พฤศจิกายน 2555

ข่าวสาร ประจำเดือน พฤศจิกายน 555

30 พฤศจิกายน 2555

เที่ยงวันทันเหตุการณ์

http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=15009&year=2012&month=11

-วันนี้เรามาดูบทสรุป หน้าหนาวที่น่าผิดหวัง ของเดือนพฤศจิกายนกัน

- ในที่สุดวันนี้ เราก็มาถึงการสิ้นสุดเดือนพฤศจิกายน หรือ การเดินทางมาได้ประมาณ 1 ใน 3 ของฤดูหนาวปีนี้แล้ว

- แต่ที่ผ่านมา คุณผู้ชมทราบดีว่า หน้าหนาวปีนี้ทำผลงานได้ไม่ดีเลย

- มาดูตัวอย่าง ท้องฟ้ากรุงเทพมหานคร ในวันนี้


- นี่เป็นภาพจากกล้อง ทาวเวอร์แคม จากยอดตึกอาคารมาลีนนท์ ถนนพระราม4

- ถ้าเป็นฟ้าปกติของหน้าหนาวเดือนพฤศจิกายน เราก็จะไม่เห็นภาพหมอกหนาปกคลุมกรุงเทพฯ แบบนี้

- แต่เพราะ ความชื้นจากทะเลมีมากนั่นเอง

- จึงมีหมอกมาก และการที่หมอกยังมาก ก็หมายความว่า ความหนาวเย็น มีความผิดปกตินั่นเอง


- ลักษณะอากาศของเดือนพฤศจิกายน ที่ทำผลงานไม่ดี

- เกิดจาก ความกดอากาศสูง หรือ มวลอากาศเย็น จากจีนและไซบีเรีย มีกำลังไม่ค่อยแรง

- แต่ผู้เชี่ยวชาญทางอุตุนิยมวิทยา ก็บอกว่า ความหนาวเย็นทางตอนบนนั้น ยังปกตินะครับ

- แต่ที่ลงมาหาประเทศไทยไม่ได้ เพราะได้เกิดปรากฎการณ์เอลนิโญ่ ที่เป็นตัวการของความร้อน แล้ง ในบริเวณศูนย์สูตร

- ซึ่งประเทศไทยเราอยู่ในโซนนี้ด้วย ความหนาวเย็นจากข้างบน จึงลงมาไม่ได้นั่นเอง

- ขณะที่ ส่วนที่ลงมาได้ ก็ไหลลงทะเลเป็นส่วนใหญ่ จึงกลายเป็นลมตะวันออก ที่ช้อนความชื้นจากทะเลจีนใต้ เข้ามาปกคลุมประเทศไทย กลายเป็นฝน ที่ตกมากในช่วงที่ผ่านมานั่นเอง


-ศูนย์ภูมิอากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา ให้ดูข้อมูลอุณหภูมิต่ำสุด ยิ่งบอกได้ชัด คือ

- ค่าเฉลี่ยอุณหภูมิต่ำสุดทั่วประเทศเดือนนี้ สูงกว่าค่าปกติทุกภาค

- หรือหมายความว่า อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดเดือนนี้ ควรอยู่ที่ 21 องศา แต่ทุกภาคสูงกว่าค่าปกติ 2-3 องศา

- พื้นราบทุกภาค จึงยังไม่มีโอกาสมีอุณหภูมิต่ำกว่า 20 องศา เลย นี่จึงเป็นคำตอบว่า ทำไมเดือนนี้ เราไม่หนาวเย็น

- นายสมิทธ ธรรมสโรช อดีตอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา วิเคราะห์ จากสัญญาณต้นฤดูหนาวว่า

- ฤดูหนาวที่เหลือ อีก 2 เดือนกว่า ข้างหน้า เราจะไม่หนาวแบบที่คาดหวังกันแล้ว

- อากาศหนาวเย็น จะมีในภาคเหนือและอีสาน ตอนบนๆ เท่านั้น

- ขณะที่ภาคอื่นๆ จะแค่มีอากาศเย็น และร้อนเป็นส่วนใหญ่

- ที่สำคัญ ความร้อน และแล้ง เราจะเจอไปจนกว่า จะถึงหน้าฝน เดือนพฤษภาคม 2556 เลยทีเดียว

- ช่วงนี้ทั่วทุกภาคจะไม่ค่อยเย็น เพราะความกดอากาศสูงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน มีกำลังอ่อนลง

- จับตา วันอาทิตย์นี้ เป็นต้นไป ลมหนาวใหม่จะมา โดยเป็นลมหนาวระลอกแรกของเดือนธันวาคม ที่จะทำให้ทั่วทุกภาค ได้เริ่มหนาวเย็นลงสักทีด้วย

- ดังนั้น 2-5 ธันวาคม ทุกภาคจะกลับมามีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง จากนั้น จะเย็นลง 2-4 องศา โดยเฉพาะช่วงปลายสัปดาห์หน้า

- สำหรับภาคใต้ ลมตะวันออกยังพัดปกคลุมต่อเนื่อง ขอให้ระวังฝนตกหนักในบางพื้นที่ ถึงพรุ่งนี้

- ฝั่งอ่าวไทย ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ฝั่งอันดามัน ระนอง พังงา ตรัง สตูล

เรื่องเด่นเย็นนี้

http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=15030&year=2012&month=11

-วันศุกร์สุดสัปดาห์ ติดตามการคาดการณ์อากาศสัปดาห์หน้า

-พรุ่งนี้ เราจะเข้าสู่เดือนสุดท้ายแห่งปี และเป็นเดือนที่จะมีอากาศหนาวเย็นที่สุดเดือนหนึ่งของหน้าหนาวด้วย

-แต่สัญญาณตอนนี้ ยังแทบไม่เห็นแวว

-แล้วสัปดาห์หน้า ซึ่งเป็นอาทิตย์แรก ของเดือน

-อากาศจะเป็นอย่างไร


-ศูนย์ภูมิอากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานข่าวดีครับว่า

-ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 2 ธันวาคม ความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็น กำลังปานกลางจะลงมาปกคลุมประเทศไทย ตอนบน

-ระลอกแรก จะมาถึง วันอังคารที่ 4 ธันวาคม

-จะทำให้อุณหภูมิลดลง 1-3 องศา


-จากนั้น วันที่ 5-6 ธันวาคม มวลเย็นระลอกใหม่ คราวนี้มีกำลังแรง จะแผ่เสริมลงมาอีก

-ระลอกนี้ ประเทศไทยจะหนาวเย็นลง 4-6 องศา กับมีลมแรง

-แถมมวลอากาศเย็นระลอกที่2 นี้ ยังลงลึก ถึงภาคกลาง ภาคตะวันออก กรุงเทพฯและปริมณฑลด้วย

- ภาพรวมอากาศสัปดาห์หน้า ขอให้คุณผู้ชม จำตัวเลขวันที่ 4 ธันวาคมเป็นเกณฑ์นะครับ

- เริ่มจากวันอาทิตย์นี้ ที่มวลเย็นระลอกแรกลงมา

- ทุกภาคของให้ระวัง ฝนฟ้าคะนองจากมวลร้อนปะทะมวลเย็น และลมกระโชกแรง

- ฟ้าหลังฝนจะเย็นลง 1-3 องศา

- จากนั้น 4 ธันวาคม เป็นต้นไป ฝนลดลง


- เหนือ อีสาน อุณหภูมิจะลดฮวบ จากที่เคยอยู่เหนือ 20 องศา อังคารหน้า จะมีลงไปต่ำสุด 13-14 องศา

- ภาคกลาง-ภาคตะวันออก 4 ธันวาคม อุณหภูมิต่ำสุดจะมีลงถึง 18 องศา หรือต่ำกว่า 20 องศา เป็นครั้งแรก ของ 2 ภาคนี้

- ส่วนกรุงเทพและปริมณฑล อุณหภูมิต่ำสุด 20 องศา ก็จะมีให้เห็นแล้วเช่นกัน เรียกว่าได้สัมผัสอากาศเย็นกันเสียทีแล้ว


-ลักษณะแบบนี้ นายแพทย์เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมอนามัย

- เรียกว่า อากาศเย็นเฉียบพลัน

- ร่างกายจะปรับตัวไม่ทัน ทำให้ ป่วยได้ง่าย

-คำแนะนำการเตรียมตัว ก็คือ

- ควรสวมเสื้อผ้ากันหนาว ให้หนาเพียงพอ

- ทาโลชั่น กันผิวแห้ง และเกิดอาการคัน

- หลีกเลี่ยงการอยู่ที่โล่งแจ้ง และไม่ควรอาบน้ำนาน เพราะจะทำให้ร่างกายสูญเสียความร้อน

- และให้ระวัง เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วย จะเป็นโรคทางเดินหายใจและปอดบวม เพราะหากเป็นมาก อาจทำให้เสียชีวิตได้


- มาดูอากาศ ภาคใต้บ้าง

- ต้องเรียกว่า ถือเป็นโชคดีของคนใต้ เพราะลมหนาวที่ลงมาแรงสัปดาห์หน้า

- ทำให้ มีผลกับคลื่นลมในอ่าวไทย ที่แรงขึ้นเท่านั้น

- ช่วงเวลา ฝนลดลงจะอยู่ตั้งแต่วันที่ 4 ธันวาคม เป็นต้นไป แต่คลื่นจะสูง 2-3 เมตร เดินเรือระวังครับ

-สรุปพยากรณ์ 360 องศา สัปดาห์หน้า

- ได้เวลางัดเสื้อกันหนาวมาใส่แล้ว สำหรับคนภาค เหนือ- อีสาน

- ส่วนภาค กลาง ตะวันออก และกรุงเทพมหานคร 5 ธันวาคมเป็นต้นไป ทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ ปลอดฝน

- ส่วนภาคใต้ ระวังคลื่นลมแรงในอ่าวไทย นะครับ


- ปิดท้ายกับควันหลง วันลอยกระทง

- เจ้าหน้าที่จาก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ส่งภาพขณะโคมยักษ์ขนาดสูง 12 เมตร ที่เป็นแบบสมัยใหม่

- ค่อยๆ หมดแรง ตกเกือบโดนสถานีไฟฟ้าเชียงใหม่ 1

- ซึ่งหากโคม ตกโดนสถานีไฟฟ้า จะทำให้เกิดไฟฟ้าดับ ในภาคเหนือได้

- ถือเป็นเรื่องที่อันตรายมาก ซึ่งหากประชาชน ใช้โคมมาตรฐาน ที่ดับก่อนตก จะปลอดภัยกับระบบไฟฟ้าครับ

- ทำเคียงจอ

- โคมตกใส่ไฟฟ้าเชียงใหม่ 2550 129 ลูก 2551 143 ลูก 2552 114 ลูก 2553 138 ลูก 2554 107 ลูก

วันใหม่

-ทีวี360องศา วันนี้ มาดูความเคลื่อนไหว ในการประชุมโลกร้อน ที่กรุงโดฮา ประเทศกาต้าร์

-เมื่อองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก ได้รายงานว่า

-โลกร้อน เกิดขึ้น เร็วกว่าที่เราคาดคิด

-และกลายเป็นสาเหตุหลักของ อากาศวิปริต และ ภัยพิบัติทั่วโลก แล้วในตอนนี้

-นาย มิเชล จาร์ราด ผู้อำนวยการ อุตุนิยมวิทยาโลก สำนักงานเจนิวา ได้กล่าวในที่ประชุม อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่กรุงโดฮา ประเทศการ์ต้า ว่า

-สาเหตุที่ น้ำแข็งขั้วโลกในปีนี้ ละลายจนถึงระดับต่ำสุดเท่าที่มีการบันทึกมา และสภาพอากาศที่เลวร้าย หลายจุดบนโลก

-เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ที่เกิดขึ้นเร็วกว่าที่เราคาดคิด

-อย่าง การที่สหรัฐอเมริกา โดนซุปเปอร์สตอร์ม แซนดี้ ซัดอ่วม ก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

-แต่เป็นผลกระทบหนึ่งจาก ปัญหาโลกร้อน

-และเกี่ยวพันกับการลดลงของน้ำแข็งขั้วโลกเหนือ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

-สำหรับสถิติทางอุตุนิยมวิทยาโลก ที่น่าสนใจ ในปีนี้ คือ

-อุณหภูมิ ผิวโลก และน้ำทะเล ใน 9 เดือนแรกของปีนี้ เพิ่มขึ้น 0.45 องศาเซลเซียส สูงกว่าค่าเฉลี่ย ในรอบ 30 ปี

-ขณะที่พายุ เกิด 81 ลูก ใกล้ค่าเฉลี่ย 30 ปี ที่มีพายุ 85 ลูก โดยใต้ฝุ่นซันปา ที่ถล่ม ฟิลิปินส์ ญี่ปุ่น และเกาหลี เป็นพายุที่มีความรุนแรงสุดแห่งปี

-สำหรับย่านแอตแลนติก เป็นปีที่มีพายุเฮอร์ริเคน เกิดขึ้นมากผิดปกติเป็นปีที่ 3

-ส่วนความร้อน ได้โจมตีหนักทาง อเมริกาเหนือ, ยุโรปตอนใต้, ทางตะวันตกและตอนกลางของรัสเซีย และทางเหนือของเอเชีย

-โดยมีคลื่นความร้อนเกิดขึ้นด้วย ในเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม ในสหรัฐอเมริกาและยุโรป

-จนอุณหภูมิสูงสุดใหม่ ได้เกิดขึ้นถึง 15,000 แห่ง ในสหรัฐฯ

-สำหรับพื้นที่ที่มีพิบัติภัยขัดแย้งกันในปีนี้ก็คือ ความแห้งแล้ง ได้เกิดขึ้นในพื้นที่ส่วนใหญ่ของสหรัฐอเมริกา, และพื้นที่บางส่วนในรัสเซีย ยุโรป และจีน

-ทว่า พื้นที่ส่วนใหญ่ของแอฟริกาตะวันตก กลับเจอกับอุทกภัย จากมรสุมที่ผิดปกติ

-กลับมาที่ประเทศไทย

-มาตรวจสอบต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้ กับสถานการณ์แม่น้ำโขง

-วันนี้ไปดูทางตอนบน

-ที่บึงกาฬ

-นี่คือ สภาพลำน้ำโขง ที่อำเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬ

-ระดับน้ำลดลง จนเกิดสันดอนกลางน้ำ เป็นอุปสรรคต่อการเดินเรือ
-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ถือว่าน้ำโขงที่บึงกาฬปีนี้ ลดลงมากกว่าทุกปี

-สอดคล้องกับการเกิดความแห้งแล้งที่บึงกาฬ ที่มีการประเมินว่า ปีนี้รุนแรงที่สุดในรอบ 20 ปี

-แต่ก็เป็นผลดีต่อชาวบ้าน เพราะได้ลงไปยึดพื้นที่ปลูกผักขาย เลี้ยงครอบครัว ทดแทนความเสียหายที่เกิดจาก การทำนา

-ขณะที่ มหาสารคาม

-นายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ก็ได้ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติแล้งแล้ว 12 อำเภอ

-เดือดร้อนรวม 115 ตำบล 1,442 หมู่บ้าน 102,952 ครัวเรือน

…………………………………………………………………………………………………..

29 พฤศจิกายน 2555

เที่ยงวันทันเหตุการณ์

http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=14989&year=2012&month=11

-วันนี้เป็นเรืองชะตากรรมของคนทั้งโลก เมื่อหนทางพิทักษ์โลก จากปัญหาโลกร้อน อาจถึงทางตัน

- ทีวี360องศา วันนี้ มีความเคลื่อนไหวการประชุมอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ UNFCCC ที่กรุงโดฮา ประเทศกาต้าร์

- ซึ่งล่าสุด กำลังแสดงหนทางที่มืดมน ที่โลกจะดำเนินการตามพิธีสารเกียวโตต่อไป


- พิธีสารเกียวโต เป็นข้อตกลงระหว่างประเทศฉบับเดียว ที่เหลือในตอนนี้ ในการต่อสู้กับการลดก๊าซเรือนกระจก ซึ่งทำให้เกิดปัญหาโลกร้อน

- และพิธีสารเกียวโต จะหมดอายุลงในสิ้นปีนี้

- นานาประเทศจึงมีความหวังว่า การประชุมเจรจาที่โดฮา จะต่ออายุพิธีสาร ออกไปอีกอย่างน้อย 8 ปี หรือ ให้ไปสิ้นสุดในปี 2563

- แต่ปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้น จากการเริ่มประชุมเพียงไม่กี่วันก็คือ

- 3 ประเทศยักษ์ใหญ่ ที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณมาก คือ ญี่ปุ่น รัสเซีย และแคนาดา กลับไม่เห็นด้วยที่จะต่ออายุ พิธีสารฉบับนี้

- โดยอ้างถึงความเหลื่อมล้ำ ในการรับผิดชอบต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ที่พิธีสารฉบับนี้ ไม่สามารถบังคับ ได้ทุกประเทศ


- ยักษ์ใหญ่ระดับโลก ที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในปริมาณที่มากที่สุด 5 อันดับแรก ประกอบด้วย

- สหรัฐอเมริกา ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อปี 5,762 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

- รองลงมาคือ จีน 3,474 ล้านตัน

- รัสเซีย 1,540 ล้านตัน

- ญี่ปุ่น 1,225 ล้านตัน

- และอินเดีย 1,008 ล้านตัน


-ข้ออ้างของ ญี่ปุ่น รัสเซีย และแคนาดา คือ สหรัฐอเมริกา และจีน ไม่ได้เข้าร่วมในพิธีสารเกียวโตด้วยตั้งแต่ต้น และก็ไม่ต้องรับผิดชอบ จ่ายเงินชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ให้แก่ประเทศกำลังพัฒนา

-ขณะที่ 3 ประเทศนี้ ปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมกัน คิดเป็น 11 เปอร์เซ็นต์ ของปริมาณที่ปล่อยทั้งหมดในโลก


-และถ้ารวมกับประเทศที่พัฒนาแล้วทั้งหลาย จะปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมกันแค่ 26 % หรือ 1 ใน 4 ส่วน ของทั้งโลก เท่านั้น

-ตัวแทนของประเทศญี่ปุ่นบอกว่า เมื่อเป็นแบบนี้ แล้วทำไม พวกเขาต้องรับผิดชอบ กับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดด้วย

- นี่จึงเป็นภาพหนึ่งของการต่อสู้กัน ระหว่างประเทศที่ร่ำรวยกับประเทศที่ยากจน ในการหาความรับผิดชอบต่อการลดก๊าซเรือนกระจก ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องด้วย

- ผู้แทนจากประเทศบราซิลให้ความเห็นว่า ถ้าประเทศที่ร่ำรวย ที่มีความพร้อมทั้งเงิน คน และเทคโนโลยี ยังปฏิเสธการรับผิดชอบแบบนี้ แล้วประเทศยากจน จะลดก๊าซเรือนกระจกได้อย่างไร

-ตอนนี้จึงเหลือ สหภาพยุโรป ออสเตรเลีย และประเทศเล็กๆ ที่ยังต้องการให้พิธีสารเกียวโตเดินหน้าต่อไป

- ซึ่งกลุ่มนี้ ปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมกันเพียง 15 % ของทั้งโลกเท่านั้น

- ตอนนี้ ความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็น ที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน มีกำลังอ่อนลง

- อากาศเย็นทางเหนือ-อีสาน จึงมีไม่มาก และมีหมอกในตอนเช้า ระวังการสัญจรผ่านหมอกด้วยนะครับ

- ขณะที่ภาคอื่นๆ มีหมอกตอนเช้า โอกาสฝนตกลดลง อุณหภูมิสูงสุด ก็ลดความร้อนแรงลงด้วย

- สำหรับภาคใต้ ลมตะวันออก ที่พัดความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามา ยังพัดปกคลุมไม่เลิก

- วันนี้ถึง 1 ธันวาคม ขอให้ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักด้วย โดยเฉพาะใต้ตอนบน ฝั่งอ่าวไทย

เรื่องเด่นเย็นนี้

ล่าสุดได้ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติ 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง , ลืออำนาจ, พนา, ปทุมราชวงศา และชานุมาน

http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=14999&year=2012&month=11

- วันนี้มาดูเรื่องที่คนไทยเตรียมเฮ.. ความหนาวเย็น ของหน้าหนาว กำลังจะมาหา คุณผู้ชมแล้ว

- ทีวี360องศา ถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับคุณผู้ชมส่วนใหญ่ ที่รอคอยความหนาวเย็น นะครับ

- เนื่องจากเราเข้าสู่ฤดูหนาว มาเดือนครึ่งแล้ว แต่แม้แต่ภาคเหนือและอีสาน ซึ่งอยู่ตอนบนของประเทศ ก็ยังไม่ได้สัมผัสอากาศหนาวเย็นเลย

- แต่อีก 2 วันข้างหน้า สถานการณ์จะเปลี่ยนแปลง


- ศูนย์ภูมิอากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา บอกว่า 2 ธันวาคม หรือวันอาทิตย์นี้ ความกดอากาศสูง หรือมวลอากาศเย็น ระลอกใหม่ จากจีน จะลงมา

- ระลอกนี้มีกำลังค่อนข้างแรง และเข้าหาประเทศไทย มากกว่าทุกครั้ง

- ดังนั้น เตรียมเลยนะครับ อุณหภูมิจะลดลง ได้ถึง 2-5 องศา เซลเซียส


-ความหนาวเย็นระลอกนี้ ถือเป็นระลอกแรกของเดือนธันวาคม

-และต่อจากนี้ ก็จะลงมาถี่ขึ้น, แรงขึ้น, และแช่อยู่นาน มากขึ้น

-จากที่เคยอยู่แค่ 1-2 วัน เป็นแช่อยู่ 4-5 วัน


-ที่น่าสนใจก็คือ คราวนี้ ลมหนาวจะลงมาลึก ให้กรุงเทพและปริมณฑล ได้รู้สึกถึงความเย็น ในตอนเช้าด้วย

-ซึ่งจะเป็นสัญญาณว่า ฝนในกรุงเทพ จะค่อยๆ หายไป

-และ ความเย็นจะมีให้สัมผัส มากขึ้น


-แต่ก็มีสิ่งที่ต้องระวัง คือ ช่วงวันที่ 5-6 ธันวาคม เหนือ-อีสาน ตอนบนๆ จะมีอุณหภูมิ ลดลงฮวบ

-บางที่อาจจะลงไปลึกถึง 15-16 องศา

-จังหวัดที่ต้องระวัง ภาคเหนือ ได้แก่


-เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ และ อุตรดิตถ์

- อีสานที่ เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร มุกดาหาร

- และที่สำคัญ ช่วงแรกจะมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ระวังไม่สบายนะครับ


-เช่นเดียวกับ กรุงเทพฯและปริมณฑล แรกๆ จะรู้สึกว่ามีลมเย็นๆ

-กว่าอุณหภูมิจะลดลง คือช่วง 5-8 ธันวาคม

-อุณหภูมิต่ำสุด รอบนี้ จะอยู่ที่ 22-23 องศา


-ส่วนภาคใต้ ลมหนาวรอบนี้ จะทำให้คลื่นลมแรง

- โดยเฉพาะช่วงปลายสัปดาห์หน้า ฝนจะกลับมาเพิ่มขึ้น ในภาคใต้ตอนล่าง สงขลา ปัตตานี ยะลา

- จาก ความแรงของความกดอากาศสูงที่ลงมาลึก เตรียมตัวรับมือกันด้วยนะครับ

-วันนี้เรามาดู บทสรุปของโครงการ

-ทีวี360องศา เปิดโลกไฟฟ้า คู่ชุมชน ที่แม่เมาะ

ข่าววันใหม่

-ทีวี360องศา วันนี้ มาดูการตอกย้ำ เพื่อให้เห็นความสำคัญว่า ชาวโลก ต้องช่วยกันลดปัญหาโลกร้อน

-เมื่อนักวิทยาศาสตร์ ได้ออกมาวิพากษ์ว่า โลกร้อน

-กำลังทำให้ระดับน้ำทะเล สูงขึ้นกว่า ที่ชาวโลกคาดคิด

-นักวิทยาศาตร์ จากมหาวิทยาลัยพอร์สดัม เยอรมนี, สถาบันวิจัยธรณีวิทยา และสมุทรศาสตร์ ฝรั่งเศส และบริษัท วิเคราะห์ข้อมูล เทมโป้ สหรัฐอเมริกา
-ออกรายงานว่า คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ IPCC

-คำนวณการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล ไม่แม่นยำ

-โดย IPCC คำนวณเมื่อปี 2550 ว่า ระดับน้ำทะเล ตามเมืองชายฝั่งทั่วโลก จะเพิ่มขึ้น 18-59 เซนติเมตร ภายในศตวรรษที่ 21

-แต่รายงานฉบับใหม่ บอกว่า ระดับน้ำทะเลจะเพิ่มขึ้น 50 เซนติเมตร ถึง 1 เมตร หรือ มากกว่า ที่ IPCC คาดการณ์ไว้ถึง 60 %

-โดยใช้ข้อมูลดาวเทีย, อุณหภูมิโลกที่เพิ่มขึ้น และ การละลายของน้ำแข็งขั้วโลกเหนือ ล่าสุด

-มาใช้ในการวิเคราะห์

รายงานฉบับนี้ เสนอในวารสารวิชาการ

ในการประชุมอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่กรุงโดฮา ประเทศการ์ต้า

เพื่อกระตุ้นให้โลก เห็นถึงว่า โลกร้อน มีผลกระทบรุนแรง

และจะนำไปสู่มหาภัยพิบัติ อากาศวิปริต น้ำท่วม ความแห้งแล้ง ภัยหนาว และความร้อน แบบสุดขั้ว

-กลับมาที่ประเทศไทย

-มาติดตามสถานการณ์น้ำ ในสายน้ำระหว่างประเทศ

-แม่น้ำโขง

นี่คือสภาพลำน้ำโขงล่าสุด ถ่ายที่จังหวัดอำนาจเจริญ

ถือว่า แห้งขอด สุดในรอบ 10 ปี

นายอภิชาติ งามกมล รอง ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวว่า จากแม่น้ำโขงเต็มตลิ่งที่ 12 เมตร

ตอนนี้เหลือเพียง 1 เมตร 50 เซนติเมตร

ส่วนน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั้ง 4 แห่ง ก็มีปริมาณน้ำน้อยมาก ไม่ถึง 30 % ของความจุอ่าง

นาข้าวกว่า 1แสน 7 หมื่นไร่ ได้รับความเสียหาย

จึงขอให้ประชาชนใช้น้ำอย่างประประหยัด เพื่อลดความสูญเสียในฤดูแล้ง

………………………………………………………………………………………………..

