นด้วยนะครับ
-ส่วนถ้าลมมรสุมเปลี่ยนทิศทาง ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ จะไปกดให้ร่องมรสุม ลงไปพาดผ่านภาคใต้ตอนล่างบ้าง
-หน้าฝนภาคใต้อย่างเป็นทางการจะเริ่มขึ้น คาดว่า ประมาณเดือนหน้า ครับ

ข่าววันใหม่
-ทีวี360องศา วันนี้ มาดูความการเตรียมความพร้อมรับมือ ผลกระทบจากสึนามิที่อาจส่งผลมาถึงประเทศออสเตรเลีย
-สำนักงานธรรีวิทยาและการเตือนภัย ของ ออสเตรเลีย ได้จำลอง ภาพ สึนามิที่ระดับความรุนแรงสูงสุด โดยหากเกิด แผ่นดินไหวที่ระดับ 9.0 ริกเตอร์ในอินโดนีเซีย อาจทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรง ต่อ เกาะ คริสมาสต์ และ มลรัฐทางด้านชายฝั่งตะวันตกของ ออสเตรเลีย
และถ้าหากเกิดแผ่นดินไหว ขนาด เดียวกันที่ นิวซีแลนด์ อาจก่อให้เกิดลื่นยักษ์ ระดับการทำลายล้างสูง เข้า ปะทะ ชายฝั่งในเมือง ซิดนีย์ และ บริสเบน ถึงแม้ว่า ออสเตรเลีย มีที่ตั้งห่างจาก จุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวทั้งสอง แต่ ระบบจำลองแสดงให้เห็นว่าหากเกิดคลื่นใต้น้ำจากแผ่นดินไหว คลื่น จะเข้าถล่มชายฝั่งของออสเตรเลีย โดย ใช้เวลาเดินทาง 5 ชั่วโมง จากจุดศูนย์กลางของการไหว

-อย่างไรก็ตามนักวิทยาสาสตร์เชื่อว่า ตราบใดที่แผ่นดินไหวไม่ได้มีความรุนแรงมากนัก ออสเตรเลีย ก็ยังคงไม่ได้รับผลกระทบรุนแรง เพราะนอกจากระยะทางจากจุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวแล้ว การที่จะมีสึนามิยักษ์เข้าถล่มออสเตรเลีย ยังขึ้นอยู่กับ ลักษณะแผ่นดินไหวที่มีผลต่อ ทิศทางการเคลื่อนที่ของคลื่นอีกด้วย ซึ่งนักวิทยาศาสตร์มีการคาดการณ์ในระยะยาวว่าอาจเกิด สึนามิในระดับความรุนแรงนี้ ขึ้นในทุกๆ 30 ปี และระดับความถี่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยที่มานักธรณีวิทยาชี้ว่า แผ่นดินไหว ระดับ ความรุนแรง 9.0 ริกเกตอร์ ได้ เกิดขึ้น มาแล้วถึง 3 ครั้ง ใน 8 ปีที่ผ่านมา คลื่นที่เกิดจากแผ่นดินไหว นั้นมีพลังงานมหาศาล ต่างจากคลื่นลม คลื่นลม หนึ่งเมตร นั้น จะขึ้นที่ความสูงสูงสุด ในช่วงเวลา เพียง ไม่กี่วินาที คลื่นก็จะสลายตัวแต่ คลื่นซึนามินั้น สามารถ คงรูป ได้ถึง 10-15 นาที ซึ่งนั่น หมายถึง ปริมาณน้ำอันมหาศาล ที่มีความรุนแรงสูง สามารถเข้า ทำลายความเสียหายได้อย่างรวดเร็วศูนย์เตือนภัย ของ ออสเตรเลีย กล่าวว่า แบบจำลองนี้ ทำให้ประชาชน ตระหนักและเห็นภาพ ของความร้ายแรง จากสึนามิ และ สามารถ เตรียมตัวรับมือกับ เหตุการ์สึนามิที่อาจเกิดขึ้น โดยไม่คาดคิด
-กลับมาที่ประเทศไทย
-จากสภาพอากาศแปรปรวนขณะนี้ส่งผลให้นาข้าวในจังหวัดมหาสารคาม เกิดโรคเชื้อราระบาดในนาข้าวที่ตำบลดอนกลาง และตำบลเขวาไร่ อำเภอโกสุมพิสัย กว่า 300 ไร่
-นักวิชาการสำนักงานเกษตรจังหวัดมหาสารคาม พบเกษตรกรที่ปลูกข้าวไร่พันธุ์สกลนครเป็นโรคเมล็ดด่าง ซึ่งมีสาเหตุเกิดจากเชื้อรา พบการระบาดในระยะออกรวงใกล้เก็บเกี่ยวลักษณะเมล็ดลีบ ทั้งนี้โรคเมล็ดด่างเป็นโรคร้ายแรงโรคหนึ่งพบได้เป็นประจำทุกฤดู โดยเฉพาะเมื่อข้าวกำลังออกรวงแล้วเกิดฝนตก ความชื้นในนาค่อนข้างสูงและข้าวต้นเตี้ยที่ใช้ปุ๋ยสูง ลักษณะอาการเมล็ดลีบเป็นบางส่วน บนเมล็ดเต็มส่วนใหญ่จะมีแผลเป็นจุดสีน้ำตาล-ดำ บางส่วนก็มีลายสีน้ำตาล และบางพวกมีสีเทา หรือสีปนชมพู การเข้าทำลายของเชื้อรามักจะเกิดในช่วงที่ดอกข้าวผสมแล้วอยู่ในช่วงเป็นน้ำนมและกำลังจะสุก หลังจากนั้นประมาณเกือบเดือนที่ใกล้เก็บเกี่ยว อาการเมล็ดด่างจะปรากฏเด่นชัด โรคนี้สามารถแพร่กระจายไปกับลม และติดไปกับเมล็ด และอาจทำให้เชื้อราแพร่กระจายในยุ้งฉางได้
-นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร สำนักงานเกษตรจังหวัดมหาสารคาม ได้แนะนำวิธีการป้องกันและกำจัดโรคเมล็ดด่างว่า ให้เกษตรกรหลีกเลี่ยงการใช้เมล็ดพันธุ์จากแปลงที่ไม่เป็นโรค คลุกเมล็ดพันธุ์ด้วยสารป้องกันกำจัดเชื้อรา เช่น คาร์เบนดาซิม แมนโคเซบ ในอัตรา 3 กรัมต่อเมล็ดพันธุ์ 1 กิโลกรัม ในระยะที่ข้าวกำลังจะให้รวง หรือให้รวงเป็นเมล็ดแล้ว ถ้ามีฝนตกชุก ควรวางมาตรการป้องกันแต่ต้นมือ คือป้องกันตั้งแต่ตอนข้าวออกรวงเป็นเมล็ดแล้ว โดยใช้ยาเคมี อาทิเช่น โพลีอ๊อกซิน ซีสเทน ฮีโนซาน หรือเดลซีน ฉีดพ่นตามคำแนะนำของนัก

……………………………………………………………………………………………..

8 ตุลาคม 2555

เที่ยงวันทันเหตุการณ์
http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=13787&year=2012&month=10
วันนี้เราเกาะติด ประเด็น 2012 วันสิ้นโลก ประจำสัปดาห์กัน

จากวันนี้ เราจะเหลืออีก เพียง 1 สัปดาห์ ก็จะสิ้นสุดหน้าฝน ตามปฏิทินฤดูกาลแล้ว
ส่วนการเฝ้าติดตามประเด็นความตื่นกลัว 2012 วันสิ้นโลก ก็เหลือเวลาอีก 2 เดือนกว่า ก็จะถึงช่วงเวลาแห่งคำทำนาย
ซึ่งการเฝ้าติดตามของทีวี360องศา ก็ยังพบเห็นสัญญาณความเปลี่ยนแปลงโลกที่เป็นปกติ ในช่วงนี้เท่านั้น
อย่างเช่นเรื่องนี้ มีการค้นพบเพิ่มขึ้นว่า แผ่นดินไหวสุมาตราเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา อาจทำให้ธรณีวิทยาแถบนี้เปลี่ยนแปลง

-แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา เป็นแผ่นดินไหวขนาด 8.7 ริกเตอร์ ที่บริเวณหัวเกาะสุมาตรา
-จุดใกล้เคียงกับ จุดที่เกิดแผ่นดินไหวเมื่อธันวาคม 2547 แล้วตามมาด้วยสึนามิฝั่งอันดามัน

-ถ้าคุณผู้ชมจำกันได้ ความแรงของแผ่นดินไหว 11 เมษายน ได้ทำให้ที่ภูเก็ตเกิดแผ่นดินไหวขนาด 4 ริกเตอร์ ในอีก 5 วันต่อมาด้วย
-สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ค้นพบคือ แผ่นดินไหวเมื่อ 11 เมษายน อาจส่งสัญญาณให้ แนวแผ่นเปลือกโลก บริเวณนี้ แตกออกเป็น 2 ส่วนได้