28 พฤศจิกายน 2555

เที่ยงวันทันเหตุการณ์

http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=14959&year=2012&month=11

- วันนี้ มาดูความเป็นไปในภูมิภาคเอเชีย

- วันนี้วันลอยกระทง มีหลายประเทศในภูมิภาคเอเชีย ที่มีประเพณีลอยกระทงนี้ด้วย โดยเฉพาะ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

- ไทย ลาว พม่า กัมพูชา และเวียดนาม

-สำหรับลักษณะอากาศที่แปรปรวนแบบที่เกิดในภาคเหนือ-กลาง-ตะวันออก และภาคใต้ของไทยในช่วงเช้าวันนี้นั้น

-จากภาพถ่ายดาวเทียมของกรมอุตุนิยมวิทยา จะเห็นได้ว่า มีเพียงไทยและพม่า ที่มีฝนในช่วงเช้าวันนี้

-สำหรับช่วงค่ำนี้ คืนลอยกระทง เวียดนาม และกัมพูชา ดูจะเป็น 2 บริเวณที่มีโอกาส จะเจอฝนได้น้อยกว่าเพื่อน

-ส่วนไทย ก็เป็นประเทศเดียวในกลุ่ม ที่คืนนี้ ยังมีโอกาสสูงมาก ที่จะมีฝน โดยเฉพาะภาคใต้ ฝนตกหนัก ทีเดียว

-จากภาพนี้ ทำให้เห็นได้ว่า ธรรมชาติกำลังแบ่งลักษณะอากาศ ด้านเอเชียตะวันออก ออกเป็น 2 ส่วน อย่างชัดเจน

- จากข้อมูลแผนที่อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ตอนนี้ความกดอากาศสูง หรือมวลอากาศเย็น จากไซบีเรียและจีน ได้แผ่ลงมาอย่างต่อเนื่อง

- แต่ยังคงติดอยู่ที่ เอเชียตอนบน ที่ติดกับซีกโลกเหนือ

- ส่วนที่ลงมาได้ ก็ลงสู่ทะเลเป็นส่วนใหญ่

- 10 ประเทศในกลุ่ม AEC หรือโซนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะยังไม่ได้รับมวลอากาศเย็น ให้สัมผัสความหนาวเย็นแบบเต็มๆ เสียที

- แบบนี้เอง ที่บนเกาะฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น จึงเจอพายุหิมะพัดถล่ม

- หนักที่สุด ในเมืองนิอิกาตะ, กิฟู, นากาโน่ และฟุกุชิมะ หิมะหนาถึง 2 เมตร ทำลายสถิติหิมะตกหนักสุดในรอบ 29 ปี

- ความหนาวเย็นรุนแรงนี้ ยังไม่มีวี่แววว่าจะบรรเทา ชาวเมือง รวมถึงนักท่องเที่ยว ต้องติดตามการรายงานอากาศอย่างใกล้ชิด

- ดังนั้น ลักษณะภาพใหญ่ของอากาศเอเชีย เป็นดังนี้

- ย่านเอเชียตะวันออก อากาศหนาวเย็น

- อุณหภูมิต่ำสุด กรุงโซล เกาหลีใต้ -1 องศา โตเกียว ญี่ปุ่น 5 องศา ปักกิ่ง จีน – 2 องศา

- แต่ทางไต้หวัน ฮ่องกง อากาศเย็น และยังมีฝนฟ้าคะนอง

- โซนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

- ทางตอนบนของพม่า เวียดนาม แจ่มใส

- แต่ถ้าใต้ลงมามีฝน

-เอเชียใต้

- ภาพรวมทางตอนเหนือ อากาศดี เริ่มมีความหนาวเย็นแล้ว

- แต่ทางตอนใต้อากาศ ยังไม่เย็น

- ศรีลังกา มัลดีฟส์ อากาศแจ่มใส แดดแรง

- อุณหภูมิ 24-28 องศา

- ย่านตะวันออกกลาง หรือเอเชียตะวันตกเฉียงใต้

-สัปดาห์นี้ อุณหภูมิภูมิภาคนี้ ลดต่ำลงฮวบเร็วมา อุณหภูมิต่ำสุด ใกล้จะต่ำกว่า 10 องศาแล้ว

-ส่วนใหญ่ มีเมฆมาก อากาศหนาว

-อิหร่าน 10 องศา คูเวต 11 องศา

- ซาอุดิอาระเบีย 13 องศา

- แต่ดูไบยัง 20 องศา

- ช่วงนี้ความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็น ที่ปกคลุมอีสานตอนบน มีกำลังอ่อนลง

- ดังนั้น ลอยกระทงคืนนี้ เหนือ-อีสาน มีโอกาสสัมผัสอากาศเย็น ให้เตรียมใส่เสื้อแขนยาว และใส่หมวกกันน้ำค้างด้วย

- ส่วนตั้งแต่ภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก เย็นนี้ยังมีโอกาสเสี่ยงเจอฝน แต่ยิ่งดึก ฝนจะลดลง

- ส่วนคืนลอยกระทงของคนกรุงเทพ ใครอยู่ฝั่งธนบุรี มีโอกาสเจอฝนค่ำนี้สูง ขอให้ติดร่มไปลอยกระทงด้วยนะครับ

- สำหรับภาคใต้ ตอนนี้คลื่นกระแสลมตะวันออกได้เคลื่อนผ่านไปแล้ว แต่ยังทำให้มีฝนกระจาย และตกหนักได้บางพื้นที่

- บริเวณฝนหนักคืนลอยกระทง ยังอยู่ที่ ประจวบ ชุมพร สุราษฎร์ ระนอง พังงา

เรื่องเด่นเย็นนี้

http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=14969&year=2012&month=11

- ใครจะไปลอยกระทง มาตรวจสอบสภาพอากาศ คืนนี้กันครับ

-อากาศช่วงกลางวัน ของวันลอยกระทง 28 พฤศจิกายน 2555 ในหลายพื้นที่

-ช่างดูไม่ค่อยเป็นใจนัก สำหรับการออกมาลอยกระทง ตามประเพณีไทย เสียเหลือเกิน

-แล้วคืนนี้ หรืออีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ที่คุณผู้ชมจะออกมาลอยกระทงกันแล้ว อากาศจะเป็นอย่างไร มาดูกันครับ

-เริ่มจากภาพใหญ่

- ความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากจีน ยังคงแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน

- แต่เนื่องจาก มวลเย็นส่วนใหญ่ลงสู่ทะเลเป็นหลัก

- จึงยังไม่ทำให้ ตอนบนมีอากาศเย็นมาก

- แต่มวลเย็นที่ลงทะเล กลับทำให้มีคลื่นกระแสลมตะวันออก พัดเอาความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้าหาประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

- แบบนี้ คืนนี้ ทั่วไทย มีโอกาสฝนตกๆ หยุดๆ ได้ตลอดคืนทีเดียว

-ภาคเหนือ บริเวณที่มีฝนเน้นๆ อยู่ที่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา ลำพูน ลำปาง น่าน และตาก

- อีสาน บริเวณฝนตก จะอยู่ทาง หนองคาย ชัยภูมิ เลย หนองบัวลำภู และนครราชสีมา

- เทียบกันแล้ว ทางอีสานจะมีฝนตกได้น้อยกว่า ทั้งปริมาณ และพื้นที่

- ที่สำคัญ ผลจากมวลอากาศเย็นที่ปกคลุม จะทำให้ ตั้งแต่ 1 ทุ่มขึ้นไป อากาศจะเย็น เตรียมเสื้อแขนยาวกันด้วย

- ภาคกลาง ภาคตะวันออก กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล

- มีโอกาสเจอฝนได้ตั้งแต่ 5 โมงเย็นวันนี้ มากรองลงมาจากภาคใต้เลยนะครับ

- โดยเฉพาะจังหวัดที่ติดทะเล ฝนตกได้มากกว่าจังหวัดอื่นๆๆ

- เกิดจากอิทธิพลฝนที่อยู่ในอ่าวไทย

- จากหางๆ ของ อิทธิพลของคลื่นกระแสลมตะวันออกนั่นเอง

-สำหรับภาคใต้ ไม่ใช่ภาคเดียวที่เจอฝนแล้ว

แต่ฝั่งอ่าวไทยยังมีฝนตกหนัก ส่วนฝันอันดามันก็ไม่น้อยหน้ากัน ฝนตกหนาแน่น ได้ตลอดทั้งคืน

- จากอิทธิพลของ คลื่นกระแสลมตะวันออก ที่พัดเข้าสู่ภาคใต้เต็มๆ

- คลื่นลมปานกลาง 1-2 เมตร

- ใครที่จะไปลอยกระทงแถวบริเวณชายหาด ไม่ต้องกลัวปัญหาคลื่นแรงซัดฝั่งครับ เพราะคลื่นใกล้ฝั่งไม่แรง

- แค่พกร่มระวังฝนตกก็พอครับ

- บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางยังคงแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า โดยมีฝนเป็นแห่งๆถึงกระจาย
- ลมตะวันออกกำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมทะเลอันดามันตอนบน ทำให้ภาคใต้มีฝนหนาแน่นและมีฝนตกหนักบางแห่ง

- ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักในช่วงวันที่ 28-29 พฤศจิกายน 2555

- ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันตอนบนสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณดังกล่าวเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือในระยะ 1-2 วันนี้ไว้ด้วย
- เหนือ ฝนตกกระจาย 1 ทุ่มอากาศเย็น

- อีสาน ตอนบน ฝนตกเล็กน้อย

- กลาง ตะวันออก กรุงเทพฯ มีโอกาสเจอฝนคืนนี้

- ใต้ฝั่งอ่าวไทย ฝนยังตกหนัก ฝั่งอันดามัน ฝนตกหนาแน่น

ข่าววันใหม่

-ทีวี360องศา วันนี้ ติดตามอนาคตที่ดูจะไม่สดใส สำหรับการต่ออายุพิธีสารเกียวโต

-พิธีสารเดียวที่เป็นความหวังในการลดโลกร้อน ของโลก

-เมื่อการประชุมของประเทศสมาชิก ถกกันเดือด ไม่แพ้ ความร้อนของโลก

การประชุมอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ UNFCCC ที่กรุงโดฮาร์ ประเทศการ์ต้าร์ เพิ่งเริ่มต้นมาได้ไม่เท่าไหร่

ประเด็นการต่ออายุ พิธีสารเกียวโต ก็กลายเป็นประเด็นร้อน

โดยประเทศพัฒนาแล้ว และมหาอำนาจทางการเงิน อย่าง ญี่ปุ่น รัสเซีย และแคนาดา ได้ประกาศถอนตัวออกจากการอยู่ร่วมในอนุสัญญาแล้ว

โดยอ้างสาเหตุจาก ความเหลือมล้ำ ที่ต้องมาจ่ายเงิน รับผิดชอบต่อการลดก๊าซเรือนกระจก

เพราะ รัสเซีย ญี่ปุ่น และแคนาดา 3 ประเทศที่ถอนตัว ปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมกันแค่ 11 % เท่านั้น

ขณะที่ จีน และสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่า และปล่อยมากที่สุดในโลก ด้วย

ต่างก็ไม่ได้อยู่ร่วมในอนุสัญญานี้ตั้งแต่แรก และไม่ได้จ่ายเงินร่วมรับผิดชอบด้วยเช่นกัน

ตัวแทนจากประเทศญี่ปุ่นให้ความเห็นว่า การถอนตัว ไม่ใช่การละเลย ต่อปัญหาโลกร้อน

-แต่พิธีสารเกียวโต ไม่ใช่ทางออกเดียว ที่จะลดโลกร้อนได้

-ทุกประเทศควรพยายามลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายในประเทศตัวเองให้ดีที่สุด ต่างหาก

- ด้านนักวิชาการจากบราซิล ให้ความเห็นว่า

- กลุ่มประเทศที่ถอนตัว กำลังเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี

- และจะทำให้ ความพยายามลดก๊าซเรือนกระจก ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา มีความยากลำบากมากขึ้น

- ล่าสุดตอนนี้ เหลือประเทศที่ยังเข้าร่วมพิธีสารเกียวโตต่อไป คือ สหภาพยุโรป ออสเตรเลีย และ ประเทศเล็กๆ

-กลับมาที่ประเทศไทย

-มาดูความเคลื่อนไหวสถานการณ์ความแห้งแล้งที่ภาคอีสาน

-เริ่มที่ จังหวัดนครราชสีมา

-จังหวัดนครราชสีมา ได้ประกาศพื้นที่ประสบภัยแล้งแล้ว 20 อำเภอ หรือคิดเป็นพื้นที่ 60 กว่า % ของทั้งจังหวัด

-พื้นที่การเกษตรเสียหายแล้วกว่า 720,000 ไร่
-นางปิยะฉัตร อินสว่าง หัวหน้าสำนักงานป้องกัน และบรรเทา สาธารณภัย นครราชสีมา บอกว่า

-ได้ส่งรถบรรทุกน้ำขนาด 6,000 – 10,000 ลิตร เข้าไปแจกจ่ายน้ำให้ประชาชน 146 คัน

-ใครเดือดร้อน ขอความช่วยเหลือได้ที่ สายด่วน 2784 ตลอด 24 ชั่วโมง

-ส่วนที่ศรีสะเกษ

-ชาวบ้านตามแนวชายแดนไทย กัมพูชา บ้านห้วยทิพย์ ต.รุง อ.กันทรลักษณ์

-เร่งสร้างฝายชะลอน้ำ เพื่อเก็บน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้ง

-หลังจาก น้ำในลำห้วย เริ่มมีปริมาณน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง

…………………………………………………………………………………………….

27 พฤศจิกายน 2555

เที่ยงวันทันเหตุการณ์

http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=14943&year=2012&month=11

-พรุ่งนี้ วันลอยกระทง วันนี้มาดูเราจะลอยกระทงให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างไร

-พรุ่งนี้จะเป็นวันลอยกระทง ชาวไทยร่วมสืบสานประเพณีลอยกระทง เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อสายน้ำ ที่ให้คุณประโยชน์แก่มนุษย์

- แต่สิ่งที่สวนทางการรักษาประเพณีอันดีงาม ก็คือ

- ปัญหาขยะกระทง ที่เป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม

- นี่คือภาพตัวอย่างของขยะกระทง ที่เกิดขึ้นหลังคืนวันลอยกระทง ใน ..กรุงเทพมหานคร..(เช็คพื้นที่)

- ช่าง..เป็นภาพที่ขัดกับความสวยงามของ กระทงที่อยู่ในสายน้ำ ในการลอยกระทงเสียจริงๆ

- กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม รายงานข้อมูลขยะกระทง จากการลอยกระทงเมื่อปีที่แล้ว ในกรุงเทพมหานคร พบว่า

- มีขยะกระทงเกิดขึ้น 322,000 ใบ ปีนี้เป็นปีที่เกิดมหาอุทกภัย ด้วยนะครับ

- แต่ถ้าเปรียบเทียบกับปี 2553 พบว่า มีจำนวนขยะกระทง 946,000 ใบ

- ดังนั้น เพื่อให้ได้ค่ากลางๆ ผมจะเอา 2 ค่านี้ มาหาค่าเฉลี่ย เพื่อให้เห็นภาพการรณรงค์การลดปริมาณขยะกระทง

- ได้ค่าเฉลี่ย คือ 634,000 ใบ

-ซึ่งการลดปริมาณขยะกระทง อย่างที่หน่วยงานทางสิ่งแวดล้อมรณรงค์อยู่ก็คือ

-ลอยกระทง 1 กระทง 1 คู่ แบบนี้ถ้าคิดจากจำนวนขยะกระทง 6 แสนกว่าใบ จะทำให้ขยะกระทงลดลงเหลือ 317,000 ใบ

- ถ้าลอย 1 กระทง 1 ครอบครัว คิดที่ครอบครัวละ 4 คน ขยะกระทงจะลดลงเหลือ 158,703 ใบ

- และถ้ามาเป็นแก๊งค์ซัก 10 คน ใช้กระทงใบเดียว จะเกิดขยะเพียง 63,481 ใบ เท่านั้น

- นี่คือภาพที่เห็นได้ชัดเจน หากเราลดปริมาณกระทง ก็จะลดจำนวนขยะกระทงในคืนวันลอยกระทงอย่างชัดเจน

- นายจิรพล สินธุนาวา คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากร มหาวิทยาลัยมหิดล ประเมินว่า คืนลอยกระทงคืนเดียว คนไทยผลิตขยะเพิ่มขึ้นอีก 1 ใน 3 ของปริมาณขยะที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน หรือคิดเป็นประมาณ 300 ตัน

-ถ้าดูจากเวลาที่ใช้ในการย่อยสลายของวัสดุแต่ละประเภท จะเห็นว่า โฟม จะใช้เวลาในการย่อยสลายมากที่สุด ถึง อาจไม่ย่อยสลายเลย

- ดังนั้น ถ้าเราลดได้ทั้งปริมาณ และเปลี่ยนวัสดุ มาใช้วัสดุจากธรรมชาติ

- การลอยกระทง ก็จะเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และยังสามารถรักษาความสวยสดงดงาม ของประเพณีการลอยกระทงของไทย ได้อย่างยั่งยืนด้วย

- ตอนนี้ ความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็น กำลังปานกลางระลอกใหม่ ได้แผ่ลงมาปกคลุมถึงอีสานตอนบนแล้ว

- เหนือ-อีสาน ได้เย็นในตอนเช้า และมีหมอก และยังมีฝนได้ในบางพื้นที่

- ส่วนกลางตอนล่าง-กรุงเทพ-และภาคตะวันออก ยังเสี่ยงฝนสูง จากคลื่นกระแสลมตะวันออกพัดเข้ามาปกคลุม

- สำหรับภาคใต้ ตัวการฝนหนัก อย่างหย่อมความกดอากาศต่ำ ได้หายไป เหลือฝนหลักๆ มาจากคลื่นกระแสลมตะวันออก ที่แรงขึ้นตามลมหนาวใหม่ที่ลงมา

- ฝนใต้จะยังสูง 70-80 % ของพื้นที่ ส่วนคุณผู้ชมใน ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช ขอให้ระวังอันตรายจากฝนหนัก ถึงพรุ่งนี้นะครับ

เรื่องเด่นเย็นนี้

http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=14952&year=2012&month=11

- วันนี้ มาดูข้อมูลอากาศ เพื่อเตรียมวางแผนเที่ยวลอยกระทงให้สนุกกันครับ

- พรุ่งนี้เป็นวันลอยกระทงแล้ว แต่อากาศช่วงนี้ยังแปรปรวน เอาแน่เอานอนไม่ได้

- ทีวี 360 องศา จึงเจาะลึกอากาศแต่ละภาค เพื่อเป็นข้อมูลให้คุณผู้ชม เตรียมตัวเที่ยววันลอยกระทงให้สนุกในวันพรุ่งนี้

-เริ่มจากภาพใหญ่

-ความหนาวเย็นจากจีน ทำให้คนอยากหนาว ผิดหวังอย่างสิ้นเชิง นั่นคือ ความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็น กำลังปานกลางระลอกใหม่จากจีน ที่เพิ่งแผ่ลงมาทางอีสาน เมื่อคืนนี้

-ตอนนี้ได้มีกำลังอ่อนลง อีกแล้ว

-ขณะที่รูปแบบมวลอากาศเย็นที่ลงมา ได้ลงสู่ทะเลจีนใต้เป็นส่วนใหญ่

-การดันลงทะเลแบบนี้ จึงทำให้คลื่นกระแสลมตะวันออก พัดเอาความชื้นเข้าหาประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

-และบริเวณที่โดนอิทธิพลนี้เต็มๆ คือ ภาคใต้ ทำให้ฝนจะตกหนัก นั่นเอง

-ดังนั้น กรมอุตุนิยมวิทยา ฟันธง อากาศวันลอยกระทง คืนพรุ่งนี้ แต่ละภาค เป็นดังนี้

- ภาคเหนือ อีสาน กลางวันบางพื้นที่อาจจะเจอฝนได้เล็กน้อย แต่ไม่ต้องตกใจ หัวค่ำ อากาศจะเย็น ตกดึก อากาศจะหนาวครับ

- จากผลของ ความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็น จากจีน ที่แผ่ลงมา นั่นเอง

- ภาคกลาง ภาคตะวันออก กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล

- ช่วงหัวค่ำ อาจมีฝนเล็กน้อย กรุงเทพและปริมณฑล ยังให้โอกาสมีฝน หัวค่ำพรุ่งนี้ที่ 50 50 ครับ

- เช่นเดียวกับเหนือ-อีสาน คือ เห็นฝนช่วงหัวค่ำก็อย่าเพิ่งตกใจ ช่วงกลางคืน ฝนน้อยลง / อากาศแม้ไม่เย็น แต่ก็กำลังสบาย

- ฝนที่มากวนใจนี้ จากหางๆ ของ อิทธิพลของคลื่นกระแสลมตะวันออกนั่นเอง

-สำหรับภาคใต้ เป็นภาคเดียวที่มีโอกาสสูงที่จะเที่ยวลอยกระทงไม่สนุก เพราะจะเจอฝนตกด้วย โดยเฉพาะฝั่งอ่าวไทย จะเจอฝนตกหนัก

- จากอิทธิพลของ คลื่นกระแสลมตะวันออก ที่พัดเข้าสู่ภาคใต้เต็มๆ

- การเตือนภัย ฝนตกหนักในภาคใต้ ยังจำเป็น

- โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร

- สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา และนราธิวาส

- คำแนะนำจากทีวี360องศา ก็คือ

- เที่ยวงานลอยกระทง ภาคเหนือ-อีสาน ให้ใส่เสื้อแขนยาว หรือเสื้อหนาๆ เพราะจะเจออากาศเย็นกว่าทุกภาค

- เที่ยวลอยกระทง ภาคกลาง ภาคตะวันออก กรุงเทพฯและปริมณฑล อากาศสบาย พกร่มด้วยอาจเจอฝนได้เล็กน้อย

- สำหรับ ภาคใต้ ต้องพกร่ม และเสื้อกันฝน เพราะจะเจอฝนหนัก และอย่าลอยในพื้นที่เสี่ยง เพราะอาจมีน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากได้

- จากการที่ความกดอากาศสูง หรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากจีนระลอกใหม่ มาได้แป๊บเดียวก็มีกำลังอ่อนลง

- พรุ่งนี้ เหนือ-อีสาน จะเป็น 2 ภาคที่มีอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า
-ระวัง การสัญจรผ่านหมอกหนาไว้ด้วย

- ส่วนฝนยังคงมีได้เล็กน้อยในทุกภาค โดยที่อีสาน มีฝนน้อยสุด 20 % ของพื้นที่

- เมื่อส่วนใหญ่ยังไม่เย็น ความร้อนพรุ่งนี้ สูงสุดที่ 34 องศา ระวังจะไม่สบายจากอากาศที่แปรปรวนด้วย

- สำหรับภาคใต้ ขอให้ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนัก ถึงวันพรุ่งนี้ โดยเฉพาะ จังหวัดชายฝั่งอ่าวไทย ตั้งแต่ประจวบคีรีขันธ์ถึงนราธิวาส

- คลื่นอ่าวไทย สูง 2 เมตร การลอยกระทงในทะเลอ่าวไทย ไม่แนะนำ นะครับ

ข่าววันใหม่

-ทีวี360องศา วันนี้ เจาะเนื้อหาการประชุมโลกร้อน ที่กรุงโดฮาร์ ประเทศการ์ต้าร์

-ที่เริ่มประชุมตั้งแต่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

-ซึ่งมีเนื้อหาหลักๆ คือ การควบคุมอุณหภูมิโลกไม่ให้เพิ่มขึ้นเกิน 2 องศา และการต่ออายุพิธีสารเกียวโต

- การประชุมอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ที่ กรุง โดฮา 26พฤศจิกายน ถึง 7 ธันวาคม

-ให้ความสนใจกับการควบคุมอุณหภูมิโลก ไม่ให้เกิน 2 องศา ภายในปี 2563

-ซึงเป็นประเด็นเดิม ที่ได้ตกลงกันไว้ ในการประชุม ครั้งที่แล้วเมื่อปี 2552

-หลังจากที่ความพยายามลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ผ่านมา ได้ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง

-นอกจากนี้ ยังพยายามให้ประเทศที่ไม่ได้เข้าร่วมกับพิธีสารเกียวโต ได้เข้ามามีส่วนร่วมให้มากขึ้น

-โดยเฉพาะ ประเทศในตะวันออกกลาง เช่น กาต้าร์ เจ้าภาพการประชุมครั้งนี้

-นอกจากนี้ ยังจะหาแนวทางลดก๊าซเรือนกระจกให้มากกว่าเดิม

-และเน้นการลดก๊าซเรือนกระจกระหว่างประเทศ เช่น ด้านการขนส่ง เป็นต้น

-ส่วนอีกประเด็นสำคัญ คือ พิธีสารเกียวโต ที่จะหมดอายุลงในสิ้นปีนี้

-นอกจาก เรื่องการต่ออายุแล้ว ยังต้องติดตามด้วยว่า จะมีใครถอนตัวออกไปหรือไม่

-แต่ก็คาดว่า สหภาพยุโรป และออสเตรเลีย จะยังคงเข้าร่วมพิธีสารเกียวโตต่อไป

-นักวิทยาศาสตร์ จาก Climate Interactive ซึ่งเป็นองค์กรพัฒนาเอกชน บอกว่า การควบคุมไม่ให้อุณหภูมิโลก เกิน 2 องศา ภายในปี 2563

-ชาวโลกต้อง ใช้พลังงานที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า , ใช้พลังงานทดแทน ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม , ออกกฎควบคุมการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในทุกภาคส่วน และ ลดการตัดไม้ทำลายป่าอย่างจริงจัง

-กลับมาที่ประเทศไทย

-วันนี้วันลอยกระทง

-มาดูถ้าจะเดินทางมาเที่ยวลอยกระทงทางเหนือและใต้ จะเจอกับลักษณะอากาศอย่างไร

-ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ บอกว่า อากาศภาคเหนือ วันลอยกระทง ในวันนี้

- จะมีทั้งฝนปรอยผสมกับอากาศเย็น
-ถ้าหากไม่ขึ้นไปตามดอย นักท่องเที่ยว ก็ใส่แค่เสื้อกันหนาวแบบบางๆ และมีผ้าพันคอรับมืออากาศเย็นก็ได้

-แต่ที่สำคัญ คือ ต้องเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ เพราะจะมีหมอกหนา

-ส่วนฝนที่ตกลงมา อาจทำให้เส้นทางที่คดเคี้ยว และลาดชัน มีอันตราย จนเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายด้วย

-ส่วนที่ภาคใต้ โดยเฉพาะฝั่งอ่าวไทย

-อาจลอยกระทงไม่สนุกนัก เพราะวันนี้ยังเป็นอีกวันที่จะมีฝนหนัก

-นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช บอกว่า คลื่นกระแสลมตะวันออก ยังพัดปกคลุมอ่าวไทย และภาคใต้ จะทำให้มีฝนเพิ่มขึ้น และตกหนักบางแห่ง คลื่นในอ่าวไทย ก็สูง 2 เมตร

-ขอให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ระวังอันตรายด้วย

……………………………………………………………………………………………….

26 พฤศจิกายน 2555

เที่ยงวันทันเหตุการณ์

http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=14910&year=2012&month=11

-วันนี้ เราจะเกาะติด 2012 วันสิ้นโลก ประจำสัปดาห์ ด้วยการเกาะติดสถานการณ์โลกร้อน

- นับแต่วันนี้ถึง 7ธันวาคม นานาประเทศจะมีการประชุมเพื่อการแก้ปัญหาโลกร้อน ที่กรุงโดฮา ประเทศการ์ต้าร์

- ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของโลก มากกว่า ความกังวล การสิ้นโลก ที่ไร้เหตุผลทางวิทยาศาสตร์

- เรามาดูกันว่า ปัญหาโลกร้อน มีความสำคัญกว่า และอาจทำให้เรา สิ้นโลก ได้เช่นเดียวกันอย่างไร

-องค์การสหประชาชาติรายงานว่า ปัจจุบัน ความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

-ก๊าซเรือนกระจกสำคัญ ที่ทำให้โลกของเราร้อนขึ้นนั้น

-ได้เพิ่มขึ้นกว่า เมื่อ 162 ปีที่แล้ว หรือ ปีที่มีการเริ่มต้นการปฏิวัติอุตสาหกรรม

-จาก 280 ส่วนในล้านส่วน เป็น 390 ส่วนในล้านส่วน หรือเพิ่มขึ้นถึง 40 % และแนวโน้มก็เพิ่มขึ้นไม่หยุดด้วย

-ขณะที่ตัวเลขการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ที่ต้องควบคุม คือ ต้องไม่ให้เกินปีละ 44 กิ๊กกะตัน

-แต่ก็มีการคำนวณว่า หากโลกยังเฉยเมยต่อการเพิ่มขึ้นของก๊าซเรือนกระจก และปล่อยให้มีการปลดปล่อยแบบทุกวันนี้ จะทำให้ก๊าซเรือนกระจก ในอีก 8 ปีข้างหน้า พุ่งถึงปีละ 58 กิ๊กกะตัน ได้ไม่ยาก

-ดังนั้น ถ้าเราจะปล่อยให้พิธีสารเกียวโต ซึ่งเป็นข้อตกลงระหว่างประเทศ ฉบับสำคัญฉบับเดียวนี้ หมดอายุลง

-โลกคงต้องเผชิญกับการเพิ่มขึ้นของก๊าซเรือนกระจกอย่างไม่หยุดหย่อน และจะเป็นบูมเมอแรง ให้เกิดสภาพอากาศที่แปรปรวน และภัยพิบัติที่ร้ายแรง มาทำร้ายมนุษย์

-นี่เองที่ สำนักเลขาธิการอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ UNFCCC

- ได้จัดให้มีการประชุม เพื่อต่ออายุ พิธีสารเกียวโต ออกไป ก่อนจะปล่อยให้หมดอายุลงในสิ้นปีนี้

- โดยประชุมที่กรุงโดฮา ตั้งแต่วันนี้ ถึงศุกร์ที่ 7 ธันวาคม

- มีผู้แทน 194 ประเทศ เข้าร่วม โดยมีไทยเป็นหนึ่งในนั้นด้วย

- นายศิริธัญญ์ ไพโรจน์บริบูรณ์ อดีตผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ให้ความเห็นว่า

-แนวโน้ม..โลกยังคงต้องการให้มีพิธีสารเกียวโต ต่อไป

-สำหรับประเทศไทย ควรเตรียมความพร้อมด้านนโยบาย เพื่อรองรับกลไกใหม่ที่จะเกิดขึ้น หลังการประชุมครั้งนี้

- ที่สำคัญ ต้องเตรียมปรับตัว กับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศใหม่ ที่จะเกิดขึ้นด้วย

- ตอนนี้ ความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลาง ที่เพิ่งลงเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ได้อ่อนกำลังลงแล้ว

- ความหมายง่ายๆ ก็คือ ความเย็นระลอกใหม่ ได้จบลง ความเย็นตอนเช้า จะเหลือแค่เหนือ-อีสานเท่านั้น

- ระวัง จะมีหมอกหนา ให้การสัญจรมีอุปสรรค และเกิดอันตรายได้

- ส่วนพรุ่งนี้ จับตา มวลอากาศเย็นอีกระลอก จะลงมาอีก รอบนี้ลงมายาว ถึง 1 ธันวาคม และจะทำให้ตอนบนมีอุณหภูมิลดลง 2-4 องศา และแรกๆ จะมีฝนตกได้ด้วย

- แต่กรุงเทพ ต้องทำใจ ลมหนาวใหม่ ทำให้เย็นลงอย่างเก่งแค่ 1-2 องศา เท่านั้น

- สำหรับเรื่องฝน พ้นวันนี้ ฝนทั่วไทยจะลดลง แต่คลื่นในอ่าวไทย จะสูง 2 เมตร ถึงพรุ่งนี้ ระวังเรื่องการเดินเรือกันด้วยนะครับ

เรื่องเด่นเย็นนี้

http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=14931&year=2012&month=11

-วันนี้มาดูสัญญาณความแปรปรวนที่จะเกิดกับภาคใต้ของไทย

- วันนี้ทีวี360องศา พบสัญญาณความเปลี่ยนแปลงที่ไม่สู้จะดีนัก สำหรับพี่น้องทางภาคใต้

- นั่นคือ ต้นปีหน้า จะเจอกับความแห้งแล้งรุนแรง

- ขณะที่พรุ่งนี้ใต้ตอนบน จะเจอกับสถานการณ์ฝนตกหนัก ที่ต้องระวังอันตราย

- เริ่มจากสัญญาณความแห้งแล้ง

- นี่คือ แผนภาพแสดงฝนสะสมเดือนพฤศจิกายนที่เปรียบเทียบกับค่าปกติในรอบ 30 ปี

- จะเห็นได้ว่า ที่ภาคใต้เป็นสีแดง

- ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก บอกว่า ตั้งแต่ต้นเดือนเป็นต้นมา มีฝนตกต่ำกว่าค่าปกติมาก

- คือปกติ เดือนนี้ควรมีฝนตก 500 มิลลิเมตร แต่จนถึงตอนนี้ตกเพียง 200 มิลลิเมตร หรือต่ำกว่าปกติถึง 300 มิลลิเมตร

- เวลาอีกไม่กี่วันที่เหลือ ก็ไม่ทำให้ค่าน้ำฝนเปลี่ยนแปลงไปจากนี้ได้

- นอกจากนี้ ฝนยังตกใต้เขื่อน และชายฝั่ง เป็นส่วนใหญ่ ทำให้มีน้ำ ไหลเข้าเขื่อนน้อย

- จึงเป็นสัญญาณเตือนพี่น้องภาคใต้ว่า มีความเป็นไปได้สูง ที่ทันทีที่สิ้นฤดูฝน หรือต้นปีหน้า จะเจอกับภัยแล้ง

- และความแห้งแล้งจะมีอยู่อย่างยาวนาน เพราะจะมีปรากฏการณ์เอลนินโญ่ ตัวการที่ทำให้แล้งมากขึ้น มาเป็นกำลังเสริมด้วย

- ขณะที่สถานการณ์เฉพาะหน้า ได้มีหย่อมความกดอากาศต่ำ หรือหย่อมฝน แสดงด้วยสัญลักษณ์รูปตัว L เกิดบริเวณภาคใต้ตอนกลาง

- ส่วนคลื่นกระแสลมตะวันออก ก็ยังคงพัดเอาความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมอย่างต่อเนื่อง

- สองแรงประสานกันแบบนี้

- พรุ่งนี้ภาคใต้ฝั่งตะวันออก จะมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ถึงวันที่ 28 พฤศจิกายน หรือวันลอยกระทง ทีเดียว

- คาดว่า ฝนจะหนักในเกณฑ์มากกว่า 100 มิลลิเมตร หรือ ในปริมาณที่จะทำให้เกิดน้ำท่วมน้ำหลากได้ง่ายๆ

- จังหวัดที่ต้องระวังอันตรายนี้ได้แก่

- ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช

- ส่วนจังหวัดอื่นๆ จะมีฝนหนาแน่นขึ้น

-ถือเป็นสัญญาณความแปรปรวนที่พี่น้องภาคใต้ ทราบแล้ว ต้องเตรียมการรับมือ ล่วงหน้ากันด้วยนะครับ

- จับตาพรุ่งนี้ ความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลาง ระลอกใหม่จากจีน จะแผ่ลงมาปกคลุมอีสานตอนบน

- เหนือ-อีสาน จะได้สัมผัสอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า ขณะที่บางที่จะมีฝนด้วยแล้วเย็นลง รอบนี้จะเย็นลง 2-4 องศา

- ขอให้ระวัง การสัญจรผ่านหมอกหนา จะเกิดอันตรายได้นะครับ

- สำหรับภาคกลางตอนล่างลงไป ซึ่งมีกรุงเทพและปริมณฑลอยู่ด้วย ขอให้ทำใจ

- ความหนาวเย็น ยังคงมาไม่ถึง ตรงกันข้าม ความชื้นที่พัดมาโดยลมตะวันออก ยังทำให้ อาจมีฝนตกต่อไปด้วย

- อย่าลืมภาคใต้ วันนี้ถึงลอยกระทง ฝนจะหนัก คลื่นอ่าวไทยสูง 2 เมตร เดินเรือระวังด้วยครับ

ข่าววันใหม่

-ทีวี360องศา วันนี้ มาติดตามการรายงานการค้นพบว่า

-ผลกระทบจากภาวะโลกร้อนกำลังทำสร้างปัญหาให้กับความหลากหลายทางชีวภาพของโลก

-ผ่านการศึกษา หอยทากทะเล ที่ขั้วโลกใต้

นักวิทยาศาสตร์ จาก องค์การบริหารสมุทรศาสตร์และบรรยากาศแห่งชาติ สหรัฐฯ หรือ NOAA ระบุว่า

เปลือกของหอยทากทะเล ที่อาศัยอยู่ในทวีปแอนตาร์กติกา กำลังถูกกัดกร่อนให้บางลง จากน้ำทะเลที่มีความเป็นกรดสูงขึ้น

สาเหตุเกิดจาก การเพิ่มขึ้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล

ทำให้มีการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศสูง จนไปเพิ่มสัดส่วนการละลายของคาร์บอนไดออกไซด์ ลงสู่น้ำทะเล

ทำให้น้ำทะเล กลายสภาพเป็นกรดที่สูงขึ้น ในที่สุด

-นอกจากนี้ โลกที่ร้อนขึ้น ยังทำให้ กระแสลม แปรปรวน พัดเอาน้ำทะเลในระดับความลึกกว่า 1 พันเมตรขึ้นมา
-ทำให้หอยทากไม่สามารถสร้างกระดองได้แข็งแรงตามปกติ ด้วย

-การค้นพบนี้ มีความสำคัญ เพราะ หอยทากทะเล มีส่วนสำคัญในระบบห่วงโซ่อาหาร

-หากขาดหายไป หรือแค่ลดจำนวนลง ก็จะส่งผลเสียต่อความสมดุลของระบบนิเวศน์ อย่างรุนแรง

-ถือเป็นตัวอย่างหนึ่ง และจุดเริ่มต้นของ ผลกระทบโลกร้อน ต่อน้ำทะเล และสัตว์ทะเลชนิดอื่นๆ

-กลับมาที่ประเทศไทย

-มาดูการแก้ปัญหาภัยแล้งของชาวนา ในภาคเหนือ และอีสาน

-ไปดูที่จังหวัดพิจิตร ก่อน

-ชาวนาในตำบลโพธิ์ประทับช้าง สู้แล้ง ด้วยการ

-ว่าจ้างรถมาอัดก้อนฟางข้าว เพื่อเก็บไว้ใช้คลุมดิน ลดความชื้น ในการทำสวนส้มท่าข่อย นับจากนี้

- นอกจากนี้ ยังเก็บไว้ใช้เป็นอาหารสัตว์ ในช่วงที่หญ้าสดหายาก จากความแห้งแล้ง ได้อีกด้วย

-สำหรับ ตำบลโพธิ์ประทับช้าง เป็นแหล่งผลิตส้มท่าข่อย แหล่งใหญ่ ของประเทศ

-ที่จังหวัดบึงกาฬ

-ชาวนาหันมาปลูกข้าวโพด เป็นพืชที่ใช้น้ำน้อย แทนการทำนาปรัง เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการขาดแคลนน้ำ

-หลังเจอปัญหาข้าวนาปี ยืนต้นแห้งตาย ขาดทุนมาแล้ว
-ภัยแล้งที่บึงกาฬปีนี้ นับว่ารุนแรงที่สุดในรอบ 20 ปี จากภาวะฝนทิ้งช่วงมาตั่งแต่เดือนกันยายน

-นอกจากข้าวโพด ชาวนายังปลูก มะเขือเทศ มันแกว และพืชที่ใช้น้ำน้อย ชนิดอื่นๆ ด้วย

-สำหรับ ข้าวโพดและมะเขือเทศ ชาวบ้านบอกว่า มีโรงงาน รับซื้อไม่อั้น จึงไม่เสี่ยงด้านการตลาด เหมือนปลูกพืชชนิดอื่นๆ

………………………………………………………………………………………………..

22 พฤศจิกายน 2555

เที่ยงวันทันเหตุการณ์

http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=14867&year=2012&month=11

-วันนี้เรามาเตรียมตัว เที่ยวงานลอยกระทงครับ

- พุธหน้าแล้ว จะเป็นวันเพ็ญ เดือน12 หรือ วันลอยกระทง ประเพณีอันเก่าแก่ของคนไทย

- หลายจังหวัด เริ่มงานกันตั้งแต่เสาร์-อาทิตย์นี้กันแล้ว

- จะวางแผนเที่ยวลอยกระทงให้สนุกอย่างไร ติดตามกันครับ


- ศูนย์ภูมิอากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา บอกว่า ความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากจีน ระลอกใหม่ จะลงมาในวันเสาร์นี้

- ดูแล้วเหมือนจะได้เย็นใช่มั้ยครับ

- แต่.. มวลเย็นจะไหลลงทะเลจีนใต้เป็นส่วนใหญ่ ขณะที่คลื่นกระแสลมตะวันออก ก็ยังพัดเอาความร้อนและชื้นเข้ามาเติมด้วย

- มวลเย็นจะลงมาแค่ 2 วัน แล้วค้างเติ่งอยู่ในตอนบนๆ ของประเทศ จนวันลอยกระทง


- ดังนั้น ช่วงวันลอยกระทง

- เหนือ อีสาน ยังมีโอกาสได้รับความเย็น จากความกดอากาศสูงระลอกนี้

- อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศา

- ดังนั้น เที่ยวลอยกระทงภาคเหนือ-อีสาน กลางคืนอากาศจะเย็น ขอให้เตรียมเสื้อผ้ากันหนาว และหมวกกันน้ำค้างด้วย


- ภาคกลาง อากาศคืนวันลอยกระทง จะเย็นสบาย

- แต่ถ้าเป็นภาคกลางตอนล่างลงไป ภาคตะวันออก -กรุงเทพฯและปริมณฑล อาจมีฝนตกได้เล็กน้อย

- เพราะคลื่นกระแสลมตะวันออก จะพัดเอาความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุม

- อุณหภูมิตอนกลางคืน

- ภาคกลาง 24-25 องศา ตะวันออก 23-25 องศา

- กรุงเทพมหานคร 24-25 องศา


- สำหรับภาคใต้น่าเห็นใจมาก

- เพราะคืนวันลอยกระทง มีโอกาสเจอฝนตกหนักได้ทั้งสองฝั่ง

- จากอิทธิพลของคลื่นกระแสลมตะวันออกจากทะเลจีนใต้ ที่จะกลับมามีกำลังแรงขึ้น ตั้งแต่วันพรุ่งนี้นั่นเอง

- สำหรับพื้นที่เจอฝนคืนลอยกระทงสูง ได้แก่ ตั้งแต่ประจวบคีรีขันธ์ลงไป

- ขอให้ระวังอันตรายจากฝนที่จะตกหนักด้วยนะครับ


-สรุปนะครับ ลอยกระทง เหนือ อีสาน ให้เตรียมเสื้อกันหนาว เพราะอากาศเย็น

- ภาคกลาง ภาคตะวันออก กรุงเทพมหานคร อากาศสบายๆ และอาจร้อน ไม่เจอฝน

- ส่วนภาคใต้ เป็นภาคเดียวที่อาจไม่สนุก เพราะคืนวันลอยกระทง มีโอกาสเจอฝนตกหนัก ครับ

- จับตาพรุ่งนี้ ความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็น กำลังค่อนข้างแรง ระลอกใหม่ จะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน

- และเนื่องจากเราร้อนมาหลายวัน ดังนั้น ระยะแรกจะมีฝนฟ้าคะนอง กับลมกระโชกแรง แล้วอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส ระวังจะไม่สบายจากอากาศเปลี่ยนแปลงได้

- โดยจะเริ่มในภาคอีสานก่อน จากนั้น ภาคอื่นจะเจอเป็นคิวต่อไป

- สำหรับภาคใต้ ระวังฝนจะหนักเพิ่มขึ้น คลื่นลม อ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น คลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ครับ

ปิดท้ายกับข่าวดี

-ทีวี360องศา ออนแมกกาซีน มีให้ดาวโหลดในรูปของ e-book ใน application TV3 Magazine บน ipad แล้ว

-เข้าไปที่ App store ดาวโหลด application TV3 Magazine มาก่อน

-จากนั้น ก็ดาวโหลด ทีวี360องศา ออนแมกกาซีน มาอ่าน เนื้อหาที่น่าสนใจ ในฉบับปฐมฤกษ์ ครบรอบ 3 ปี ทีวี360องศา ได้เลย

-แนะนำให้ ดาวโหลดผ่าน wifi และ 3 g นะครับ

เรื่องเด่นเย็นนี้

-ดังนั้น ใครอยากเที่ยวงานลอยกระทง แบบที่ไม่ร้อนมากนัก ต้องขึ้นเหนือ-อีสาน ครับ

http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=14878&year=2012&month=11

-วันศุกร์สุดสัปดาห์ ติดตามการคาดการณ์อากาศสัปดาห์หน้า

- หลังจากคุณผู้ชมที่เฝ้าติดตามอากาศหน้าหนาวของไทย หลังจากเข้าสู่ฤดูหนาวปีนี้มาได้เดือนกว่าแล้ว

- แต่ก็ยังพบว่า เรายังไม่ค่อยหนาวเย็นสักเท่าไหร่

- สัปดาห์หน้า แม้จะมีสัญญาณไปในทางที่เราจะได้เย็นลงมากขึ้น

- แต่ก็ต้องขอบอกว่า สัปดาห์หน้าก็ยังไม่ใช่สัปดาห์ที่จะทำให้เรารู้สึกว่าอยู่ในฤดูหนาว


-กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า ตั้งแต่พรุ่งนี้ความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากจีน ระลอกใหม่จะลงมาอีกครั้ง

-แต่ส่วนใหญ่ลงสู่ทะเลจีนใต้

-เมื่อเราไม่ได้รับลมหนาวเต็มๆ จึงทำให้ตอนบนของประเทศมีอุณหภูมิลดลง 1-3 องศา เท่านั้น

-และจากการที่เราร้อนมาหลายวัน เมื่อความเย็นลงมาปะทะความร้อน จึงจะมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงช่วงแรกๆ จากนั้น ถึงจะเย็นลง แบบนี้ จะไม่สบายกันได้ง่ายๆ


-อากาศแบบนี้ จะมีไปจนถึงวันพุธ หรือวันลอยกระทงเลยนะครับ

-แต่สำหรับภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ลมหนาวลงมาไม่ถึง

-ส่วนคลื่นกระแสลมตะวันออก ที่พัดเอาความชื้นจากทะเลจีนใต้ เข้ามา จะกลับมามีกำลังแรงขึ้น

-ดังนั้น จะเจอกับฝนตกหนัก ได้ด้วยครับ


- ดังนั้น สัปดาห์หน้า

- เหนือ อีสาน จะเย็นลงเล็กน้อย 1-3 องศา

- จะเจอฝนปรอยๆ ด้วย 30-40 % ของพื้นที่

- ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมถึงกรุงเทพ

- อากาศจะทรงๆ แบบวันนี้ และจะมีฝนตกได้ด้วย

- ฝนฟ้าคะนองกระจาย 40-60 % ของพื้นที่


- ภาคใต้

- ฝั่งอ่าวไทย จะมีฝนตกหนัก จากอิทธิพลคลื่นกระแสลมตะวันออก ตั้งแต่ประจวบคีรีขันธ์ลงไป

- ฝั่งอันดามันฝนจะหนักน้อยกว่า

- ทะเลมีคลื่น 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 2 เมตร

-สรุปพยากรณ์ 360 องศา

-เหนือ-อีสาน ระวังกลางคืนอากาศเย็น ใส่เสื้อกันหนาว และหมวก ป้องกันน้ำค้าง ด้วย โดยเฉพาะการออกมาเที่ยวคืนลอยกระทง พุธหน้า

-สำหรับพี่น้องเกษตรกร เตือน ภาคเหนือ-ภาคกลาง ให้เก็บผลผลิตที่ตากกลางแจ้ง เพราะจะเจอฝน

-อีสาน กำลังแล้ง ให้หาพืชคลุมดิน

-ภาคตะวันออก จะมีฝน ให้รองน้ำฝนไว้ใช้

-ส่วนภาคใต้ ระวังฝนตกหนัก


วันใหม่

-ทีวี360องศา วันนี้ ยังคงติดตามผลกระทบจากภาวะโลกร้อนล่าสุดอยู่

-ล่าสุด มีการเปิดเผยข้อมูลอีกว่า โลกร้อนกำลังกระทำกับประเทศที่พึ่งพาน้ำแข็งจากเทือกเขาหิมาลัย อย่างหนัก

-ไปดูเรื่องนี้ ที่ภูฏาน

-นักวิทยาศาสตร์ จากมหาวิทยาลัย บริกแฮม ยัง ,สหรัฐอเมริกา พบว่า โลกร้อน นอกจากจะทำให้น้ำแข็ง บนเทือกเขาหิมาลัยละลายมากผิดปกติแล้ว

-อุณหภูมิโลกที่สูงขึ้น ยังเป็นตัวการทางอ้อม ที่ทำให้มีฝนตกหนัก บนหิมาลัย แทนที่จะตกเป็น หิมะ ปกคลุมเป็นน้ำแข็งเหมือนในอดีต

-นี่เองที่ทำให้ ปริมาณน้ำแข็งบนเทือกเขาหิมาลัย ลดลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมานี้

-การศึกษาพบว่า ช่วงหน้าฝน

-ฝนที่ตกหนักมากขึ้น บวกกับ น้ำแข็งละลาย อาจทำให้มีน้ำในปริมาณมหาศาล

-ที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมใหญ่ ใน ภูฏาน และ ในหลายประเทศ ที่มีแม่น้ำสายหลัก ที่รับน้ำ จากน้ำแข็งที่ละลาย จากเขาหิมาลัย ได้ด้วย

-ขณะที่พอช่วงแล้ง แม่น้ำที่รับน้ำจากน้ำแข็งหิมาลัยละลาย จะมีน้ำลดลงถึง 30 เปอร์เซนต์

-การศึกษายังพบด้วยว่า อุณหภูมิของโลกที่สูงขึ้น 1 องศา จะทำให้ขนาดของธารน้ำแข็งบนหิมาลัยลดลง 25 เปอร์เซ็นต์

-นั่นหมายถึง โอกาสที่จะเกิดน้ำท่วมในหน้าน้ำ และภัยแล้ง ในหน้าร้อน ที่สูงขึ้น ในประเทศรอบเทือกเขาหิมาลัย ด้วย

-กลับมาที่ประเทศไทย

-มาจับตาความหนาวเย็นที่จะลงมาใหม่ ในช่วงนี้กันครับ

-กรมอุตุนิยมวิทยา บอกว่า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นระลอกใหม่ จากจีน จะลงมา

-แต่เนื่องจากเราร้อนมาหลายวัน ดังนั้น แรกๆ ประเทศไทยตอนบน จะมีฝนตก

-โดยวันนี้ จะเกิดขึ้นที่ภาคอีสานก่อน จากนั้น อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศา

-ที่น่าสังเกตคือ ลมหนาวระลอกนี้ ก็ยังไม่ทำให้เราได้หนาวเย็นลงมากนัก

-โดยเฉพาะ ตั้งแต่ภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ยังคงจะมีคลื่นกระแสลมตะวันออก พัดเอาความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุม ทำให้จะยังมีฝน และร้อน มากกว่าที่จะมีความเย็น

-วันนี้ถึง27 พฤศจิกายน ภาคตะวันออกตอนล่าง และภาคใต้ อาจจะมีฝนตกหนักด้วยนะครับ

-สำหรับความเย็นนี้ จะมีไปจนถึงวันลอยกระทง

………………………………………………………………………………………………..

21 พฤศจิกายน 2555

เที่ยงวันทันเหตุการณ์

http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=14807&year=2012&month=11

-วันนี้มาติดตาม สถานการณ์พิบัติภัย รอบโลก

- หลังจากเมื่อวานเราติดตามความเป็นไปในภูมิภาคเอเชีย

- วันนี้การสแกนไปทั่วโลกของทีวี360องศา ก็พบว่า สถานการณ์พิบัติภัยโลก ลดลงกว่าสัปดาห์ก่อนๆ ที่ทีวี360องศา จับจ้องมาอย่างต่อเนื่อง

- อาจเป็นเพราะซีกโลกเหนือเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว พิบัติภัยจากพายุจึงหายไป

- ขณะที่ซีกโลกใต้ ก็มีสถานการณ์ภัยพิบัติที่น้อย มาตั้งนานแล้ว

- อย่างไรก็ตาม ผมมีภาพ การเกิดทอร์นาโด หรือ พายุงวงช้าง ในทะเล ที่ออสเตรเลีย เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

- เกิดขึ้นทางทิศใต้ของซิดนีย์ ในรัฐนิวเซาธ์เวลส์

- ถือเป็นภาพสวยงาม จากธรรมชาติ ที่ไม่ได้พบเห็นกันบ่อยนัก

- เกิดจากที่มวลอากาศเย็นเคลื่อนผ่านเหนือผิวน้ำที่อุ่นกว่า

- ทำให้อากาศยกตัวขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง พุ่งหมุนเป็นเกลียว เป็นงวงช้าง เชื่อมผืนน้ำและเมฆ ดังภาพครับ

- ภาพแบบนี้คนไทยเรียกว่า นาคเล่นน้ำ นะครับ

-จากภาพสวยงามทางธรรมชาติ ที่ออสเตรเลีย

-มาดูภาพใหญ่ภัยพิบัติ ทั่วโลก เป็นดังนี้

- เริ่มที่เอเชีย

- โซนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยังเป็นโซนที่เข้าฤดูหนาว แต่ยังมีอากาศร้อน โดย มาเลเซียยังเตือนระวังฝนฟ้าคะนอง ทั้งบนคาบสมุทรมาเลเซีย และบนเกาะบอร์เนียว

- เวียดนาม เตือนระวังน้ำท่วม

- รัสเซีย อินโดนิเซีย เตือนระวังภูเขาไฟ

-ยุโรป

-มีเตือนระวังน้ำท่วม ในอังกฤษ และสกอตแลนด์

- ฝนฟ้าคะนอง มีเตือนในอิตาลี และ กรีซ

-ส่วนทวีปแอฟริกา มีเตือนน้ำท่วมทางด้านตะวันออกของทวีป

- โซนอเมริกา

- สถานการณ์ความแห้งแล้ง ในตอนกลางของสหรัฐอเมริกา ยังไม่คลี่คลาย ยาวนานเกิน 6 เดือนแล้ว

- มีการเตือน ระวังภูเขาไฟ ที่ แคนาดา

เอกวาดอร์ ชิลี และฮอนดูรัส ด้วย

-ส่วนภูมิภาคสุดท้าย ออสเตรเลีย

- ไม่มีการเตือนระวัง พิบัติภัย

- ช่วงนี้ลมหนาวจากจีนมีกำลังอ่อน แบบนี้หมอกจึงลงมากขึ้น และความเย็นจึงเหลือในภาคเหนือและอีสานเท่านั้น

- ภาคอื่นๆ นอกจากหมอกจัดขึ้น ก็จะร้อนในตอนกลางวัน และอาจมีฝนด้วย อุณหภูมิสูงสุด ที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า จะ 34-35 องศา ระวังอันตรายจากความร้อนด้วยนะครับ

- สำหรับคลื่นกระแสลมตะวันออกตัวการนำความชื้นมาทำให้มีฝน ตั้งแต่ภาคกลางตอนล่าง ลงไปถึงภาคใต้ กำลังเคลื่อนไปปกคลุมทะเลอันดามัน

- วันนี้ฝนใต้ ยังมากอีกวัน แถว ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง และพังงา

- ตรงไหนฝนตกในทะเล คลื่นจะสูงมากกว่า 2 เมตร เดินเรือระวังด้วยครับ

-ปิดท้ายกับข่าวดี

-ทีวี360องศา ออนแมกกาซีน มีให้ดาวโหลดในรูปของ e-book ใน application TV3 Magazine บน ipad แล้ว

-เข้าไปที่ App store ดาวโหลด application TV3 Magazine มาก่อน

-จากนั้น ก็ดาวโหลด ทีวี360องศา ออนแมกกาซีน มาอ่าน เนื้อหาที่น่าสนใจ ในฉบับปฐมฤกษ์ ครบรอบ 3 ปี ทีวี360องศา ได้เลย

-แนะนำให้ ดาวโหลดผ่าน wifi และ 3 g นะครับ

เรื่องเด่นเย็นนี้

http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=14826&year=2012&month=11

-วันนี้มาตรวจสอบสถานการณ์ล่าสุด ปัญหาน้ำเสียในอ่าวไทยกัน

-หลังจากเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เกิดเหตุปลาทะเล และหอยแมลงภู่ บริเวณอ่าวไทยตอนบน ตายเป็นจำนวนมาก

-เพราะปัญหาน้ำเน่าเสียจากแพลงก์ตอนบูม หรือ พืชน้ำเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว จากธาตุอาหารที่ชะลงมาจากแผ่นดิน

-ทำให้เกิดการแย่งออกซิเจนในน้ำ จนออกซิเจนไม่เพียงพอ

-สัตว์น้ำ อย่าง ปลา และหอย จึงต้องตายในที่สุด

-ทีวี360องศา จึงได้ ตรวจสอบสถานการณ์อ่าวไทยรูปตัว ก หรือ อ่าวไทยตอนบน จากแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียมของ Gistda

-สีบนภาพ แสดงถึงปริมาณคลอโรฟิล ที่มีอยู่ในอ่าวไทย , สียิ่งแดง ก็ยิ่งแสดงถึงปริมาณคลอโรฟิลที่มีมากกว่าบริเวณอื่น

-ซึ่งคลอโรฟิลนี้ เป็นตัวแทนของพืชน้ำในอ่าวไทยได้ด้วย

-และสีแดงที่มากในบริเวณไหน บริเวณนั้น จะเสี่ยงต่อการเกิดแพลงก์ตอนบูม น้ำเน่าเสีย และปลาตายได้

-จากภาพ หลังเกิดเหตุ แพลงตอนได้กระจายออกมา และยังกระจุกตัว ตั้งแต่ปากแม่น้ำบางปะกง ฉะเชิงเทรา และชลบุรี

- และยังคงหนาแน่น ที่เพชรบุรี ด้วย

- นางสาวกาญจนา อดุลยานุโกศล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทรัพยากรประมงชายฝั่งทะเลอ่าวไทยตอนบน บอกว่า

- ตอนนี้คุณภาพน้ำในอ่าวไทย ตั้งแต่ผิวน้ำถึงความลึกกลางน้ำ อยู่ในเกณฑ์ดี

- แต่ใต้ท้องน้ำ ยังไม่เหมาะแก่การอยู่อาศัยของสัตว์น้ำ

- คาดว่า อีก 1-2 สัปดาห์ คุณภาพน้ำก็จะกลับมาดีเป็นปกติ

- สำหรับตัวการหนึ่ง ที่ทำให้น้ำจืดจากแผ่นดิน ไม่ผสมรวมกับน้ำทะเล จนคุณภาพน้ำย่ำแย่ ก็คือ ลมหนาวที่มาช้า