จากภาพจำลองจุดเกิดแผ่นดินไหวที่หัวเกาะสุมาตรา 11 เมษายน 2555
บริเวณนี้ เป็นการชนกันของแผ่นเปลือกโลก อินโด-ออสเตรเลี่ยน และแผ่นยูเรเชี่ยน
นักวิทยาศาสตร์ ซึ่งตีพิมพ์งานวิจัยนี้ ในเนเจอร์เจอนัล บอกว่า แผ่นดินไหว 8.7 ริกเตอร์ ถือเป็นแผ่นดินไหวขนาดใหญ่

จึงอาจทำให้ แผ่นเปลือกโลก อินโด-ออสเตรเลี่ยน มีรอยแยกออกจากกันได้
แต่ไม่ใช่จะเกิดในตอนนี้ อาจต้องใช้เวลาเป็นล้านปี กว่าเราจะเห็นรอยแยกชัด
ประโยชน์ของการค้นพบ ก็คือ เมื่อรู้ว่า มีรอยแยกเพิ่มมากขึ้น ความเสี่ยงเรื่องแผ่นดินไหว และสึนามิ ที่จะทำร้ายคนในบริเวณนี้ ซึ่งรวมถึงไทยด้วย ก็จะมีเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

-มาดูความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญไทย นายบุรินทร์ เวชบันเทิง ผู้อำนวยการส่วนเฝ้าระวังและติดตามแผ่นดินไหวและสึนามิ กรมอุตุนิยมวิทยา บอกว่า
ยังไม่อาจทราบได้ชัดเจน ว่า แผ่นดินไหว 11 เมษายน จะทำให้แผ่นเปลือกโลก แยกออกจากกันหรือไม่
เพราะจุดเกิดเหตุอยู่ในทะเล เรามองไม่เห็น
ที่แน่ๆ คือ แผ่นดินไหว 11 เมษายน ทำให้โอกาสเสี่ยงแผ่นดินไหวขนาดกลาง 3-4 ริกเตอร์ ในภาคใต้ของไทยมีสูงขึ้น
แต่ความแรงของแผ่นดินไหว 11 เมษายน ก็ยังไม่มากพอ ที่จะไปทำให้รอยเลื่อนในพม่า หรือ ภาคเหนือของไทย ซึ่งอยู่ไกลออกไป จะมีความเสี่ยงมากขึ้นได้

เรื่องเด่นเย็นนี้

http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=13790&year=2012&month=10
ทีวี360องศา สด..รายงานสถานการณ์ฟ้าฝน ที่เหลือ จากหย่อมความกดอากาศต่ำ ที่สลายตัวมาจากพายุแกมี
ก่อนอื่น ดูกันล่าสุด การนับถอยหลัง หรือ countdown การสิ้นสุดหน้าฝนตามปฏิทินฤดูกาล ของทีวี360องศา วันนี้ เราเหลืออีกเพียง 1 สัปดาห์ จะสิ้นสุดหน้าฝน ในบริเวณประเทศไทยตอนบนแล้ว
- ตอนนี้พายุโซนร้อนแกมี ได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลัง
ดูจากภาพ เหลือเพียงกลุ่มเมฆหนา บริเวณ ภาคใต้ตอนบน และอ่าวไทยตอนบน
ทำให้เกิดฝนตกที่ กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์
ขณะนี้กลุ่มฝนก็กำลังหนาแน่นมาก แถวประจวบคีรีขันธ์ ปราณบุรี ชะอำ
การเดินทางบนเส้นเพชรเกษม ทั้งขาขึ้น ขาล่อง ขอให้ใช้ความระมัดระวังอย่างสูง เพราะฝนกำลังตกหนัก และอาจจะตกได้ทั้งคืน
เป้าหมายต่อไป คาดว่า กลุ่มเมฆฝนจากหย่อมความกดอากาศต่ำ ที่สลายตัวมาจากพายุแกมี จะเคลื่อนลงทะเลอันดามัน บริเวณอ่าวมะตะบัน ประเทศพม่า

คำถามที่เกิดขึ้นมาก คือ ทำไมพายุแกมี ถึงไม่ทำให้เกิดความรุนแรงเหมือนที่หลายฝ่ายออกมาเตือนก่อนหน้านี้
คำตอบคือ เป็นธรรมชาติ ที่เมื่อพายุเดินทางเข้ามาบนแผ่นดิน
จะโดนตัดกำลัง จากการที่ไม่มีไอน้ำมาหล่อเลี้ยง เปรียบเทียบกับเมื่อตอนอยู่ในทะเล พายุจะอ้วนขึ้นและแรงขึ้นเรื่อยๆ ได้มากกว่า
นอกจากนี้ บนแผ่นดิน ยังมีภูมิประเทศที่เป็นสิ่งกีดขวาง เช่น ภูเขา และตึกรามบ้านช่อง
แกมี จึงอ่อนกำลังลง และสลายตัวเร็ว ก่อนเข้าไทย
นอกจากนี้ ระบบอากาศใหญ่ ยังมีอีกตัวแปรหนึ่งคือ ความกดอากาศสูง หรือมวลอากาศเย็นจากจีน ซึ่งเป็นอากาศแห้ง ได้เข้ามามีบทบาทในการสกัดไม่ให้พายุมีกำลังแรงต่อไปด้วย
ดังนั้น ฝนจากแกมี จะทำให้ภาคกลาง และกรุงเทพ มีฝนต่อไปอีก 1-2 วัน
โดยเป็นฝน ธรรมดา ไม่ตกทั้งวัน และไม่มีลมกระโชก
- นายสมิทธ ธรรมสโรช อดีตอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา บอกว่า ที่มีนักวิชาการบอกว่า พายุแกมีจะแรงขึ้น เมื่อลงอ่าวไทย นั้นเป็นไปได้ยากมาก เนื่องจากอ่าวไทยเป็นทะเลปิด และแคบ ไม่มีพลังงานมากพอที่จะไปเลี้ยงพายุ

ส่วนการตรวจสอบภาพฝนจากเรด้าร์ตรวจอากาศล่าสุด
ตอนนี้ อิทธิพลของหย่อมความกดอากาศต่ำจากพายุแกมี ก็ยังจะทำให้กรุงเทพ มีฝนตกหนักในบางพื้นที่ได้
เรด้าร์ตรวจฝนพบว่า ขณะนี้มีกลุ่มเมฆฝน ที่เดินทางมาจาก อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ กำลังจะเข้ามาในกรุงเทพมหานคร

ดังนั้น คลองเตย พระโขนง บางนา ประเวศ สวนหลวง จะเป็นด่านแรกที่ฝนจากสมุทรปราการจะเข้าปะทะ
จากนั้น ในแนวกรุงเทพตะวันออก ถึงกรุงเทพเหนือ เตรียมเจอฝนเป็นคิวต่อไป
ขอให้ คุณผู้ชมที่อยู่ทางโซนกรุงเทพตอนเหนือ รวมถึงทางฝั่งธน รีบกลับบ้านในช่วงนี้ จะดี เพราะหลังจากนี้ อาจเจอฝนตกหนัก รถติดได้

-จับตา ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป ช่วงเวลาฝนน้อยในบริเวณประเทศไทยตอนบน มาถึงแล้ว
-นั่นคือ ความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากจีน จะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ในวันพรุ่งนี้
-ทำให้จะมีฝนฟ้าคะนองในระยะแรก จากนั้นอากาศจะเย็นลง โดยมีอากาศเย็นในตอนเช้า
-ส่วนร่องมรสุมจะเลื่อนลงไปพาดผ่านภาคใต้แล้ว
แบบนี้ ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคตะวันออก และกรุงเทพมหานคร จะมีฝนลดลง
ส่วนภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้น ขอให้พี่น้องทางภาคใต้ เตรียมตัวเข้าสู่หน้าฝนของภาคใต้ ได้แล้วนะครับ

ข่าววันใหม่
-ทีวี360องศา วันนี้ มาดูความเคลื่อนไหว การรายงานผลกระทบจากภาวะโลกร้อน ที่ทำให้น้ำทะเลในเขตขั้วโลกเหนือ มีอุณหภูมิที่สูงขึ้น
-จะไปทำให้ ยุโรปตอนเหนือ มีฝนตกมากกว่าปกติ
-นักวิทยาศาสตร์ จากมหาวิทยาลัย รีดดิ้ง แห่งสหราชอาณาจักร วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลง อุณหภูมิน้ำทะเล ในมหาสมุทรแอตแลนติก พบว่า
-ช่วงที่น้ำทะเลมีอุณหภูมิสูงขึ้น มักจะเกิดฝนตกอย่างผิดปกติ ในช่วงหน้าร้อน บริเวณยุโรปตอนเหนือ และตอนกลาง
-ขณะที่ ยุโรปตอนใต้ ฝนกลับตกน้อยกว่าปกติ
-สาเหตุที่ทำให้อุณหภูมิน้ำทะเลในแอตแลนติกเพิ่มขึ้น เพราะการละลายของน้ำแข็งที่ขั้วโลกเหนือ
-เมื่อน้ำแข็งละลาย แสงอาทิตย์จึงสามารถส่องผ่านไปถึงน้ำทะเล
-น้ำทะเล จึงร้อนขึ้น และมีการระเหยน้ำ ขึ้นสู่บรรยากาศ
-ทำให้มีอิทธิพลโดยตรงต่อ กระแสลม ทำให้มีการเคลื่อนที่ และมีความแปรปรวนมากขึ้น
-อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถตอบได้ว่า ช่วง น้ำทะเลอุ่น นี้จะยาวนานเท่าไร จนกว่าจะปรับตัวเข้าสู่ช่วงเย็นตัวอีกครั้ง
-ขณะที่ ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ก็มีผลต่อความร้อนของน้ำทะเลด้วย

-กลับมาที่ประเทศไทย
-ในขณะที่ช่วงที่ผ่านมา หลายพื้นที่ในภาคตะวันออก ภาคกลาง ใจจดจ่อกับพายุแกมี
-แต่ทางเหนือ ความหนาวเย็นเข้ามาทักทายเรื่อยๆ แล้ว
-สถานีอุตุนิยมวิทยาจังหวัดเชียงราย รายงานว่า ความกดอากาศสูง หรือมวลอากาศเย็น จากจีน ได้แผ่ลงมาปกคลุม พื้นที่ภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง
-เช้าวานนี้ ที่ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย อุณหภูมิต่ำสุดวัดได้ 21.9 องศาเซลเซียส
-และคาดว่า จะมีแนวโน้มลดต่ำลงอีก โดยสังเกตได้จาก มีลมหนาวพัดแรงตลอดทั้งวัน ซึ่งถือว่าเป็นลมหนาวแรกของปีทีเดียว

-สำหรับปีที่แล้ว เชียงราย มีอากาศหนาวเย็นที่สุดในเดือนธันวาคม ต่ำสุดวัดได้ 10.6 องศาเซลเเซียส
-จากหนาว มาดูเรื่องแล้ง
-นายปรีชา เรืองจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์น้ำใน อ.พรหมพิราม ได้กลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว
-ส่วนน้ำที่ อ.บางระกำ จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ ในช่วงปลายเดือนนี้
-อย่างไรก็ตาม ชาวอำเภอพรหมพิราม จำนวนมาก อยากให้ภาครัฐ อย่าพร่องน้ำจนหมด
-เพราะกลัวจะไม่มีน้ำทำนาในฤดูกาลนี้
-อีกทั้งหวั่นหน้าแล้ง จะไม่มีน้ำใช้ ทั้งการเกษตร และอุปโภคบริโภค
-ทางจังหวัด ก็รับไว้จะหามาตรการแก้ไข

………………………………………………………………………………………………

5 ตุลาคม 2555

เที่ยงวันทันเหตุการณ์
ยังคง เกาะติดการรายงาน พายุโซนร้อนแกมี
สำหรับการนับถอยหลังการสิ้นสุดฤดูฝนในบริเวณประเทศไทยตอนบน ตามปฏิทินฤดูกาล ที่ทีวี360องศา นับมาอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้ เหลือเวลา 10 วัน เราจะสิ้นหน้าฝน แล้วนะครับ

-ส่วนการติดตามพายุแกมี วันนี้ยังคงอยู่ในทะเลจีนใต้ เข้าใกล้แผ่นดินมาเรื่อยๆ
ยังคงน่าจับตาตั้งแต่พรุ่งนี้ ที่คาดว่า พายุจะเริ่มขึ้นฝั่งประเทศเวียดนาม และจะเข้ามาในไทย ตั้งแต่วันมะรืนนี้
บริเวณที่จะได้รับผลกระทบ และต้องเตือนภัยที่จะเจอฝนตกหนักถึงหนักมาก และมีลมแรง คือ เหนือตอนล่าง อีสาน ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร ภาคตะวันออก และใต้ตอนบน
โดยที่อีสานและภาคตะวันออก จะเป็นคิวที่โดนผลกระทบจากพายุก่อน
ย้ำ คลื่นในอันดามันและอ่าวไทยตอนบน จะสูง 2-3 เมตร
เรือเล็กงดออกจากฝั่ง ตั้งแต่วันนี้
เขื่อนภูมิพล มีปริมาณน้ำอยู่ 8,079 ล้านลูกบาศก์เมตร 60 % ของความจุอ่าง
เขื่อนสิริกิติ์ มีปริมาณน้ำอยู่ 6,367 ล้านลูกบาศก์เมตร 67 % ของความจุอ่าง
เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน มีปริมาณน้ำอยู่ 657ล้านลูกบาศก์เมตร 70 % ของความจุอ่าง
จะเห็นได้ว่า เขื่อนใหญ่ 3 เขื่อนทางเหนือยังรับน้ำได้อีกมาก
จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องระบายน้ำออก หากยังมีน้ำเข้าเขื่อนอีก

- นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน บอกว่า
เขื่อนที่ได้จะต้องรับน้ำฝนจากพายุโซนร้อนแกมี
คือเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และเขื่อนขุนด่านปราการชล
แต่ขณะนี้ทั้ง 2 เขื่อน กำลังเร่งระบายน้ำ เพื่อรองรับน้ำฝนจากพายุโซนร้อนแกมี
เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาน้ำล้นเขื่อน หรือเกิดการระบายน้ำออกมากกว่าปกติ ช่วงที่พายุโซนร้อนแกมีเข้าไทย
สำหรับเขื่อนป่าสักชลสิทธ์ มีปริมาณน้ำอยู่ 651 ล้านลูกบาศก์เมตร 83 % ของความจุอ่าง ปริมาณระบายน้ำอยู่ 8.66 ล้านลูกบาศก์เมตร
เขื่อนขุนด่านปราการชล มีปริมาณน้ำอยู่ 169 ล้านลูกบาศก์เมตร 75 % ของความจุอ่าง
ปริมาณระบายน้ำอยู่ 0.25 ล้านลูกบาศก์เมตร
จะเห็นได้ว่า มีพื้นที่ไม่มากนักที่จะรับน้ำได้อีก หากมีฝนตกลงมาบริเวณเขื่อน

- ดร.สมิทธ ธรรมสโรช บอกว่า น้ำจะท่วมกรุงเทพฯ หรือไม่ ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการน้ำและการพร่องน้ำของกทม. และกทม. ควรที่จะดำเนินการไม่ให้มีสิ่งปฏิกูลขวางท่อระบายน้ำ ถ้าบริหารน้ำดี ก็จะท่วมขังไม่นาน
- โอกาสที่น้ำจะท่วมกรุงเทพก็มีมาก เพราะฝนที่ตกลงมาอาจมีปริมาณถึง 100 มิลลิเมตรขึ้นไป

การรับมือฝนตกหนักจากพายุเกมี
1. ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว ลดการจราจรติดขัด
2. ตรวจสอบท่อระบายน้ำ อย่าให้มีของอุดตัน
3. พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม เตรียมกระสอบทราย ยกของขึ้นที่สูง
4. เขื่อนใหญ่ ไม่ควรระบายน้ำ ควรเก็บน้ำไว้ใช้หน้าแล้ง

- กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประกาศเตือนพื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนักจากพายุ “เกมี” 6-7 ต.ค. 55 ใน 30 จังหวัด
- ภาคอีสาน ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ อุบลราชธานี
อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ ยโสธร นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์
- ภาคกลาง สุพรรณบุรี กาญจนบุรี นครปฐม ราชบุรี
- ภาคตะวันออก ปราจีนบุรี สระแก้ว นครนายก ฉะเชิงเทรา จันทบุรี ชลบุรี ระยอง ตราด
- ภาคใต้ ภูเก็ต พังงา กระบี่ ตรัง ระนอง สตูล

เรื่องเด่นเย็นนี้
-วันศุกร์สุดสัปดาห์ ติดตามการคาดการณ์อากาศสัปดาห์หน้า
-ช่วงเวลานับถอยหลังการสิ้นสุดหน้าฝนของทีวี360องศาในขณะนี้ คือ เหลืออีก 10 วัน เราจะสิ้นสุดฤดูฝน ตามปฏิทินฤดูกาล
- ส่วนสัปดาห์หน้า หลังพายุแกมี เคลื่อนตัวเข้ามาในประเทศไทย ช่วงวันอาทิตย์นี้
ลักษณะอากาศจะเป็นอย่างไร มาดูกันครับ
-เริ่มจากภาคเหนือ จะมีฝนฟ้าคะนองกระจาย 60-80% ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากทางตอนล่างของภาคเหนือ
-อีสาน มีฝนฟ้าคะนอง 70-90 % ของพื้นที่ กับมีลมแรง
บางที่มีฝนตกหนักถึงหนักมาก ส่วนมากบริเวณตอนล่างของภาค
-ภาคกลาง ฝนหนัก 70-90 % ของพื้นที่ กับมีลมแรง และจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ด้วย โดยฝนเน้นๆ จะเริ่มตั้งแต่วันพรุ่งนี้