- เมื่อลมไม่พัดตามฤดูกาล กระแสน้ำจึงกักตัวอยู่ในอ่าวไทย

- เมื่อกระแสน้ำไม่ไปไหน จึงกลายเป็นวิกฤตคุณภาพน้ำในที่สุด

- นายธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ แนะนำ ผู้เลี้ยงหอยแมลงภู่ ให้เปลี่ยนมาเลี้ยงในแพ หากเกิดวิกฤตคุณภาพน้ำอีก จะได้เคลื่อนย้ายหนีได้

- สำหรับผู้เลี้ยงปลา ให้รอคุณภาพน้ำ ปรับตัวอีก 1 เดือน ค่อยลงเลี้ยงใหม่

- เพราะหากลมหนาว ยังลงมาไม่ต่อเนื่อง

- วิกฤตคุณภาพน้ำ ก็มีโอกาสสูง ที่จะกลับมาเกิดได้อีก

- ช่วงนี้ลมหนาวจากจีนมีกำลังอ่อน พรุ่งนี้เช้า หมอกจึงลงมากขึ้น และความเย็น จะเหลือเพียงในภาคเหนือและอีสานเท่านั้น

- หมอกจัดช่วงนี้ ขอให้ระวังอันตรายจากการสัญจรผ่านหมอก

- ขณะที่กลางวัน ยังร้อน แดดแรง และอาจมีฝนด้วย อุณหภูมิสูงสุด 34 -35 องศา ระวังอันตรายจากความร้อนด้วยนะครับ

- สำหรับลมตะวันออก ยังนำความชื้นเข้ามา ตั้งแต่ภาคกลางตอนล่าง ลงไปถึงภาคใต้ จะมีฝนกระจาย

- ฝนใต้ พรุ่งนี้ยังมาก แถว ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง และพังงา

- วันนี้ ไปดูการติดตาม คุณภาพอากาศ ที่แม่เมาะ จาก กิจกรรม

- ทีวี360องศา เปิดโลกไฟฟ้าคู่ชุมชน เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ข่าววันใหม่

-ความเปลี่ยนแปลงของโลกในรอบวัน วันนี้

-มาดูภัยที่น่าสะพรึงกลัว จากภาวะโลกร้อน

-หากคนทั้งโลกยังไม่ใส่ใจ ในการลดก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะ การลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

-เดิม.. นักวิทยาศาสตร์ คาดการณ์ว่า หากอุณหภูมิโลกเพิ่มสูงขึ้น 2 องศา จากในปัจจุบัน
-โลก จะเผชิญกับผลกระทบจากความรุนแรง ของภาวะโลกร้อน ไม่ว่าจะเป็น ความแปรปรวนของสภาพอากาศแบบสุดขั้ว น้ำท่วมชายฝั่ง ภัยพิบัติที่ร้ายแรงกว่าปกติ การสูญเสียความสมดุลทางธรรมชาติ การขาดและแคลนอาหาร

-แต่ล่าสุด ธนาคารโลก ได้ออกรายงานว่า การคาดการณ์ของนักวิทยาศาสตร์นั้น ไม่เพียง จะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้ แต่อุณหภูมิของโลกอาจพุ่งขึ้นสูงถึง 4 องศา ภายในปี พ.ศ. 2643 หรืออีก 88 ปี ข้างหน้าด้วย

-แต่นักวิชาการบางกลุ่มก็กล่าวว่า การเพิ่มของอุณหภูมิโลก ที่จะสูงถึง 4องศา จะเกิดขึ้นภายใน 50 ปีต่างหาก

-ถ้าชาวโลกยังมีไม่มีการควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ที่รัดกุมกว่าที่เป็นอยู่

นาย จิม ยอง คิม ประธานธนาคารโลก กล่าวว่า โลกร้อน เป็นปัญหาที่ต้องแก้ไขโดยเร่งด่วน

- และยังเป็นตัวแปรสำคัญ ที่ควรจะนำมาใช้พิจารณาประกอบในการพัฒนาในทุกๆด้าน

- นาย โคฟี อานัน อดีตเลขาธิการอ งค์การสหประชาชาติ กล่าวว่า นี่เป็นสิ่งที่อันตรายอย่างยิ่ง

- เราคงไม่อยากให้ คนรุ่นหลัง ต้องเผชิญกับ ภัยธรรมชาติรุนแรงทุกรูปแบบ จากการกระทำที่ไร้ซึ่งความรับผิดชอบ ของเราเอง

-

กลับมาที่ประเทศไทย

-ระยะนี้ ประเทศไทยตอนบน เจอกับสภาพอากาศที่แปรปรวนมาก

-จนเกิดปัญหากับสุขภาพของประชาชน แล้ว

-ไปดูเรื่องนี้ ที่ลำพูน

นายสมชาย โรจน-รัตนางกูร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำพูน เตือนว่า อากาศที่ลำพูนกำลังแปรปรวนมากและเป็นช่วงที่เข้าสู่ช่วงฤดูหนาว

-ตอนกลางคืน อากาศจะเย็น, เช้า จะมีหมอกลงจัด, กลางวันมีแดด ร้อน และสลับฝนตก

-จะทำให้ผู้สูงอายุและเด็กๆ ปรับร่างกายไม่ทัน เจ็บป่วยได้ง่าย

-ทุกวันนี้ มีผู้ป่วยโดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ เข้ามารักษาที่โรงพยาบาลลำพูน วันละกว่า 1 พัน 4 ร้อยคน

-ส่วนใหญ่ป่วยเป็นโรค ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ปอดบวม หัด หัดเยอรมัน สุกใส และอุจจาระร่วง

- ขอให้ประชาชน ควรดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ โดยเฉพาะในเด็กเล็กและผู้สูงอายุ ควรดูแลเป็นพิเศษ

-ส่วนเรื่องภัยแล้ง วันนี้ดูที่จังหวัดลพบุรี

-ภัยแล้งที่อำเภอลำสนธิ เริ่มทวีความรุนแรงขึ้นและขยายวงกว้างไปทั้งอำเภอแล้ว

-ไม่เพียงนาข้าวหอมมะลิที่ได้รับความเสียหาย ขณะนี้ ไร่มันสำปะหลังและไร่อ้อย นับหมื่นไร่ ก็ได้รับผลกระทบด้วย

-โดย มันสำปะหลังกำลังยืนต้นตายและเมื่อถอนต้นออกมา ก็ไม่มีหัวมันเลย

-อ้อยก็ไม่สามารถตัดได้ เพราะขาดน้ำมานาน

…………………………………………………………………………………………………

20 พฤศจิกายน 55

เที่ยงวันทันเหตุการณ์

http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=14781&year=2012&month=11

- วันอังคาร เที่ยงวันทันเหตุการณ์ ติดตาม ความเป็นไปในภูมิภาคเอเชีย

- ภูมิภาคเอเชียตอนนี้ก็เข้าสู่หน้าหนาวเช่นเดียวกับประเทศไทย

- หลายประเทศเข้าสู่โหมดของความหนาวเย็น และก็มีหลายประเทศเช่นกัน ที่ไม่เย็นสักที เหมือนประเทศไทย

- จากข้อมูลแผนที่อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา

- ความหนาวเย็นในภูมิภาคเอเชียซีกตะวันออก มาจากตอนบนแถวไซบีเรีย และจีน

- ตอนนี้ได้แผ่ปกคลุมตอนบน จนทำให้อุณหภูมิต่ำสุดในแผ่นดิน ติดลบกันระนาว

- แต่ความหนาวเย็นเหมือนถูกอั้นไว้แค่บริเวณนี้ เพราะความกดอากาศสูงยังมีกำลังไม่แรงพอที่จะดันลงมาทางโซนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีไทยของเราอยู่ด้วย

- ประกอบกับมีคลื่นกระแสลมตะวันออก พัดเอาความร้อนชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามาด้วย

- ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงยังไม่ค่อยหนาวเหมือนกันหมดเลย ไม่ใช่เกิดขึ้นเฉพาะประเทศไทย

- นี่จึงเป็นคำตอบว่า ตอนนี้เราจึงยังไม่ค่อยหนาวเย็น

- ส่วนทางโซนเอเชียใต้ ดีเปรสชั่นที่ก่อตัวในอ่าวเบงกอล ก็สลายตัวแล้ว ถือเป็นโชคดี ที่ไม่ไปสร้างปัญหาฝนตกหนักให้กับทางใต้ของอินเดีย อย่างที่มีการคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้

- ภาพใหญ่ลักษณะอากาศเอเชียวันนี้ เป็นดังนี้

- ภูมิภาคเอเชียตะวันออก อากาศหนาวเย็นแล้วครับ ใครอยากเดินทางไปท่องเที่ยว ต้องเตรียมเสื้อผ้ากันหนาวมากๆ

- ไม่ว่าจะเป็น รัสเซีย เกาหลี ญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน อากาศแจ่มใส

- เกาหลี 1 องศา ญี่ปุ่น7 องศา จีน 1 องศา

- แต่ทางฮ่องกง ยังมีฝนตกอยู่บ้างเล็กน้อย

- กลุ่มประเทศ AEC หรือในโซนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

- ยังต้องรอให้ความกดอากาศสูง หรือมวลอากาศเย็น จากจีน ลงมาอย่างต่อเนื่องถึงจะได้หนาวเย็นกับเขาบ้าง

- ส่วนใหญ่ ทุกประเทศอากาศแจ่มใส มีเพียง ภาคใต้ของไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ มีฝนตกหนัก จากอิทธิพลลมตะวันออกจากทะเลจีนใต้

-เอเชียใต้

- อากาศดี เย็นสบาย เงียบสงบ ไม่มีพายุฝน หรือพายุหิมะ

- ใครจะเดินทางไปภูมิภาคนี้ จะไม่มีความล่าช้าจากสภาพอากาศที่เลวร้าย แต่จะช้าเพราะการจัดการของสนามบิน ก็เป็นอีกเรื่องนึงนะครับ

- ปากีสถาน เนปาล บังกลาเทศ อินเดีย อากาศหนาวเย็นและมีหมอก

- ตอนล่าง ศรีลังกา มัลดีฟส์ อากาศแจ่มใส อุณหภูมิยัง 20 กว่าองศา

- ย่านตะวันออกกลาง หรือเอเชียตะวันตกเฉียงใต้

-สัปดาห์นี้อุณหภูมิลดลงฮวบ มากเลยนะครับ ส่วนใหญ่อุณหภูมิต่ำกว่า 20 องศา แต่ยังมีแดดแรง และมีเมฆมาก

- อิหร่าน 6 องศา คูเวต 19 องศา

- ซาอุดิอาระเบีย 16 องศา

- แต่ดูไบยัง 23 องศา

- ช่วงนี้ความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็น ที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน มีกำลังอ่อนลง ลมหนาวอ่อน เราก็จะหนาวลดลง แถมมีหมอกและฝนได้

- ดังนั้น เหนือ-อีสาน ยังมีอากาศเย็นในตอนเช้าได้อยู่ /ส่วนภาคอื่น มีหมอกในตอนเช้า อย่างเดียว

- ระวังนะครับ เวลาเราร้อนขึ้น ตอนเช้าหมอกจะหนา ระวังอันตรายจากการสัญจรด้วย สำหรับความร้อนตอนกลางวัน 33-34 องศา

- สำหรับภาคใต้ ฝนเริ่มตกหนักทั้ง 2 ฝั่ง จากอิทธิพลคลื่นกระแสลมตะวันออกจากทะเลจีนใต้

- เน้นๆ อยู่ตอนล่างของภาค 70-80% ของพื้นที่ ตรงไหนฝนตกในทะเล คลื่นสูง 2 เมตร

เรื่องเด่นเย็นนี้

ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=14800&year=2012&month=11

-วันนี้เราจะล่องใต้ ไปตรวจสอบสภาพอากาศในภาคใต้กันครับ

- หลังจากที่ ทีวี360องศา รายงานเกาะติดความผิดปกติของความหนาวเย็นในหน้าหนาวปีนี้มาอย่างต่อเนื่อง

- ทำให้เห็นอีกภาพ คือ ความผิดปกติของหน้าฝนในภาคใต้ปีนี้เช่นกัน

- จำง่ายๆ นะครับ ถ้าประเทศไทยตอนบน ซึ่งได้แก่ ภาคเหนือ อีสาน กลาง ตะวันออก และกรุงเทพมหานคร หนาว ภาคใต้ก็จะเจอกับฝนชุกฝนหนัก

- แต่เมื่อ การเข้าหน้าหนาวมา 1 เดือน กลับไม่หนาว

- 1 เดือนที่เข้าหน้าฝนของภาคใต้ จึงมีฝนตกน้อยกว่าปกติเช่นกัน

- ฟ้องด้วยภาพ ปริมาณน้ำฝนภาคใต้ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน เป็นต้นมา

- ฝนรวมสูงสุดแค่ 200 มิลลิเมตร

- เฉพาะตอนล่าง ตรัง สตูล ฝนรวมแค่ 25 มิลลิเมตร เท่านั่น

- เมื่อนำข้อมูลปริมาณน้ำฝน มาเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยปกติในรอบ 30 ปี ก็พบว่า ปริมาณน้ำฝนภาคใต้ตอนนี้ ต่ำกว่าเกณฑ์ปกติมาก

ศูนย์ภูมิอากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา บอกว่า

- เมื่อความกดอากาศสูง หรือลมหนาวจากจีน ในช่วงครึ่งแรกของเดือนพฤศจิกายน ไม่แรง

- ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ตัวการเกิดฝนใต้ ก็ไม่แรงด้วย

- รวมทั้งก่อนหน้านี้ ก็ไม่มีร่องมรสุมและหย่อมความกดอากาศต่ำ หรือหย่อมฝน เกิดขึ้น ฝนใต้จึงน้อยในช่วงที่ผ่านมา นั่นเอง

แต่ช่วง 2-3 วันนี้ ตั้งแต่ ประจวบคิรีขันธ์ ลงมาถึง นครศรีธรรมราช มีฝนตกหนักเพิ่มขึ้น

-เพราะอิทธิพลของคลื่นกระแสลมตะวันออก ที่พัดเอาความชื้นจากทะเลจีนใต้ เข้ามา

-และจะเข้ามาแบบนี้ไปตลอดทั้งสัปดาห์

- และขอให้จับตา ช่วงครึ่งหลังเดือนนี้ไปจนถึงเดือนธันวาคม ภาคใต้จะกลับไปมีฝนตกถี่ขึ้น

- นั่นก็หมายความว่า จากนี้ ความกดอากาศสูงจากจีนจะแรงขึ้นด้วย

- ซึ่งก็หมายถึง ตอนบนของประเทศ จะได้หนาวเย็นลง ในช่วงตั้งแต่ครึ่งหลังเดือนพฤศจิกายน เช่นกัน

- ดังนั้น เสาร์นี้เป็นต้นไป ความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากจีนระลอกใหม่ จะลงมา

- ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนตก เพราะอากาศร้อนปะทะอากาศเย็น แล้วเย็นลง 1-3 องศา

- ส่วนภาคใต้จะมีฝนหนัก เพราะความกดอากาศสูงที่กดลงมา กับอีก 1 แรงบวก คือ คลื่นกระแสลมตะวันออก ที่ยังพัดเอาความชื้นเข้ามาเติมอย่างต่อเนื่อง

- คำเตือน ระวังฝนหนักตั้งแต่เสาร์นี้

- ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ขอให้คุณผู้ชมขุดลอกคูคลอง และทางระบายน้ำ อย่าให้ตื้นเขิน เพื่อป้องกันน้ำท่วมขังพื้นที่เพาะปลูก เมื่อมีฝนตกหนัก

- ส่วนภาคใต้ฝั่งอันดามัน อากาศชื้น ควรดูแลสภาพสวนให้โปร่งอากาศถ่ายเทได้สะดวก เพื่อลดความชื้นในสวน ป้องกันโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา

- ช่วงนี้ความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็น ที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน มีกำลังอ่อนลง ลมหนาวอ่อน เราก็จะหนาวลดลง แถมมีหมอกและฝนได้

- ดังนั้น เหนือ-อีสาน ยังมีอากาศเย็นในตอนเช้าได้อยู่ ส่วนภาคอื่น มีหมอกในตอนเช้า อย่างเดียว

- สำหรับภาคใต้ ฝนเริ่มตกหนักทั้ง 2 ฝั่ง จากอิทธิพลคลื่นกระแสลมตะวันออกจากทะเลจีนใต้

- เน้นๆ อยู่ตอนล่างของภาค 70-80% ของพื้นที่ ตรงไหนฝนตกในทะเล คลื่นสูง 2 เมตร

- และนี้ กรุงเทพฯและปริมณฑล ที่ติดกับทะเล ก็มีโอกาสเจอฝนเล็กๆ จากคลื่นกระแสลมตะวันออก นี่เช่นกัน

ข่าววันใหม่

-ทีวี 360 องศา วันนี้ มาดูการเตือนภัยของนักวิทยาศาสตร์ในต่างประเทศ ที่พบว่า เรากำลังเข้าสู่ยุคของความแปรปรวนของสภาพอากาศแบบใหม่ ที่มีอันตรายสูง

-โดยเหตุผลของการฟันธงนี้ มาจาก ช่วงหลังๆ สหรัฐอเมริกาเจอเข้ากับภัยพิบัติร้ายๆแรงๆ บ่อยครั้งจนเกินไป

-นักวิทยาศาสตร์ จำนวน 138 คน จาก 27 มหาวิทยาลัย ในรัฐไอโอว่า สหรัฐอเมริกา ออกรายงานร่วมกันว่า

-อเมริกา กำลังเจอเข้ากับลักษณะอากาศที่แปรปรวนแบบสุดขั้ว ที่เกิดมากขึ้นเรื่อยๆ และทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน

-โดยยกตัวอย่าง อย่างที่ รัฐไอโอว่า เอง เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ได้เกิดเหตุน้ำท่วมใหญ่ สร้างความเสียหายกว่า พันล้าน ดอลล่าร์

-แต่ปีนี้ กลับเผชิญกับภัยแล้งขั้นรุนแรง สร้างความเสียหายมหาศาล โดยเฉพาะด้านการเกษตร

-ความแตกต่างของสภาพอากาศที่ตรงข้ามกันอย่างสุดขั้วนี้ ได้กลายเป็น กระแสใหม่ไปแล้ว

-ที่ต้องเตือนประชาชนชาวอเมริกันให้ตระหนัก และให้ความร่วมมือในการเตรียมพร้อมรับมือกับความรุนแรงของอากาศวิปริตในทุกๆด้าน

-ที่ต้องเตือนกันอย่างนี้ เพราะมีชาวอเมริกันไม่น้อย ที่ไม่เชื่อว่า อากาศกำลังวิปริต จาก ภาวะโลกร้อน

-โดยเฉาะในกลุ่มอนุรักษ์นิยม มักโต้ว่า ปรากฏการณ์โลกร้อน อาจมีอยู่จริง แต่ไม่ได้สร้างผลกระทบมากมาย อย่างที่เชื่อกัน

-กลับมาที่ประเทศไทย

-มาดูการตั้งข้อสังเกต ถึงสภาพอากาศในฤดูหนาว ที่ไม่ค่อยหนาวของไทย

-ไปดูเรื่องนี้ที่ เชียงราย

-เชียงราย เป็นจังหวัดเหนือสุดแดนสยาม

-วานนี้อุณหภูมิต่ำสุด ยังสูงถึง 22.3 องศาเซลเซียส หรือแค่เย็นๆ เท่านั้น

-นายสุพจน์ วิชารัตน์ รักษาการหัวหน้าสถานีอุตุนิยมวิทยาจังหวัดเชียงราย ให้ความเห็นว่า เชียงรายไม่หนาว เพราะปรากฎการณ์เอลณีโญ มีผลอย่างแน่นอน

-ทำให้การเริ่มต้นฤดูหนาวปีนี้ ช้ากว่าปีที่ผ่านมา

-แต่ก็คาดว่า ตั้งแต่ วันลอยกระทง หรือ 28 พฤศจิกายน เป็นต้นไป

-เชียงรายจะมีอากาศ หนาวเย็นลงเรื่อยๆ และจะหนาวเต็มตัว ต้นเดือนธันวาคม

-พื้นราบอาจอยู่ที่ 15-18 องศาเซลเซียส, ยอดดอย 1-5 องศาเซลเซียส

-ขณะที่ทางอีสาน

-ความหนาวเย็นในช่วงนี้ กลับไปเสริมกับความแห้งแล้ง จนทำให้ปลาในกระชังที่บึงกาฬ ได้รับผลกระทบ

-ผู้เลี้ยงปลากระชังในแม่น้ำโขง ใน ตำบลวิศิษฐ์และตำบลบึงกาฬ ต่างเดือดร้อน

เมื่ออากาศหนาวเย็น ผสมภัยแล้งจากแม่น้ำโขง ทำให้ปลาที่เลี้ยงไว้ปรับตัวไม่ทัน กินอาหารน้อยลง และโตช้า

ทำให้คาดว่า ปลาชุดที่เลี้ยงอยู่นี้ อาจใช้เวลาเลี้ยงนานขึ้นกว่าปกติอีก 1 เดือน ถึงจะโตได้ขนาด จับขายได้

……………………………………………………………………………………………..

19 พฤษจิกายน 2555

เที่ยงวันทันเหตุการณ์

http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=14759&year=2012&month=11

-วันนี้มาติดตาม การเกาะกระแส 2012 วันสิ้นโลก ประจำสัปดาห์

- ถึงวันนี้ ก็เหลือเวลาอีกแค่เดือนนิดๆ จะถึง 21 ธันวาคม 2012 หรือวันที่มีคำทำนาย 2012 วันสิ้นโลก

- แต่จนถึงปัจจุบัน ที่ทีวี360องศาตรวจสอบสัญญาณที่เกี่ยวกับคำทำนายมาตั้งแต่เข้าปี 2012 ก็ยังไม่พบสัญญาณใดที่จะนำไปสู่หายนะโลกเลย

- เช่น ข้อมูลในวันนี้ กลับเป็นข้อมูลที่ตรงข้ามกับในอดีต เมื่อมีผู้ออกมาบอกว่า อดีตที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์โลก ได้คำนวณความรุนแรงของความแห้งแล้ง ไว้มากเกินจริง

-นักวิทยาศาสตร์ จากมหาวิทยาลัย พรินซ์ตั้น สหรัฐอเมริกา บอกว่า แบบจำลองหรือโมเดลพยากรณ์ความแห้งแล้งที่ใช้กันอยู่ทั่วไป ประเมินสถานการณ์ความแห้งแล้งในช่วง 60 ปีที่ผ่านมา เกินความเป็นจริง

- เพราะใช้การคำนวณจาก ข้อมูลอุณหภูมิ และปริมาณน้ำฝน ทำให้ ได้ผลไม่แม่นยำ

-ขณะที่ถ้าเพิ่มตัวแปร อย่าง รังสีดวงอาทิตย์ ความชื้นในอากาศ และความเร็วลม จะบอกถึง การระเหยของน้ำ ได้แม่นยำขึ้น และจะบอกถึงความรุนแรงของความแห้งแล้ง ที่แพร่กระจายไปทั่วโลกในแต่ละปี ได้ดีกว่า

-ผลการศึกษาจากนักวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยพริ้นตัน จึงพบว่า ความแห้งแล้งของโลกรุนแรงเพิ่มขึ้น เพียงครึ่งหนึ่ง จากการคำนวณด้วยโมเดลแบบเก่าเท่านั้น

- แม้จะทำให้เรารู้สึก ใจชื้นขึ้น ว่าความเปลี่ยนแปลงโลก ยังไม่เลวร้ายรุนแรงนัก

- แต่ข้อมูลก็ออกมาเหมือนกันว่า ความแห้งแล้ง ยังคงเพิ่มมากขึ้น ทุกปี อยู่นั่นเอง

- Wall แล้งสหรัฐอเมริกา

- และนี่คือ แผนที่แสดงความแห้งแล้งในสหรัฐอเมริกา ตัวแทนของพื้นที่ความแห้งแล้ง ที่ชัดเจนที่หนึ่งของโลก และมีการเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ โดย หลายหน่วยงาน เช่นกระทรวงเกษตรสหรัฐ และโนอา

- พบว่า แม้จนถึงขนาดนี้ ซึ่งเป็นฤดูหนาว ความแห้งแล้งก็ยังคงกลืนกินพญาอินทรีย์ถึงกว่าครึ่ง โดยเฉพาะตอนใต้ต่อเนื่องเม็กซิโก ภัยแล้งลากยาวมาเกิน 6 เดือนแล้ว

- แบบนี้พืชพรรณธัญญาหาร และระบบนิเวศ บริเวณนี้ มีปัญหาแน่ และจะเป็นปัญหาของโลกในระยะยาวด้วย

- ส่วนภาพใหญ่ ความแห้งแล้งทั่วโลก ณ ปัจจุบันเดือนพฤศจิกายน

- นอกจากอเมริกาเจอหนักแล้ว ยุโรป และแอฟริกา ก็มีความแห้งแล้งในระดับที่รุนแรงด้วย

- ส่วนบริเวณอื่น ความแห้งแล้งอยู่ในระดับรองๆ ลงมา

- ซึ่งรวมถึงไทยด้วย

- นี่คือสถานการณ์ความแห้งแล้งของโลก ที่เกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบัน ที่แม้ในไทยจะเกิดขึ้นอย่างหนักในภาคอีสานตอนนี้ก็ตาม

- แต่ถ้าเทียบกับภาพใหญ่ของโลก เรายังดีกว่าเขาเยอะ ทีเดียวครับ

- พรุ่งนี้ เราจะมีอากาศที่อุ่นขึ้นทั่วประเทศ เหตุเพราะความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็น จะอ่อนกำลังลง

- แต่เช้าๆ บางพื้นที่ยังได้มีอากาศเย็น ส่วนหมอกจะมีหนาขึ้น ขอให้คุณผู้ชมใช้ความระมัดระวังในการสัญจรผ่านหมอกเอาไว้ด้วย

- ลมหนาวที่อ่อนแรงลงนี้ คาดว่า จะยาวถึง วันเสาร์นี้เลย ขอให้ระวังอันตรายจากความร้อนนับจากนี้ด้วย

- สำหรับภาคใต้ หย่อมฝนจากดีเปรสชั่นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ได้เคลื่อนลงอันดามันไปแล้ว

- วันนี้ฝนจะยังคงตกกระจาย แถว เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฏร์ธานี อาจมีฝนหนักได้ด้วย ขอให้ระวังอันตรายอีกวันนะครับ

เรื่องเด่นเย็นนี้

http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=14770&year=2012&month=11

-วันนี้มาดูกันว่า ตกลงตอนนี้เราอยู่ในฤดูกาลไหนกันแน่

- ขณะนี้เรียกได้ว่า เราเข้าสู่หน้าหนาวปีฤดูกาล 2555 มาได้ 1 เดือน แล้ว

- แต่ปรากฏว่า กลับไม่หนาวอย่างที่หลายคนเฝ้ารอ ถึงขนาดบางคนอาจตั้งคำถามว่า เราอยู่ในฤดูกาลอะไรกันแน่??”