-แน่นอน ชะตากรรมนี้ กรุงเทพ และภาคตะวันออก ก็หนีไม่พ้น ฝน 70-90 % ของพื้นที่เช่นกัน ทั้ง 2 พื้นที่
-ย้ำว่า อิทธิพลของพายุแกมี จะเริ่มมีกับประเทศไทย ในภาคอีสาน และภาคตะวันออกก่อน ตั้งแต่วันนี้
-บริเวณแนวเส้นทางพายุ ซึ่งประกอบด้วยอีสานใต้ ตั้งแต่อุบลราชธานีเรื่อยไปในแนวนี้ จนถึงภาคกลาง จะเป็นโซนที่โดนฝนหนัก
-ภาคกลางแถว ลพบุรี ชัยนาท นครสวรรค์ เตรียมรับมือฝนหนัก ในวันจันทร์หน้าเลยครับ
-มาดูภาคใต้กันบ้าง
ฝั่งอ่าวไทย ฝนจะหนัก60-80 % ของพื้นที่ ส่วนมากในตอนบน เหนือนครศรีธรรมราช ขึ้นไป
ฝั่งอันดามันทั้งแถบ ฝนหนัก 70-90 % ของพื้นที่ จากลมมรสุมที่แรงขึ้นด้วย
สำหรับคลื่น อันดามันและอ่าวไทยตอนบน สูง 2-3 เมตร
เรือเล็กงดออกจากฝั่ง จนกว่าพายุจะผ่านไป

-สำหรับพยากรณ์ 360 องศา
-นอกจากเสาร์อาทิตย์จะต้องเตรียมการรับมือฝนหนักแล้ว
-เช้าวันจันทร์ ขอให้ทุกท่านเตรียมตัวออกจากบ้านไปเรียน ไปทำงานให้เร็วขึ้น เพราะพายุกำลังมีอิทธิพลเกือบทั่วประเทศ
-และก็ขอให้วางแผนการเดินทาง หรือทบทวนการนัดหมาย ตลอดทั่งวันจันทร์หน้าด้วย
-และขอให้ลดใช้รถยนต์ส่วนตัวในวันจันทร์หน้า อาจจะช่วยลดการติดขัด จากฝนตกหนักและน้ำท่วมขัง
-สุดท้าย สำคัญมาก ให้ช่วยกันดูแลท่อระบายหน้าบ้าน อย่าให้มีอะไรอุดตัน จะช่วยลดการมีน้ำท่วมขังได้ครับ
-สุดท้าย กับการเตือนภัย
-นับจากนี้ ขอให้คุณผู้ชมในภาคเหนือตอนล่าง อีสาน ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร ภาคตะวันออก ภาคใต้ตอนบน ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนัก จนกว่าพายุจะผ่านพ้นประเทศไทยไป

-ซึ่ง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ประกาศให้ 30 จังหวัด ในภาคอีสาน กลาง ตะวันออก และใต้ฝั่งอันดามัน ระวังอันตรายจากพายุ ฝนตกหนัก ด้วย
-ย้ำนะครับ ในการติดตามข้อมูลข่าวสารพายุ ไม่ต้องตื่นกลัว ขอให้ติดตามไว้ เพื่อจะได้รับมือได้อย่างปลอดภัยครับ

ข่าววันใหม่

-ทีวี360องศา วันนี้ มาดูความเคลื่อนไหว ผลกระทบจากภาวะโลกร้อน ที่ทำให้สมดุลของบรรยากาศโลก เกิดความเปลี่ยนแปลง
-ศูนย์เฝ้าระวังบรรยากาศโลก หรือ GAW สังกัด องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก หรือ WMO รายงานว่า
-อุณหภูมิของโลกที่เพิ่มสูงขึ้น ได้ทำให้การรับและแผ่รังสีความร้อนจากดวงอาทิตย์ ของชั้นบรรยากาศโลก ผิดไปจากปกติ
-ผลจากความไม่สมดุลนี้ ทำให้บางจุดบนโลก มีความร้อนที่สูงขึ้น ขณะที่บางที่อาจจะเย็นลง
-โดยสาเหตุมาจากภาวะโลกร้อน ที่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะคาร์บอนไดออกไซด์ และไนตรัสออกไซด์
-แม้ว่าเมื่อพันๆ ปีก่อน ก๊าซเรือนกระจกจะมีส่วนสร้างความสมดุล ของชั้นบรรยากาศเพื่อเป็นกราะป้องกันโลกก็ตาม
-ก่อนหน้านี้ ทีมนักวิทยาศาสตร์ในสหรัฐอเมริกา ได้พบว่า บริเวณเขตร้อนของโลก ได้ขยายเพิ่มขึ้น 2-4.8 องศา เมื่อเทียบกับปี 2522
-บริเวณที่เขตร้อนขยายออกไป ก็จะได้รับผลกระทบจากความแห้งแล้ง ที่ติดตามไปด้วย

-กลับมาที่ประเทศไทย
-มาดูพลังอนุรักษ์ของ ชาวเมืองปาน จังหวัดลำปาง
-ในการคืนผืนป่าแก่แผ่นดิน
-ชาวบ้านเมืองปาน อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง ร่วมปลูกป่ากว่า 500 ไร่ตามโครงการคืนน้ำให้ลำห้วยและคืนต้นกล้วยให้กับผืนป่า
-ในพื้นที่ที่ถูกนายทุนบุกรุก แผ้วถางเพื่อทำการเกษตร
-จากการร่วมกันอนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่ป่าร่วมกัน ทำให้ปัจจุบัน
-ผืนป่ากลับมาอุดมสมบูรณ์ มีน้ำไหลตามลำห้วยตลอดทั้งปี และมีสัตว์ป่ากลับมาอยู่อาศัยดังเดิม
-ที่สำคัญชาวบ้านได้พื้นทีทำกินกลับคืนมาด้วย
-พร้อมกันนี้ยังร่วมกันสร้างฝายชะลอน้ำ คืนความชุ่มชื้นให้กับผืนป่า ลดการเกิดไฟไหม้ป่า
-ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่มีพระชนมายุครบ7รอบ 84 พรรษา และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่มีพระชนมายุ 80 พรรษาอีกด้วย

……………………………………………………………………………………………..

4 ตุลาคม 2555

เที่ยงวันทันเหตุการณ์
-วันนี้มาตรวจสอบพิบัติภัยในมุมต่างๆ ของโลกกันบ้าง

ก่อนที่จะไปที่พิบัติภัยต่างๆ ดูล่าสุด การนับถอยหลังการสิ้นสุดหน้าฝน บริเวณประเทศไทยตอนบน ตามปฏิทินฤดูกาลของทีวี360องศา วันนี้ พบว่าเหลืออีก 11 วัน เราจะหมดหน้าฝนกันแล้ว

สำหรับภาพใหญ่ของโลกตอนนี้ จากเวปไซด์ Wunderground.com
สีแดงๆ หมายถึงอุณหภูมิน้ำทะเล ในแถบตอนกลางของมหาสมุทรอินเดีย แปซิฟิก และแอตแลนติก กำลังร้อนอยู่ในช่วง 30 องศาเซลเซียส
และก็มีพายุก่อตัวอยู่พร้อมกัน 4 ลูก

2 ลูก อยู่ในภูมิภาคบ้านเรา คือ พายุโซนร้อน แกมี และ มัลลิกซี่
ส่วนอีก 2 ลูกอยู่ในแอตแลนติก คือ พายุโซนร้อนนาดีน และอีกลูกยังเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ รหัส 96 L

-ภาพรวมพิบัติภัย แยกตามภูมิภาค มาดูที่แรก ที่เอเชีย
-จากการที่โซนนี้ มีพายุก่อตัวถึง 2 ลูก บริเวณเวียดนาม ลาว ไทย จึงน่าเป็นห่วง จากการโจมตีของพายุโซนร้อนแกมี
-ส่วนตามชายฝั่งญี่ปุ่น ก็ต้องเตรียมเฝ้าระวัง การโจมตีของโซนร้อนมัลลิซี่

-การภัยเตือนน้ำท่วม จึงมีใน เวียดนาม และไทย
-ส่วนพื้นที่น้ำท่วมเดิม ในอินเดีย บังคลาเทศ และปากีสถาน ยังมีอยู่
- สัปดาห์นี้ อินโดนีเซียมีเตือนภัยภูเขาไฟ ลดลงเหลือ 3 ลูก