- ทีวี360องศา ตรวจสอบอุณหภูมิต่ำสุดทั่วประเทศวันนี้ พบว่า ยังอยู่ในเกณฑ์แค่อากาศเย็นเท่านั้น และก็แค่ตอนบนของประเทศด้วย โดยเฉพาะทางอีสาน วันนี้ ร้อนกว่าเมื่อวานเสียอีก

- ขณะที่มาดูอุณหภูมิสูงสุดของวัน ก็พบว่า อยู่ในเกณฑ์ มากกว่า 32 องศา ซึ่งความร้อนจริงอาจจะสูงกว่านี้อีก 4-5 องศา ด้วย โดยเหนือและอีสาน กำลังร้อนขึ้น อย่างชัดเจน

- เกิดอะไรขึ้นกับหน้าหนาวไทย มาดูคำอธิบาย

- นายสมชาย ใบม่วง รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา บอกว่า

- ตัวการที่ทำให้ไทยหนาวช้า คือ ความกดอากาศสูง หรือมวลอากาศเย็นจีน ไม่นิ่ง ขยับขึ้นลงตลอดเวลา

- แถมยังมีอากาศร้อนชื้นจากทะเลจีนใต้ เข้ามาทางอ่าวไทยด้วย

- การที่เราเข้าสู่หน้าหนาวมาเป็นเดือนแล้ว แต่ตัวแปรสภาพอากาศยังไม่เข้าสู่โหมดของหน้าหนาวเต็มตัว จึงสามารถฟันธงได้ว่า เรากำลังอยู่ในหน้าหนาวที่ผิดปกติ ในปีนี้

- นาย สมิทธ ธรรมสาโรช อดีตอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา บอกว่า นอกจาก ความกดอากาศสูงมีกำลังไม่แรงพอ พอแผ่ลงมา ก็มาได้แค่ภาคเหนือ และอีสาน

- ยังมี เรื่องของพายุ ที่ไม่มีในภาคใต้ จึงทำให้ไม่มีระบบลมขนาดใหญ่ ที่จะช่วยดึงให้อากาศเย็น จากจีนลงมาได้ลึกได้

- ช่วงเวลาลุ้นหน้าหนาวจริงๆ จึงอยู่ในช่วงเดือนธันวาคม แต่จะแค่เหนือ-อีสาน

- ภาคกลาง-ตะวันออก-กรุงเทพและปริมณฑล และใต้ตอนบน จะได้แค่อากาศเย็นเท่านั้น

- นอกจากนี้ ยังให้ช่วยกันจับตาว่า ช่วงครึ่งหลัง เดือนพฤศจิกายน ความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็น จะลงมาต่อเนื่องหรือไม่

- ถ้าใช่ ความหวังจะได้หนาวและเย็น คงไม่ต้องรอนานมากนัก

- ตอนนี้มวลเย็นจากจีน ที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนได้อ่อนกำลังลงแล้ว

- ความเย็นพรุ่งนี้ จะเหลือแค่ เหนือและอีสาน กับมีหมอกในตอนเช้า

- ส่วนภาคกลาง กรุงเทพมหานคร-ปริมณฑล และภาคตะวันออก จะมีแค่หมอก

- ระวัง ฝนจะกลับมา ในภาคเหนือ-กลาง-ตะวันออกและกรุงเทพมหานคร และขอให้ระวังความร้อนในตอนกลางวันกันด้วย

- สำหรับภาคใต้ มีความชื้นจากคลื่นกระแสลมตะวันออกจากทะเลจีนใต้พัดเข้ามา ขอให้คุณผู้ชมในภาคใต้ตอนล่าง ระวังอันตราย อาจมีฝนตกหนักในบางพื้นที่ได้นะครับ

ข่าววันใหม่

-ทีวี 360 องศา วันนี้ติดตาม งานวิจัยที่ทำให้เราใจชื้นมากขึ้น

-ว่าความเปลี่ยนแปลงของโลก อาจไม่ได้ทำให้เรา มีความแห้งแล้ง รุนแรงเหมือนที่มีการวาดภาพความน่ากลัว แบบที่ผ่านมา

-นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยพริ้นซ์ตัน สหรัฐอเมริกา ศึกษาด้วยแบบจำลองหรือโมเดล พยากรณ์ความแห้งแล้ง โดยใส่ข้อมูลทางอุตุนิยมวิทยาเข้าไปในแบบจำลองที่มากขึ้นกว่าที่ผ่านมา

-นั่นคือ แทนที่จะคำนวณข้อมูลด้านอุณหภูมิและปริมาณน้ำฝน เหมือนโมเดลเก่าๆที่ใช้กันอยู่

-นักวิทยาศาสตร์ชุดนี้ ก็เอาเรื่องรังสีดวงอาทิตย์ ความชื้นในอากาศ และความเร็วลม มาใช้ในการคำนวณด้วย

-ผลปรากฏว่า ความแห้งแล้งบนโลก เกิดขึ้นลดลงกว่าการพยากรณ์ในอดีตมาก นั่นแสดงว่า การพยากรณ์ความแห้งแล้งที่เราใช้กันมาในช่วง 60 ปีที่ผ่านมา มีค่าเกินกว่าความเป็นจริง

-งานวิจัยนี้ ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ เนเจอร์ ซึ่งระบุว่า ความแห้งแล้งที่เพิ่มขึ้นบนโลกในแต่ละปีนั้น มีเพียงครึ่งหนึ่งของข้อมูลที่ได้จากความพยากรณ์ แบบเก่า เท่านั้น

-อย่างไรก็ตาม นี่ยังเป็นปัญหา ที่ถกเถียงกันในหมู่นักวิทยาศาสตร์

-แต่สิ่งหนึ่งที่แบบจำลองทั้งเก่าและใหม่ค้นพบเหมือนกันก็คือ ภัยแล้ง ได้เพิ่มขึ้นทั่วโลก แน่นอน

-กลับมาที่ประเทศไทย

-มาดูผลกระทบจากลมหนาวที่ลงมาในระยะนี้

-นี่เป็นภาพนาข้าวที่กำลังตั้งท้องออกรวง ที่บึงกาฬ ล้มระเนระนาดจากลมหนาวที่ลงมาในช่วงที่ผ่านมา

-ยากต่อการเก็บเกี่ยวอย่างยิ่ง

-กรมอุตุนิยมวิทยาบอกว่า ลมหนาวระลอกนี้พัดแรง เพราะลมหนาวได้ลงมาอย่างต่อเนื่องกว่าที่ผ่านมา

-ประกอบกับ ตอนนี้มีพายุในอ่าวเบงกอล เป็นตัวดึงให้ลมหนาวเข้าหาพายุแรงขึ้น จึงทำให้ลมหนาวระลอกนี้แรงกว่าทุกครั้ง

-ส่วนเรื่องของความแห้งแล้ง ที่ทีวี360องศา ติดตามอย่างต่อเนื่อง พบว่า

-ที่พิจิตร แม่น้ำน่านได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง

-ที่บ้านราชช้างขวัญ อำเภอเมือง ระดับน้ำสูงเพียง 2 เมตร 54 เซนติเมตร จนมองเห็นสันดอนทรายยาวตลอดริมแม่น้ำ -ขณะที่ชาวบ้านในตำบลท่าหลวง อำเภอเมือง จึงหันมาสร้างรายได้ด้วยการจับจองพื้นที่สันดอนริมแม่น้ำ

-ทำแปลงปลูกพืชอายุสั้น ใช้น้ำน้อย เช่น มันเทศ และข้าวโพด

-สร้างรายได้ ช่วงน้ำลด และรอเกี่ยวข้าวในอีก 3-4 เดือนข้างหน้า

……………………………………………………………………………………………….

16 พฤษจิกายน 2555

เที่ยงวันทันเหตุการณ์

http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=14704&year=2012&month=11

-3ปีทีวี360องศาวันนี้ มติดตามสถานการณ์พันธะสัญญาระดับโลก กับการลดก๊าซเรือนกระจก

- 16 พฤศจิกายน 2552 เป็นวันที่รายการ ทีวี360องศา ถือกำเนิดขึ้นในครอบครัวข่าว3 และก็ออกอากาศครั้งแรก ในช่วงเที่ยงวันทันเหตุการณ์

- วันนี้จึงเป็นวันเกิดครบรอบ3ปี ทีวี360องศา ครอบครัวข่าว3 แล้วครับ

- สำหรับประเด็นหนึ่งที่ผู้บริหารของไทยทีวีสีช่อง3 ให้ความสำคัญจนทำให้มีรายการเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงของโลกขึ้นก็คือ ปัญหาผลกระทบจากภาวะโลกร้อน ที่คนไทยควรตื่นตัว

- ซึ่งข้อตกลงระดับโลกเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็คือ พิธีสารเกียวโต หรือ เกียวโต โปรโตคอล พันธกรณีของแต่ละประเทศที่จะช่วยกันรับผิดชอบในการลดก๊าซเรือนกระจก ที่เป็นปัญหาโลกร้อน

- มีข้อกำหนดหลักๆดังนี้

- คือ การควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 6 ชนิด

- ประเทศพัฒนา 36 ประเทศ มีพันธกรณีลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

- ประเทศกำลังพัฒนา รายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในแต่ละปี และดำเนินการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยสมัครใจ

- พิธีสารเกียวโต จะหมดอายุลงในสิ้นปี 2012 หรือ 2555

- และกำลังจะมีการประชุม ประเทศที่ลงนามในพิธีสารฯ

- ในช่วง ปลายเดือนนี้ถึง ต้นเดือนหน้า

- เพื่อหาข้อสรุปว่ายังจะดำเนินการต่อไปอย่างไร

-แม้หลายฝ่ายจะเห็นว่า พิธีสารเกียวโต มีข้อดี ที่พอจะเป็นความหวังช่วยโลกลดโลกร้อน

-แต่พิธีสารฉบับนี้ ก็มีความเสี่ยงที่จะหมดสภาพไปอย่างยิ่ง

-เพราะประเทศพัฒนา ที่เป็นผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณสูงๆ ไม่เข้าร่วมด้วย เช่น สหรัฐอเมริกา

- นายวงกต วงศ์อภัย วิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ บอกว่า

- แนวโน้มยังคาดว่า จะมีการต่ออายุพิธีสารเกียวโตออกไป

- แต่อาจถูกปรับเปลี่ยน การลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

- และเห็นว่า ภาครัฐไทย ต้องหันมามีบทบาทในการสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้มากขึ้น

- เพราะเราอยู่ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา จะมีเงินกองทุนต่างประเทศมาสนับสนุน ไม่มาก

- เงินส่วนใหญ่ จะไปที่ประเทศด้อยพัฒนามากกว่า

-จากนี้ เราจึงต้องจับตาว่า ชะตากรรมของพันธะสัญญาฉบับนี้ จะมีอนาคตเป็นอย่างไร

-และจะใช้เป็นกติกาดูแลโลก ได้จริงหรือไม่

-ปิดท้ายกับ คอลัมน์ทำเนียบดารา ทีวีรักษ์โลก

-คุณผู้ชมจะแทบไม่เชื่อสายตาเลยทีเดียว ว่าใน 3 ปีที่ผ่านมา มีดาราพระเอกนางเอกช่อง 3 ที่มีจิตอาสา มาร่วมกิจกรรมเพื่อโลกและสิ่งแวดล้อมกับทีวี360องศา ถึงเกือบ 100 ชีวิต

-ขอบคุณทุกท่านที่เป็น ครอบครัวดาราทีวีรักษ์โลกด้วยนะครับ

เรื่องเด่นเย็นนี้

http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=14723&year=2012&month=11

-วันนี้เป็นวันเกิด ทีวี360องศา มีอายุครบ 3 ปีพอดี มาดูกันว่า รายการเพื่อความเปลี่ยนแปลงของโลกรายการนี้ ก้าวต่อไปจะ360องศา ขนาดไหน

- 16 พฤศจิกายน 2552 เป็นวันที่ทีวี 360 องศา ถือกำเนิดในครอบครัวข่าว 3 นะครับ

- ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ทีวี 360 องศา ได้เฝ้าติดตาม และรายงานความเปลี่ยนแปลงของโลก และสภาพอากาศ ที่น่าสนใจหลายเรื่อง

- เริ่มจากการติดอาวุธทางปัญญา ต่อกระแสคำทำนาย 2012 วันสิ้นโลก

- จนถึงขณะนี้ ก็ไม่มีสัญญาณว่าจะสิ้นโลกจริงในปีนี้

- สถานการณ์แผ่นดินไหว ยังเป็นภัยที่ต้องจับตาตามแนวรอยเลื่อนหลักของโลก ซึ่งมนุษย์มักเข้าไปอยู่กันอย่างหนาแน่น

- ขณะที่สถานการณ์น้ำแข็งขั้วโลก ก็ละลายมากอย่างน่าเป็นห่วง

- ตามมาด้วยภัยพิบัติที่รุนแรง จนแนวโน้มกำลังจะกลายเป็นเรื่องปกติ ที่จะเกิดขึ้นเป็นประจำ แทนที่จะนานๆ เกิดที เหมือนในอดีต

- ครอบครัวรักษ์โลก

- ไอทีสิ่งแวดล้อม

- Around the world

- สร้างฝันปั้นสวย

- Special Interview

- เพื่อนนักอ่าน

- เคล็ดลับดารารักษ์โลก

- และคอล์มต่างๆอีกมากมาย สามารถติดตามได้แม็กกาซีนนะครับ

- ตามจุดที่รับหนังสือ ดังที่ขึ้นนี้ครับ

- นอกจากนี้แล้วในปีหน้า เราจะจัดงานมหกรรมด้านสิ่งแวดล้อม สุดยิ่งใหญ่ครั้งแรกในประเทศไทย

- นั้นก็คือ มหกรรมทีวีรักษ์โลก 360 องศา Save the world Expo 2013

- ที่ทาง ทีวี 360 องศา ครอบครัวข่าว 3 ทีวีรักษ์โลก ผนึกกำลังกับหน่วยงานทั้งทางภาครัฐ เอกชน รัฐวิสาหกิจ และภาคประชาชน

- ซึ่งได้มีการเซ็นต์สัญญาความร่วมมือไปเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

-พาหัวใจรักษ์โลกของท่านผู้ชม มาพบกับเราได้

- ในวันที่ 20-24 เมษายน 2556

- ชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1 2และ3 อิมแพค เมืองทองธานี

- ทีมงานทีวี 360 องศา ขอยืนยันว่าเราจะนำเสนอข่าวทางด้านสิ่งแวดล้อมที่มีคุณภาพ

- ให้กับท่านผู้ชมต่อไปครับ

- ความกดอากาศสูงที่ปกคลุมประเทศไทยอ่อนกำลังลง

- แต่ยังทำให้ภาคเหนือ ภาคอีสาน มีอากาศเย็นและมีหมอกในตอนเช้า

- ภาคกลาง ภาคตะวันออก ฝนฟ้าคะนองบางแห่งถึงเป็นแห่งๆ

- ภาคใต้ ฝนฟ้าคะนองกระจายถึงทั่วไป คลื่นสูง 1-2 เมตร

ข่าววันใหม่

-ทีวี 360 องศาวันนี้ ยังคงมีเรื่องผลกระทบจากภาวะโลกร้อน

-ที่เรากลัวกันว่า จะทำให้เกิดปัญหากับสุขภาพของมนุษย์

-ล่าสุด ก็มีรายงานว่า โลกร้อนจะทำให้ โรคภูมิแพ้ ในคนส่วนใหญ่ กำเริบหนัก

-นักวิทยาศาสตร์พบว่า โลกร้อน ทำให้ละอองเกสรดอกไม้ กระจายในอากาศมากขึ้น โดยเฉพาะประเภทที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคภูมิแพ้

-แบบจำลองทางคอมพิวเตอร์ วิเคราะห์ว่า สภาพอากาศที่แปรปรวน ทำให้พืชต้องปรับตัว ด้วยการผลิตเกสรเพิ่มมากขึ้น

-เพื่อดำรงสายพันธุ์ ในทุกฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นฝนหนัก หรือ แล้งจัด

-โดย ละอองเกสรดอกไม้ในอากาศจะเพิ่มขึ้น เป็นสามเท่า ภายในปี 2583

-จึงไม่ใช่ เรื่องบังเอิญ ที่โรคภูมิแพ้ ในคนส่วนใหญ่ จะกำเริบหนัก

-โดยเฉพาะในเขตซีกโลกเหนือ ปีนี้มีรายงานผู้ป่วยมากขึ้น และ ฤดูที่เกิดโรคภูมิแพ้ ก็กินเวลานาน กว่าทุกปี

-กลับมาที่ประเทศไทย

-วันนี้ ทีวี360องศา แฟนข่าว 100 คน และดาราผู้ประกาศข่าว ครอบครัวข่าว3 จะเดินทางเข้าไปสร้างฝายชะลอน้ำ ที่แม่เมาะ ไปทำความรู้จัก พื้นที่กัน

-จากปัญหาการบุกรุกทำลายป่าของบุคคลภายนอก ทำให้ป่าของชาวบ้านเมาะหลวง ตำบลแม่เมาะ อ .แม่เมาะ จังหวัดลำปาง เสื่อมโทรม

-หน้าฝน มีน้ำหลากเป็นประจำ หน้าแล้งก็ประสบปัญหาความแห้งแล้ง

-ชาวบ้านเมาะหลวง จึงพลิกฟื้นผืนป่าให้กลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง ด้วยการสร้างฝายชะลอน้ำและปลูกหญ้าแฝก ตามแนวพระราชดำริ

-นี่เองที่ในโอกาสที่ทีวี360องศา พาแฟนข่าว และดารา ครอบครัวข่าว 3 ขึ้นไปทำกิจกรรมสิ่งแวดล้อม ในโครงการ ทีวี360องศา เปิดโลกไฟฟ้าคู่ชุมชน กับ กฟผ โรงไฟฟ้าแม่เมาะ

-จึงใช้โอกาสนี้ ไปช่วยชาวบ้านสร้างฝายชะลอน้ำ ไว้ให้แก่ชาวบ้านด้วย

-มาเป็นกำลังใจให้แก่พวกเราด้วยนะครับ

………………………………………………………………………………………………

14 พฤษจิกายน 2555

เที่ยงวันทันเหตุการณ์

http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=14647&year=2012&month=11

-สัปดาห์3ปีทีวี360องศาวันนี้ มาดูสถานการณ์น้ำแข็งขั้วโลกกัน

-

การละลายของน้ำแข็งขั้วโลก เป็นเรื่องที่ทีวี360องศา เห็นว่ามีความสำคัญและต้องหยิบมาสรุปให้คุณผู้ชมทราบถึงความเปลี่ยนแปลง

-

เพราะการที่โลกร้อนขึ้น ได้ทำให้น้ำแข็ง ละลายมากขึ้น ผลที่ตามมาคือ ระดับน้ำทะเล เพิ่มสูงขึ้น และความแปรปรวนของสภาพอากาศที่รุนแรง

*-พื้นที่น้ำแข็งในมหาสมุทรอาร์คติก ลดลงเหลือน้อยที่สุดในปีนี้ เมื่อวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา

-โดยลดลงมากกว่า ปี 2548 ที่เคยเป็นปีที่ลดลงมากที่สุด

-นักวิทยาศาสตร์คาดว่า เมื่อหน้าร้อนที่ผ่านมา พื้นที่น้ำแข็งในมหาสมุทรอาร์คติก มีเหลือแค่ 1 ล้านตารางไมล์เท่านั้น

- ขณะที่องค์การอวกาศยุโรป สำรวจพบว่า ความหนาของแผ่นน้ำแข็งที่กรีนแลนด์ ลดลง 1-3 เมตรจากเดิมหนา 5-6 เมตร

-การละลายของน้ำแข็งที่กรีนแลนด์มีผลให้ระดับน้ำทะเลเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

-แต่สำหรับสภาพอากาศแล้ว จะมีผลกระทบต่อสภาพอากาศที่แปรปรวนทางซีกโลกเหนือมาก

- การที่น้ำแข็งที่ขั้วโลกละลายมาเรื่อย ทำให้นักวิทยาศาสตร์คาดว่า จะเกี่ยวข้องกับการเกิดสภาพอากาศที่รุนแรงสุดขั้วก่อนหน้านี้ เช่น ความหนาวเย็นรุนแรงในยุโรป , หิมะตกหนักทางตอนเหนือของอเมริกา และอลาสก้า และคลื่นความร้อนที่รัสเซีย

-ขณะที่การเกิดน้ำท่วมและคลื่นซัดฝั่ง จากพายุเฮอร์ริเคนแซนดี้ ที่สหรัฐอเมริกาเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์ก็คาดว่า จะเกี่ยวข้องกับระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นจากน้ำแข็งขั้วโลกละลาย

- นายจิรพล สินธุนาวา คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากร มหาวิทยาลัยมหิดล บอกว่า น้ำแข็งขั้วโลก ละลายทุกปีในช่วงฤดูร้อน

-แต่ฤดูร้อนของขั้วโลกเหนือปีนี้ ถือว่ามีความผิดปกติ

-ที่ทำให้น้ำแข็งละลายมากกว่าทุกปี และทำสถิติที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

-

สาเหตุเกิดจากภาวะโลกร้อน นั่นเอง

-

การละลายของน้ำแข็งขั้วโลก จึงเป็นดัชนี สะท้อนภาวะโลกร้อน ให้เราต้องเตรียมตัวรับมือกับโลกที่เปลี่ยนแปลง

-วันนี้เราไม่ค่อยเย็นลงแล้ว เพราะ ความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากจีน ได้เริ่มอ่อนกำลังลง

-พรุ่งนี้ ความเย็นจะเหลือแค่ทางเหนือและอีสาน และมีหมอกในตอนเช้า

-

ส่วนภาคอื่นๆ พรุ่งนี้เตรียมเจอฝนฟ้าคะนองด้วย ตั้งแต่ อีสานตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก ลงไปถึงภาคใต้

-

จากอิทธิพลของพายุดีเปรสชั่น ในทะเลจีนใต้ ที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของ โฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม

-

ระวัง บางที่อาจมีฝนตกหนักด้วย

-

สำหรับภาคใต้ วันนี้ฝนยังน้อย เตรียมเจอฝนเพิ่มขึ้นตั้งแต่ 16พฤศจิกายน คลื่นอ่าวไทยจะแรง การเดินเรือต้องใช้ความระมัดระวังครับ

-

ปิดท้าย กับ คอลัมภ์ Around the World. ในนิตยสาร ทีวี360องศา ออน แมกกาซีน

-

มีรายละเอียดเกี่ยวกับการละลายของน้ำแข็งขั้วโลกให้คุณผู้ชมได้ติดตามอย่างเต็มอิ่ม

-

จะได้ทราบว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว คนไทยอีกต่อไปครับ

เรื่องเด่นเย็นนี้
http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=14655&year=2012&month=11

3ปีทีวี360องศาวันนี้มาดูสถานการณ์มลพิษสิ่งแวดล้อมของไทย

ปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อมไทย เป็นปัญหาที่ตอนทำรายการแรกๆ ผมก็พูดเรื่องนี้

-

3 ปีทีวี360องศา ในวันนี้ ปัญหาสิ่งแวดล้อมไทย ก็ยังต้องพูดถึง กันอยู่ แถมแนวโน้มก็ยังไม่ต่างจาก เมื่อ 3 ปีที่แล้วนัก

กรมควบคุมมลพิษ รายงานว่า สถานการณ์มลพิษของไทย โดยรวม มีแนวโน้มดีขึ้น แต่บางเรื่องยังมีปัญหา คือ

-

ฝุ่นละอองขนาดเล็ก ยังทำให้เกิดปัญหาคุณภาพอากาศ ตามเมืองใหญ่ๆ อย่าง กรุงเทพ ปริมณฑล และสระบุรี

-

เสียง , ตามริมถนนในกรุงเทพมหานคร ยังมีระดับเสียงเกินมาตรฐาน แทบทุกที่

คุณภาพน้ำในแม่น้ำสายหลัก พบว่า แหล่งน้ำที่อยู่ในเกณฑ์ดี มีแนวโน้มลดลง

-

แต่แหล่งน้ำที่เสื่อมโทรม กลับเพิ่มขึ้นอย่างมาก

เรื่องขยะมูลฝอย คาดว่า ปีนี้จะมี 15.39 ล้านตัน หรือวันละ 4หมื่น 2 พันตัน

-

แต่ปัญหาคือ เราก็ยังคงกำจัดขยะได้อย่างถูกวิธีแค่ 1 ใน 3ของขยะที่มีทั้งหมด เท่านั้น

-

ด้านขยะของเสียอันตราย ปีนี้พบแนวโน้มเพิ่มขึ้นถึง 70 % ในกรุงเทพ ปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้

นายสนิท อักษรแก้ว ประธานกรรมการบริหารกองทุนสุขภาพกับสภาวะโลกร้อน สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย บอกว่า

-

สถานการณ์มลพิษสิ่งแวดล้อมไทย ไม่ดีขึ้น เพราะ การเห็นแก่ตัว และเบียดเบียนทรัพยากรธรรมชาติของคนไทย

-

ทางแก้คือ ต้องเปลี่ยนพฤติกรรม ขณะที่ภาครัฐต้องจัดการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมแบบบูรณาการ ร่วมกับทุกภาคส่วน

-

ปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อม เป็นหนึ่งในการเรียนรู้ การปรับตัวอยู่ร่วมกับความเปลี่ยนแปลงของโลก หรือ Learn to Live in the World of Change

-

Theme หลัก งานมหกรรมทีวีรักษ์โลก 360 องศา 2013Save The World Expo

-

ที่จะจัดในเดือนเมษายน ปีหน้า

-

ขอเชิญหน่วยงานและผู้สนใจ ร่วมเป็นพันธมิตรการจัดแสดงกับช่อง 3 ขับเคลื่อนประเด็นทางสิ่งแวดล้อม ให้เป็นวาระแห่งชาติ กันนะครับ

-

-จากนี้ ความแปรปรวนอากาศจะมีมาก

-

-พรุ่งนี้ ความเย็นจะลดลง จะเหลือแค่ทางเหนือและอีสาน

-

-ส่วนตั้งแต่ อีสานตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก ลงไปถึงภาคใต้ เตรียมเจอฝนเพิ่มขึ้น จากดีเปรสชั่น ในทะเลจีนใต้

-

-ตอนนี้ใกล้เข้ามาแล้ว คาดว่าจะเคลื่อนผ่านแหลมญวนลงอ่าวทไทยตอนในวันศุกร์ เป้าหมายประจวบคีรีขันธ์

-

-จะทำให้ภาคใต้ตอนบนมีฝนตกหนักกว่าเพื่อน และคลื่นอ่าวไทยสูง 2-4 เมตร

-

-จากนั้น ลมหนาวกำลังแรงจะมาใหม่ 17 พฤศจิกายน เหนือ-อีสาน จะกลับไปมีอากาศเย็น และมีลมแรง

ข่าววันใหม่

-ทีวี 360 องศา วันนี้ ยังคงอยู่กับการรายงานความเคลื่อนไหว ผลกระทบจากภาวะโลกร้อน

-เมื่อล่าสุดพบว่า ได้ทำลายป่าไผ่ เดือดร้อนถึงแพนด้า

-นักวิทยาศาสตร์จาก มหาวิทยาลัย มิชิแกน สหรัฐอเมริกา รายงานการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และอุณหภูมิที่สูงขึ้น

-ได้กระทบร้ายแรงกับแหล่งอาหาร ของ แพนด้าในประเทศจีนภายในศตวรรษนี้

-โดยแบบจำลองทางคอมพิวเตอร์ พบว่า ต้นไผ่หลายสายพันธุ์ที่เป็นอาหารชั้นยอดของหมีแพนด้า ตกอยู่อันตราย
-เพราะอุณหภูมิที่สูงขึ้น จะทำให้ สภาพอากาศไม่เหมาะสม ต่อการเจริญเติบโตของต้นไผ่ จนอาจทำให้ตายจนหมดภายในสิ้นศตวรรษที่21

-ด้วยเหตุนี้จึงอาจทำให้แพนด้าธรรมชาติที่อาศัยอยู่ในป่าไผ่ ต้องสูญพันธุ์ตามไปด้วย

-อย่างไรก็ตาม แม้ป่าไผ่ อาจขยายพันธุ์ได้ดี ในที่ที่เย็นกว่า แต่ นักวิทยาศาสตร์ ก็ยังไม่สามารถฟันธงได้ว่าจะเกิดขึ้น

-ที่สำคัญ แพนด้า กลับอาจจะไม่สามารถปรับตัวตามกับการเปลี่ยนแปลงนี้ได้ทัน

-ทางที่ดีที่สุดตอนนี้ คือ การอนุรักษ์ป่าไผ่ และ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อลดโลกร้อน

-เพื่อนร่วมโลกอย่างแพนด้า จะได้ไม่สูญพันธุ์

-กลับมาที่ประเทศไทย

-มาติดตามสภาพอากาศทางภาคเหนือ และกิจกรรมต้านภัยหนาวของทีวี360องศา และโครงการห่มรัก

-หลังจากที่ลำปาง มีฝนตกสลับกับอากาศร้อน ทำให้บางพื้นที่มีหมอกลงจัด

-อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน อ.เมืองปาน จ.ลำปาง จึงเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวแห่เข้าชมธรรมชาติและไอหมอก บริเวณลานน้ำพุร้อน

-หัวหน้าอุทยานแจ้ซ้อนบอกว่า ช่วงนี้สภาพอากาศทำให้นักท่องเที่ยวผิดหวัง เพราะกลับไม่หนาวเย็นแบบทุกปี

-อย่างไรก็ตาม ความแปรปรวนเหล่านี้ เกิดจากความเปลี่ยนแปลงของโลกนั่นเอง

-ซึ่งวันเสาร์นี้ ทีวี360องศา แฟนข่าว ทัพศิลปินดารา และโครงการห่มรัก ของบริษัท บอดคาสเทเลวิชั่น จำกัด

-ก็จะเดินทางไปต้านภัยหนาวที่ บ้านจำปุย ตำบลบ้านดง อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง

-ซึ่งมีลักษณะภูมิประเทศ โอบล้อมรอบด้วยเทือกเขาสูง

-อุณหภูมิต่ำสุด ปีที่แล้วอยู่ที่9องศา และเป็นหนึ่งในพื้นที่ประสบภัยหนาวทุกปี

-นอกจากนี้ ยังนำเงินบริจาคซื้อผ้าห่ม ในงานตลาดนัดดารา ช่อง3เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ไปซื้อผ้าห่ม และนำมาร่วมแจกชาวบ้าน ต้านภัยหนาวในครั้งนี้ด้วย

-ครั้งนี้ขบวนต้านภัยหนาวของทีวี360องศา และพันธมิตร จะบริจาคผ้าห่มให้แก่ชาวบ้านจำปุย รวม 830 ผืนครับ

……………………………………………………………………………………………….

13 พฤศจิกายน 2555

เที่ยงวันทันเฟตุการณ์

http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=14627&year=2012&month=11

วันนี้ มาติดตามประเด็นแผ่นดินไหวในรอบปีกัน

สัปดาห์นี้ ทีวี360องศา จะสรุปความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ในรอบปี ในโอกาสครบรอบ 3 ปี ทีวี 360 องศา ครอบครัวข่าว 3

- วันนี้เป็นเรื่องของภัยแผ่นดินไหว

- ซึ่งล่าสุด ก็เพิ่งเกิดใกล้ตัวเรา กับแผ่นดินไหวขนาด 6.8 ริกเตอร์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ที่พม่า

- หลายปีที่ผ่านมา เรารับรู้เรื่องภัยแผ่นดินไหวมาก ทำให้หลายคนเชื่อมโยงว่า จะเกี่ยวกับความผิดปกติของความเปลี่ยนแปลงของโลกหรือไม่

- การเกิดแผ่นดินไหว จะเกิดขึ้นตามแนวรอยเลื่อน

- ความรุนแรงขึ้นอยู่กับพลังของรอยเลื่อนนั้นๆ

- จากภาพคือ ภูมิภาคเอเชีย ตั้งแต่ต้นปีมีแผ่นดินไหวขนาดใหญ่มากกว่า 6 ริกเตอร์ อยู่ 4 ครั้ง

- แรงสุด 11 เมษายน 8.6 ริคเตอร์ ที่เหนือเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนิเซีย

- ครั้งนั้น ทำให้เกิดสึนามิขนาดเล็ก และปลุกแผ่นดินไหวบนเกาะภูเก็ตให้เกิดขึ้นในเวลาต่อมา

- นอกจากนี้ ยังทำให้รอยเลื่อนที่มีในภาคใต้ มีความเสี่ยง จากการกระตุ้นของแผ่นดินไหวที่สุมาตราด้วย

- ฝั่งทวีปอเมริกา ก็มีแผ่นดินไหวใหญ่ๆ ในปีนี้ 4 ครั้ง

- แรงสุด 7.4 ริกเตอร์ที่โคลัมเบีย เมื่อ 30 กันยายน

- และล่าสุด 8 พฤศจิกายน ขนาดเท่ากัน ที่กัวเตมาลา

-ดูแล้วผิดปกติหรือไม่

- นายบุรินทร์ เวชบันเทิง ผู้อำนวยการสำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา บอกว่า

- รอบปีที่ผ่านมา ภัยแผ่นดินไหวรอบโลก ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ เพราะแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ ที่มากกว่า 6 ริกเตอร์ ทุกปีก็เกิดเป็นร้อยครั้งอยู่แล้ว

- โดยขนาดใหญ่กว่า 8 ริคเตอร์ จะเกิดปีละ 1 ครั้ง

- นายปัญญา จารุศิริ หัวหน้าหน่วยธรณีวิทยาแผ่นดินไหวฯ จุฬาลงกรณ์วิทยาลัย บอกว่า จุดน่าห่วงเรื่องแผ่นดินไหวของโลก คือ ตามแนววงแหวนไฟ เทือกเขาหิมาลัย และเทือกเขาแอลป์

- ดังนั้น การเกิดแผ่นดินไหวใกล้ไทย หรือในไทย จึงมีความน่าเป็นห่วงน้อยกว่า เมื่อเทียบกับจุดรุนแรงสุดของโลก แม้จะเพิ่งมีแผ่นดินไหวที่พม่า กระตุ้นรอยเลื่อนแขนงในไทย เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาก็ตาม

- สรุปเรื่องภัยแผ่นดินไหว รอบปีที่ผ่านมา ยังไม่ผิดปกติ

- 2-3วันนี้ เหนือ-อีสาน-กลาง จะมีอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า และอาจมีฝนกวนใจ จากความเย็นปะทะอากาศร้อนได้

- เพราะตอนนี้ มวลอากาศเย็นได้ปกคลุมประเทศไทยตอนบนอยู่นั่นเอง

- แต่ความเย็นยังลงมาถึงตอนกลางไม่มาก กรุงเทพและปริมณฑล จึงเย็นลงเล็กน้อยกว่าเขาเท่านั้นเอง

- สำหรับลมหนาวรอบนี้จะอ่อนกำลังในวันศุกร์นี้ เตรียมร้อนขึ้น และมีฝนกวนใจมากขึ้นไว้ด้วย

- ส่วนทางใต้ คลื่นกระแสลมตะวันออกได้พัดเอาความชื้นเข้ามาปกคลุม

- ช่วงนี้ฝนจะกระจายเพิ่มขึ้น 60 % ของพื้นที่ทั้ง 2 ฝั่ง

- คลื่นในอ่าวไทยสูง 2 เมตร เดินเรือระวังด้วยครับ

-ปิดท้ายขอแนะนำคอลัมภ์ ไอที สิ่งแวดล้อมในนิตยสาร ทีวี360องศาออนแมกกาซีนฉบับปฐมฤกษ์ครบรอบ 3 ปี

-เป็นเรื่อง โลกร้อน ทำให้เกิด ปะการังฟอกขาวไปทั่วโลก

-สถานการณ์กำลังน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง ซึ่งรวมถึงในประเทศไทย ด้วย

-อ่านรายละเอียดได้เลย จะได้ช่วยกันอนุรักษ์ปะการัง ก่อนที่ทรัพยากรทางทะเลจะเสียหายไปมากกว่านี้

เรื่องเด่นเย็นนี้

-ส่วนใครที่ใช้แล้ว มีอาการคัน จากเชื้อรา ควรรีบไปพบแพทย์ผิวหนังทันที

http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=14638&year=2012&month=11

-3ปี ทีวี360องศา วันนี้ มาตรวจสอบความเปลี่ยนแปลงฤดูกาล ไทยกัน

-สัปดาห์นี้ ทีวี360องศา จะสรุปความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ในโอกาสครบรอบ 3 ปี ทีวี360องศา

-เรื่องราวของฤดูกาลในไทย สร้างความฉงนให้กับเราเช่นกัน ว่ามีความเปลี่ยนแปลงหรือไม่

-เพราะขนาดปัจจุบัน เรากำลังอยู่ในหน้าหนาว แต่หลายคนก็ยังบ่นว่า ยังไม่ได้เจอแม้แต่ความเย็น

- เอาเรื่องของความเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆ ก่อน

- ถ้าจำกันได้ กลางเดือนมีนาคมปีที่แล้ว เราเจอกับความหนาวเย็นกลางฤดูร้อน จนเกือบจะต้องใส่เสื้อกันหนาวเล่นสงกรานต์เลยทีเดียว

- พอกลางปี เจอกับฝนผิดปกติ และกลายเป็นมหาอุทกภัย54 ในปลายปี

- ความไม่สมดุลเกิดตามมา ปี 2555 ความแห้งแล้ง มาเร็วมาก ตอนนี้เกิดภัยแล้งแล้ว 13 จังหวัด ทั้งที่เพิ่งเข้าหน้าหนาว

-ศูนย์ภูมิอากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา บอกว่า แม้เราจะผ่านวิกฤตสภาพอากาศมาหลายอย่าง

- แต่ภาพรวมฤดูกาลไทย ยังถือว่าปกติ เมื่อเทียบกับข้อมูลสถิติในคาบ 30 ปีขึ้นไป

- เรามาดูความเปลี่ยนแปลงรายฤดู

- จากข้อมูล ศูนย์ภูมิอากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา

- เริ่มจากหน้าร้อน ทุกภาคแสดงให้เห็นว่า แนวโน้มอุณหภูมิหน้าร้อน ยังคงสูง

- โดยส่วนใหญ่ สูงกว่าค่าเฉลี่ย 30 ปี

- แต่ก็ยังไม่เกิน ค่าสูงสุด ที่เคยเกิดขึ้นในรอบ 61 ปี

- สำหรับฤดูฝน แม้จะเห็นเป็นสีแดงๆ ซึ่งแสดงถึงฝนที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปกติในรอบ 30 ปี ในภาคเหนือ-และอีสาน

- แต่นี่เป็นลักษณะความแปรปรวนของปริมาณน้ำฝน ที่เกิดจากตัวแปร อย่าง ลมมรสุม ร่องมรสุม และพายุ ถึงทำให้แต่ละปี เรามีฝนมากบ้าง และน้อยไปบ้าง

- แต่ภาพใหญ่เมื่อเทียบค่าเฉลี่ย 30 ปี ยังฟันธงได้ว่า ฤดูฝนยังไม่เปลี่ยนแปลง

- ส่วนฤดูหนาว อุณหภูมิเฉลี่ย แนวโน้มก็สูงกว่าค่าปกติในรอบ 30 ปีเช่นกัน

- ปีนี้ ยังต้องเตรียมใจไว้เลย ที่อุณหภูมิต่ำสุดจะสูงกว่าค่าเฉลี่ย เพราะ เช่นเดียวกับหน้าฝน คือ จะมีตัวแปรอื่นๆ มาคอยป่วนให้หนาวลดลง อย่าง ปรากฎการณ์เอลนิโญ่

-นางสาวกรรวี สิทธิชีวภาค ผู้อำนวยการศูนย์ภูมิอากาศ บอกว่า ประเทศไทยโชคดี อยู่ในเขตร้อน

-มีความแปรปรวนของสภาพอากาศ มาช่วยให้ไม่เจอกับสภาพความเปลี่ยนแปลงแบบสุดขั้ว หรือ Extreme Weather เหมือนในต่างประเทศ

- จึงเหลือเพียง ถ้าช่วยกันดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อาจทำให้เรา ได้รับผลกระทบจากความแปรปรวนของฤดูกาล ลดลงได้

- ความแปรปรวนของสภาพอากาศ เป็นเรื่องหนึ่งในการเรียนรู้เพื่อการปรับตัวอยู่ร่วมกับความเปลี่ยนแปลง หรือ Learn to Live in the World of Change

- ซึ่งเป็น Theme หลัก ของงานมหกรรมทีวีรักษ์โลก 360 องศา 2013 Save The World Expo

- งานมหกรรมที่รวบรวมนวัตกรรมและผลงานทางสิ่งแวดล้อม ที่ช่อง 3 จะจัดในเดือนเมษายน ปีหน้า

- ขอเชิญหน่วยงานและผู้สนใจ ร่วมเป็นพันธมิตรการจัดแสดงกับช่อง 3 ขับเคลื่อนประเด็นทางสิ่งแวดล้อม ให้เป็นวาระแห่งชาติ กันนะครับ

- อากาศเย็นในช่วงนี้ จะมีอีกแค่ 1-2 วันแล้วนะครับ

- เพราะวันศุกร์นี้ ลมหนาวระลอกนี้จะอ่อนกำลัง

- ส่วนวันที่ 15 เป็นต้นไป หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงในทะเลจีนใต้ จะเคลื่อนเข้ามาในบริเวณปลายแหลมญวน

- แบบนี้ ตั้งแต่อีสานตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก จะมีฝนเพิ่มขึ้น

- ฝนนี้ไม่ได้ช่วยเรื่องการเกษตร แต่อาจจะทำให้การตากผลผลิตเกิดความเสียหายได้

- ขอให้เตรียมการรับมือกับฝนที่จะเพิ่มขึ้นด้วย

- ส่วนภาคใต้ ช่วงนี้ฝนจะลดลง แต่วันที่ 15 ไปแล้ว ฝนจะเพิ่มขึ้นเช่นกัน

- 16-19 พฤศจิกายน ขอให้พี่น้องชาวใต้ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักมาก การเดินเรือในอ่าวไทย ต้องกลับมาใช้ความระมัดระวังครับ

ข่าววันใหม่

-ทีวี 360 องศาวันนี้ มีเรื่องของปรากฏการณ์ครั้งสำคัญที่มองเห็นได้บนโลก

-นั่นคือ สุริยุปราคา เต็มดวง ครั้งสุดท้าย ของปี 2555

-จะเกิดขึ้นเช้าวันนี้ แต่ถ้าอยากจะเห็น ต้องไปดูที่ ออสเตรเลีย

-สุริยุปราคา เป็น ปรากฏการณ์ ที่สวยงามทาง ธรรมชาติ

-เกิดเมื่อดวงจันทร์ โคจรมาอยู่ระหว่าง โลก และดวงอาทิตย์ ทำให้บนโลกเห็นดวงอาทิตย์ถูกดวงจันทร์บัง

-สำหรับสุริยุปราคาในเช้าวันนี้ จะเกิดขึ้นตอน 6 โมงครึ่ง ตามเวลา ในออสเตรเลีย

-จุดที่จะมองเห็นได้สวยงามที่สุด หรือเห็นสุริยุปราคาเต็มดวง คือที่เมือง แคนส์ รัฐ ควีนส์แลนด์ เป็นเวลา 2 นาที

-เมืองอื่นๆ ทางด้านตะวันออก จะเห็นสุริยุปราคา บังมิดอย่างน้อย 80 %

-ส่วนเมืองทางตอนใต้ จะเห็นดวงอาทิตย์ ถูกบังมิด 60%

-หลังจากวันนี้แล้ว สุริยุปราคาจะเกิดและเห็นเต็มดวงอีกที ในเดือนมีนาคมปีหน้า

-แต่บริเวณที่เห็นจะอยู่ในทะเล

-สุริยุปราคาวันนี้ จึงมีความน่าสนใจคือ เป็นการมองเห็นได้บนแผ่นดิน และชาวออสเตรเลียจะได้ชมอีกที คือ อีก 11 ปีข้างหน้า

-กลับมาที่ประเทศไทย

-มาติดตามความแปรปรวนของสภาพอากาศ จากอากาศที่หนาวเย็นทางภาคเหนือ

-ไปดูเรื่องนี้ ที่ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก

-สภาพอากาศในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ที่แม่สอดมีความแปรปรวนมาก

-ล่าสุดวานนี้ มีฝนตกลงมาอย่างหนัก ราว 1 ชั่วโมง จากนั้น อากาศก็หนาวเย็นลง

-ขณะที่บ้านอุ้มเปี้ยม ตำบลคีรีราษฎร์ อ.พบพระ ประชาชนเริ่มออกมาผิงไฟในช่วงเช้า บางรายยืนรอตากแดดตามข้างทางเพื่อบรรเทาความเย็น

-ทัศนวิสัยในการขับขี่ก็ลดลง เพราะหมอกลงจัด

-สำหรับสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงทางภาคเหนือ ทำให้สาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน ต้องเตือน การนำเสื้อกันหนาวมือสองมาใช้

-เพราะอาจมีโรคติดต่อ และอาจมีพาหะนำโรค เช่น ตัวเรือด ตัวไร เห็บ หมัด และโลน อาศัยอยู่ในใยผ้าที่สกปรกได้

-ถ้าจำเป็นต้องใช้ ควรนำไปซัก หรือต้ม ในน้ำเดือด 15 นาที ถึง 1 ชั่วโมง

…………………………………………………………………………………………….

8 พฤศจิกายน 2555

เที่ยงวันทันเหตุการณ์

http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=14525&year=2012&month=11

-วันนี้มาดูการปลุกกระแส “มหันตภัยโลกร้อน” จากกรณี “แซนดี้”ถล่มสหรัฐอเมริกา

-คุณผู้ชมยังจำกันได้มั้ยครับ เฮอร์ริเคนแซนดี้ ที่ถล่มสหรัฐอเมริกาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

-ทำให้เกิดหายนะภัยครั้งประวัติศาสตร์ครั้งหนึ่งแก่สหรัฐอเมริกา

-กลายเป็นสัญญาณเตือนภัย ที่ทีวี360องศา ต้องนำมาชี้ให้คุณผู้ชมเห็นว่า สัญญาณความเปลี่ยนแปลงของโลก ที่อเมริกา ก็เกี่ยวกับพวกเราด้วย

-เฮอร์ริเคนแซนดี้ ที่ถล่มชายฝั่งด้านตะวันออกของสหรัฐอเมริกา จนทำให้เกิด มหาพิบัติภัย ทั้งฝนตกหนัก และคลื่นซัดฝั่งที่รุนแรง โดยเฉพาะกับมหานครนิวยอร์ค

-ทำให้มหานครใหญ่ของโลก ที่อยู่ตามแนวชายฝั่งทะเล ควรตื่นกลัวจากสัญญาณความเปลี่ยนแปลงของโลกครั้งนี้ด้วย

-เพราะนักวิทยาศาสตร์วิเคราะห์ว่า โลกร้อน มีผลต่อความรุนแรงของเฮอร์ริเคน

-และการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลจากการละลายของน้ำแข็งขั้วโลก

-ทำให้น้ำท่วมและคลื่นซัดฝั่งที่อเมริกา รุนแรงกว่าปกติ

-ซึ่งประเด็น การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล นี่แหละ ที่ทำให้เมืองชายฝั่งทะเล เสี่ยงอันตรายหนัก

-และส่วนใหญ่ ไม่มีความพร้อมในการรับมือ

-เพราะขนาดมหานครนิวยอร์ค , เมืองที่มีความพร้อม และทันสมัยระดับโลก ยังอ่วมหนัก จากการโจมตีของเฮอร์ริเคนแซนดี้เลย

-นี่คือ 20 อันดับมหานครใหญ่ของโลก ที่ องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD ศึกษาพบว่า อีกเกือบ 60ปีข้างหน้า ระดับน้ำทะเลจะสูงขึ้น 50 เซนติเมตร แล้วเมืองเหล่านี้ จะเสี่ยงเกิดน้ำท่วม

-โดยดูแล้ว มีเอเชียถึง 15 เมือง ใน 8 ประเทศ , กรุงเทพ ติดอยู่ที่อันดับที่ 7 ด้วย

-นักวิทยาศาสตร์วิเคราะห์ว่า หากเกิดพายุขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นไต้ฝุ่น, ไซโคลน, หรือ เฮอร์ริเคน ผลกระทบจะมีมาก

-เพราะประเทศเหล่านี้ ละเลยการให้ความสำคัญกับปราการทางธรรมชาติ และการเข้าไปอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย มากขึ้นนั่นเอง

-แอชวิน เดยาล ผู้อำนวยการมูลนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์แห่งเอเชีย บอกว่า ประเทศต่างๆ ต้องฟื้นฟูป่าชายเลนเพื่อป้องกันตัวเองจากคลื่นซัดฝั่ง รวมทั้งต้องปรับการวางแผนการใช้ที่ดิน ย้ายประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยชายทะเล

-เขายังกล่าวอย่างน่าสนใจด้วยว่า เฮอร์ริเคนแซนดี้ถล่มสหรัฐอเมริกา อาจทำให้ชาวโลกพุ่งความสนใจไปที่ผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงของโลกได้พอสมควร

-แต่ชาวโลกก็อย่าลืมเหตุการณ์นี้อย่างรวดเร็ว จนละเลยการป้องกันตัวเองกัน เหมือนที่ผ่านมา

-
-

มาดูสภาพอากาศต่อจากนี้ครับ

-จากนี้ไปจนถึงวันเสาร์ เราจะไม่ค่อยได้เย็นกันเท่าไหร่นะครับ

-

เหตุเพราะความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากจีน อ่อนกำลังอยู่นั่นเอง

-

เมื่อไม่เย็น หมอกจะลงมากในตอนเช้าทางภาคเหนือ-และอีสาน ระวังเรื่องการสัญจรด้วย

-

ส่วนกลางวัน ร้อนเป็นหลักทุกภาค อุณหภูมิสูงสุด ยัง 35 องศา และตอนนี้ความชื้นมีมากขึ้น หลายที่จะมีฝนตกเล็กน้อยได้ด้วย

-

มารอลมหนาวระลอกใหม่กันในวันอาทิตย์นี้นะครับ

-

สำหรับภาคใต้ จากนี้ฝนเบาลงครับ ส่วนใหญ่จะตกตอนล่าง คลื่นก็สงบ ทั้ง 2 ฝั่งนะครับ

-

นี่คือ นิตยสาร TV360องศา ออนแมกกาซีน นิตยสารแจกฟรีฉบับปฐมฤกษ์ เนื่องในโอกาสครบรอบ 3 ปี ทีวี360องศา

-

คุณผู้ชมสามารถไปรับได้ที่ ร้านหนังสือนานมีบุ๊คส์ , ศูนย์หนังสือจุฬา , ศูนย์หนังสือธรรมศาสตร์ และที่ห้องสมุด ปตท.สำนักงานใหญ่ ตอนเที่ยง พรุ่งนี้ มีจำนวนจำกัดนะครับ

-

พรุ่งนี้ จะมีการแถลงข่าวการเปิดตัว ตอนบ่าย 2 ที่อาคารมาลีนนท์ ด้วย คอยติดตามกันนะครับ

เรื่องเด่นเย็นนี้

http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=14535&year=2012&month=11-วันนี้มีข่าวเกี่ยวกับอวกาศและโลก มาให้ชมกันครับ

-

มนุษย์ โลก และอวกาศ เป็นสิ่งที่อยู่คู่กัน การเรียนรู้ซึ่งกันและกัน จะทำให้เราสามารถอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างมีความสุข

-

อย่างเช่น 17-18 พฤศจิกายน หรือเสาร์-อาทิตย์หน้า

-

จะมีปรากฎการณ์ในอวกาศ เมื่อสะเก็ดดาวจากดาวหางเทมเพล-ทัตเทิล โคจรผ่านระนาบการโคจรของโลก ทำให้เกิดเป็นฝนดาวตกลีโอนิดส์ หรือ ฝนดาวตกสิงโต

-

สามารถมองเห็นบนโลก มากสุดตอนตี 5 เช้าวันที่ 17 และ 18 บนท้องฟ้าทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ

-

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) บอกว่า

-

ครั้งล่าสุดที่ ฝนดาวตกลีโอนิดส์ เกิดขึ้น คือเมื่อปี 2541

-

เกิดจาก เศษฝุ่นดาวหาง เสียดสีกับชั้นบรรยากาศโลก ทำให้เกิดการเผาไหม้ เห็นเป็นแสงสว่างวาบคล้ายลูกไฟหางยาว วิ่งบนท้องฟ้า

-

ความเร็วสูงสุดต่อดวง คาดว่า มากถึง 71 กิโลเมตรต่อวินาที

-

และจะมี 15 ดวงต่อชั่วโมง

-

ถ้าพลาดคราวนี้ ต้องรอดูในอีก 19 ปีข้างหน้า หรือในปี 2574

-

ดังนั้น ใครจะได้เห็นบ้าง

-

กรมอุตุนิยมวิทยาบอกว่า สัปดาห์หน้า ประเทศไทยตอนบน จะมีฟ้าเปิด สามารถมองเห็นได้ทุกภาค

-

และจะเห็นได้ชัด ในที่ที่มืดสนิทที่ ไม่มีแสงไฟรบกวน

-

ส่วนถ้าใครอยู่ภาคใต้ โอกาสได้เห็นมีน้อย เพราะอาจมีเมฆฝนมาบดบัง

-

จากนี้ไปจนถึงวันเสาร์ เราจะไม่ค่อยได้เย็นกันเท่าไหร่นะครับ

-

เพราะความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากจีน อ่อนกำลังอยู่นั่นเอง

-

เมื่อไม่เย็น หมอกจะลงมากในตอนเช้าทางภาคเหนือ-และอีสาน ระวังเรื่องการสัญจรด้วย

-

ส่วนกลางวัน ร้อนเป็นหลักทุกภาค อุณหภูมิสูงสุด ยัง 35 องศา หลายที่จะมีฝนตกเล็กน้อยได้ด้วย

-

มารอลมหนาวระลอกใหม่กันในวันอาทิตย์นี้นะครับ

-

สำหรับภาคใต้ จากนี้ฝนเบาลงครับ ส่วนใหญ่จะตกตอนล่างคลื่นก็สงบ ทั้ง 2 ฝั่งนะครับ


ข่าววันใหม่

-ความเปลี่ยนแปลงของโลกในช่วงนี้ ยังเป็นความเคลื่อนไหวของการรายงานผลกระทบจากภาวะโลกร้อน

-เมื่อระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นทุกวัน จากน้ำแข็งขั้วโลกละลาย อาจทำให้ค้างคาวที่อยู่ไกลถึงทะเลแคริบเบียน สูญพันธุ์

-นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย สโตนี่ บรู๊ก สหรัฐอเมริกา

-ศึกษาพบว่า โลกร้อน และน้ำแข็งขั้วโลกที่ละลายมากขึ้น ได้ทำให้ที่ราบลุ่มในบริเวณหมู่เกาะ ทะเลแคริบเบียน เริ่มจมลงแล้ว

-ผลกระทบ เกิดกับสัตว์ที่ปรับตัวไม่ทันก่อน

-โดยเฉพาะ ค้างคาว

-น้ำทะเลที่สูงขึ้น ทำให้ถ้ำถูกน้ำท่วม ค้างคาวจึงขาดที่อยู่อาศัย

-นอกจากนี้ อุณหภูมิที่สูงขึ้น ยังทำให้ถูกรุกรานจากการอพยพของสัตว์ต่างถิ่น ที่ทนความร้อน และความชื้นได้ดีกว่า

-นักวิทยาศาสตร์ ได้พบซากฟอสซิล ค้างคาว หลายสายพันธุ์ ที่ได้สูญพันธ์ไปแล้ว

-พบว่า การสูญพันธุ์สูงสุด เกิดขึ้นในช่วงน้ำแข็งละลายสูงสุด เมื่อ11,000ปีที่แล้ว
-จึงมีความเป็นไปได้สูง ที่ประวัติศาสตร์ อาจซ้ำรอย

-กลับมาที่ประเทศไทย

-ดูสัญญาณความแห้งแล้ง ผ่านภาพสายน้ำ ในภาคเหนือ และอีสาน

-เริ่มจากภาพแรก ที่ภาคเหนือ

-นี่คือแม่น้ำปิง ที่สะพานนวรัฐ จังหวัดเชียงใหม่

-ความลึกช่วงนี้ เหลือแค่ 1 เมตรครึ่งเท่านั้น และแนวโน้มก็ลดลงเรื่อยๆ

-จากนี้คงไม่มีน้ำเติมอีกแล้ว เพราะฝนภาคเหนือหยุดตกแล้ว

-ดูที่อีสานบ้าง

-แม่น้ำชี ที่ มหาสารคาม

-แม้จะยังดูไม่ถึงกับน้อยมาก แต่ระดับน้ำก็ลดลงอย่างต่อเนื่อง

-สำหรับน้ำชี ที่มหาสารคาม รับน้ำต้นทุนมาจาก เขื่อนอุบลรัตน์จังหวัดขอนแก่น

-ซึ่งล่าสุด สกายรีพอร์ท รายงานว่า น้ำในเขื่อนอุบลรัตน์มีน้อยมากจนกระทบกับการผลิตกระแสไฟฟ้า แล้ว

-อีกภาพคือ แม่น้ำมูล ที่จังหวัดบุรีรัมย์

-น้ำกำลังแห้งลงจนเห็นหาดทรายโผล่เป็นระยะ

-สร้างความกังวลแก่ชาวบ้าน ว่าจะกระทบการทำเกษตรหน้าแล้ง

-โดยเฉพาะผู้เลี้ยงปลาในกระชัง หวั่นว่าปลา จะโตไม่ทันจับขาย

-สำหรับภาคใต้ ที่จังหวัดพังงา

-ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ปล่อยเรือหัวโทงกว่า 200 ลำ มุ่งหน้าสู่อ่าวพังงา เขาตาปูและเขาพิงกัน เพื่อเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวจังหวัดพังงาอย่างเป็นทางการ

-คาดว่า ปีนี้ จะสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว ไม่ต่ำกว่า 10,000ล้านบาท

……………………………………………………………………………………………..