โซนยุโรป เป็นอีกสัปดาห์ที่สงบ
ที่เตือนน้ำท่วมบ้าง ที่อังกฤษ และสเปน
ส่วนตอนกลางของแอฟริกา ยังมีเตือนน้ำท่วม

โซนอเมริกา ความร้อนแล้งยังไม่คลี่คลาย
-แม้ทางตะวันออกเฉียงเหนือ จะมีเรื่องของความหนาวเย็นเข้ามาแล้ว
ทางตะวันตกของแคนาดา และสหรัฐอเมริกา ยังเตือนไฟป่า
ภัยแล้ง ยังเตือนอยู่ใน ตอนกลางของสหรัฐฯ และเม็กซิโก
การจับตาการปะทุตัวของภูเขาไฟฟูโก้ ในกัวเตมาลา ยังไม่ลดระดับการเตือนภัย

-สุดท้าย ภูมิภาคออสเตรเลีย
มีการเตือนน้ำท่วมทางตะวันออกของรัฐวิคตอเรีย
นอกจากนี้ ทางตะวันตกของประเทศ หรือทางตอนใต้ของเพิร์ธ มีเตือนลมกระโชกแรง ด้วย

-สำหรับการเฝ้าติดตามการเคลื่อนตัวของพายุโซนร้อนแกมี ในช่วงวัน-2วันนี้
-พายุจะยังอยู่ในทะเลจีนใต้ตอนกลาง
-เช้าวันเสาร์ที่ 6 ตุลาคม จะเข้ามาใกล้ชายฝั่งเวียดนาม เป้าหมาย ฮอยอัน, ดานัง, เว้
-เช้าวันอาทิตย์ที่ 7 ตุลาคม พายุจะอยู่ที่ ลาวตอนใต้
-เช้าวันจันทร์ที่ 8 ตุลาคม พายุจะอยู่ที่ภาคกลาง ตรงตำแหน่ง ลพบุรี ชัยนาท นครสวรรค์ และจะมีความรุนแรง ระดับดีเปรสชั่น

สำหรับการเตือนภัย
จากการที่พายุแกมีจะเคลื่อนผ่านประเทศไทย ขอให้คุณผู้ชมในภาคเหนือตอนล่าง อีสาน กลาง กรุงเทพมหานคร ภาคตะวันออก และใต้ตอนบน ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนัก
ความแปรปรวนจะเริ่มตั้งแต่พรุ่งนี้ โดยที่ อีสานและภาคตะวันออกเจอก่อน
เรือเล็กพรุ่งนี้เป็นต้นไป งดออกจากฝั่งก่อนนะครับ

เรื่องเด่นเย็นนี้
วันนี้ ทีวี360องศา ตรวจสอบการรับมือพายุแกมี ที่จะเข้าถล่มไทย ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

การนับถอยหลังการสิ้นสุดฤดูฝนในบริเวณประเทศไทยตอนบน ตามปฏิทินฤดูกาล ที่ทีวี360องศา นับมาอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้ เหลืออีก 11 วัน แล้วนะครับ
สำหรับ พายุโซนร้อนเกมี ยังคงอยู่ในทะเลจีนใต้ตอนกลาง

แนวโน้มกำลังเข้ามาตามเส้นทาง การพยากรณ์เส้นทางพายุ ของสำนักพยากรณ์ในหลายๆประเทศ ที่เฝ้าจับตาพายุลูกนี้
นั่นคือ การมุ่งหน้าเข้าหาเวียดนามตอนกลาง ลาวตอนใต้ และไทย
ช่วงที่น่าจับตา จะเริ่มตั้งแต่การขึ้นฝั่งเวียดนาม แถวๆ ฮอยอัน ดานัง และเว้ เพราะนั่นหมายถึงความเสียหายจากพายุบนแผ่นดินจะเริ่มขึ้น
ตามแผนที่การคาดการณ์เส้นทางพายุของศูนย์เตือนภัยไต้ฝุ่นร่วม ของญี่ปุ่น ระบุว่า จะเป็นช่วงเช้าวันเสาร์

จากนั้นเช้าวันอาทิตย์ที่ 7 ตุลาคม จะอ่อนกำลังลงเป็นดีเปรสชั่น ที่ลาวตอนใต้
ส่วนของไทยจับตาพรุ่งนี้ อิทธิพลพายุจะเริ่มส่งผลกระทบกับฟ้าฝนในบ้านเรา
และคาดว่า เส้นทางพายุจะอยู่ในแนวอีสานใต้ ไล่ตั้งแต่อุบลราชธานี เรื่อยมาภาคกลาง เช้าวันจันทร์ที่ 8 ตุลาคม จะอยู่แถวลพบุรี ชัยนาท นครสวรรค์
ซึ่งตามแผนที่การคาดการณ์ผลกระทบนี้ พื้นที่ 90% ของไทย จะได้รับผลกระทบหมด มีใต้ตอนล่างเท่านั้น ที่ไม่ได้รับผลกระทบ

-สำหรับการรับมือของกรุงเทพมหานคร
-นายวัลลภ สุวรรณดี รองผู้ว่า กทม บอกว่า
-จะมีการพร่องน้ำในคลองสายหลักให้มากที่สุด โดยเฉพาะฝั่งตะวันออก เช่น คลองแสนแสบ คลองลาดพร้าว และ คลองประเวศ
-นอกจากนี้ เตรียมใช้เครื่องสูบน้ำ 1,000เครื่อง
-อุโมงค์ยักษ์ 7 แห่ง ไว้เพื่อเร่งระบายน้ำด้วย
-แม้พายุแกมีกำลังจะเข้าไทย แต่ภารกิจติดตามการบริหารจัดการน้ำเขื่อนภูมิพล ของทีวี360องศา ก็ยังดำเนินต่อไป

ข่าววันใหม่
วันนี้ ทีวี360องศา ตรวจสอบการรับมือพายุแกมี ที่จะเข้าถล่มไทย ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

การนับถอยหลังการสิ้นสุดฤดูฝนในบริเวณประเทศไทยตอนบน ตามปฏิทินฤดูกาล ที่ทีวี360องศา นับมาอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้ เหลืออีก 11 วัน แล้วนะครับ
สำหรับ พายุโซนร้อนเกมี ยังคงอยู่ในทะเลจีนใต้ตอนกลาง

แนวโน้มกำลังเข้ามาตามเส้นทาง การพยากรณ์เส้นทางพายุ ของสำนักพยากรณ์ในหลายๆประเทศ ที่เฝ้าจับตาพายุลูกนี้
นั่นคือ การมุ่งหน้าเข้าหาเวียดนามตอนกลาง ลาวตอนใต้ และไทย
ช่วงที่น่าจับตา จะเริ่มตั้งแต่การขึ้นฝั่งเวียดนาม แถวๆ ฮอยอัน ดานัง และเว้ เพราะนั่นหมายถึงความเสียหายจากพายุบนแผ่นดินจะเริ่มขึ้น
ตามแผนที่การคาดการณ์เส้นทางพายุของศูนย์เตือนภัยไต้ฝุ่นร่วม ของญี่ปุ่น ระบุว่า จะเป็นช่วงเช้าวันเสาร์

จากนั้นเช้าวันอาทิตย์ที่ 7 ตุลาคม จะอ่อนกำลังลงเป็นดีเปรสชั่น ที่ลาวตอนใต้
ส่วนของไทยจับตาพรุ่งนี้ อิทธิพลพายุจะเริ่มส่งผลกระทบกับฟ้าฝนในบ้านเรา
และคาดว่า เส้นทางพายุจะอยู่ในแนวอีสานใต้ ไล่ตั้งแต่อุบลราชธานี เรื่อยมาภาคกลาง เช้าวันจันทร์ที่ 8 ตุลาคม จะอยู่แถวลพบุรี ชัยนาท นครสวรรค์
ซึ่งตามแผนที่การคาดการณ์ผลกระทบนี้ พื้นที่90% ของไทย จะได้รับผลกระทบหมด มีใต้ตอนล่างเท่านั้น ที่ไม่ได้รับผลกระทบ