7 พฤศจิกายน 2555

เรื่องเด่นเย็นนี้

-วันนี้มาดูคำแนะนำ การรับมือสถานการณ์ความแห้งแล้งกันครับ

http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=14514&year=2012&month=11

-หลังจากที่ทีวี 360 องศา เฝ้าติดตามสัญญาณความแห้งแล้ง ที่กำลังเกิดขึ้น และขยายวงออกไปเรื่อยๆ

-ทั้งที่เราเพิ่มเข้าสู่หน้าแล้งอย่างเป็นทางการมาแค่ สัปดาห์เดียว

- ดูกันอีกครั้ง นี่คือภาพความแห้งแล้งที่เกิดขึ้นแล้วในไทย

- โดยกำลังรุนแรงเพิ่มขึ้นทุกวันในภาคอีสาน

- ขณะที่ การขยายวง ก็กำลังกินพื้นที่จากภาคเหนือตอนล่าง ขึ้นไปหาเหนือตอนบน และจากกลางตอนบน ลงไปหากลางตอนล่าง

- ส่วนภาพนี้ ปริมาณน้ำฝนในภาคอีสานตั้งแต่ต้นปีมา ต่ำกว่าค่าปกติ หลายร้อยมิลลิเมตร ทีเดียว

- ซึ่งแสดงด้วยสีแดงเข้มในแผนที่

- คุณผู้ชมจำ 2 ภาพนี้ไว้ ทีวี360องศา จะเอามา Update หรือรายงานความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องว่า เราโดนความแห้งแล้งโจมตีหนักแค่ไหน โดยเฉพาะในเดือนต่อๆ ไป ที่เราต้องอยู่กับความแห้งแล้ง นานขึ้นเรื่อยๆ

- ดังนั้น จะทำอย่างไรดี

- กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บอกว่า สัญญาณแบบนี้ ให้หลีกเลี่ยงการทำนาปรังโดยเด็ดขาด

- เพราะเสี่ยง ที่จะหาน้ำในปริมาณมากๆ มาให้ได้ตลอดอายุการเจริญเติบโตของต้นข้าว

- คำแนะนำสู้แล้งก็คือ

- ให้หันมาปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย เช่น ข้าวโพดอาหารสัตว์ ถั่วเหลือง ถั่วเขียว และถั่วลิสง

- แถมมีอายุการเก็บเกี่ยวสั้น ด้วย

- แล้วน้ำจะเอามาจากไหน

- ในเขตชลประทาน ให้สูบน้ำที่ปล่อยจากเขื่อนในช่วงนี้ มาใช้ได้เลย พอแน่ ถ้าใครไม่เอาไปใช้เพื่อทำนาปรัง

- ส่วนนอกเขตชลประทาน น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ คู คลอง และบ่อบาดาล ก็ยังพอใช้ได้เช่นกัน

- นี่จึงเป็นคำแนะนำ การปรับตัวสู้แล้ง ตั้งแต่ต้นฤดู ของทีวี360องศา

- การลงมือ อยู่ที่คุณผู้ชม

- พรุ่งนี้ความเย็นในตอนเช้า ยังมีอยู่ในภาคเหนือและอีสานเท่านั้น

- ขณะที่ความร้อน จะยังคงเพิ่มขึ้นทุกภาค เหตุเพราะมวลอากาศเย็นจากจีนตอนนี้ได้อ่อนกำลังลง

- กลางวัน อุณหภูมิสูงสุดไปถึง 35องศา ระวังอันตรายจากความร้อนและแดดแรง, ส่วนตอนเช้า หมอกจะลงมาก ให้ระวังการสัญจรในภาคเหนือและอีสาน

- สำหรับลมหนาวใหม่ จะมาในวันอาทิตย์นี้เป็นต้นไปครับ

- เมื่อลมหนาวช่วงนี้ไม่แรง ฝนภาคใต้ จึงอยู่ในเกณฑ์กระจาย และตกหนักได้บางแห่ง ส่วนใหญ่อยู่ตอนล่างของภาคทั้ง2ฝั่ง นะครับ

ข่าววันใหม่

-ทีวี 360 องศา วันนี้ มาติดตาม มหันตภัยระเบิดเวลาจากกากของเสียจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่อังกฤษ

-ที่พร้อมเสี่ยงอันตรายด้านความปลอดภัยทุกเมื่อ

-โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เซลลาฟิล เป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เทคโนโลยีเก่า เมื่อ 50 ปีที่แล้ว และอยู่ในขั้นของการดำเนินการเพื่อปิดตัวเองลง

-แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือ สำนักงานตรวจสอบบัญชี แห่งชาติของอังกฤษ หรือ NAO ไปพบว่า บริษัท เซลลาฟิล จำกัด ที่รับกำจัดกากกัมมันตรังสี ที่เกิดจากการผลิตกระแสไฟฟ้า

-ใช้เงินถึง 21 ล้านปอนด์ ถึง 1,300ล้านปอนด์ แต่กลับทำอย่างไร้ประสิทธิภาพ และทำให้โครงสร้างอาคารที่มีอยู่ ชำรุดทรุดโทรมลงมาก

-เซลลาฟิล ถือว่า เป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด และอันตรายที่สุด ในขณะนี้

-เพราะบ่อเก็บกากกัมมันตรังสี มีขนาดใหญ่เท่ากับสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ 27 สระ แต่ยังไม่สามารถจัดการใดๆ ได้เลย

- NAO เตือนว่า การเพิกเฉย ของบริษัทและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นปัญหาสะสมมานาน

- ต้องเร่งจัดการกับกากของเสีย ก่อนที่จะเป็นอันตราย ต่อสิ่งแวดล้อม และชุมชุน โดยรอบ

- และไม่เพียงแค่นั้น จะเกิดอะไรขึ้น หากปล่อยไว้ แล้ว โรงไฟฟ้า เซลลาฟิล ถูกถล่มโดย ภัยธรรมชาติ

- จะเกิดความเสียหายอย่างมหาศาลแน่นอน

-กลับมาที่ประเทศไทย

-ติดตามสัญญาณภัยแล้งที่เกิดขึ้นในภาคกลางบ้าง

-ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา น้ำในแม่น้ำป่าสักช่วงตำบลบ้านเกาะ ได้ลดระดับต่ำลงอย่างผิดปกติ

-จนเห็นสันทรายเป็นแนวยาวเกือบ 500 เมตร

-เรือขนถ่ายสินค้า ต้องจอดเรือรอช่วงน้ำทะเลหนุนถึงจะเดินเรือต่อไปได้

-นายธวัชชัย ทูคำมี เจ้าของเรือ บอกว่า ไม่เคยพบมาก่อนว่า ระดับน้ำจะลดต่ำจนแห้ง เห็นสันทรายโผล่ในช่วงฤดูกาลนี้

- ที่ ศรีสะเกษ

- นายสุขสันต์ บุญโทแสง สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ศรีสะเกษ บอกว่า จะสู้ภัยแล้งศรีสะเกษ ด้วยการขุดบ่อบาดาล 1,100 บ่อ

- ให้ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 22 อำเภอ ที่กำลังมีปัญหาภัยแล้งหนักอยู่ในขณะนี้

…………………………………………………………………………………………….

6 พฤศจิกายน 2555

เที่ยงวันทันเหตุการ์

http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=14456&year=2012&month=11

-วันนี้มาดูข้อมูลอากาศ วันเลือกตั้งประธานาธิบดี สหรัฐอเมริกากันครับ

- หลังจากการผ่านภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกา คือการที่เฮอร์ริเคนแซนดี้ เข้าถล่มชายฝั่งด้านตะวันออกของประเทศ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

- อังคารที่ 6 พฤศจิกายน หรือพรุ่งนี้ ตามเวลาในประเทศไทย สภาพอากาศในสหรัฐอเมริกา ก็ยังคงมีความแปรปรวน ในหลายพื้นที่อีก

-นี่คือภาพการพยากรณ์อากาศสหรัฐอเมริกา โดย Accuweather.com

-เช้าวันเลือกตั้ง 6 พฤศจิกายน จะมีฝนตก ทางตอนเหนือของรัฐฟอริด้า จากความกดอากาศต่ำนอร์ธอีสเตอร์

- และช่วงบ่าย ความกดอากาศต่ำนี้ จะเคลื่อนเข้าสู่เมืองออร์แลนด์โด้ ทำให้เกิดฝนตกหนักเช่นกัน

- ความกดอากาศต่ำนอร์ธอีสเตอร์นี้ ยังจะทำให้นิวยอร์ค นิวเจอร์ซีย์ มีฝนตก ลมแรง อาจเกิดน้ำท่วมชายฝั่งซ้ำได้อีก

- แต่จะเกิดขึ้นในคืนวันอังคาร หลังการเลือกตั้ง

- นอกจากนี้ แถบมิดเวสท์ที่รัฐเทนเนสซี และที่ราบมิสซิสซิปปี้ อาจทำให้ฝนตกหนักตลอดทั้งวันเลือกตั้งด้วย

-สำหรับชิคาโก ความกดอากาศต่ำนอร์ธอีสเตอร์

-อาจทำให้อากาศที่ชิคาโก มีอุปสรรค ในการไปเลือกตั้ง

- เพราะจะเกิดฝนตกเล็กน้อยและอุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็ว ทั้งเปียกทั้งหนาว ในบริเวณชิคาโก

- ส่วนทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือ รัฐวอชิงตัน และ ออเรกอน แนวปะทะอากาศเย็นบริเวณนี้ จะทำให้มีฝนตกเล็กน้อย

- แต่ไม่รุนแรง พอที่จะเป็นอุปสรรคในการจัดการเลือกตั้ง

- สำหรับทางตะวันตก และทางใต้ โชคดี อากาศแจ่มใส ไม่เป็นอุปสรรคต่อการจัดการเลือกตั้ง

- ถือเป็นสภาพอากาศที่มีความแปรปรวน แต่ไม่รุนแรงนัก เมื่อเทียบกับการเจอของแข็งอย่าง เฮอร์ริเคนแซนดี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

- ทราบสภาพอากาศ ที่สหรัฐอเมริกาแล้ว

- มาดูเอเชีย บริเวณที่น่าเป็นห่วง จากภัยพิบัติพายุหิมะถล่ม กันบ้าง นั่นคือ

- ที่ทางตอนเหนือจีน

- ล่าสุดสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย

- อุตุนิยมวิทยาจีน ยังประกาศเตือนภัยระดับสูงสุด คือสีแดง

- ช่วงนี้ เหนือ-อีสาน เป็น 2 ภาคที่มีอากาศเย็นในตอนเช้า

- ที่เหลือ กลาง-ตะวันออก-และกรุงเทพมหานคร อากาศไม่เย็น

- ระวังช่วงนี้หมอกจะมาก ระวัง การสัญจรในภาคเหนือและอีสาน

- และทุกภาค มีโอกาสเสี่ยงเจอฝนเล็กๆ ที่เป็นฝนเปลี่ยนฤดู กวนใจได้บ้าง

- สำหรับมวลเย็นระลอกใหม่ จะมาอีกที วันศุกร์นะครับ

- สำหรับลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ มีกำลังปานกลาง

- ฝนใต้ระยะนี้ จึงอยู่ในเกณฑ์กระจาย และตกหนักได้บางแห่ง ส่วนใหญ่ตอนล่างของภาคครับ

เรื่องเด่นเย็นนี้

- บางแห่งระดับน้ำบาดาล ก็ลดน้อยลงจนไม่สามารถที่จะสูบขึ้นมาใช้หล่อเลี้ยงต้นข้าวในนาได้

http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=14478&year=2012&month=11

-วันนี้ ติดตามสถานการณ์ล่าสุด ความแห้งแล้งประจำสัปดาห์


- หลังจากการเข้าสู่ฤดูแล้งอย่างเป็นทางการของไทย คือ วันที่ 1 พฤศจิกายน

- การเฝ้าตรวจสอบสภาพอากาศของทีวี360องศา ก็ยิ่งพบสัญญาณส่อเค้าว่า ความแห้งแล้งจะยิ่งทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง


- เริ่มจากการตรวจสอบภาพใหญ่ สภาพอากาศของประเทศ

- ตอนนี้ ความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากจีน ซึ่งเป็นอากาศแห้ง ได้ปกคลุมประเทศไทยตอนบนอย่างต่อเนื่อง

- จึงยากแล้ว ที่จะมีฝนหนักๆ ในระดับที่ให้น้ำเพื่อการเกษตร

- ฝนจะมีแต่ทางใต้ เท่านั้น จากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ

- ซึ่งตอนนี้ภาคใต้ก็กำลังอยู่ในหน้าฝนนั่นเอง


- จากภาพใหญ่เป็นแบบนี้ ทีวี360องศา ตรวจสอบลงลึกไป ถึงภาวะความแห้งแล้งในประเทศ พบว่า

-ความแห้งแล้ง ได้ปรากฏชัดมาตั้งแต่ กลางเดือนตุลาคม

-คุณผู้ชมดูในภาคอีสาน นะครับ

-สีของภาพ เป็นสีเหลืองมากขึ้น ในสิ้นเดือนตุลาคม

-จนล่าสุดวานนี้ สียิ่งเหลืองเข้มเข้าไปอีก แถมกินลึกเข้าไปในภาคเหนือตอนล่าง และภาคกลางตอนบนด้วย

- ชาวบ้านบอกว่า ปีนี้ฤดูแล้งมาเร็วกว่าปีที่ผ่านมามาก

-ความหมายก็คือ อีสาน-เหนือตอนล่าง และภาคกลางตอนบน เข้าสู่ช่วงแล้ง

-ยาวนานมาตั้งแต่กลางเดือนที่แล้ว

-โดยเฉพาะภาคอีสาน โซนที่ค่อนไปทางตะวันออก ตั้งแต่ตอนบน ลงไปถึงตอนล่าง

-หลายพื้นที่ มีช่วงแห้งแล้ง เกิดมาได้เกือบเดือนแล้ว


- เมื่อนำข้อมูลมารวมกับสภาพพื้นที่จริง จึงเป็นภาพนี้

- กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พบว่า ตอนนี้ มีพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้งแล้ว 9 จังหวัด 64 อำเภอ 345 ตำบล

- ในจำนวนนี้ มี 7 จังหวัด เป็นพื้นที่ภัยพิบัติฉุกเฉิน ฝนทิ้งช่วง

- ได้แก่ กาฬสินธุ์ สกลนคร อุดรธานี บึงกาฬ หนองคาย หนองบัวลำภู และ มุกดาหาร


- สถานการณ์ต่อจากนี้ จะเป็นอย่างไร ดูแล้วก็จะยิ่งมีความรุนแรงมากขึ้น

- นี่คือ ข้อมูลการรายงานสภาพน้ำในแม่น้ำสายหลัก โดยกรมชลประทาน พบว่า

- ลุ่มน้ำภาคเหนือ ปิง, วัง, ยม ,น่าน น้ำอยู่ในเกณฑ์น้อย ส่วนใหญ่มีแนวโน้มลดลง

- ขณะที่ลุ่มน้ำภาคอีสาน แม่น้ำมูลก็มีแนวโน้มลดลง เช่นกัน

- นี่เป็นข้อมูล ณ วันที่ 6 พฤศจิกายน ซึ่งในช่วงต้นแล้งนะครับ แต่เราต้องอยู่กับช่วงแล้งถึง 6 เดือน

- ใคร ที่คิดจะทำการเกษตรในช่วงแล้งจากนี้ ขอให้คิดให้ดีๆ

-นายสมชาย ใบม่วง รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา บอกว่า จากนี้ การทำฝนเทียมก็ทำไม่ได้ เพราะความชื้นในอากาศไม่เพียงพอ


- มาดูคำแนะนำเกษตรกร สู้แล้ง ในระยะ 7 วันจากนี้

- ภาคเหนือ ยังมีฝนเปลี่ยนฤดูได้บ้าง และจะมีหมอกและน้ำค้าง ด้วย

- ดังนั้น ไม้ดอก ให้ระวังโรคเชื้อรา โดยเฉพาะราแป้งและราน้ำค้าง

- ภาคอีสาน อากาศแห้งอย่างสิ้นเชิง

- ควรนำเศษวัสดุทางการเกษตร มาคลุมดิน เพื่อลดการระเหยน้ำ และความชื้นผิวหน้าดิน

- ภาคกลาง แม้ฝนยังมี แต่ก็น้อยมาก

- ดังนั้น ขอให้ใช้น้ำอย่างประหยัด เพื่อยืดอายุการมีน้ำให้ทางการเกษตรให้นานขึ้น

- เช่นเดียวกับ ภาคตะวันออก

- ควรปลูกพืชที่อายุการเก็บเกี่ยวสั้น และใช้น้ำน้อย

- หวังว่าข้อมูลเตือนภัยความแห้งแล้งของทีวี360องศา จะช่วยให้คุณผู้ชม เลือกตัดสินใจได้ว่า จะทำอย่างไรดี กับช่วงแล้งจากนี้ นะครับ

- ช่วงนี้ความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากจีน ได้อ่อนกำลังลงอีกแล้ว แต่พรุ่งนี้ เหนือ-อีสาน ยังเป็น 2 ภาคที่มีอากาศเย็นในตอนเช้า

- ที่เหลือ กลาง-ตะวันออก-และกรุงเทพมหานคร อากาศไม่เย็น

- ระวัง ช่วงนี้หมอกจะมาก การสัญจรในภาคเหนือและอีสาน ต้องใช้ความระมัดระวัง

- และทุกภาค มีโอกาสเสี่ยงเจอฝนเล็กๆ ที่เป็นฝนเปลี่ยนฤดู กวนใจได้เช่นเดิม

- สำหรับมวลเย็นระลอกใหม่ จะมาอีกที วันศุกร์นะครับ

- สำหรับลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ มีกำลังปานกลาง

- ฝนใต้ระยะนี้ จึงอยู่ในเกณฑ์กระจาย และตกหนักได้บางแห่ง ส่วนใหญ่ตอนล่างของภาคครับ

ข่าววันใหม่

-ความเปลี่ยนแปลงของโลกในรอบวันวันนี้

-มาดูความตื่นกลัวของเมืองชายทะเล ที่เสี่ยงต่อการได้รับผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงของโลก

-จากตัวอย่างที่น่าสะพรึงกลัวของเฮอร์ริเคนแซนดี้ ถล่มชายฝั่งด้านตะวันออกของสหรัฐอเมริกา

-หลายประเทศ ที่มีเมืองชายฝั่งขนาดใหญ่ ต่างหวาดกลัวความเปลี่ยนแปลงของโลก ว่า จะถูกน้ำทะเลเข้าทะลักท่วม อย่าง มหานครนิวยอร์ค จากเหตุการณ์เฮอร์ริเคนแซนดี้ถล่มสหรัฐอเมริกาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

-โดยเฉพาะ เมืองชายฝั่งในเอเชีย มีความเสี่ยงสูง ทั้ง ที่ตั้ง การป้องกัน และการวางผังเมือง เพราะขนาด มหานครนิวยอร์ก มีความพร้อมกว่า ยังอ่วมหนัก

-ผู้อำนวยการ สถาบันวิจัยแกรนแธม ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและสภาพแวดล้อม เตือนว่า เมืองใหญ่ในเอเชีย ควรรีบเตรียมการรับมือ เพราะนอกจากจะเสี่ยงเจอน้ำท่วมจากระดับน้ำทะเลที่เพิ่มขึ้นสูงแล้ว ยังเสี่ยงโดนถล่มด้วยพายุหมุนเขตร้อนด้วย

-ก่อนหน้านี้ องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษกิจและการพัฒนา หรือ OECD รายงานเมื่อปี 2550 ว่า มี 20 อันดับเมืองใหญ่ จะเสียหายหนัก จากเหตุการณ์น้ำท่วมและภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้น ภายในปี 2613

โดยเป็นเมืองในเอเชียถึง 15 เมือง และ กรุงเทพ ติดอยู่ในอันดับที่ 7


-กลับมาที่ประเทศไทย

-มาดูสัญญาณประหลาดที่จันทบุรี ชาวบ้านตีความไปว่า เป็นสัญญาณแล้ง

-นี่คือภาพนกกระยางหลายพันตัว บินวนอยู่เหนือพื้นดิน 80 เมตร นาน 1 ชั่วโมงกว่า

-ในพื้นที่หมู่ 3 ต.ทุ่งขนาน อ.สอยดาว

-นายสะอาด ธีระวิทย์ ชาวบ้าน บอกว่า เป็นการบินวนที่ผิดธรรมชาติ คือไปกันคนละทิศละทาง และไม่ยอมลงสู่พื้นดิน

-จากปกติ ที่การบินวนลักษณะนี้ จะบินอยู่เหนือพื้นที่ที่มีการเผา เพื่อนกจะโฉบลงไปกินแมลง

-ตามความเชื่อของผู้เฒ่าผู้แก่ เชื่อว่า อีกไม่นานจะเกิดความแห้งแล้ง รุนแรงในบ้านเมือง

-ด้านนายพิทักษ์ อินทศร หัวหน้าสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสอยดาว จ.จันทบุรี ก็บอกว่า พฤติกรรมแบบนี้ พบไม่บ่อยนัก

ถือเป็นเหตุการณ์ไม่ค่อยปกติ

- ที่เพชรบูรณ์ เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่พบว่า กำลังประสบปัญหาภัยแล้งหนักสุดในรอบ 30 ปี

- นาข้าวหลายหมื่นไร่ ในอำเภอหล่มสัก ,เมือง ,หนองไผ่ ,วิเชียรบุรี และศรีเทพ กำลังยืนต้นตาย จากฝนทิ้งช่วง

………………………………………………………………………………………………

5 พฤศจิกายน 2555

เที่ยงวันทันเหตุการณ์

http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=14430&year=2012&month=11

-วันนี้ เกาะติดกระแส 2012 วันสิ้นโลกประจำสัปดาห์

- ในการติดตามความเคลื่อนไหว 2012 วันสิ้นโลก

- วันนี้ทีวี360องศา พบ การพูดถึงผลกระทบจากปัญหาน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น

- ที่เป็นวิทยาศาสตร์ มากกว่าจะดูตามคำทำนาย

- นี่คือ หนึ่งในภาพตัวอย่าง แผนที่โลกใหม่หลังปี 2012 ที่มีการเผยแพร่ และพบเห็นได้ง่ายในโลกอินเตอร์เนท

- ซึ่งภาพลักษณะนี้ ต้องบอกคุณผู้ชมว่า ไม่มีใครสามารถพิสูจน์แบบเป็นวิทยาศาสตร์ได้เลยว่า จะเกิดขึ้นจริง และจะทำให้โลกมีผลกระทบเท่าไร

- แต่สำหรับ นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแมรี่แลนด์

- ศึกษาผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล และน้ำแข็งขั้วโลกละลาย จากภาวะโลกร้อน

- พบผลกระทบต่อ เศรษฐกิจและสาธารณูปโภค ในกรุง วอชิงตัน ดีซี สหรัฐอเมริกา มากมาย

- ระยะสั้น..พบว่า หากน้ำทะเลสูงขึ้นแค่ 10 เซนติเมตร ในอีก 31 ปีข้างหน้า

- จะเกิดความเสียหายถึง 21,000ล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือ 63,000ล้านบาท

- ส่วนระยะยาว… ถ้าน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้นถึง 5 เมตร

- วอชิงตัน ดีซี เมืองเดียวจะเกิดความเสียหายถึง 24,600ล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือ 738,000ล้านบาท

-สิ่งที่จะทำให้เกิดภาพเช่นนี้ได้ คือ สภาพอากาศที่แปรปรวน จากโลกร้อน

- อากาศแปรปรวน ทำให้เกิดน้ำท่วม

- แล้วน้ำท่วม ก็จะเป็นตัวการหนึ่ง ให้ระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น

- ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์พิบัติภัยครั้งประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา คือ เฮอร์ริเคนแซนดี้ ถล่มด้านตะวันออก เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

- นักวิทยาศาสตร์ก็ได้เชื่อมโยงหายนะที่เกิดขึ้น จากปัญหาน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน

- นักวิทยาศาสตร์บอกว่า การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่ทำให้น้ำทะเลร้อนขึ้น และน้ำแข็งขั้วโลกละลายจากภาวะโลกร้อน

- ได้เป็นพลังให้แซนดี้ มีพลังที่เกรี้ยวกราดรุนแรง

- และเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดคลื่นซัดฝั่งสูง และน้ำเข้าไปท่วมในแผ่นดินมาก

- ส่วนคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือ IPCC ก็ได้มีการประเมินไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่า

- หากโลกร้อนจนน้ำแข็งขั้วโลกละลายหมด ประชากรกว่า 60 ล้านคนในเอเชีย ซึ่งรวมถึงไทยด้วย จะได้รับผลกระทบจากน้ำทะเลท่วมโลก

- ปัญหาน้ำทะเลสูงขึ้น จึงเป็นเรื่องที่เราต้องเรียนรู้ให้เกิดความเข้าใจ

- จะได้ตระหนักในการช่วยกันลดโลกร้อนทุกกรณี

- ไม่ใช่การตื่นกลัว น้ำท่วมโลก จากคำทำนายเท่านั้น

- วันนี้บางพื้นที่ในภาค เหนือ-อีสาน-กลาง-ตะวันออก-และกรุงเทพมหานคร มีโอกาสเสี่ยงเจอฝนเล็กๆ ที่เป็นฝนเปลี่ยนฤดู กวนใจอีกวันนะครับ

- เพราะมวลเย็นกำลังปานกลางระลอกใหม่จากจีน ลงมาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว

- รอบนี้มวลเย็นไม่แรง จากนี้ อุณหภูมิจะลดลงเล็กน้อย และจะทำให้มีหมอกหนาในตอนเช้าได้

- สำหรับลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ก็ไม่แรงตามลมหนาวด้วย

- ดังนั้น ฝนใต้จากนี้อยู่ในเกณฑ์กระจาย คลื่นลมสงบ ทั้ง 2 ฝั่งนะครับ

เรื่องเด่นเย็นนี้

http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=14445&year=2012&month=11

-วันนี้ มาดูอากาศกรุงเทพพรุ่งนี้ วันซ้อมใหญ่ขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารค

-ก่อนจะถึงวันพระราชพิธี เสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน โดยขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารค ในวันศุกร์ที่ 9 พฤศจิกายนนี้

-พรุ่งนี้ จะมีการซ้อมใหญ่ ตอนบ่าย 3 โมง อีกวัน

-ใครจะมาชม ขอให้เตรียมตัวพบกับสภาพอากาศดังต่อไปนี้

-จากข้อมูลแผนที่อากาศของกรมุตุนิยมวิทยา

-พรุ่งนี้ ความกดอากาศสูง หรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากจีน ก็ยังคงลงมาแค่ภาคเหนือและอีสาน เท่านั้น

-เมื่อความเย็นลงมาไม่ถึงตอนกลางของประเทศ

-ทั้งภาคกลาง และภาคตะวันออก จะมีอุณหภูมิสูงขึ้น

-โดยตอนเช้าจะมีหมอก กลางวันจะร้อน สูงสุด 35 และ 36 องศา

- ดังนั้น พรุ่งนี้ กรุงเทพฯ

- ช่วงเช้า ถึงบ่ายต้นๆ ฟ้าโปร่ง

- อุณหภูมิต่ำสุด ยังสูงถึง 25-26 องศา อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศา

- พอช่วงบ่าย 3 โมง จะเริ่มมีเมฆบางส่วน จากอิทธิพลของลมทะเลที่พัดเอาความชื้นเข้ามา ความร้อนถึงจะลดลง

- เมื่อฟ้าโปร่ง แดดจะแรง

- ค่าดัชนี UV กรุงเทพพรุ่งนี้อยู่ที่ 9.3 ถือว่าสูงมาก เป็นอันตรายต่อผิวพรรณ หากอยู่กลางแจ้งนานๆ

-ดังนั้น คุณผู้ชมที่จะเดินทางมาร่วมชมการซ้อมใหญ่ ขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารค ในวันพรุ่งนี้

-ให้เอาร่ม หรือหมวกกันแดดมาด้วย

-ที่สำคัญ ทาครีมกันแดด ค่า SPF สูงๆ และพกน้ำดื่ม เพื่อคลายความร้อน ด้วยครับ

- พรุ่งนี้บางพื้นที่ในภาค เหนือ-อีสาน-กลาง-ตะวันออก-และกรุงเทพมหานคร มีโอกาสเสี่ยงเจอฝนเล็กๆ ที่เป็นฝนเปลี่ยนฤดู กวนใจได้บ้าง

- เมื่อรอบนี้ มวลเย็นจากจีน ทำให้เย็นลงไม่มาก

- ดังนั้น ระวังหมอกจะลงจัดในบางพื้นที่ ทำให้การสัญจรในภาคเหนือและอีสาน ต้องใช้ความระมัดระวัง ในระยะนี้

- สำหรับมวลเย็นระลอกใหม่ จะมาอีกที ก็..วันศุกร์ครับ

- สำหรับลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ไม่แรงตามลมหนาว

- ดังนั้น ฝนใต้จากนี้อยู่ในเกณฑ์กระจาย ส่วนใหญ่ตกตอนล่างของภาค คลื่นลมสงบ ทั้ง 2 ฝั่งนะครับ

ข่าววันใหม่

-ในช่วงใกล้การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา

-ประเด็นความเปลี่ยนแปลงของโลก ที่เกี่ยวกับพญาอินทรีย์ ก็ดูจะน่าสนใจในทุกๆเรื่อง

-อย่างวันนี้ งานวิจัยที่สนับสนุน โดย กระทรวงเกษตร ของสหรัฐอเมริกา หรือ USDA พบว่า

-พืชป่าชนิดอื่นๆ ได้ลุกล้ำเข้าไปในพื้นที่ทุ่งหญ้าบนเทือกเขาสูง ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ หรือ แปซิฟิก นอร์ท เวส โดยเพิ่มขึ้นกว่า 4 เท่า ในรอบเกือบ 60 ปีที่ผ่านมา

-คือ จากปี 2493 เพิ่มขึ้น 8 % แต่พอปี 2550 เพิ่มขึ้นเป็น 35%

-ข้อมูลนี้ส่งสัญญาณทางสิ่งแวดล้อม ว่า ความสมดุลของระบบนิเวศทุ่งหญ้าบนเทือกเขา กำลังถูกทำลาย

-ส่งผลกระทบต่อ พันธุ์ไม้หายาก สัตว์ และแมลง

-ส่วนภาพด้านการท่องเที่ยว .. อาจทำให้เทือกเขา เจฟเฟอร์สัน รวมไปถึงเทือกเขาอื่นๆ ที่มีชื่อเสียงด้านความสวยงามของทุ่งหญ้า เกิดความเปลี่ยนแปลงและลดขนาดลงอย่างน่าใจหาย

-สาเหตุหลัก เกิดจาก ภาวะโลกร้อน

-นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า การละลายของน้ำแข็งขั้วโลกเหนือ และ อุณหภูมิโลกที่สูงขึ้น ทำให้ หิมะ ตกน้อยลงทุกปี

-เมื่ออากาศอุ่นขึ้น พืชป่าขนาดใหญ่ จึงสามารถเติบโต และรุกราน ขยายอาณาเขต กิน เข้าไปในทุ่งหญ้า ที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ที่มากขึ้นได้

-ทั้งที่ปกติ ความสูงและอุณหภูมิจะเป็นตัวควบคุมการรุกรานของพืชเหล่านี้ไว้

-ล่าสุด นักวิยาศาสตร์ รายงานว่า พื้นที่ทุ่งหญ้าบนเทือกเขาทางตะวันตกเฉียงเหนือ ลดลงกว่า 50 % แล้ว

-ที่สำคัญ เมื่อทุ่งหญ้าเปลี่ยนสภาพไปแล้ว ก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ที่ธรรมชาติจะทำให้ทุ่งหญ้าอันสวยงาม กลับคืนมาได้อีก

-กลับมาที่ประเทศไทย

-ภัยแล้ง กำลังขยายวงกว้างออกไปเรื่อยๆ

-ไปดูเรื่องนี้ ที่อ่างทอง ก่อน

-แม่น้ำเจ้าพระยา ที่อ.ป่าโมก ลดลงอย่างรวดเร็ว

-ชาวบ้านบอกว่า เพียงเดือนเดียว ลดลงเหลือ 3 เมตร เหมือนหน้าแล้งเดือนเมษายน

-ทำให้ปลาในกระชัง ตายเพราะขาดออกซิเจน เฉลี่ยวันละ 300-400 กิโลกรัม

0000000000000000

-ขณะที่ภาคอีสาน ภัยแล้งก็ขยายวงหนัก

-แต่ชาวบ้าน ยโสธร พลิกวิกฤตเป็นโอกาส

-หาปลาขายช่วงน้ำชีแล้ง เป็นรายได้เสริม

-ชาวบ้านบอกว่า น้ำชีปีนี้ ก็น้อยกว่าหลายปีที่ผ่านมาเช่นกัน

-สำนักงานชลประทานที่ 10 ยโสธร บอกว่า ปีนี้จะจำกัดพื้นที่ทำนาปรังอย่างเคร่งครัด

-และเน้น ให้ปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยเป็นหลัก

-ขอให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือกันด้วย

………………………………………………………………………………………………

2 พฤศจิกายน 2555

เที่ยงวันทันเหตุการณ์

http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=14363&year=2012&month=11

-วันนี้มาติดตาม การเตือนภัยหนาวล่วงหน้า แก่ภาคเหนือกันครับ

-ในขณะที่เราเข้าหน้าหนาวเต็มตัวมาได้ประมาณครึ่งเดือนแล้ว

-แม้ตอนกลางของประเทศ ยังไม่ค่อยรู้สึกเท่าไหร่

-แต่ตอนบน อย่างภาคเหนือ ต้องเตรียมการเตือน

-การรับมือกับภัยหนาว ที่จะเกิดขึ้นทุกปี กันตั้งแต่เนิ่นๆ

-ซึ่งล่าสุด 2 พฤศจิกายน มีการประกาศพื้นที่ประสบภัยหนาวอย่างเป็นทางการแล้วที่

-ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง จังหวัดเชียงใหม่

- กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่า ภาพใหญ่หน้าหนาวปีนี้ จะหนาวใกล้เคียงกับปีที่แล้ว แต่อุณหภูมิเฉลี่ยส่วนใหญ่ จะสูงกว่าค่าปกติเล็กน้อย

- จากการเปรียบเทียบสถิติอุณหภูมิต่ำสุดเมืองสำคัญในภาคเหนือของหน้าหนาวปีที่แล้ว กับหน้าหนาวปีนี้

- พบว่า กรมอุตุนิยมวิทยา ยังให้การพยากรณ์อุณหภูมิต่ำสุด ในอีก 2 เดือนข้างหน้า ซึ่งเป็นช่วงที่หนาวที่สุดของปี อยู่ในเกณฑ์เดียวกัน

เมื่อความหนาวเย็นจะมีไม่มาก

- กรมอุตุนิยมวิทยา จึงคาดว่า ปีนี้ จะมีจังหวัดที่มีอากาศหนาวจัด แค่ 2 จังหวัดเท่านั้น คือ ตากกับน่าน

- เมื่อเทียบกับปีก่อนจะมีจำนวนจังหวัดที่มากกว่านี้มาก

- คำว่าอากาศหนาวจัดหมายถึง อุณหภูมิจะต่ำกว่า 8 องศา นะครับ

- ส่วนพื้นที่อื่นๆ ส่วนใหญ่ในภาคเหนือ อีสาน กลาง และตะวันออก จะมีอากาศหนาวด้วย

- ยกเว้น กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และจังหวัดชายทะเลภาคตะวันออก จะแค่ได้สัมผัสอากาศเย็น

-สำหรับลำปาง ก็เป็นพื้นที่ทางภาคเหนือที่มีภัยหนาวเกิดขึ้นทุกปีเช่นกัน

-โดยจะเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนธันวาคมเป็นต้นไป

-ดังนั้น วันนี้ เราไปดู บ้านจำปุย อำเภอบ้านดง พื้นที่ที่ ทีวี360องศา จะไปต้านภัยหนาว กลางเดือนนี้กันครับ

-มวลเย็นที่ลงมาในระลอกนี้ ทำให้ทางเหนือ-อีสาน มีอุณหภูมิต่ำสุดที่ดำดิ่งลงต่ำกว่า 20 องศาแล้ว

-ต่อจากนี้ มาจับตากันอีกครับ 5 7 พฤศจิกายน ความกดอากาศสูงอีกระลอกจะลงมา

-เหนือ-อีสาน-กลาง-ตะวันออก-และกรุงเทพมหานคร จะมีอากาศเย็นในตอนเช้า และฝนเปลี่ยนฤดู จะกลับมากวนใจบ้าง

-ภาพแบบนี้ ขอให้คุณผู้ชมทางภาคใต้ เตรียมใจเลยนะครับ ทุกครั้งที่ลมหนาวใหม่ลงมา ทางใต้จะมีฝนหนักขึ้น

-วันนี้ถึง 6 พฤศจิกายน ฝั่งอ่าวไทยขอให้ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก

-การเดินเรือในอ่าวไทย ให้เพิ่มความระมัดระวังครับ

เรื่องเด่นเย็นนี้

http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=14393&year=2012&month=11

-วันศุกร์สุดสัปดาห์ ติดตามการคาดการณ์อากาศสัปดาห์หน้า

- สัปดาห์นี้เรียกได้ว่า เป็นสัปดาห์ที่เรามีอากาศเย็นลงกว่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

- ถามว่า คุณผู้ชมได้สัมผัสความเย็นกันบ้างหรือยัง ถ้าใครยัง..ก็ต้องขอบอกว่า ต้องรอโอกาสใหม่แล้ว

- เพราะตอนนี้ มวลอากาศเย็นกำลังแรง ที่ลงมาในช่วง2-3วันที่ผ่านมา ได้อ่อนกำลังลงแล้ว

- ความหมายง่ายๆ ก็คือ ความหนาวเย็นในบริเวณประเทศไทยตอนบน เตรียมทรงๆ หรือไม่ก็อุ่นขึ้น

- จากข้อมูลแผนที่อากาศ ของกรมอุตุนิยมวิทยา

- ความกดอากาศสูง หรือ มวลอากาศเย็น กำลังค่อนข้างแรง ที่แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทย ได้เริ่มอ่อนกำลังลงแล้ว

- เมื่อความเย็นมีพลังลดลง ความร้อนจะเข้ามาแทนที่

- ดังนั้น พรุ่งนี้เช้าเป็นต้นไป หมอกจะลงจัดขึ้น ในภาคเหนือ-อีสาน-กลาง-และภาคตะวันออกตอนบน ระวังเรื่องการสัญจรทางรถด้วยครับ

- สำหรับลมหนาวอ่อนลง เป็นผลดีต่อพี่น้องภาคใต้ เพราะลมมรสุมตัวการให้เกิดฝนใต้ จะอ่อนกำลังลงด้วย

- ดังนั้น พรุ่งนี้เช่นกัน ภาคใต้ ฝนจะลดลง ไม่ตกหนักเหมือนหลายวันที่ผ่านมา

- ภาวะนี้ เป็นถึง 4 พฤศจิกายน

- จากนั้น จันทร์หน้า ลมหนาวใหม่ลงมาอีก แต่เบากว่า รอบที่เพิ่งลงมานี้

- ดังนั้น ชัดเจน ขนาดตอนลมหนาวมีกำลังค่อนข้างแรงลงมา บางที่ก็ยังไม่เย็นมากเลย

- ดังนั้น ภาพใหญ่สัปดาห์หน้า

- อุณหภูมิต่ำสุดทุกภาค จะสูงขึ้นประมาณ 1 องศา

- เมื่อไม่หนาวเย็นลง แถมฟ้าหน้าหนาว เป็นฟ้าโปร่ง แดดแรง

- ดังนั้น ต้องกลับมาระวังเรื่องความร้อนกันอีกในตอนกลางวัน อุณหภูมิสูงสุด จะกลับไปแตะแถว 35 องศา

- ที่สำคัญ ตอนลมหนาวใหม่ลงมาในวันจันทร์หน้า

- ฝนเปลี่ยนฤดู จะกลับมากวนใจ คุณผู้ชม ได้อีก เตรียมเจอกันได้เลยนะครับ

- สำหรับภาคใต้

- เมื่อภาพรวมลมหนาวทั้งเก่าและใหม่ ไม่แรง

- ฝนสัปดาห์หน้าจึงไม่หนักเหมือนช่วงสัปดาห์นี้

- คลื่นอยู่ในเกณฑ์สงบ ยกเว้นตรงที่มีฝนตก คลื่นจะสูงได้ถึง 2 เมตร

- -สรุปพยากรณ์ 360 องศา

- สัปดาห์หน้า เหนือ-อีสาน-กลาง-ตะวันออกและกรุงเทพมหานคร จะเจอกับความหนาวเย็นทรงๆ และต้นสัปดาห์ก็จะเจอกับฝนเปลี่ยนฤดู

- ส่วนภาคใต้ แม้สัปดาห์หน้า ฝนไม่หนัก ก็ต้อง พกร่ม และเสื้อกันฝน ไปไหนมาไหนด้วย จะดีนะครับ

- ส่วนภาพนี้ การคาดการณ์ฝนสัปดาห์หน้าของกรมอุตุนิยมวิทยา

- ที่เห็นเป็นสีขาวๆ ในตอนบนของประเทศ หมายความว่า เหนือ-อีสาน-กลางและตะวันออก ไม่มีฝนแล้วนะครับ

- ดังนั้น วางแผนการใช้น้ำ รับมือความแห้งแล้งในทุกภาคกันด้วย

ข่าววันใหม่

-ทีวี 360 องศากับความเปลี่ยนแปลงของโลกในรอบวันนี้ ติดตามพายุนิลามที่ถล่มเข้าอินเดีย

-นิลาม เป็นพายุหมุนเขตร้อนอีกลูก ที่พัดเข้าถล่ม ชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ ของอินเดีย ในช่วงเวลาเดียวกันกับที่เฮอร์ริเคนแซนดี้ ถล่มตะวันออกของสหรัฐอเมริกา

-ทำให้มีฝนตกหนัก น้ำท่วม ฉับพลัน และลมแรง

-พายุนิลาม ก่อตัวในอ่าวเบงกอล เคลื่อนเข้าสู่ชายฝั่งทมิฬนาดู

-พลังอันมหาศาล ได้จมเรือขนส่งน้ำมัน ทำให้ ลูกเรือ5 คน สูญหาย

-และมีการให้ประชาชนกว่า 5,000 อพยพออกจากพื้นที่เมือง เชนไน เมืองหลวงของรัฐ ทมิฬนาดู หนีพายุด้วย

-พายุ นิลาม เป็นพายุ ที่มีพลังทำลายล้างสูงลูกหนึ่ง

-แต่ไม่ได้รับความสนใจมากนัก เพราะบริเวณนี้ ถือได้ว่า โดนถล่ม เป็นประจำอยู่แล้ว

-การมาเยือนของนิลาม เป็น ช่วงครบรอบหนึ่งปีที่ ไซโคลนธานี ได้ถล่มอินเดีย และคร่าชีวิตประชาชน 47 คน

-และจะสลายตัวเป็นดีเปรสชั่น วันนี้

-กลับมาที่ประเทศไทย

-นางพญาเสือโคร่ง หรือซากุระ เมืองไทย

จวนจะมีให้ดุ ที่พิษณุโลกแล้ว

- นายสุวรรณ ภานุนำภา หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จังหวัดพิษณุโลก บอกว่า

- ต้นนางพญาเสือโคร่ง เริ่มพลัดใบจ่อเป็นดอกสีชมพู และคาดว่าจะออกดอกเต็มท้องทุ่งในเดือนพฤศจิกายน รับนักท่องเที่ยวไปสัมผัสและถ่ายภาพ

-อุณหภูมิบนอุทยาน อยู่ที่ 15-17 องศา กำลังเย็นสบาย

-และในช่วงเดือนธันวาคม คาดว่าอากาศจะหนาวเย็นต่ำกว่า 10 องศา

-และคาดจะมีน้ำค้างแข็ง บนยอดหญ้า หรือ แม่คะนิ้ง ด้วย

-ที่จังหวัดลพบุรี

-ดอกทานตะวันแปลงแรก ก็บานสะพรั่งชูดอกใหญ่สีเหลืองสวยงาม รอรับนักท่องเที่ยวมาสัมผัสในช่วงปลายฝนต้นหนาวแล้วเช่นกัน

-ส่วนที่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จังหวัดเลย

-นายชัยณรงค์ ดูดดื่ม หัวหน้าเขต กล่าวว่า ตอนนี้เหมาะแก้การมาศึกษาพันธุ์ไม้ป่า กล้วยไม้ และชีวิตของสัตว์ป่า

ช่วงนี้จะมีหมอกทุกวัน ไปจนถึงปลายธันวาคม อุณหภูมิเฉลี่ย 12-17 องศา ตลอดทั้งปี

………………………………………………………………………………………………..

1 พฤศจิกายน 2555

เที่ยงวันทันเหตุการณ์

http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=14343&year=2012&month=11

-วันนี้มาค้นหาสาเหตุกันว่า พายุปีศาจเฮอร์ริเคนแซนดี้ เกี่ยวข้องกับความเปลี่ยนแปลงของโลกหรือไม่

-หายนะภัยจากเฮอร์ริเคนแซนดี้ ถล่มด้านตะวันออกของสหรัฐอเมริกา

-กลายเป็นคำถามสำคัญ สำหรับผู้ที่จับจ้องความเปลี่ยนแปลงของโลก ที่ส่งผลกระทบต่อมวลมนุษยชาติ

-ว่า โลกร้อน ปรากฎการณ์อุณหภูมิสูงขึ้นระดับโลก และที่เรากลัวนักกลัวหนา ว่าจะทำให้โลกเกิดความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่เลวร้าย จะเกี่ยวข้องกับเฮอร์ริเคนแซนดี้หรือไม่

-เฮอร์ริเคนแซนดี้ มีจุดกำเนิดจากย่านทะเลแคริบเบียน แล้วเคลื่อนขึ้นเหนือ เข้าใส่ชายฝั่งด้านตะวันออก ของสหรัฐอเมริกา

-ความพิเศษที่ทำให้เป็นซุปเปอร์สตรอม ที่มีขนาดมหึมา เส้นผ่าศูนย์กลางเป็นพันกิโลเมตร ก็คือ

-มีลักษณะผสมกัน ระหว่าง พายุที่เกิดในเขตร้อน กับ พายุฤดูหนาว

-โดยมีแรงหนุนจากมวลอากาศเย็นจากขั้วโลกเหนือ ทางแคนาดา และกรีนแลนด์ เข้ามาเติมพลัง

- ที่สำคัญ มวลเย็นจากทางกรีนแลนด์นี่แหละที่เป็นตัวบล็อกไม่ให้พายุ กลับลงสู่ทะเล

- จึง ทำให้มีทั้งฝนหนัก ลมแรง น้ำท่วม และหิมะตกหนัก ในแผ่นดิน

- ภาพข่าวที่เกิดขึ้น เหมือนอเมริกาจะเจอกับหายนะจากความเปลี่ยนแปลงของโลกครั้งใหญ่

- แต่นักวิทยาศาสตร์ จากมหาวิทยาลัย MIT กลับบอกว่า ยังไม่เกี่ยวทีเดียว เพราะ ภาวะโลกร้อนไม่ได้เป็นตัวการที่ทำให้เกิดเฮอริเคนแซนดี้

- แต่โลกร้อน กลับเป็นปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้เฮอริเคนแซนดี้ มีความรุนแรงมากขึ้น

- นักวิทยาศาสตร์อีกท่าน จากศูนย์วิทยาศาสตร์ และการเรียนรู้แห่งชาติสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า อุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้น เป็นตัวการที่ทำให้แซนดี้มีความรุนแรง

- เพราะอุณหภูมิน้ำทะเลปีนี้ สูงที่สุด จากสาเหตุที่น้ำแข็งที่ขั้วโลกเหนือ ละลายมากที่สุดเป็นประวัติการณ์

- จึงกลายเป็นอาหารชั้นดี ที่เต็มไปด้วยความชื้น ให้พายุแซนดี้ มีขนาดมหึมา

- ถึงขนาดที่ปกติแล้ว เฮอริเคน มักจะขึ้นไปไม่ถึงนิวยอร์ก

- แต่ แซนดี้ พลังงานเหลือล้น จนเลยไปถึงแคนาดา ได้

-สำหรับน้ำทะเลอุ่นกว่าปกติ เคยทำให้เกิดพายุรุนแรง อย่าง เฮอริเคนแคทารีน่า มาแล้ว ในปี 2548

-ขณะที่ ความรุนแรง และ ความถี่ของเฮอริเคน ในมหาสมุทรแอตแลนติก ก็มีการค้นพบว่า มีมากขึ้น ตั้งแต่อุณภูมิ น้ำทะเล เพิ่มขึ้นสูงเรื่อยๆ ตั้งแต่ ปี 1923 หรือ ปี 2466 แล้ว

-จากภาพเหล่านี้ ทำให้พอสรุปได้ว่า โลกร้อนไม่ได้เป็นตัวการให้เกิดพายุ

-แต่พายุที่เกิดในภาวะที่โลกร้อนผิดปกติ จะมีความรุนแรง และทำให้เกิดภัยพิบัติในระดับ หายนะได้ไม่ยาก

- เช่น ถ้าฝนตก ก็จะตกอย่างหนัก ถ้าเกิดเป็นพายุ ก็จะมีพลังทำลายล้างสูง ขณะที่ถ้าเป็นภัยแล้ง ก็จะแล้งอย่างแสนสาหัส เช่นกัน

- นับจากนี้ เหนือ-อีสาน-กลาง-ตะวันออก-และกรุงเทพมหานคร ได้เย็นลงในตอนเช้าทั่วกันแล้ว และช่วงนี้ ฝนก็จะหายไปด้วย

- อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศา โดยต่ำสุด 19 องศา จะมีที่อีสาน

- แต่อย่าลืม ฟ้าหน้าหนาวจะโปร่ง แดดจะแรง กลางวันจึงยังร้อน สูงสุดยัง 31-32 องศา ทาครีมกันแดด ระวังอันตรายจากรังสียูวีกันด้วย

- สำหรับภาคใต้ มรสุมตะวันออกเฉียงใต้ แรงขึ้น ตามลมหนาวกำลังค่อนข้างแรงที่ลงมา

- ภาคใต้จากนี้ฝนจะหนาแน่นทั้ง 2 ฝั่ง คลื่นอ่าวไทย สูง 2 เมตร เดินเรือระวังด้วยครับ

เรื่องเด่นเย็นนี้

-เพราะเส้นทางเป็นเขาสูงชัน สลับกับโค้งที่คดเคี้ยวไปมา

http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=21&path=14352&year=2012&month=11

-วันนี้ มาติดตาม สถานการณ์น้ำ ล่าสุดกัน

-1 พฤศจิกายน ถือเป็นวันเข้าสู่ฤดูแล้งอย่างเป็นทางการ ในภาคเหนือ อีสาน กลาง ตะวันออก

-และนับจากนี้ อีก 6 เดือน เราจะต้องอยู่กับสภาพฝนน้อย ถึงไม่ตกเลย จนกว่าจะเข้าหน้าฝนปีหน้าเดือนพฤษภาคมครับ

- ศูนย์ภูมิอากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา บอกว่า ต่อจากนี้ มวลอากาศเย็น หรือความกดอากาศสูงจากประเทศจีน จะปกคลุมประเทศไทยตอนบน

- หากจะมีฝนตก ก็เป็นฝนที่น้อยกว่า 10 มิลลิเมตร หรือไม่พอที่จะเติมน้ำในเขื่อน หรือใช้เพื่อการเกษตร

- หมายความว่า จากนี้ เหนือ-อีสาน-กลาง-ตะวันออก ไม่ต้องหวังจะได้น้ำจากที่ไหนแล้ว

- จากภาพ ภาคกลางและภาคตะวันออก จึงไม่ค่อยน่าเป็นห่วง เพราะมีน้ำต้นทุนตามอ่างเก็บน้ำ มากในระดับ 90-100 %

- แต่อีสาน น่าห่วงสุด น้ำต้นทุนมีแค่ 41 % ของความจุอ่างทั้งหมด น้อยสุดอยู่ที่ เขื่อนลำปาว 19%

- ส่วนภาคเหนือ มีน้ำต้นทุนน้อย รองลงมา 67 %

-นายทองเปลว กองจันทร์ ผู้อำนวยสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน บอกว่า

- การบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้ง จะไม่เน้นเพื่อการเกษตรอีกแล้ว แต่จะเน้นเพื่อการอุปโภคบริโภคเป็นหลัก

- ส่วนศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ บอกว่า การจัดสรรน้ำเพื่อพืชฤดูแล้งปีนี้ จะอยู่ในเกณฑ์ที่น้อยกว่าปีที่ผ่านมา อย่างแน่นอน

- ดังนั้น คำแนะนำการใช้น้ำของคุณผู้ชมจากนี้ ก็คือ

- 1. ขอให้ใช้น้ำอย่างประหยัด

- 2. ใช้น้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด

- และ 3. ต้องเพาะปลูก ตามแผนที่หน่วยงานราชการประกาศไว้เท่านั้น

- ไม่งั้น ไม่รอดกันแน่

- เช้าพรุ่งนี้ เราจะได้เย็นลงกว่าเช้าวันนี้อีกนะครับ

- เหนือ-อีสาน ต่ำสุด มีถึง 18-19 องศา ,ยอดดอยทางเหนือ อากาศหนาว ต่ำสุดเลขตัวเดียว 9 องศาแล้ว

- ส่วนกรุงเทพยังร้อนกว่าที่อื่น เช้าพรุ่งนี้ ต่ำสุด 24 องศา

- อย่าลืม ฟ้าหน้าหนาว โปร่ง แดดแรง กลางวันยังร้อน 34 องศา

- สำหรับภาคใต้ ลมมรสุมแรงตามลมหนาว

- พรุ่งนี้ฝนยังหนักทั้ง 2 ฝั่ง คลื่นอ่าวไทย สูง 2 เมตร เดินเรื่อระวังถึง 3 พฤศจิกายน

- เมื่ออากาศเริ่มเย็น ทีวี360องศา ก็เตรียมต้านภัยหนาว

- กับการรับบริจาคเงินซื้อผ้าห่ม ในงานตลาดนัดดารา ช่อง 3 ครับ

ข่าววันใหม่

-ทีวี 360 องศา วันนี้ มาติดตาม ทางรอด หากโลกเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จนกระทบกับพืชอาหาร

-เรื่องนี้ เปิดเผยโดย องค์การสหประชาชาติ หรือ UN

-งานวิจัยล่าสุด พบว่า การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และภาวะโลกร้อน จะทำให้เกิดวิกฤติการณ์อาหาร

-ขณะที่ กล้วย จะกลายเป็นอาหารหลัก ที่เข้ามาทดแทนพืชอาหารอื่นๆ ของมนุษย์

-เพราะนอกจากคุณค่าทางอาหาร ที่ไม่น้อยไปกว่าพืชชนิดอื่นแล้ว

-ยังมีความสามารถในการปรับตัวรับสภาวะอากาศที่เลวร้ายด้วย

-นักวิจัยพบว่า โลกร้อนจะทำให้ ข้าวโพด ข้าว และข้าวสาลี ลดลงในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา

-ขณะที่ ประเทศในเขตอบอุ่น ผลผลิต มันฝรั่ง จะลดลง

-ผลการวิจัยพบว่า ยิ่งโลกร้อนขึ้น

-กล้วย จะเข้าไปทดแทนการเพาะปลูกได้ในแทบทุกพื้นที่ , แม้ในเขตอบอุ่น ที่เป็นพื้นที่เพาะปลูกมันฝรั่ง อย่างกว้างขวาง

- ส่วนทางตอนใต้ของเอเชีย นอกจากกล้วยแล้ว

- มันสำปะหลังและถั่วฝักยาว จะเริ่มมีบทบาทสำคัญ เนื่องจากมีความสามารถในการต้านทานสภาวะอากาศที่เลวร้าย ได้เช่นเดียวกัน

-ทางรอดสำหรับคุณผู้ชมตอนนี้ก็คือ ควรปรับตัว ดัดแปลงเมนูอาหารใหม่ๆ รับมือวิกฤติพืชอาหารพื้นเมือง ที่จะลดลง ก่อนที่ วันที่ไม่ทางเลือก บริโภค จะมาถึง

-กลับมาที่ประเทศไทย

-มาดู เชียงใหม่ อากาศกำลังหนาวเย็นลง น่าเที่ยว และสวยงามมาก

-ลมหนาวระลอกใหม่ที่ลงมา ได้ทำให้เชียงใหม่ มีอุณหภูมิลดลงฮวบ 4 องศา

-ประชาชน ได้ใส่เสื้อกันหนาวกันแล้ว

-ขณะที่ จุดชมวิวบนดอยสุเทพ ก็ได้เห็นเมฆหมอก สวยงามปกคลุมตัวเมืองเชียงใหม่

- ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ คาดว่าอุณหภูมิในภาคเหนือ จะยังลดลงต่อไปเรื่อยๆ กับมีหมอกหนาในตอนเช้า

- ประชาชนต้องระวังรักษาสุขภาพ ขณะที่การสัญจรไปมาในภาคเหนือ ต้องเพิ่มความระมัดระวัง

- เพราะทัศนะวิสัยในการขับขี่ จะลดลง 000000

-ขณะที่ภาคใต้ แม้จะเข้าหน้าฝน แต่ที่บ้านเขาฝาชี ต.บางแก้ว อ.ละอุ่น จ.ระนอง ก็มีหมอกลงจัดเช่นกัน

-ขอให้นักท่องเที่ยวใช้ความระมัดระวังเมื่อผ่านไปแถวนั้นด้วยนะครับ

-แต่ถ้าลงใต้ ตั้งแต่ประจวบคีรีขันธ์ลงไป ให้ระวังฝน

ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>