-สำหรับการรับมือของกรุงเทพมหานคร
-นายวัลลภ สุวรรณดี รองผู้ว่า กทม บอกว่า
-จะมีการพร่องน้ำในคลองสายหลักให้มากที่สุด โดยเฉพาะฝั่งตะวันออก เช่น คลองแสนแสบ คลองลาดพร้าว และ คลองประเวศ
-นอกจากนี้ เตรียมใช้เครื่องสูบน้ำ 1 พันเครื่อง
-อุโมงค์ยักษ์ 7 แห่ง ไว้เพื่อเร่งระบายน้ำด้วย
-แม้พายุแกมีกำลังจะเข้าไทย แต่ภารกิจติดตามการบริหารจัดการน้ำเขื่อนภูมิพล ของทีวี360องศา ก็ยังดำเนินต่อไป
-วันนี้ได้ปล่อยขบวนแฟนข่าวแล้ว
-ติดตามใน ทีวี360องศา เปิดโลกไฟฟ้าคู่ชุมชน
-นักวิทยาศาสตร์ จากมหาวิทยาลัย แคลิฟอร์เนีย พบ ความผิดปกติของวัฏจักรน้ำจืดบนโลก ว่ากำลังเป็นสัญญาณบ่งบอก ความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศโลก ว่าโลกของเราร้อนขึ้น
-เช่น ความแห้งแล้งรุนแรง ในเขตมิดเวสต์ของอเมริกา และออสเตรเลีย หรือการเกิดน้ำท่วมใน ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นต้น
-นักวิทยาศาสตร์บอกว่า โลกที่ร้อนขึ้น ทำให้เกิดความผิดปกติของสภาพภูมิอากาศ แบบสุดขั้ว ซึ่งรวมถึงการเดินทางของน้ำด้วย
-เพราะตอนนี้พบว่า ปริมาณน้ำ ใน บริเวณขั้วโลก เหนือและใต้ เพิ่มขึ้นมาก อย่างผิดปกติ
-นักวิทยาศาสตร์ ใช้ข้อมูลดาวเทียม จาก นาซ่า และ ของเยอมนี
-พบว่า แรงดึงดูด บนโลก มีความแตกต่างกัน
-โดยการเคลื่อนที่ของมวลน้ำจำนวนมหาศาล เป็นตัวแปรหนึ่งที่มีผลต่อ แรงดึงดูดโลก ซึ่งบริเวณที่แห้งแล้ง มีแรงดึงดูดที่ลดลง
จึงแสดงให้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงของวัฏจักรน้ำบนโลก มีความรุนแรงมากขึ้น จนดาวเทียมจับความเปลี่ยนแปลงของแรงดึงดูดได้
และ ถ้าเราไม่หยุดปล่อยก๊าซเรือนกระจก โลกก็จะร้อนขึ้น วัฏจักรน้ำก็จะโดนรบกวนมากขึ้น และอาจเกิดปัญหา แย่งชิงน้ำขึ้นได้ทั่วโลก

กลับมาที่ประเทศไทย
มาดูความพยายามแก้ปัญหาขยะ ในขณะนี้กัน
กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ได้ทำโครงการ “ชุมชนปลอดขยะ Zero Waste เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 80 ชุมชน”
ให้ชุมชนทั่วประเทศเกือบ 80,000 ชุมชน จัดการขยะมูลฝอยแบบครบวงจร โดยวิธี ลดขยะตั้งแต่ต้นทาง, การนำขยะกลับมาใช้ใหม่, การจัดการขยะกลางทาง โดยการจัดเก็บขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และการจัดการปลายทาง ด้วยการกำจัดที่ถูกวิธี
-ซึ่งปีนี้มีชุมชนส่งผลงานเข้าร่วมประกวดทั้งสิ้น 227 ชุมชน
-ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
- และได้จัดสัมมนา แลกเปลี่ยนผลงานชุมชนปลอดขยะ ให้กับชุมชนที่ผ่านเข้ารอบที่ 1 เพื่อพัฒนา เป็นชุมชนปลอดขยะรอบที่ 2 ระดับประเทศต่อไป

……………………………………………………………………………………………..

3 ตุลาคม 2555

เที่ยงวันทันเหตุการณ์
วันนี้มาติดตาม ความเป็นไปในภูมิภาคเอเชีย
ขณะนี้ ช่วงเวลาหน้าฝนตามปฏิทินฤดูกาล ที่จะจบสิ้นลงกลางเดือนตุลาคม ได้หดสั้นลงเรื่อยๆ
การ countdown หรือการนับถอยของทีวี360องศา พบว่า เหลืออีก 13 วัน เท่านั้น
แต่โค้งสุดท้ายหน้าฝน ก็ยังคงทำให้ภูมิภาคเอเชียของเราปั่นป่วน
และตอนนี้ ก็ยังคงมีพายุ 2 ลูกใหม่ ก่อตัวในภูมิภาคเรา

ลูกแรก คือพายุที่กำลังลุ้น จะเข้าโจมตีไทยช่วงเสาร์-อาทิตย์นี้
คือ พายุเกมี หรือ พายุ มด ในภาษาเกาหลี
เมื่อวานยังเป็นดีเปรสชั่น เมื่อคืนนี้แรงขึ้นพายุโซนร้อนแล้ว

ความเร็วลมศูนย์กลาง 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
และยังคงอยู่กับที่ ในทะเลจีนใต้ โดยเคลื่อนค่อนไปทางตะวันออกเฉียงเหนือเล็กน้อย ห่างออกจากดานัง เวียดนาม เพิ่มเป็น 700 กิโลเมตร

นอกจากเกมี ไกลออกมามี พายุโซนร้อนมาริกซี
อยู่ทาง ตะวันออกเฉียงใต้ของญี่ปุ่นไป 1,500 กิโลเมตร ความเร็วลมศูนย์กลาง 75 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ทิศทางคาดว่า จะแค่เข้าใกล้ญี่ปุ่น จะทำให้ตามชายฝั่ง เจอฝนหนัก คลื่นลมแรง 4-5 ตุลาคมนี้
ญี่ปุ่นเพิ่งโดนไต้ฝุ่นเจอราวัต ถล่มสาหัส เมื่อวานนี้เองนะครับ

-ภาพรวมลักษณะอากาศเอเชีย เป็นดังนี้
วันถึง2 วันนี้ ก่อนพายุทั้ง2ลูกจะแผลงฤทธิ์ อากาศเอเชียตะวันออก จะแจ่มใสมาก
และโดยโซนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะมีฝนเล็กน้อย
แต่พอช่วงพายุเข้า คนที่จะโดนฝนหนักกว่าเพื่อนคือ เวียดนาม ลาว ไทย
HamWeather.com คาดการณ์ว่า กรุงเทพเราก็จะโดนอิทธิพลพายุอ่วมเหมือนกัน

-มาทางเอเชียใต้
อินเดียตอนกลาง บังคลาเทศ ยังมีฝนหนัก
ส่วนบริเวณอื่น สบายๆ ฟ้าแจ่ม ฝนน้อย
เช่นเดียวกับฝั่งตะวันออกกลาง แดดแรง ร้อนเป็นหลัก
ดูไบ 40 องศา

เรื่องเด่นเย็นนี้
ทีวี360องศา วันนี้ สดเกาะติด การจับตาพายุโซนร้อนเกมี ในทะเลจีนใต้ตอนกลาง
หลังจากทวีความรุนแรงจากดีเปรสชั่นเมื่อวานนี้ กลายเป็นพายุโซนร้อน เมื่อคืนนี้
และสำหรับช่วงโค้งสุดท้ายหน้าฝน ตามปฏิทินฤดูกาล การนับถอยหลัง หรือการ Countdown ของทีวี360องศา วันนี้ พบว่า เหลืออีก 13 วัน จะสิ้นสุดหน้าฝนแล้วนะครับ

การติดตามพายุโซนร้อนเกมี หรือ พายุ มด ตามภาษาเกาหลี ล่าสุด ยังคงอยู่ที่เดิม แทบไม่ขยับไปไหน โดยค่อนไปทางตะวันออกเฉียงเหนือเล็กน้อย อยู่ห่างจากเมืองดานัง ของเวียดนามเพิ่มขึ้น เป็น 700 กิโลเมตร
ความเร็วลมศูนย์กลาง อยู่ที่ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

-wunderground.com รายงานเส้นทางที่ชัดเจนคือ พายุจะวนอยู่ที่เดิมถึงคืนวันพรุ่งนี้ จากนั้น จะค่อยๆ มุ่งหน้าเข้าหาฝั่งเวียดนามตอนกลาง โดยคืนวันศุกร์ พายุจะเริ่มแตะชายฝั่ง แล้วคืนวันเสาร์ ตัวพายุจะเข้ามาถึงลาวตอนใต้

-นี่เองที่ กรมอุตุนิยมวิทยาของไทย ออกประกาศเตือนฉบับที่ 5 ว่า พายุเกมี จะมีผลกับลักษณะอากาศของไทย ตั้งแต่พฤหัสที่ 4 ถึงวันจันทร์ที่ 8 ต.ค.
-ในภาคเหนือตอนล่าง อีสาน กลาง ตะวันออก กรุงเทพมหานคร และภาคใต้ตอนบน
ประเด็นการเคลื่อนตัวเข้ามาของพายุเกมีมีความน่าสนใจอย่างยิ่ง
เพราะตอนนี้ บริเวณตอนกลางของประเทศไทย มีร่องมรสุม ที่เปรียบเสมือน ถนนให้กับพายุวิ่งเข้ามาพาดผ่านอยู่
แล้วพายุเอง ก็จ่ออยู่ที่ปากทางร่องมรสุมแล้วด้วย

กรมอุตุนิยมวิทยาบอกว่า เมื่อพายุเกมีเข้ามา จะเข้ามาตามแนวร่องมรสุมนี้
แบบนี้ หลังจากพายุผ่านอีสานมาแล้ว โซนภาคกลาง ภาคใต้ตอนบน ภาคตะวันออก และกรุงเทพมหานคร จะอ่วมฝนหนัก และลมกระโชกแรง

-นายสมิทธ ธรรมสโรช อดีตอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เตือนว่า คราวนี้กรุงเทพจะเจอฝนระดับ 100 มิลลิเมตรขึ้นไปแน่
-เพราะจะเจอ 2 ประสาน คือ ฝนจากพายุ ที่มีลมมรสุมคอยเติมเชื้อเพลิงให้ตลอดเวลา
-สิ่งที่ต้องทำตั้งแต่ตอนนี้คือ การพร่องน้ำในกทม. และกวาดสิ่งปฏิกูลขวางท่อระบายน้ำ ออกให้หมด
-จะช่วยให้น้ำ ไม่ท่วมขังนานได้
-โดยพื้นที่ ที่มีโอกาสเจอน้ำท่วมขังก่อน คือ รามคำแหง หนองจอก มีนบุรี เพราะเป็นพื้นที่ต่ำใน กทม.
-นอกจากนี้ นายสมิทธ ยังเตือน ขอให้เขื่อนเจ้าพระยา ปิดการระบายน้ำเหนือ ในช่วงพายุเข้า เพื่อลดการซ้ำเติมฝนหนัก ในกรุงเทพ

-ขณะที่ควรเฝ้าระวังเขื่อนป่าสัก เพราะตอนนี้รับน้ำได้ไม่มากแล้ว
-หากฝนตกลงเขื่อน อาจมีการปล่อยน้ำมาสร้างปัญหาให้กรุงเทพฯได้
ขณะนี้ร่องมรสุมที่พาดผ่านตอนกลางของประเทศ มีกำลังอ่อน
ร่องอ่อน ฝนก็อ่อนลงด้วย รอการเข้ามาของพายุเกมี ในอีก 2 วันข้างหน้า
ดังนั้น พรุ่งนี้ อาจเป็นวันสุดท้ายแล้วที่ทุกภาคจะมีฝนลดลง
โดยอีสาน ลดลงมากสุด เหลือแค่ 10 % ของพื้นที่
ย้ำ 4ตุลาคมเป็นต้นไป อิทธิพลของพายุจะมีผลกับประเทศไทย ใครอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ให้เตรียมระวังอันตรายไว้ด้วย
ส่วนเรือเล็กในอันดามันและอ่าวไทยตอนบน ขอให้งดออกจากฝั่ง ด้วยนะครับ
ปิดท้าย จุดเสี่ยงฝนค่ำนี้
-มีลุ้น ฉลุย ไร้ฝน ทั้งกรุงเทพมหานครอีกวัน
-พักรอฝนหนัก เสาร์ อาทิตย์นี้ครับ

ข่าววันใหม่
ทีวี 360 องศา กับความเปลี่ยนแปลงของโลกในรอบวันวันนี้
-องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก หรือ WMO ออกประกาศเตือนแล้วว่า ให้ประเทศในแถบมหาสมุทรแปซิฟิก
-เตรียมรับมือกับปรากฎการณ์เอลนีโญ ที่ได้เริ่มขึ้นมาตั้งแต่เดือนที่แล้ว
-คำเตือนระบุว่า เอลนีโญ จะทำให้สภาพอากาศในบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก ช่วงปลายเดือน กันยายนถึงต้นเดือนตุลาคม มีความแปรปรวนอย่างหนัก
-โดยเฉพาะจะทำให้หลายพื้นที่เกิดฝนตกชุกกว่าปกติ
-ที่สำคัญ เอลนีโญ จะกำลังแรงขึ้น และส่งผลกระทบ ยาวนานจนถึงสิ้นฤดูหนาว ในซีกโลกเหนือ
-เอลนิโญ่ เป็นปรากฎการณ์ที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณศูนย์สูตร สูงขึ้นจากกระแสน้ำอุ่นที่พัดเข้ามาแทนที่
-มีผลทำให้ภาพใหญ่ของสภาพอากาศโลก เกิดความแปรปรวนได้
-บริเวณที่ได้รับผลกระทบ แห้งแล้งกว่าปกติ ที่เกิดขึ้นแล้ว คือ ทางตอนเหนือของบราซิล , ทางตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปแอฟริกา, ประเทศออสเตรเลีย, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์ และบางส่วนในเอเชีย
-ขณะที่บริเวณที่เจออากาศหนาวเย็นจัดกว่าปกติ คือ เอกวาดอร์, ตอนเหนือของเปรู และตะวันออกของทวีปแอฟริกา

-กลับมาที่ประเทศไทย
-มาติดตามการจับสัญญาณ การเข้าสู่หน้าหนาว ทางเหนือ จากนกกระยางขาว
-นี่คือ ฝูงนกกระยางขาว ที่บินมาอาศัยอยู่ใกล้ลำน้ำยม ที่จังหวัดแพร่ มากเป็นพิเศษ
-ชาวบ้านบอกว่า นี่เป็นสัญญาณเตือนเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว และ ยังเป็นเรื่องที่ดี
-เพราะนกกระยางขาว มาช่วยกำจัดหอยเชอร์รี่ในนาของชาวบ้านด้วย
-ภาพนี้ ยังลดความกดดันให้ชาวบ้านเรื่องปัญหาน้ำท่วม
-เพราะนี่ก็เข้าเดือนตุลาคมแล้ว, ประกอบกับ มีทั้งนกกระยางขาวและตอนเช้าก็มีหมอกหนา แสดงว่า ฤดูกาลเริ่มเปลี่ยน
-ส่วนที่เชียงใหม่ แม้บางที่จะยังมีฝนตกบ้าง
-แต่อุณหภูมิในตอนเช้า ก็ลดลง 2-3 องศา ทุกวัน
และสัปดาห์นี้ ก็เย็นลงกว่าสัปดาห์ก่อนอย่างเห็นได้ชัด
ประชาชนเริ่มปัดฝุ่นนำเสื้อกันหนาวบางๆ มาสวมใส่ ตอนออกมาทำงาน และไปโรงเรียนแล้ว
ถือเป็นสัญญาณที่ดีต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยวที่จะเริ่มขึ้น เนื่องจากสภาพอากาศที่เย็นลง และความสวยงามของทิวทัศในช่วงปลายฝนต้นหนาวจะสวยงามแตกต่างจากช่วงอื่น
-ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือรายงานว่า
-ภาคเหนือจะเริ่มเข้าสู่หน้าหนาว ประมาณวันที่ 15 ตุลาคม ของทุกๆปี
-และตอนนี้ อุณหภูมิภาคเหนือ ถือว่าลงมาอยู่ในเกณฑ์อากาศเย็นแล้ว

…………………………………………………………………………………………….

2 ตุลาคม 2555

เที่ยงวันทันเหตุการณ์
วันนี้มาติดตาม สภาพอากาศที่จะแปรปรวนของไทย

การนับถอยหลังการสิ้นสุดหน้าฝนในบริเวณประเทศไทยตอนบน ตามปฏิทินฤดูกาล ที่ทีวี360องศา นับมาอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้ เหลือเวลาอีกแค่ 2 สัปดาห์ หรือ 14 วัน เราจะสิ้นหน้าฝน แล้วนะครับ
ส่วนวันนี้ แม้คุณผู้ชมจะแหงนหน้ามองท้องฟ้าแล้วดูแจ่มใส เป็นท้องฟ้าคนละเรื่องกับสัปดาห์ที่แล้ว
แต่ในความว่างเปล่า มีภัยเงียบกำลังก่อตัว รอจู่โจมเราได้ ไม่ช้านี้

จากแผนที่อากาศ ข้อมูลโดยกรมอุตุนิยมวิทยา แสดงให้เห็นว่า มีพายุดีเปรชั่น ก่อตัวอยู่ในทะเลจีนใต้ 1 ลูก
บอกเสมอนะครับว่า พายุที่ก่อตัวอยู่ในโซนนี้ มีความอันตรายกับประเทศไทย เพราะทิศทางจะเคลื่อนตัวมาทางเวียดนาม และเข้าหาไทยได้
ล่าสุด พายุแทบจะไม่เคลื่อนที่ มีความเร็วลมศูนย์กลาง 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในช่วง 1-2 วันนี้ สบายใจได้ว่าจะไม่สร้างปัญหากับไทย

-วันมะรืนนี้ ถึงจะทราบทิศทางที่ชัดเจน และรู้ด้วยว่า จะแรงขึ้น จนเป็นพายุโซนร้อน หรือไม่
ช่วงปลายสัปดาห์ คาดว่าจะขึ้นฝั่งเวียดนาม
ขึ้นฝั่งเมื่อไหร่ คนไทยก็เตรียมรับมือได้เลย
เพราะคาดว่า อีสานใต้ และภาคกลาง คือเป้าหมายเส้นทางของพายุ จะทำให้มีฝนตกหนักได้

-นายสมิทธ ธรรมสโรส อดีตอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา บอกว่า ดีเปรชั่นลูกนี้ จะเคลื่อนเข้าไทย ทางอีสานตอนกลาง จนถึงล่าง
-จังหวัดที่เตรียมรับมือได้เลย คือ ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ และนครราชสีมา
-ที่ไหนน้ำท่วมอยู่ พายุลูกนี้ จะทำให้มีฝนตกหนักซ้ำพื้นที่น้ำท่วมเดิม
-ส่วนตรงไหนยังแล้ง จะช่วยคลายแล้งให้ดีขึ้น
ที่น่ากังวล คือ พายุจะไม่หยุดอยู่แค่อีสาน เมื่อมาภาคกลาง อาจจะเข้าถึง กรุงเทพมหานคร
ทางที่ดี ควรพร่องน้ำในคลองตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อไม่ให้กรุงเทพฯ เกิดน้ำท่วมขัง จากฝนตกหนักอีก
กรมอุตุนิยมวิทยาบอกว่า รอบนี้กรุงเทพมหานคร มีความเสี่ยงสูง ที่จะอยู่ในเส้นทางการเคลื่อนตัวของพายุ
แต่ที่แน่ๆ คือ จะโดนอิทธิพลของพายุด้วย ทำให้ 6-7 ตุลาคม จะมีฝนตกหนัก ไม่ต่างจากเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว
-ในระหว่างรอจับตาพายุกระทบไทย
-ช่วงวันนี้ถึงวันพุธ ฟ้าฝนทั่วไทยจะลดลง ทุกภาค และมีตกหนักได้บ้าง บางพื้นที่
-เน้นๆ ตอนเย็น หนีไม่พ้นจะเจอฝนก่อนกลับบ้าน แต่โอกาสจะเจอขนาด ตกหนักน้ำท่วมขัง มีน้อยลง
-ภาคเหนือ ภาคอีสาน ฝนลดลง แต่ชาวเหนือ ขอให้ระวังเรื่องสุขภาพ ตอนนี้อากาศกำลังแปรปรวน บางจังหวัดเริ่มประกาศเตรียมให้รับมืออากาศหนาวแล้ว
-สำหรับภาคใต้ ฝนจะยังมาก แถวตอนบน ส่วนคลื่นในทะเล กลับไปปกติแล้ว
-ปิดท้าย พื้นที่เสี่ยงฝนรอบกรุงเย็นนี้
-กรุงเทพฝั่งธนบุรี มีโอกาส เจอฝนช่วงตั้งแต่ 4 โมงเย็นได้
-ใครจะไปฝั่งธน เตรียมวางแผนการเดินทางแต่เนิ่นๆ หลังทุ่ม โอกาสเสี่ยงถึงจะลดลงครับ

เรื่องเด่นเย็นนี้
-ทีวี360องศาวันนี้ สดเกาะติดการรายงานการจับตาพายุดีเปรสชั่นในทะเลจีนใต้ตอนกลาง
-ซึ่งกำลังอยู่ในโซนที่เรียกได้ว่า เป็นอันตรายกับประเทศไทยมาก
-ถือเป็นการลุ้นพายุในช่วงโค้งสุดท้ายของหน้าฝน เพราะการนับถอยหลังการสิ้นสุดหน้าฝน ตามปฏิทินฤดูกาลของทีวี360องศา วันนี้ บอกว่า เหลืออีกเพียง 2 สัปดาห์ หรือ 14 วัน เราก็จะสิ้นสุดหน้าฝนกันแล้ว

-จากภาพแสดงสภาพอากาศ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากดาวเทียม โกส 9
-นี่คือหน้าตา ของดีเปรสชั่น ในบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง
-กรมอุตุนิยมวิทยาของไทยรายงานว่า เมื่อช่วงสายวันนี้ ศูนย์กลางพายุอยู่ห่าง 600 กิโลเมตร ไปทางตะวันออกของเมือง ดานัง ประเทศเวียดนาม
-ความเร็วลมศูนย์กลาง 30 น็อต หรือ 55 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง

-ทิศทางพายุ มีแนวโน้มไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ แต่จนถึงขณะนี้ ก็ยังไม่ขยับไปไหน
-คาดว่าช่วง พรุ่งนี้ มะรืนนี้ จะทวีความรุนแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน
-ช่วงพายุก่อร่างสร้างตัว 1-2 วันนี้ จึงไม่มีผลกระทบกับประเทศไทย ตรงกันข้าม พายุจะดูดเมฆม้วนเข้าไปหาตัวพายุให้อ้วนขึ้น
-วัน-2วันนี้ ฝนไทยจึงจะลดลง และมีโอกาสฟ้าเปิดเป็นส่วนใหญ่

-นี่เป็นภาพการคาดการณ์ฝนล่วงหน้า ของคลังข้อมูลสภาพน้ำ Thaiwater.net ที่แสดงให้เห็นถึงการคาดการณ์ว่า พายุจะขึ้นฝั่งเวียดนาม แถวเมืองกวางน้ำ และดานัง
-กรมอุตุนิยมวิทยา บอกว่า ช่วง 4-5 ตุลาคม จะขึ้นฝั่งตอนกลางของประเทศเวียดนาม
-ก่อนขึ้นฝั่ง พายุจะทวีความรุนแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อนกำลังแรง คาดว่าความเร็วอยู่ที่ 90 กิโลเมตรต่อชั้วโมง

-จากนั้น 6-7 ตุลาคม พายุจะเคลื่อนผ่าน ลาวตอนล่าง อีสาน และภาคกลาง ของไทย
-ช่วงพายุเข้ามา ยังดึงให้ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ มีกำลังแรงขึ้น
-ทำให้ เหนือตอนล่าง อีสาน กลาง ตะวันออก และใต้ตอนบน มีฝนตกหนักถึงหนักมาก
-แน่นอน คลื่นลมในอันดามันและอ่าวไทยตอนบน จะแรงขึ้นด้วย คลื่นสูง 2-3 เมตร เรือเล็กให้งดออกจากฝั่ง

-จากภาพ การคาดการณ์ฝนของคลังข้อมูลสภาพน้ำ
-ทีวี360องศา ค้นต่อ Hamweather.net บอกว่า ช่วงคืนวันที่ 5 ตุลาคม พายุอาจเข้าถึงไทยทาง อุบลราชธานี อำนาจเจริญ และยโสธร
-จากนั้น พายุจะเดินทางต่อไปในแนว ตอนบนของ สุรินทร์ บุรีรัมย์ และนครราชสีมา
-วันที่ 7 ตุลาคม จะผ่านภาคกลาง และออกไปทางพม่า 8 ตุลาคม

-กรมอุตุนิยมวิทยา บอกว่า หากตอนที่เข้าไทย พายุยังแรงระดับดีเปรสชั่น ก็จะถือเป็นพายุลูกแรกที่เข้าไทย ของปีนี้
และคาดการณ์ว่า อิทธิพลพายุจะอยู่ในภาคกลางและกรุงเทพฯ เพียง 1-2 วัน เท่านั้น
ส่วนฝนจากพายุ จะตกในเกณฑ์หนัก เกิน 90 มิลลิเมตร
ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากได้
บริเวณที่น่าเป็นห่วง คือ ปราจีนบุรี สระแก้ว และนครราชสีมา เพราะมีน้ำมากอยู่แล้ว
ขณะที่กรุงเทพมหานคร ฝนเกิน 60 มิลลิเมตร ก็เกิดน้ำท่วมขังแล้ว
นี่ฝนจะมาเกิน 90 มิลลิเมตร จึงเกิดน้ำท่วมขังได้ ถ้าหากการระบายน้ำ ไม่ดีพอ

-ทีวี360องศา จะจับตาดีเปรสชั่นในทะเลจีนใต้ เพื่อรายงานให้คุณผู้ชมทราบอย่างต่อเนื่องครับ
-ปิดท้าย กับจุดเสี่ยงฝนค่ำนี้
-จากโมเดลพยากรณ์ฝนสะสมของกรมอุตุนิยมวิทยา คาดว่ามีโอกาสสูงมาก ที่ค่ำนี้ ถึงคืนนี้ กรุงเทพจะมีฝนน้อยมาก
-จะวางแผนทำกิจกรรมใดวันนี้ ท่าทางฉลุยครับ

ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>